เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาที่เรียกได้ว่าไม่ถึงสิบนาทีหลังจากที่พลังปรากฏออกมามือสีแดงมากมายปรากฏขึ้นไล่ล่ามุ่งเป้าไปยังคนที่มีสายเลือดปีศาจทั้งหมดและรวมถึงตอนที่ภายในหอคอยมันสว่างเจิดจ้าแสงสีดำพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าราวกับเป็นสักขีพยานของการมาถึงของอะไรบางอย่าง
คนที่มองไปยังลำแสงสีดำต่างหวาดหวั่นใจกันทั้งนั้นเป็นเพราะพลังของมันไม่ต่างกับการที่ยืนเผชิญหน้ากับเทพแห่งความตายที่กำลังจ้องมองลงมายังพวกเขา แน่นอนว่าไม่มีใครต้านทานได้ยิ่งเป็นคนที่มีจิตวิญญาณและดวงวิญญาณที่อ่อนแอยิ่งได้รับผลรุนแรงจนหมดสติไปจำนวนมาก
เวลาที่อึดอัดมันผ่านไปชั่วครู่เท่านั้นท้องฟ้าก็กลับมาเป็นปกติเช่นเดิมราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น หลังจากนั้นซากปรักหักพังมากมายของบ้านเรือนรวมไปถึงหอคอยชั้นสิบและชั้นใกล้เคียงป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี
อีกด้านหนึ่งนอกเมืองหลังจากเกิดการต่อสู้ของอเล็กซานดร้าและเอเลน่าจบลง
“เป็นพวกปีศาจพวกนี้ที่ก่อความวุ่นวายจนต้องเปิดใช้งานพลังเวทมนตร์มหาศาลแบบนั้น และตอนนั้นที่พลังมันถูกเปิดใช้งานพวกมันก็วิ่งเข้าไปหาพวกปีศาจเพื่อจู่โจมทันทีแค่นี้มันก็แสดงให้เห็นว่าพวกมันก่อความวุ่นวายบางอย่างจนทำให้อาคมเวทมนตร์ป้องกันตัวถูกเปิดใช้ออกมา”
“ข้าเองก็ขอพูดอีกเสียงคนพวกนี้ได้เดินทางมาเมื่อไม่นานมานี้เองและอยู่ได้ไม่นานก็คิดจะออกเมืองไปเห็นได้ชัดว่ากำลังวางแผนอะไรบางอย่างพอเสร็จแผนแล้วก็คิดจะหนีออกไปรอชมพวกเราพินาศไป ชั่วร้ายจริงๆ”
“ถูกแล้วถูกแล้ว กำจัดมัน”
“ข้าเองก็เห็นด้วย”
…..
เสียงร้องตระโกนด้วยความไม่พอใจของผู้คนมากมายกระจายไปเรื่อยๆและก็มีคนกลุ่มหนึ่งที่เป็นเป้าหมายรองรับอารมณ์ของคนพวกนี้พวกเขาคือกลุ่มปีศาจที่เดินทางมากับอเล็กซานดร้าและเอเลน่า พวกเขาคือคณะนักเดินทางและยังรวมไปถึงเผ่าปีศาจจากเมืองแห่งสันติจำนวนมากก็อยู่ในกลุ่มนี้เหมือนกัน พวกเขาในตอนนี้ถูกรายล้อมไปด้วยคนจำนวนมากหน้าหลายตาจากแต่ละเผ่าพันธุ์
“ท่านอัครราชทูต พวกเราจะทำเช่นไรกันดีหรือครับ”
“ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นแค่รอเจ้าหญิงและท่านหญิงเอเลน่ากลับมารวมกับพวกเราเท่านั้น”
“แต่ท่านครับตอนนี้พวกเราถูกล้อมเอาไว้ด้วยคนพวกนี้ หรือว่าที่แท้.....”
