Stage 1
การตัดสินใจของวิศนะ
ท้องฟ้าสีคราม ปุยเมฆสีขาว สายลมพัดทุ่งหญ้าปลิวไสว...
และเสียงกรีดร้องแบบหวีดสยองสุดขีด
ว้ากกกกกกกกกกกกกกก~~!!
ร่างสูงของชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังกวดฝีเท้าสุดกำลังวิ่งหน้าตาตื่นภายในพื้นที่โล่งกลางแจ้งโดยมีสิ่งแปลกปลอมหน้าตาพิลึกที่ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็คือ“เห็ดั์สีเขียว” ซึ่งกำลังะโไล่หลังมาติดๆ
“จะตามไปถึงไหนวะไอ้บ้าเอ๊ย”
ชายหนุ่มหันกลับมาตะคอกใส่ ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้างผมสีดำที่เคยจัดทรงดูดียามนี้ฟูฟ่องชนิดเรียกได้ว่าตื่นตระหนกสุดขีด
อุกี๊~!
เ้าเห็ดตัวขนาดพอฟัดพอเหวี่ยงก็ส่งเสียงร้องโต้กลับมาหน้าตาของมันก็จัดว่าน่ารักดี มีหัวสปอร์สีเขียวดูลื่นๆ มันๆ น่าหมั่นเขี้ยวอันที่จริงนายคนนี้ก็หมั่นเขี้ยวมันไปทีหนึ่งแล้วล่ะเขาถึงได้จัดการะโเตะมันไปรอบหนึ่ง
ซึ่งผลตอบรับก็คือการโดนไล่กวดเป็บ้าอยู่อย่างนี้ไง!
“แค้นฝังหุ่นจริงนะแก ไอ้เห็ดนรก!” เขาะโกลับพร้อมกับเหลือบหางตาไปมองเห็นไอ้เห็ดตัวนั้นมันยิ้มกว้างขึ้นมาอย่างกวนประสาทก่อนที่มันจะตั้งท่าะโสูงชาร์ทเข้าใส่ในอีกวินาทีถัดมา
“ฉิบหาย โดดสูงได้ด้วยเหรอวะ!”
เขาะโลั่นพร้อมกับะโหลบไปอีกด้านอย่างแทบไม่คิดชีวิตเ้าเห็ดบ้านั่นพลาดเป้าหมายในการทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดของมันลงไปทับเขาเพียงนิดเดียวเท่านั้นแต่เ้าคนโชคดีกลับไม่มีเวลามาดีใจด้วยซ้ำ เขาชี้นิ้วเข้าใส่เ้าเห็ดตรงหน้าและแผดเสียงใส่!
“จะจองเวรอะไรกันนักหนาวะอันที่จริงมันต้องเป็ฉันที่ต้องแค้นนะโว้ย เตะเบาๆ ทีเดียว แกกัดฉันซะเกือบตาย!”
เป็ความจริงที่เขาโดนเ้าเห็ดเขียวตัวนี้โจมตีไปแล้วหนึ่งทีซึ่งบอกได้เลยว่ามันก็เกือบจะทำให้เขาได้ลงไปทักทายยมโลกเอาง่ายๆ ทีเดียว
ข้อมูลตัวละคร
ผู้เล่น : วิศนะ
อาชีพ :นักผจญภัยมือใหม่
เลเวล : 1
พลังชีวิต :10 /150
พลังโจมตี : 20 พลังป้องกัน : 5
เวทมนตร์ : 15 โชค : 30
อุกี๊~~
ยังไม่ทันไรเ้าเห็ดเขียวนั่นก็พุ่งตัวหมายจะกระโจนเข้าใส่ชายหนุ่มเ้าของชื่อวิศนะอีกรอบและก็เป็อีกครั้งที่ความคล่องตัวช่วยชีวิตเขาเอาไว้ได้อย่างฉิวเฉียดก่อนที่ตัวเองจะเข้าใจได้ในทันทีว่า
ถ้ายืนเฉยๆ คงได้ลงไปทักทายท่านยมฯ แน่ๆ!
“อะไรนักหนา ทำไมความรักของฉันมันมีแต่อุปสรรควะเนี่ย!”
คำบ่นแบบไม่รู้เื่นั้นดังขึ้นอย่างหัวเสียพร้อมกับการสับขาวิ่งแบบหวีดสยองสุดขีด นึกโมโหที่ทำไมมอนสเตอร์มันถึงได้หน้าโง่ขนาดนี้คุยด้วยไม่เห็นจะรู้เื่เลย!
แล้วทำไมมันวิ่งไวอย่างนี้ฟะ หน้าตาก็ดูโง่ๆทำไมถึงเก่งนักเนี่ย!?
“อย่าให้พ่อรู้วิธีเล่นเกมนะ ไอ้เห็ดนรก พ่อจะซอยพริกขี้หนูบีบมะนาวจับมาทำยำเห็ดกินให้สะใจไปเลย” พูดแล้วก็กัดฟันแน่น ขณะหันไปมองเ้าตัวประหลาดด้านหลัง
“แล้วแกจะวิ่งตามมาทำไมนักหนาวะว่างมากหรือไงเนี่ย ไปไกลๆ บาทาซักทีสิว้อย!”
ก่อนหน้านั้นราวๆ 6 ชั่วโมง
“ไอ้นะ!”
ชื่อเรียกในแบบที่รู้ว่า “ซี้กัน” ดังขึ้นมาจากหน้าห้องเรียนภายในตึกของคณะนิเทศศิลป์เอกคอมพิวเตอร์กราฟฟิก ส่งให้ร่างสูงในเสื้อนักศึกษาเซอร์ๆ กับกางเกงยีนขาดๆและผมสีดำที่เซตตามแบบวัยรุ่นทั่วไปต้องเหลือบตากลับมามองตามเสียง
วิศนะ หรือที่เพื่อนๆ เรียกว่า “นะ” ชายหนุ่มวัย 19 ปีหันกลับมามองแลเห็นหนุ่มสาวคู่หนึ่งเดินยิ้มแย้มมาด้วยท่าทางร่าเริงแล้วเขาก็ได้แต่ถอนใจเซ็งๆ
“มีอะไรอีกหือ ก็บอกแล้วไงว่าวันนี้ฉันต้องรีบกลับบ้านน่ะ”เขาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ
“ก็แล้วเมื่อไหร่แกจะเข้ามาเล่นเกมกับพวกฉันล่ะ?”
