จิ้งจอกเก้าหางข้ามภพ ระบบเติมแต้มสุขสม

    บทที่ 44.2: กับดักบัณฑิตหนุ่ม(NC เล็กๆ)

    ภายใต้แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องผ่านหน้าต่างไม้แกะสลักของหอตำราสำนักศึกษาหลวง บรรยากาศรอบกายของหลินเฟิงในร่าง 'หลินอวี่' ดูสงบเงียบและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความรู้ เขานั่งนิ่งจดจ่ออยู่กับตำราโบราณ แววตาที่ใสซื่อและมุ่งมั่นของเขาเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของทุกคน โดยเฉพาะหลินหลานที่มักจะลอบมองบัณฑิตหนุ่มผู้ขยันคนนี้ด้วยความชื่นชมลึกๆ

     

    หลินเฟิงใช้จังหวะที่หลินหลานไม่อยู่ที่โต๊ะทำงาน แอบนำชุดตำราที่แลกมาจากระบบไปสอดไว้ในกองหนังสืออ้างอิงที่นางกำลังศึกษาอยู่ เขาไม่ได้แสดงท่าทีเจ้าเล่ห์หรือพูดจาแทะโลมใดๆ แต่กลับทำเพียงแค่ประสานมือคารวะอย่างนอบน้อมเมื่อนางเดินกลับมา แล้วขอตัวกลับไปนั่งอ่านหนังสือที่มุมเดิมของเขาอย่างเงียบๆ ทิ้งให้สื่อรักต้องห้ามเหล่านั้นทำหน้าที่ของมันเองอย่างแยบยล

     

    เมื่อตะวันลับขอบฟ้า หลินหลานกลับมายังห้องพักส่วนตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของไม้กฤษณา นางจุดเทียนเล่มหนาและเริ่มเปิดดูตำราที่วางอยู่บนโต๊ะ นางเปิดผ่านตำราวิชาการไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมือของนางสัมผัสกับหนังสือเล่มหนึ่งที่ไม่มีชื่อบนปก เมื่อเปิดออกดู นางถึงกับต้องหยุดหายใจด้วยความตกใจและแปลกใจอย่างที่สุด

     

    มันคือ "ตำราภาพวสันต์จากอนาคต" ที่มีสีสันสดใสและสมจริงจนน่าขนลุก ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าไม่ใช่ภาพวาดพู่กันจีนที่ดูหยาบโลน แต่เป็นภาพที่แสดงให้เห็นถึง "อาจารย์หญิงผู้ทรงเสน่ห์" ในชุดผ้าไหมบางเบาที่แทบจะปิดบังอะไรไม่ได้เลย นางกำลังโน้มตัวเข้าหา "ศิษย์หนุ่มผู้ใสซื่อ" ที่มีใบหน้าหล่อเหลาและแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกแต่แฝงไปด้วยความยอมจำนน

     

    หลินหลานจ้องมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัว ภาพของศิษย์หนุ่มในตำรามีมัดกล้ามเนื้อที่หนาแน่นและสมบูรณ์แบบ ผิวพรรณดูเนียนละเอียดและมีหยดเหงื่อเกาะพราว แววตาที่ใสซื่อของเขาช่างดูคล้ายกับหลินอวี่ไม่มีผิดเพี้ยน ในภาพนั้นอาจารย์หญิงกำลังใช้ปลายนิ้วลูบไล้ไปตามแผงอกที่กำยำของศิษย์หนุ่ม ขณะที่เขานั่งนิ่งไม่กล้าขยับเขยื้อน ราวกับลูกแกะที่กำลังจะถูกแม่เสือขย้ำ

     

    ในภาพถัดไป อาจารย์หญิงได้ก้าวไปอีกขั้น นางใช้ปากและลิ้นสัมผัสกับท่อนเนื้อที่แข็งขืนของศิษย์หนุ่ม ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความสุขสมและความยั่วเย้า ดวงตาที่เย้ายวนมองขึ้นมาหาศิษย์หนุ่มขณะที่ปากของนางกำลังปรนเปรอเขาอย่างช่ำชอง ศิษย์หนุ่มในภาพมีสีหน้าเซื่องซึม ปากอ้าค้างด้วยความเสียวซ่าน และมือกำแน่นที่ขอบเตียงจนข้อมือขาว ผิวหนังของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อแห่งความเสียวซ่าน ท่อนเนื้อที่ถูกปรนเปรอนั้นมีขนาดใหญ่โตและแข็งขืนจนน่าตื่นตาตื่นใจ