“เงียบปากพวกเจ้าเอาไว้มิเช่นนั้นเจ้าจะได้ตายแน่ ที่นี่ไม่ใช่ดินแดนแห่งความมืดของพวกเรา นี่เป็นแดนที่ปราศจากการสู้รบและความขัดแย้งถ้าขืนพวกเราทำอะไรโดยพละการมันจะส่งผลเสีย ตราบเท่าที่พวกมันไม่ลงมือพวกเราก็ไม่ต้องไปเดือดร้อนหากพวกมันคิดจะลงมือพวกเราก็แค่ใช้ข้ออ้างที่ว่าป้องกันตัวเองก็จบไปถึงตอนนั้นจะสังหารพวกโง่เง่าพวกนี้ไปอย่างไรก็ได้”
“ครับพวกข้าเข้าใจแล้ว พวกข้ารอรับคำสั่งจากท่านทุกเมื่อ”
สถานการณ์ตอนนี้อาจเกิดการปะทะได้ทุกเมื่อโดยเฉพาะทางฝั่งของคณะเดินทางที่มากับอเล็กซานดร้าและเอเลน่าพวกเขาได้ดำเนินตามแผนการที่อเล็กซานดร้าวางเอาไว้โดยการนำเผ่าปีศาจหวนคืนกลับดินแดนแห่งความมืด ทำให้ในจังหวะที่อาคมเวทมนตร์ที่ถูกใช้ที่เป็นพลังในลักษณะมือสีแดงไม่อาจตามพวกเขาทันได้เนื่องจากออกมาจากอาณาเขตเมืองเป็นที่เรียบร้อย
ทว่าพวกเขาก็ราวกับว่าวิ่งเข้ามาสู่กับดักอีกครั้งมันเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ก็ไม่อาจทราบได้ พวกเขาถูกล้อมไปด้วยผู้คนมากมายจากหลายเผ่าพันธุ์นับร้อยเผ่าแต่ละเผ่าพันธุ์ก็มีจำนวนมากมายจนมองไม่เห็นจุดสิ้นสุดของจำนวนผู้คน คนพวกนี้ถูกชักนำให้มาที่นี่แม้แต่เด็กสองขวบสามขวบยังคิดได้เลยว่าเป็นแผนการของใครบางคนอีกทีหนึ่ง
แน่นอนว่าถ้าเปิดศึกต่อให้ปีศาจจะตีฝ่าออกไปได้ก็เสียหายไปมากมายดีไม่ดีอาจมีกับดักซ่อนไว้อีกไม่แปลกใจเลยที่ทำไมอเล็กซานดร้าถึงได้ให้พวกเขารีบออกมานอกเมืองหากอยู่ในเมืองอาจโดนมือสีแดงจู่โจมได้นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่ที่ใหญ่คือพวกเขาต่อสู้กลับไม่ได้แต่ถ้าออกมายังภายนอกเมืองต่อให้มีเหตุการณ์อะไรก็ตามตราบที่ไม่จู่โจมก่อนก็ไม่มีใครเอาผิดปีศาจได้และกลับกันหากมีใครจู่โจมพวกเขานอกเมืองแบบนี้พวกเขาก็โต้กลับได้ทันทีและไม่มีความผิดอะไร
เสียงของความไม่พอใจก็ยิ่งรุนแรงและมากมายมากขึ้นขยายเป็นวงกว้างออกไป พวกเขาทั้งหลายพยามยั่วยุปลุกปั่นสาดโคลนสารพัดอะไรก็ตามที่พวกเขานึกได้ถึงข้อเสียของปีศาจและยังยกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองขึ้นมาด้วย
“จะกลัวไปทำไมพวกปีศาจพวกนี้ก็แค่กลุ่มคนที่มีจำนวนน้อยแต่ก็เป็นพวกระดับสูง แค่สังหารพวกมันไปก็ล้างความชั่วร้ายไปได้แล้ว”
“ความชั่วร้ายของพวกมันไม่ควรเอาออกมาแปดเปื้อนพวกเรา พวกเราควรกำจัดมันออกไปและกลายเป็นวีรบุรุษผู้ทำลายความชั่วร้ายชื่อของพวกเราจะสลักไว้ในประวัติศาสตร์”
อาวุธมากมายถูกนำออกมาเหล่าผู้คนจากทุกเผ่าพันธุ์ต่างปลดปล่อยจิดสังหารจนครอบคลุมม่านฟ้าทั้งหมดเอาไว้เวทมนตร์มากมายถูกโคจร
ในระหว่างที่เหล่าผู้คนจะลงมือโจมตีทันใดนั้นเองหนังสือขนาดใหญ่เล่มหนึ่งที่มีโซ่ตรวนเอาไว้ก็ปรากฏออกมาจากอากาศธาตุและแน่นอนว่าทุกคนย่อมรู้จักมัน
บัญญัติกฎเกณฑ์พันธสัญญาแห่งสันติ!!