ฝ่ายหญิงผู้มาใหม่เป็คนถาม เธอมีผมสีน้ำตาลเข้มยาวประบ่าผิวขาวและมีใบหน้าที่เป็มิตรเธอชื่อว่านุชจรี จะเรียกว่าเป็เพื่อนสาวที่สนิทด้วยที่สุดในมหาวิทยาลัยของวิศนะก็ว่าได้
“จริงด้วยไอ้นะ พวกฉันรอแกมาตั้งนานแล้วนะเว้ยฉันสองคนกำลังจะตั้งกิลด์ (Guild) แล้วปัญหาติดอยู่ที่ว่ามันต้องมีสมาชิกให้ได้4 คนขึ้นไปถึงจะสร้างได้ พวกฉันก็หวังจะพึ่งแกแต่แกกลับไม่ยอมเข้ามาเล่นซักที”
ชายหนุ่มอีกคนหนึ่งเดินมาด้วยกันพูดเสริมโดยเร็ว
“กิลด์? ...แล้วมันคืออะไรวะครับ?” วิศนะเบ้ปาก “ขอร้องล่ะพวกแกช่วยใช้ภาษาคนหน่อยได้มั้ยบอกซะก่อนนะว่าฉันไม่เข้าใจภาษาวิบัติของพวกแกหรอกนะเว้ยไอ้เ้าคู่รักติ๊งต๊อง”
ดูเหมือนคำว่า “คู่รักติ๊งต๊อง”มันจะทำให้เพื่อนทั้งสองชักสีหน้าบูดขึ้นมาคล้ายจะเซ็งทันที
“ไอ้นะ ฉันบอกกี่ทีแล้วว่าอย่าเอาฉันไปเหมาร่วมหัวจมท้ายแบบนั้นกับยัยนุชได้มั้ยแค่นี้คนทั้งคณะเขาก็คิดว่าฉันกับยัยนี่เป็แฟนกันไปหมดแล้วนะโว้ย”
“แล้วมันไม่ใช่หรือไง”วิศนะถามหน้าตาเฉย
“ก็ไม่ใช่น่ะสิโว้ย!!”
ทั้งที่ค้านกันหัวชนฝาแต่ทั้งสองก็ประสานเสียงกันออกมาจนวิศนะต้องหัวเราะขำ
“ฉันจะบอกแกเอาไว้เลยนะ ไอ้นะ” นุชจรีเดินเข้าไปจิ้มหน้าอกเขาเต็มแรง “ต่อให้อีตาธันวานี่เป็ผู้ชายคนสุดท้ายบนโลกใบนี้ก็ตามทีนะฉันก็ยินดีและพร้อมที่จะเอาหัวโหม่งเต้าหู้ตายหนีให้พ้นๆ หน้ามันไปเลย”
“แหม หล่อนเองก็ดีตายชักล่ะ” อีกเสียงร้องลั่น “ฉันก็เหมือนกันนั่นแหละถ้าหล่อนเป็ผู้หญิงคนสุดท้ายบนโลกใบนี้นะฉันว่าฉันไปหาหมามาทำพันธุ์ยังจะดีซะกว่าเลย”
“ว่าไงนะ ไอ้ปากเสีย!”
“ก็ว่าอย่างที่พูดไง ยัยถึก”
“นี่สรุปพวกแกตามฉันมาเพื่อจะโชว์ฉากสวีตกันให้ฉันดูหรือไงวะก็เพราะพวกแกเอาแต่เถียงกันตลอดเวลาแบบนี้แหละชาวบ้านเขาถึงมองว่ารักกันปานจะกลืนกิน”
วิศนะกล่าวพร้อมกับยิ้มขำเห็นเ้าสองคนนั้นมองหน้ากันครู่หนึ่ง ก่อนจะเชิดหน้าหนีกันไปคนละทาง
คนที่เพิ่งเถียงกับนุชจรีเย้วๆ อยู่นั้นก็คือ ธันวา ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนและดวงตาสีเขียวเห็นผมทองตาสีประหลาดแบบนี้ไม่ใช่เพราะว่าหมอนี่เป็พวกขาโจ๋หรืออะไรทำนองนั้นหรอกแต่เพราะว่าหมอนี่เป็ลูกเสี้ยวอเมริกาเพราะฉะนั้นจึงได้รับเส้นผมและดวงตามาจากแม่มามากแต่ใบหน้าก็ดันได้เชื้อไทยจากพ่อมาไม่น้อยหมอนี่จึงได้หล่อดูดีจนสาวต้องเหลียวมามองถ้าไม่ติดว่ามันเพาะ “เยอรมันเชพเพิร์ต”ไว้เต็มปากล่ะก็นะ ซึ่งหมอนี่ก็เป็เพื่อนรักของวิศนะั้แ่สมัยเรียนอยู่ในชั้นมัธยมปลายเลยเชียวล่ะ
“แล้วตกลงว่าจะเข้ามาเล่นเกมกับพวกเราเมื่อไหร่ล่ะฉันรอแกตั้งนานแล้วนะ”นุชจรีโพล่งขึ้นเหมือนอยากเปลี่ยนเื่เต็มแก่
“วกมาเื่นี้อีกแล้ว บอกไปกี่ทีแล้วว่าฉันไม่ชอบเล่นเกม”
วิศนะตอบอย่างอ่อนใจ แล้วจึงหมุนตัวเดินหนีไปอีกครั้งสองคู่กัดจึงมองหน้ากันแบบเข้าใจและรีบเดินตามไปติดๆ
“โธ่ไอ้นะ นี่แกมีพ่อทำงานเป็ที่ปรึกษาของบริษัทไพรด์ทำไมกันวะเนี่ย” ธันวาพูด “ชาวบ้านเขาต้องเก็บเงินกันตั้งนานกว่าจะซื้อเครื่องเล่นกับเมมโมรี่สติ๊กสำหรับเล่นเกมมาได้แต่แกแค่กระดิกนิ้วทีเดียว ป๋าแกก็แทบจะเอามาถวายให้ถึงที่เลยนะ เสียโอกาสชะมัด”
“จริงของตานี่”นุชจรีเสริม “อีกอย่างฉันว่าเมมโมรี่สติ๊กที่แกได้จากป๋ามันต้องได้ไอเท็มอะไรเจ๋งๆติดไม้ติดมือมาด้วยแหงๆ เลยเนอะ ก็เป็ถึงที่ปรึกษาของไพรด์เลยนี่”
คำกล่าวนี้ส่งให้วิศนะต้องถอนใจ มันไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากจะเล่นเกมกับเพื่อนๆหรอกนะ...อันที่จริงเขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าไอ้เกมไพรด์อะไรเนี่ยมันมีดีอะไรนักหนาถึงได้โด่งดังนักเพราะอะไรทำให้มันทำลายสถิติยอดขายรอบโลกได้มากกว่าสามพันล้านเครื่องในเวลาแค่เดือนเดียว
แต่สิ่งสำคัญเลยที่ทำให้วิศนะไม่อยากเข้าไปเล่นเกมนี้คือ...