“จงเปิดออก”
ไม่นานนักร่างของหญิงสาวที่มีผมสีขาวสวมชุดคลุมสีดำก็ปรากฏออกมาจากนั้นนางก็เปล่งเสียงเป็นข้อความปลดผนึกหนังสือ โซ่ตรวนที่พันธนาการหนังสือเล่มใหญ่ก็ถูกปลดออกย้อนกลับไปหาหญิงสาวเจ้าของเสียง หนังสือเล่มใหญ่เปิดหน้ากระดาษของมันอย่างรวดเร็วจนไปหยุดที่หน้าหน้าหนึ่ง
“อืม...อืม....แบบนี้นี่เอง”
จากนั้นหนังสือเล่มใหญ่ก็ปิดเล่มของมันลงไปโซ่ตรวนก็พุ่งกลับไปพันธนาการมันเอาไว้เช่นเดิม
“เอาล่ะ.....ว่าด้วยสนธิสัญญาที่สามร้อยเก้าสิบเจ็ดวรรคที่หนึ่งร้อยแปดสิบสี่ หากเกิดการต่อสู้กันในเขตแห่งสันติที่เป็นของทางวิหารพันธสัญญาแห่งสันติปกครองอยู่นั้นและเป็นสัญญาณของสงคราม คนที่ลงมือก่อนจะถูกตีตราว่าเป็นผู้ก่อสงครามและจะถูกตัดชื่อจากบัญชีคุ้มครองของ วิหารพันธสัญญาแห่งสันติ ว่ากันง่ายๆถ้าหากพวกเจ้าที่มากันมากมายขนาดนี้ลงมือโจมตีปีศาจกลุ่มนี้ข้ารับรองได้เลยว่า วิหารพันธสัญญาแห่งสันติ ของพวกเราจะไม่คุ้มครองพวกเจ้าและเผ่าพันธุ์ของพวกเจ้าจะถูกตราหน้าว่าเป็นคนก่อสงครามพวกข้าก็จะไม่ยุ่งอะไรกับพวกเจ้าอีก และจะเปิดโอกาสให้ทางเผ่าปีศาจตัดสินเองว่าจะทำอะไรกับพวกเจ้าที่ลงมือวันนี้ต่อให้สังหารล้างเผ่าพันธุ์ไป พวกข้าก็จะไม่ห้ามเผ่าปีศาจแต่อย่างใด ที่นี้จะเอาอย่างไรข้าให้พวกเจ้าตัดสินใจกันเอง หวังว่าคงเตรียมคำตอบที่น่าฟังให้ข้านะ”
“เฮือก!”
เสียงที่ฮึกเหิมทั้งหมดเงียบลงไปต่างคนต่างก็มองหน้ากันก่อนที่ทุกคนจะค่อยๆสลายๆตัวกันออกไปเปิดทางให้เผ่าปีศาจเป็นเส้นทางออกไปจากวงล้อมของพวกเขา
วิหารพันธสัญญาแห่งสันติ ชื่อนี้ไม่มีใครไม่รู้จักพวกเขานับว่าเป็นตัวตนเป็นกลางที่เชื่อถือได้มากที่สุดไม่เข้าข้างฝ่ายใด ไม่เอาใครทั้งนั้นพวกเขาแค่ต้องการสันติไร้ซึ่งสงครามถึงได้ไม่ต้องการความขัดแย้งใดๆพวกเขาตรากฎขึ้นมาภายใต้การลงนามของทุกเผ่าพันธุ์ให้รู้โดยทั่วว่ากฎแห่งดินแดนแห่งสันติเป็นตามนี้และถ้าใครฝ่าฝืนโทษที่ตามมาก็ยากที่จะจินตนาการถึงผลที่ตามมาได้
ระหว่างนั้นเองในเส้นทางร่างของเอเลน่าก็ปรากฏตัวออกมาก่อนที่จะพยักหน้าให้กับหญิงสาวที่เป็นตัวแทนของวิหารพันธสัญญาแห่งสันติที่มาในครั้งนี้ จากนั้นนางก็นำเผ่าปีศาจทั้งหมดมุ่งหน้ากลับไปตามทางที่เดินทางมาในตอนแรกๆ หญิงสาวจากวิหารพันธสัญญาแห่งสันติก็จากไปเช่นเดียวกัน
.........
ระหว่างเดินทางกลับพาหนะที่ใช้ยังคงเป็นรถม้าทมิฬปีศาจที่อเล็กซานดร้าและเอเลน่าใช้เดินทางกลับ อเล็กซานดร้าในตอนนี้ก็ยังนอนไม่ได้สติพลังเวทมนตร์ที่อยู่ภายในร่างของอเล็กซานดร้าก็ปั่นป่วนไปหมดสีหน้าท่าทางของนางก็ดูเจ็บปวดตลอดเวลาริ้วรอยพลังงานสีดำแผ่ออกมามีเป็นจุดๆไปทั่วร่างกาย
“ซานดร้านี่เจ้าเป็นอะไรไป แย่แล้วพลังชีวิตค่อยๆลดต่ำลงทั้งที่ทานยารักษาเข้าไปแล้วแต่ก็ยังเป็นแบบนี้หรือว่าจะเป็นเพราะดาบเล่มนี้”
เอเลน่ามองไปยังดาบเล่มสีดำที่จะคงอยู่ในมือของอเล็กซานดร้าในตอนนี้มันก็ยังคงส่องแสงสีดำออกมาอยู่ตลอดทว่ายิ่งมันอยู่บนมือของอเล็กซานดร้านานเท่าไหร่แสงสีดำก็ยิ่งเข้มข้นมากเท่านั้น ยังดีที่มันไม่ได้ส่งพลังงานแปรปรวนออกมาไม่เช่นนั้นทุกคนที่อยู่ในคณะเดินทางได้รู้หมดแน่นอนบางทีอาจล่อเป้ามือสังหารมาที่นี่
“ข้ารู้ว่าซานดร้ามีอาวุธวิเศษอยู่สองอย่างแต่ดาบเล่มนี้มันคืออาวุธอะไรกันแน่ อาวุธที่แผ่พลังงานด้านลบและพลังทำลายล้างออกมาตลอดเวลาถึงเป็นเผ่าปีศาจที่ชื่นชอบความมืดที่มีทั้งพลังงานด้านลบและพลังทำลายล้างอยู่ส่วนหนึ่งแต่นี่พลังที่ปล่อยออกมามันมีมหาศาลเกินไปถึงเป็นปีศาจเองก็ยังรับเอาพลังงานมากมายมหาศาลแบบนี้มาไม่ได้ ถ้าขืนปล่อยไว้แบบนี้ซานดร้าต้องเป็นอันตรายถึงชีวิตแน่ ทำอย่างไรดี ทำอย่างไรดี”
เอเลน่าพยายามเค้นความคิดทั้งหมดหนังสือตำรามากมายที่ได้อ่าน ตำนานมากมายที่มีอยู่ทั่วทั้งโลกใบนี้นึกถึงทุกสิ่งที่นึกได้จนกระทั่งนึกถึงสิ่งหนึ่ง ใช่แล้วพลังชีวิตแค่ใช้พลังชีวิตต้านทานพลังของดาบเล่มสีดำเล่มนี้อเล็กซานดร้าก็จะกลับมาเป็นปกติแต่ว่าจะหาพลังชีวิตมหาศาลได้จากที่ไหนกันในเวลากระชั้นชิดแบบนี้ ร่างกายของอเล็กซานดร้าเองก็จะทนได้อีกไม่นานแล้ว
“จริงสิแบบนี้ต้องได้แน่ ถ้าแค่ใช้ของที่มีพลังชีวิตสูงๆมาช่วยอาจพอช่วยได้”
เอเลน่านำกล่องใบหนึ่งออกมาแล้วควักหาอะไรบางอย่างในนั้นจนไปเจอเข้ากับยาขวดหนึ่งที่เต็มไปด้วยพลังชีวิตมากมาย มันคือ หยดน้ำของพืชศักดิ์สิทธิ์ ที่หาได้จากดินแดนนอกดินแดนแห่งความมืดที่ปกครองโดยปีศาจ หรือจะให้กล่าวง่ายๆคือของพวกนี้หาได้ทั่วไปในดินแดนนอกดินแดนแห่งความมืดและยังเป็นของหายากที่นานถึงสิบปีจะปรากฏออกมาสักครั้งโอกาสเกิดในสิบปีมีไม่ถึงหนึ่งหมื่นหยดในมือของนางตอนนี้มีอยู่แค่ห้าสิบหยด