เขาเล่นเกมห่วยแตกมาก ชนิดที่ว่าเด็กสองขวบคงจะเก่งกว่ามากนัก!
“พวกแกเชื่อเถอะ ถ้าไม่อยากได้ตัวถ่วงเข้าไปในเกมล่ะก็แกกาชื่อฉันออกไปได้เลยขนาดไอ้แคร็กเกอร์รันฉันยังทำคะแนนแพ้เด็กอนุบาลเลย”
“เฮ้ย ไม่เป็ไรหรอก”ธันวารีบแย้ง “พวกเราเล่นสนุกๆ ไม่ซีเรียส ว่าแต่แกเล่นเกมนั้นแพ้เด็กจริงเหรอไอ้นะ”
“เอาน่าๆ นะ เราเล่นกันขำๆถ้าแพ้ขึ้นมาก็ไม่ได้เสียบ้านซักหน่อยนี่”นุชจรีรีบเปลี่ยนบทแม้จะกลั้นขำไว้แทบแย่ “อีกอย่างแกจะกลัวอะไรวันนี้ก็สอบวันสุดท้ายแล้วพรุ่งนี้พวกเราก็ปิดเทอมยาว เทอมนี้ซัมเมอร์แกก็ไม่ได้ลงวิชาเรียนอะไรอยู่ที่คอนโดเฉยๆ ไม่เบื่อหรือไงยะ”
วิศนะถอนใจยาวเหยียด
“นี่ฟังนะยัยนุชที่ฉันไม่เข้าไปเล่นเกมนั่นก็เพราะว่าฉันไม่ชอบ ไม่ใช่ว่าเกี่ยวกับเื่ว่างหรือไม่ว่างอีกอย่างตอนซัมเมอร์นี่ฉันก็ไม่ว่างอยู่ดีเพราะต้องไปช่วยงานพี่วิภาเขา”
“อี๋~ ไปสอนศิลปะให้เด็กนั่นน่ะเหรอ” นุชจรีทำท่าขยะแขยงสุดขีด
“ยัยนุช สอนศิลปะเด็กนะเฟ้ย ไม่ใช่ให้เอานิ้วไปจิ้มขี้หมาแห้งเธอไม่ต้องทำท่ารังเกียจขนาดนั้นก็ได้ อีกอย่างเด็กๆ พวกนั้นก็น่ารักจะตายไป”
วิศนะหัวเราะร่วนเมื่อนึกขึ้นได้ว่าคุณหญิงนุชเธอเป็โรคเกลียดเด็กเข้าไส้
“เฮ้ย ไอ้นะ”ธันวาแทรกขึ้นมาบ้าง “เล่นเกมน่ะ เขาเล่นตอนกลางคืนตอนที่แกนอนแกก็สอนหนังสือเด็กแค่ตอนบ่ายไม่ใช่หรือไงหรือว่าเดี๋ยวนี้รับสอนวิชาเพศศึกษาตอนกลางคืนให้พวกเด็กๆ ด้วยวะ?”
“วอนโดนถีบซะแล้ว ไอ้คุณธันวา” วิศนะพูดเสียงแข็ง
ธันวากระตุกยิ้มกวนประสาท ส่งให้นุชจรีที่อยู่ข้างๆต้องค้อนใส่วงใหญ่
“มาเล่นด้วยกันเถอะนะแกไม่อยากรู้หรือไงว่าเกมดังๆ แบบนี้เขาทำออกมาได้สมจริงสมจังมากแค่ไหน อีกอย่างป๋าแกก็อยากให้แกเล่นเกมของบริษัทเขาจะตายไปเห็นบอกว่าถ้ายอมเล่นแล้วจะบวกเงินค่าขนมให้พิเศษอีกไม่ใช่เหรอ...?”