เอเลน่านำหยดน้ำของพืชศักดิ์สิทธิ์ค่อยๆป้อนเข้าไปในปากของอเล็กซานดร้าทีละหยดจนกระทั่งหยดน้ำของพืชศักดิ์สิทธิ์ในขวดหมดไปอเล็กซานดร้าก็แสดงสีหน้าที่ดีขึ้นมาหน่อยแต่ว่ามันก็เป็นเพียงแค่เวลาสั้นๆเท่านั้นก่อนที่อเล็กซานดร้าจะอาการแย่ลงกว่าเดิมเลือดค่อยๆไหลออกมาจากมุมปากเป็นเวลาเดียวกับที่พลังงานสีดำแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งร่าง
“เป็นไปได้อย่างไร ขนาดว่าใช้พลังชีวิตที่มหาศาลขนาดนั้นยังไม่สามารถทำให้อเล็กซานดร้าอาการดีขึ้นกลับกันนี่มันแย่ลงกว่าเดิมหลายเท่าหรือว่ามันไม่มีทางช่วยเหลือเลย ข้าควรมองดูนางค่อยๆจบชีวิตลงแบบนี้หรือ”
ยิ่งเอเลน่าปล่อยเวลาให้ผ่านพ้นไปนานเท่าไหร่พลังงานสีดำก็ยิ่งเข้มข้นมากขึ้น นั่นทำให้เอเลน่าในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับคนที่สิ้นหวังในชีวิต
“ถ้าเจ้ายังไม่หยุด ข้าก็จะไม่หยุดถ้านางตายข้าก็จะไปด้วยในเมื่อข้าเป็นคนบอกว่าจะอยู่กับนางตลอดไป ข้าก็ต้องรักษาคำพูดนั้นเอาไว้”
เอเลน่ายื่นมือไปแย่งดาบเล่มสีดำมาจากมือของอเล็กซานดร้าและมันก็เป็นตามที่เอเลน่าได้คาดเอาไว้พลังงานสีดำมหาศาลถูกถ่ายโอนมายังร่างของเอเลน่าครึ่งหนึ่งทำให้อเล็กซานดร้าที่แทบจะทนไม่ไหวตอนนี้ดีขึ้นมากกว่าเดิมกลับกันเอเลน่านั้นมีสีหน้าที่หมองหม่นพร้อมกับกัดฟันแน่นเนื่องมาจากความเจ็บปวดที่อเล็กซานดร้ารับเอาไว้มาโดยตลอดถูกถ่ายโอนเข้ามาหาเอเลน่าด้วย ความเจ็บปวดระดับนี้มันเกินบรรยายไปแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาอเล็กซานดร้าทนมาได้อย่างไร?
ร่างกายของเอเลน่าบิดไปมาด้วยความเจ็บปวดนางอดกลั้นไว้ไม่ให้มีแม้แต่เสียงเล็ดลอดออกมามือของนางยังคงกำดาบเล่มสีดำไว้แน่นไม่ยอมแพ้ให้กับมัน ทว่าความเจ็บปวดที่ถ่ายทอดมาครึ่งหนึ่งก็แทบจะทำให้นางทนไม่ไหวนี่มันมากเกินกว่าคนทั่วไปจะรับได้
“เฮ้อ แม่หนูนี่เจ้าอยากตายมากหรืออย่างไร คิดที่จะไปถือเจ้านั่นไว้ในมือ”
เสียงที่แก่ชราของชายชราดังมาจากไหนสักแห่ง แต่เอเลน่าก็ราวกับไม่ได้ยินมันนางพยายามต้านทานและอดทนอย่างสุดชีวิต
“แต่ก็น่าแปลก แม่หนูเจ้าแปลกประหลาดมากกว่าคนอื่นถ้าเกิดว่าให้คนอื่นถือเจ้านั่นไว้ในมือแค่เพียงพลังเสี้ยวหนึ่งของมันรับรองไม่ถึงเสี้ยววินาทีร่างกายระเบิดออกเป็นชิ้นๆแล้ว กระทั่งเทพที่หยิ่งทะนงมากมายที่คิดว่าแน่พวกมันเหล่านั้นถือเจ้านั่นไว้ในมือรับพลังมาแค่เสี้ยวเดียวก็มีสภาพไม่ต่างไปจากครั้งก่อนๆที่ผ่านมาแต่นี่เจ้ารับพลังมันมาถึงครึ่งหนึ่งและยังคงทนได้ขนาดนี้ดูท่าเจ้าจะไม่ใช่เด็กสาวธรรมดาทั่วไปแล้ว”
“ขะ.....ข้าก็ไม่รู้ว่าท่านเป็นใครแต่ตอนนี้ถ้าท่านช่วยอเล็กซานดร้าได้ข้าจะขอบคุณท่านมากและก็ถ้าท่านไม่พูดอะไรที่มันไม่จำเป็นออกมาตั้งนานขนาดนั้นข้าจะขอบคุณยิ่งกว่า”
“ฮ่า ฮ่า ดีมาก เจ้าผ่านบททดสอบของข้าแล้วล่ะแม่หนู ดี เจ้าเหมาะมากที่จะติดตามนาง ไม่ต้องห่วงนี่ก็เป็นแค่บททดสอบเล็กๆน้อยๆจากข้าเท่านั้น หลับให้สบายเถอะ”
เอเลน่าที่สภาพแทบจะดูไม่ได้เพราะความเจ็บปวดที่มากมายเกินไปดวงตาของนางก็ปิดลงหลับใหลไปในทันทีเป็นเวลาเดียวกับที่ดาบเล่มสีทองปรากฏออกมาแผ่พลังชีวิตอันมหาศาลไร้สิ้นสุดห่อหุ้มร่างของอเล็กซานดร้าและเอเลน่าไว้ เพียงพริบตาเดียวดาบเล่มสีดำก็ลอยมาอยู่ข้างดาบเล่มสีทอง พลังงานสีดำมากมายหายไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนบาดแผลทั้งหมดถูกรักษาภายในพริบตาเดียวร่างของอเล็กซานดร้าและเอเลน่าก็ถูกนำมานอนไว้ข้างกันในสภาพที่นอนไม่ได้สติหลับใหลในห้วงลึกอย่างสงบ
ในขณะที่ดาบทั้งสองเล่มมาอยู่ข้างกันก็เป็นเวลาเดียวกับที่เสียงของชายชราอีกเสียงดังขึ้นมา
“น่าสนใจ เป็นครั้งแรกที่มีคนนอกพันธสัญญาที่สามารถถือข้าไว้ได้นานขนาดนั้นและไม่เป็นอะไรเลย ว่าแต่เจ้าแก่เจ้าก็เถอะไปทำร้ายแม่หนูเอเลน่าทางอ้อมแบบนั้นเจ้าไม่กลัวอเล็กซานดร้าเอาเจ้าไปโยนทิ้งในแม่น้ำหรืออย่างไร”
“ฮ่า ฮ่า ไม่ต้องกังวลไปเพราะถ้าแค่การถือเจ้าไว้ยังทำไม่ได้นางก็ไม่สมควรมาติดตามอเล็กซานดร้าหรอก นี่แสดงให้เห็นว่าแม่หนูทั้งสองนี่มีชะตาต้องกัน”
“ช่างเถอะแต่ว่าตอนนี้ข้าเริ่มถูกใจแม่หนูเอเลน่าแล้ว ครั้งหน้าบางทีข้าอาจให้นางยืมใช้ข้าดูสักครั้ง เมื่อถึงตอนนั้น ฮ่า ฮ่า คงทำให้ชีวิตที่แสนน่าเบื่อของข้าสนุกขึ้นน่าดู”
ดาบเล่มสีดำเปลี่ยนตัวเองกลายเป็นลำแสงสีดำกลับเข้าสู่ร่างของอเล็กซานดร้า ปล่อยให้ดาบเล่มสีทองลอยอยู่ข้างนอกแบบนั้น
“ใกล้แล้วสินะ เวลาที่ความจริงทั้งหมดจะเปิดเผยออกมา”
เมื่อสิ้นเสียงของชายชราดาบเล่มสีทองก็เปลี่ยนตัวเองกลายเป็นแสงสีทองกลับเข้าสู่ร่างของอเล็กซานดร้าเช่นกันบรรยากาศที่หนักอึ้งก็กลับมาเป็นปกติดังเดิม
................