“เงินพวกนั้นฉันโทรไปขอแม่ที่เชียงใหม่ก็ได้ไม่จำเป็ต้องมานั่งขอป๋าแกหรอก”
เป็อีกครั้งที่เขาตอบแบบไม่ใส่ใจอะไรมากนัก ส่งให้นุชจรีถอนใจเสียงดัง
“นะ แกนี่มันไม่ยอมเข้าสังคมกับเพื่อนเลยฉันไม่รู้จะทำยังไงดีแล้วนะเนี่ย”
วิศนะไม่ได้ตอบโต้อะไรออกไปเขาหัวเราะขำในใจกับลูกตื้อของเพื่อนสนิททั้งสองที่หลายเดือนมานี้พยายามจะชวนเขามาเล่นเกมด้วยให้ได้หลายต่อหลายครั้งซึ่งตลอดมาเขาก็ปฏิเสธอย่างชัดเจนมาโดยตลอดซึ่งก็ดูเหมือนว่าครั้งนี้เ้าสองแสบนี้ก็กำลังจะถอดใจอยู่ในไม่ช้า
“มาอยู่นี่เองนุช ฉันตามหาตัวแทบแย่แหนะ!”
ทว่ายังไม่ทันที่ทั้งสามจะเดินออกไปได้ไกลนัก จู่ๆก็มีเสียงหวานเอ่ยดังขึ้นจากทางด้านหลัง และยังเป็เสียงที่ทำให้เ้าวิศนะก็สะดุ้งโหยงชะงักฝีเท้าและรีบดึงเ้าธันวามายืนขวางทางไว้เพื่อหลบอยู่หลังหมอนี่อย่างรวดเร็ว
ส่วนสาเหตุที่ทำให้นายวิศนะต้องสติหลุดไปชั่วครู่ก็คงจะมาจากเ้าของเสียงหวานๆที่เอ่ยเรียกนุชจรีขณะกำลังเดินมาอยู่นี่เอง เธอเป็สาวน้อยผมยาวลงมาถึงกลางหลังปล่อยให้มีบางส่วนลงมาคลอแก้มใสๆดวงหน้าหวานสวยที่มีการแต่งเติมด้วยเครื่องสำอางบางๆ และดวงตากลมโตกับแพขนตายาวงอน
“เธอเพิ่งจะสอบเสร็จเหรอนุช?” หญิงสาวผู้มาใหม่เอ่ยทักเสียงหวาน
“อื้อ เมื่อกี้นี้เอง”
นุชจรีพยักหน้ารับพลางเหลือบไปมองเ้าวิศนะที่แอบอยู่ด้านหลังของธันวาอย่างงงๆซึ่งบัดนี้เ้าคนที่เคยมาดดีมาโดยตลอดกลับสิ้นลายไม่เป็ท่า ร่างสูงใช้แผ่นหลังเพื่อนรักเป็บังเกอร์หลบะุจนทำเอานายธันวาต้องเหลือบตากลับมามอง
“เมื่อไหร่แกจะเลิกวิ่งมาหลบหลังก้นฉันเวลาเจอหน้าออนเขาซักทีวะไอ้นะ”ว่าแล้วก็หัวเราะพรืด “แต่บอกตามตรงนะ เซ็นเซอร์จับสัญญาณของแกนี่ยังแรงเหมือนเดิมได้ยินเสียงปุ๊บวิ่งหลบปั๊บ”
“เสือกแหนะไอ้ธัน!ไม่ต้องหันมาทางนี้เลย เดี๋ยวเขาก็จับสงสัยเราได้หรอก”
ธันวายิ้มกว้างทันที
“ว่าตูเจือกเรอะ งั้นฉันไปบอกออนให้เอามั้ยว่าแกแอบชอบเธอมาั้แ่อยู่ปีหนึ่งแล้ว”
“เฮ้ย อย่าเชียวนะเว้ย ไอ้ธัน! แกคิดจะฆ่าเพื่อนทางอ้อมเหรอวะ”
“ทางอ้อมบ้าอะไรวะ แกชอบเธอก็ไปบอกเธอตรงๆ สิ แกนี่มันหล่อเสียของเป็บ้า”
“ไอ้ธัน...ของแบบนี้ไม่ได้ทำกันง่ายๆ นะเฟ้ย”วิศนะบ่นกระปอดกระแปดเรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนรักได้เป็อย่างดีแต่ดูเหมือนบังเกอร์หลบะุของวิศนะมันจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้วในเมื่อตอนนี้สาวน้อยคนสวยที่ชื่อวรัญญาเหมือนจะรู้ตัวแล้วว่าเขาก็อยู่ตรงนี้ด้วยอีกคน
“สวัสดีจ้ะ วิศนะ ธันวา” วรัญญาทักสองหนุ่มเสียงใส
“สวัสดีจ้า ออน”ธันวาทักกลับ
“...ส...ส...ส...สวั...”
ผิดกับไอ้บ้าบางคนที่ได้แต่ติดอ่างอยู่อย่างนั้นเองร้อนถึงธันวาให้เอาศอกกระแทกมันแรงๆ ให้สติสตังมันกลับมาเข้าที่
“อ่า...สวัสดีครับออน ส..สอบวันนี้เหมือนกันเหรอ”
“ค่ะ สอบวันนี้วันสุดท้ายแล้ว”
พูดจบเธอก็ยิ้มหวานให้เล่นเอาเ้าตัวดีถึงกับเคลิ้มหมดเรี่ยวแรงไปเสียเฉยๆ โชคดีว่าคว้าไหล่ของเ้าเพื่อนรักเป็ฐานจับได้พอดีส่วนเ้าคนเป็ฐานให้จับก็หลุดหัวเราะพรืด ทิ้งให้สองสาวก็ได้แต่เอียงคอสงสัยและหันไปคุยกันเองแบบไม่ใส่ใจมากนัก
ออน หรือ วรัญญา สาวน้อยคนสวยผู้มีดรีกรีเป็ถึงดาวคณะนิเทศศาสตร์คนนี้เป็สาวที่นายวิศนะแอบชอบอย่างที่เก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่เธอเป็ทั้งคนสวยและนิสัยดีน่ารักด้วยเหตุนี้จึงเป็ที่หมายปองของหนุ่มๆ ทั้งมหาวิทยาลัยอย่างไม่ต้องสงสัยจะติดก็ตรงที่ไม่มีใครสามารถพิชิตใจของเธอได้ซักทีและแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นก็รวมวิศนะไปด้วย
ไอ้ความพยายามจะสารภาพรักกว่าสามสิบครั้งของวิศนะนั้นเพื่อนรักอย่างธันวาเองก็กล้ายืนยันเลยว่าหมอนี่ได้รับประทานแห้วทุกรอบ ...ไม่ใช่ว่าเพราะโดนปฏิเสธแต่อย่างใดทว่าเป็เพราะว่ามันไม่มีความกล้าจะไปพูดต่อหน้าเธอตรงๆ ซักที พอจะเข้าไปก็เป็อย่างที่เห็นหมดเรี่ยวหมดแรงเสียทุกรอบไป
“เห็นกี่ทีก็ไม่มีเบื่อเลยว่ะ” ธันวาว่า
“นั่นสิเห็นกี่รอบก็ไม่เบื่อจริงๆเมื่อกี้เธอยิ้มให้ฉันด้วย แกเห็นรึเปล่า..?”
“ฉันหมายถึงไอ้อาการไก่อ่อนของแกต่างหากเห็นกี่ทีฉันก็ไม่เบื่อจริงๆ ว่ะ ฮาแตก!”
วิศนะชะงักกึกกลับมามองใบหน้ากวนบาทาของเพื่อนรักทันที
“แกเห็นความรักของฉันเป็เื่ตลกหรือไงวะ?”
“เออใช่ แบบนี้แหละแถวบ้านฉันเรียกว่าเื่ตลก” ธันวาหัวเราะก๊าก “ไอ้นะตอนแกอยู่เชียงใหม่แกเคยกินขนมจีนมั่งมั้ย หรือเคยกินแต่น้ำเงี้ยว เออทีหลังหัดกินน้ำยาบ้างนะโว้ย ไม่ได้เื่เลย เป็ฉันป่านนี้เดินหวานกันทั่วมหา’ลัยแล้ว!”
“แบบที่แกทำกับยัยนุชน่ะเหรอ”
คำย้อนนั้นเล่นเอาธันวาชะงักพร้อมกับเบ้ปาก
“แหมกวนบาทาได้ขนาดนี้ฉันว่าฉันเดินไปบอกออนดีกว่าว่าแกแอบชอบเธอจนแทบขาดใจแล้ว”
“ถ้าแกอยากเห็นฉันใช้วิชาการต่อสู้ที่เรียนมาจากแม่ก็ลองดู”ว่าแล้วก็ถอนใจยาวเหยียด “นี่ว่าแต่แกยังไม่ได้บอกใครเื่นี้แน่นะไอ้ธัน ฉันชักจะไม่ค่อยไว้ใจแกแล้วเนี่ย”
“ไอ้นะ ถึงฉันปากฉันจะหมาแต่ก็ไม่รั่วนะเว้ย”
“แหนะ มันยังด่าตัวเองได้หน้าตาเฉย” วิศนะผงะไปนิดๆ
“เออน่ะ ยังไงซะเื่ความลับน่ะฉันเหยียบมิดอยู่แล้ว”
“ให้มันจริงเถอะ แล้วยัยนุชน่ะแกก็ไม่ได้บอกใช่มั้ย”
“โอ้ย ถ้าฉันบอกแม่นั่นป่านนี้คนเขาก็ได้รู้ทั่วมหา’ลัยแล้วล่ะ”
พูดแล้วสองเพื่อนรักก็ยิ้มอย่างรู้กัน พวกเจาต่างรู้จักนิสัยของยัยนุจรีกันเป็อย่างดีไอ้นิสัยชอบเป็แม่สื่อแม่ชักเนี่ยเ้าประคุณเธอโปรดนัก แถมวีรกรรมของแม่นี่มันน่าสยองน้อยเสียเมื่อไหร่จริงอยู่ที่คุณเธอเพิ่งจะทำให้รุ่นน้องผู้ชายในคณะได้สมหวังในรักไปเมื่อเร็วๆ นี้แต่มันก็แถมมาด้วยความอับอายมากมายมหาศาลชนิดไม่อยากพูดถึง...
ทำไมน่ะเหรอ?
ก็คุณเธอไปให้เพื่อนที่อยู่ชมรมประสานเสียงไปประกาศความรักของทางฝ่ายชายกลางโรงอาหารหรือจุดศูนย์กลางของมหาลัยใน่เวลาพักกลางวันเลยน่ะสิแม้ผลสุดท้ายเื่จะจบลงด้วยดีแต่เขาไม่มั่นใจว่าฝ่ายหญิงยอมรับรักเพราะว่าแอบมีใจให้เหมือนกัน หรือเพราะทนอับอายไม่ไหวกันแน่
คิดๆ แล้ววิศนะก็ขนลุกซู่ นี่ถ้าหากยัยนุชจรีมาขอเป็แม่สื่อให้เขากับวรัญญาด้วยเขาขอยอมตายเสียดีกว่า ไม่รู้จะได้บอกรักด้วยวิธีพิสดารแบบไหน ยิ่งวรัญญาเป็เพื่อนรักของนุจรีด้วยแล้วแม่นี่คงหาวิธีบอกรักให้เขาแบบอลังการงานสร้างชนิดบัลลังก์เมฆเดอะมิสิคัลยังต้องอายเป็แน่!
“งั้นไว้วันนี้เราไปกันอีกนะนุช เมื่อวานไอเท็มที่ได้จากมอนสเตอร์ตัวนั้นมันดีมากเลยล่ะ”
“เอาสิๆ เห็นว่ากำลังจะมีเควสใหม่มาเปิดให้เล่นด้วยนะแล้วมันก็ทำเควสกับมอนสเตอร์พวกนั้นด้วยพอดีแบบนี้เท่ากับยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยจริงมั้ยฉันยังใช้สกิลของอาชีพใหม่ไม่ค่อยคล่องเลยอ่ะ”
“นั่นสินะ จริงๆ ฉันเองก็ยังติดๆ ขัดๆกับสกิลใหม่อยู่เลย”
“นี่ๆ เมื่อวานฉันไปเจอไอเท็มดีๆก่อนจะออฟไลน์ขายอยู่ในตลาดด้วย เดี๋ยววันนี้จะโชว์ให้ดูนะ ฉันว่าเธอจะต้องชอบแน่ๆเลย เสียดายว่ามันมีขายอยู่ชิ้นเดียวไม่งั้นฉันจะซื้อมาฝากเธอแล้วเชียว”
“เอ๊ะจริงเหรอๆ แล้วมันคืออะไรอ่ะ?”
วิศนะที่พยายามจะเอียงหูฟังบทสนทนาของสองสาวนั้นเป็อันต้องเลิกคิ้วขึ้นมากับศัพท์เฉพาะทางจำนวนมากที่ทำให้เขาถึงกับตื้อจนไปไม่ถูกสุดท้ายก็เลยเบ้ปากหันไปกระซิบกับเพื่อนรักทันที
“ไอ้ธันๆ ยัยนุชคุยอะไรกับคุณออนวะ”
“ก็คุยเื่ไพรด์ไง”
ธันวาตอบแบบไม่ใส่ใจมากนัก ซึ่งมันก็ทำให้วิศนะชะงักไปวูบหนึ่ง
“นี่คุณออนเธอก็เล่นไอ้เกมนี่ด้วยเหรอ?!”
คงเพราะใมากไปหน่อย วิศนะจึงเผลอสะดุ้งสุดตัวเสียจนสองสาวต้องหันมามองทำเอาเขาต้องรีบโบกมือไปมากลบเกลื่อนแทบไม่ทัน ก่อนจะลากคอเ้าธันวาไปอีกทาง
“อะไรอีกวะไอ้นะ ท่ามากจริงนะแกเนี่ย?” ธันวาเบ้ปาก
“คายมาให้หมดเลยนี่พวกแกไปเล่นเกมด้วยกันงั้นเรอะ ทำไมฉันไม่เห็นรู้เื่เลย”
“ก็แกไม่ได้ถาม”
“งั้นก็เป็ความจริงสิเนี่ย!”
ธันวาเกาหน้าแกรกๆ
“ก็ไม่เห็นแปลกตรงไหน ใครๆ เขาก็เล่นกันทั้งนั้นมันก็มีแต่แกนั่นแหละที่หลังเขา อีกอย่างพวกเราก็อยู่ปาร์ตี้เดียวกันไปเก็บเลเวลด้วยกันบ่อยๆ บางทีก็ไปล่าบอส...”
“ไอ้ธัน ฉันขอภาษาคนว่ะ”
ธันวาถอนใจยาวเหยียดส่ายหน้าคล้ายอ่อนใจ
“ก็เล่นเกมด้วยกันนั่นแหละ เอาง่ายๆ อยู่ทีมเดียวกันไปไหนด้วยกันตลอด เข้าใจยัง?”
“จริงดิ!”
ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลาในตอนกลางคืน มันยอดเยี่ยมอะไรขนาดนี้ ทำไมเขาคิดไม่ถึงว่าวิธีแบบนี้มันก็มีด้วยนี่หว่าม...ไม่สิ ไม่ได้ ถ้าขืนเราเข้าไปให้วรัญญาเห็นสภาพทุเรศๆ ของตัวเองในเกม มันก็จะกลายเป็การขุดหลุมฝังตัวเองชัดๆ
คิดๆ แล้วก็ถอนใจ เลิกคิดเื่ตามไปจีบเธอในเกมดีกว่าท่าทางจะยากโดยเฉพาะอย่างยิ่งไอ้คนมีฝีมือเล่นเกมอ่อนกว่าเด็กอนุบาลอย่างเขา
ขณะที่วิศนะกำลังอยู่ในโลกส่วนตัวของตัวเองอยู่นั้นเอง ธันวาเหลือบไปเห็นปากพะงาบๆราวกับปลาทองของหมอนี่เข้าเขาก็พอจะเข้าใจแล้วว่าหมอนี่กำลังคิดอะไรอยู่ สมองอันชาญฉลาดของจึงนึกอะไรสนุกๆขึ้นมาได้พอดี รอยยิ้มเ้าเล่ห์เลยแย้มขึ้นประดับใบหน้าของหนุ่มลูกเสี้ยวอเมริกัน
“นี่ แล้วฉันจะบอกอะไรให้อีกอย่างนะไอ้นะ ในเกมน่ะออนเธอป๊อปมากเลยรู้เปล่า”
“อะไรนะ?” วิศนะกะพริบตาปริบๆ
“ก็ในเกมน่ะเขาแต่งตัวได้ตามใจเลยใช่มั้ยล่ะแล้วเสื้อผ้าของออนแจ่มสุดๆ ปกติเธอเองก็น่ารักเป็ทุนเดิมอยู่แล้วบอกได้คำเดียวว่าหนุ่มๆ งี้ตามติดเกรียว!”
“จรืงดิ!!”
เสียงวิศนะแหกปากลั่นเล่นเอาสองสาวสะดุ้งโหยงหันมามองอีกคำรบดีว่าธันวาตะครุบปากไอ้เ้าบ้านี่ได้ทัน ก่อนจะโบกมือหย็อยๆ ให้พวกสาวๆ เห็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“แล้วฟังให้ดีนะ ไอ้นะ”ว่าแล้วก็กระซิบข้างหูวิศนะต่อ “ฉันไม่ค่อยมั่นใจหรอกแต่ก็พอจะเดาได้แกไม่สังเกตบ้างเหรอว่าทำไมมีคนมาตามจีบออนเท่าไหร่แต่เธอก็ไม่สนใจใครเลยดีไม่ดีนะฉันว่าบางทีเธออาจจะมีแฟนอยู่ในเกมแล้วก็ได้ จริงมั้ย”
“พูดเป็เล่นใครจะไปมีแฟนในเกมได้วะ”
“โอ้ยไอ้นะเอ๊ย!”ธันวาส่ายหน้าแรงๆ อย่างขัดใจ “แกหายไปทุดงในป่ามาหรือไงวะนี่มันยุคดิจิตอลแล้วนะเว้ย แฟนเธออาจจะเรียนอยู่เมืองนอกหรือไม่ก็อยู่ต่างจังหวัดก็ได้ ก็เลยมานัดเจอกันในเกมทุกคืนแทน”
“ม...ไม่หรอกมั้ง” เ้าคนหูเบาเริ่มติดกับจนธันวาต้องยิ้มร่า
“ฉันล่ะไม่อยากจะคิด เกมนี้เขาออกแบบมาดีมากนะเฟ้ยจะจับไม้จับมือกันหรือแม้แต่จูบกัน ความรู้สึกมันก็สมจริงโคตรๆถึงจะไม่สามารถมีอะไรมากกว่านั้นได้ก็เถอะแต่บอกตามตรงแค่คิดว่าเธอจะไปหวานกับแฟนของเธอในเกมแล้ว ...ผมนี่ขนลุกเลย”
ได้ยินแค่นั้นวิศนะก็ถึงกับอึ้งกิมกี่
“...ม...ไม่จริง เป็ไปไม่ได้เธอไม่มีทางทำแบบนั้น”
“นั่นสินะ” ธันวายิ้มกว้าง“เธออาจจะยังไม่มีแฟนก็ได้ แต่มันก็ไม่แน่เพราะว่าในเกมเธอป๊อปกว่าที่มหาลัยอีก ในมหาลัยอาจจะไม่มีคนถูกใจเธอแต่ในเกมอาจจะมีคนที่เธอปิ๊งอยู่ก็ได้”
“...ไม่จริง”
“เชื่อฉันเถอะไอ้เพื่อนเลิฟ ฉันเตือนแกด้วยความหวังดีนะเนี่ย”
“...ไม่จริ๊ง!!”
รอบนี้หลังจากร้องกรี๊ด(?)ออกมาเสียงหลงแล้ววิศนะก็วิ่งจู๊ดหายไปจากสายตาของธันวา พร้อมๆ กับสองสาวที่สะดุ้งโหยงเป็รอบที่สามก่อนจะเห็นไอ้บ้าบางคนวิ่งหน้าตั้งหายไปท่ามกลางเสียงหัวเราะสะใจของนายธันวาตัวแสบที่เพิ่งจะประสบความสำเร็จวิชาการตุ๋นเพื่อนได้อย่างแเีที่สุด!
“ไอ้นะ มันเป็อะไรของมัน?” นุชจรีหันมาถามด้วยสีหน้าสงสัย
“อย่าห่วงเลยนุช อีกไม่นานเธอก็รู้ ...แหมทำไมฉันคิดไม่ถึงนะว่ามันก็มีวิธีนี้อยู่ด้วย คนอะไรไม่รู้หัวใสจริงๆ!”
“อะไรของแก”
“เออน่า เดี๋ยวเธอก็รู้เอง รับรองไม่เกินวันพรุ่งนี้”
ได้ยินแบบนั้นสองสาวก็เหลือบมามองหน้ากันตาปริบๆขณะที่เ้าตัวแสบยังคงแผดเสียงหัวเราะดังลั่นตึกเรียนชนิดหาความสะใจเท่านี้คงไม่มีอีกแล้ว
“ป๋าเหรอครับ นี่นะเองนะ”
วิศนะที่วิ่งออกมาจากตึกเรียนในมหาวิทยาลัยอย่างรวดเร็วปานติดจรวดกำลังตรงดิ่งไปยังรถของเขาซึ่งจอดอยู่ในอาคารจอดรถมือข้างที่ไม่ได้ใช้สะพายกระเป๋าเหมือนทุกทีคว้าโทรศัพท์มือถือได้ก็ะโดังลั่นหลังจากได้ยินฝั่งตรงข้ามตอบรับกลับมา
“อ้าว ไอ้ลูกชายสุดที่เลิฟ มีอะไรให้ป๋าช่วยเหรอวันนี้ฝนตกแน่ๆ ที่แกโทรหาป๋าแบบนี้”
น้ำเสียงร่าเริงจากปลายสายทำให้วิศนะต้องชะลอฝีเท้าลงตรงหน้ารถฮอนด้าซีลวิคสีดำของเขา
“อย่าเพิ่งกวนประสาทตอนนี้ได้มั้ยป๋าผมมีเื่้าให้ช่วยจริงๆ” วิศนะว่าอย่างร้อนรน
“ว่าแล้วเชียว มีอะไรให้ป๊ะป๋าคนนี้ช่วยเรอะไอ้ตูดหรือว่าตัดสินใจจะย้ายมาอยู่ในคฤหาสน์กับป๋าแล้ว แหมดีเลยป๋าจะให้คนไปขนของในคอนโดของแกเดี๋ยวนี้แหละ”
“ถ้าขืนผมไปอยู่บ้านหลังนั้นจริงๆแม่คงฆ่าผมแน่ๆ” วิศนะเบ้ปาก “อีกอย่างเมียใหม่ของป๋าเขาก็ไม่ค่อยชอบหน้าผมเท่าไหร่ไม่ใช่หรือไง”
“อ้อ งั้นก็คงเื่เงินสินะ ป๋าบอกแล้วว่าเงินที่แม่แกส่งมาให้จากเชียงใหม่มันจะไปพอยาไส้อะไรเอางี้เดี๋ยวป๋าจะโอนเข้าบัญชีให้ เอาเลขบัญชีมาสิ”
“ไม่เอาหรอกเงินป๋าน่ะแม่เขาย้ำนักย้ำหนาว่าห้ามไปขอเงินป๋าเด็ดขาด ไม่งั้นเขาจะลากผมกลับเชียงใหม่ทันที”
“ถ้างั้นเื่อะไรล่ะ หรือแกไปทำใครท้องแล้ว้าให้ป๋าไปคุยให้ได้เลยไอ้นะเดี๋ยวป๋าเคลียร์ให้เอง ป๋าเข้าใจว่าคนมันหล่อ มีสาวๆ มารุมเพียบป๋าไม่ว่าอะไรแกร๊อก”
“ม่ายช๊ายย!เลิกเดาสุ่มสี่สุ่มห้าซักทีเซ่!” เส้นความอดทนสุดท้างขาดผึงพร้อมกับเสียงตะคอกแหลมปรี๊ดจะโต้กลับไปดังลั่นลานจอดรถจนน้า รปภ. ที่แอบงีบอยู่สะดุ้งโหยงหันมองซ้ายขวาเลิ่กลั่กทำเอาคนปลุกโดยไม่เจตนาต้องรีบยกมือขอโทษเป็การใหญ่
“แล้วแกมีอะไรให้ป๋าช่วยล่ะ เื่ด่วนรึเปล่าท่าทางแกร้อนรนชอบกลนะ ไอ้ตูด”
บิดาผู้เป็ที่รักชักใจคอไม่ดีเมื่อเห็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนมีท่าทีแปลกๆ
“ป๋า พอจะมีไอ้เครื่องเกมไพรด์อะไรนั่นเหลือมั่งมั้ย”
“เครื่องเกม?” ป๊ะป๋าทวนคำเสียงสูง “ถามทำไมวะ?”
“มีหรือเปล่าล่ะ ผมอยากได้ซักเครื่องนึงตอนนี้มีเื่จำเป็ต้องเข้าไปเล่นเกมอ่ะ”
พูดจบ ฝ่ายตรงข้ามก็เงียบไปราวกับปลายสายถูกตัดนิ่งไปนานจนวิศนะอดไม่ได้ต้องดึงมือถือออกจากหูเพื่อมองให้ชัดว่าสายของเขายังไม่หายไปไหน
“จริงรึเปล่า ไอ้นะ!”
“อื้อหือ~ ดีนะเอาออกจากหูพอดีไม่งั้นหูแตกแน่ ะโซะลั่นโลก”
วิศนะบ่นทั้งชักสีหน้าปุเลี่ยนๆ ไม่นึกแปลกใจกับไอ้อาการติ๊งต๊องแบบนี้ของบิดาเท่าไหร่ไม่นานเขาก็ทำใจได้และกรอกเสียงลงไปอีกครั้ง
“สรุปว่ามีรึเปล่าล่ะป๋า ไอ้เครื่องเกมไพรด์พร้อมเมมโมรี่สติ๊กอะไรนั่นน่ะ”
“มีๆๆ!!ป๋ามีให้แกทุกอย่างเลยไอ้นะ!แกสนใจที่จะเล่นเกมของบริษัทป๋าแล้วใช่มั้ย”
“เอ่อ...ก็”วิศนะกลอกตาไปมา “คงอย่างนั้นแหละป๋า ผมอยากจะลองเล่นดูเพื่อนๆ มันก็ชวนกันหลายคนด้วย ไปลองเล่นซักครั้งก็คงไม่เสียหายอะไร”
ว่าแล้วก็แอบอมยิ้มเื่อะไรจะบอกว่าที่้าเข้าไปเล่นเพราะจะไปสังเกตการณ์ผู้หญิงที่(กะจะ)จีบ(แต่ไม่กล้า)อยู่แล้วก็จะไปกันท่าไอ้พวกแมลงเ้าชู้พวกนั้นด้วย!
“โอ้ยนะเอ๊ย ป๋าดีใจจนจะร้องไห้อยู่แล้ว!”
“อย่าเว่อร์น่ะป๋า”วิศนะพูดเสียงหน่ายๆ “แล้วช่วยส่งมาให้ที่คอนโดหน่อยได้มั้ยผมี้เีขับไปที่บริษัทป๋าน่ะ มันไกล”
“เื่นั้นไม่ใช่ปัญหาเลย ไอ้ลูกชายป๋าจะให้คนรถมันขับไปส่งวันนี้เลยก็ยังได้”
“ก็้าวันนี้เนี่ยแหละป๋า เร็วๆ หน่อยยิ่งดี”
“บ๊ะ!พอสายเืของพ่อมันตื่นขึ้นไฟในการเล่นเกมของแกมันก็ลุกโชนเลยเหรอวะ ไอ้นะยอดเยี่ยมจริงๆ พ่อล่ะกลัวแกจะได้เชื้ออาร์ตตัวแม่มาจากคุณนายวิมลมากเกินไปด้วยซ้ำ”
วิศนะถอนใจอย่างเบื่อหน่าย กับไอ้คำพูดไร้สาระจากป๊ะป๋าของเขา
“งั้นมาส่งวันนี้เลยนะป๋าให้คนรถฝากไว้ที่เคาน์เตอร์ชั้นหนึ่งก็ได้ ผมต้องไปทำธุระให้แม่น่ะครับอีกนานกว่าจะกลับคอนโด”
“ได้เลย ไอ้ตูด ป๋าจัดให้เดี๋ยวนี้แล้วอย่าลืมมาช่วยงานป๋าที่ออฟฟิศบ้างนะ”
“ครับๆ สวัสดีครับ”
พูดแล้ววิศนะก็รีบตัดสัญญาณการสื่อสารลงพร้อมกับเป่าปากโล่งใจ...ดีนะที่ป๋าเขามีเครื่องเกมให้ แถมยังมาส่งมาภายในวันนี้ด้วย
ดีล่ะ วันนี้จะเข้าไปสังเกตการณ์ในเกมเลยจะดูซิว่าวรัญญาสุดที่รักของเขาจะมีไอ้พวกแมลงวันมาตอมจริงรึเปล่า...!