     

    ภาพต่อไปแสดงให้เห็นน้ำรักที่หลั่งออกมาจากท่อนเนื้อของศิษย์หนุ่มอย่างเร่าร้อน อาจารย์หญิงในภาพมีสีหน้าพอใจและเย้ายวน ริมฝีปากของนางเปียกชุ่มไปด้วยของเหลวสีขาวข้น ขณะที่ศิษย์หนุ่มนอนแผ่อยู่บนเตียงด้วยสีหน้าที่เซื่องซึมและตาลื่น แขนขาของเขาอ่อนแรงราวกับไม่มีกระดูก แต่ท่อนเนื้อกลางลำตัวยังคงแข็งตั้งอย่างน่าประทับใจ

     

    ภาพสุดท้ายในชุดนั้นแสดงให้เห็นอาจารย์หญิงที่กำลังเลียปากด้วยความพอใจ ขณะที่ศิษย์หนุ่มหอบหายใจหนักและมองนางด้วยแववตาที่เต็มไปด้วยความยอมจำนนและความรัก ภาพนั้นบรรยายถึงความสุขสมของการครอบครองและการยอมจำนนอย่างสมบูรณ์แบบ

     

    ในภาพอื่นๆ ที่ตามมา แสดงให้เห็นฉากที่อาจารย์หญิงกำลังขย่มศิษย์หนุ่มอย่างเร่าร้อน นางนั่งคร่อมบนตัวเขาด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยอำนาจและความปรารถนา ใบหน้าของนางเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อแห่งความเสียวซ่าน ดวงตาเปล่งประกายด้วยความหลงใหลและความต้องการ ขณะที่ศิษย์หนุ่มใต้ตัวนางมีสีหน้าที่แสดงถึงความเสียวซ่านสุดขีด มือของเขากำแน่นที่สะโพกของนาง ร่างกายทั้งสองเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อแห่งราคะ การเคลื่อนไหวของนางบนตัวเขาดูเร่าร้อนและเต็มไปด้วยความปรารถนา แสดงให้เห็นถึงการครอบครองที่สมบูรณ์แบบของอาจารย์ต่อศิษย์

     

    ภาพถัดมาแสดงให้เห็นการที่อาจารย์หญิงโน้มตัวลงไปจูบศิษย์หนุ่มอย่างหลงใหล ขณะที่ยังคงขย่มเขาอย่างต่อเนื่อง ลิ้นของทั้งคู่พันเกี่ยวกันอย่างเร่าร้อน น้ำลายไหลเยิ้มจากมุมปาก แสดงถึงความหลงใหลที่สุดขีด ศิษย์หนุ่มในภาพดูเหมือนจะสิ้นสติไปด้วยความเสียวซ่าน ร่างกายของเขาโค้งขึ้นเพื่อตอบสนองการเคลื่อนไหวของนาง

     

    ภาพสุดท้ายในชุดนี้แสดงให้เห็นช่วงเวลาแห่งการปลดปล่อยที่รุนแรงที่สุด อาจารย์หญิงและศิษย์หนุ่มต่างก็ถึงจุดสุดยอดไปพร้อมกัน ใบหน้าของทั้งคู่เต็มไปด้วยความสุขสมและความเสียวซ่านสุดขีด ร่างกายของพวกเขาสั่นเทาด้วยความเสียวซ่านที่รุนแรง แสดงให้เห็นถึงการหลอมรวมที่สมบูรณ์แบบระหว่างอาจารย์และศิษย์

     

    คำบรรยายใต้ภาพเขียนไว้อย่างลามกว่า "เมื่ออาจารย์หญิงผู้เย็นชาได้ลิ้มรสความหวานของศิษย์หนุ่มผู้ใสซื่อ นางจะไม่มีวันปล่อยให้เขาหลุดพ้นจากกรงทองของนางได้อีก การครอบครองที่สมบูรณ์แบบคือการที่ศิษย์ยอมจำนนทั้งร่างกายและจิตใจ ให้อาจารย์เป็นผู้กำหนดทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเขา"

     

    "นี่มัน... ช่างน่าละอายยิ่งนัก..." หลินหลานพึมพำออกมา แต่ดวงตาของนางกลับไม่อาจละไปจากภาพนั้นได้เลย นางรู้สึกถึงน้ำลายที่เริ่มเหนียวหนืดในลำคอ ริมฝีปากที่เคยเม้มแน่นบัดนี้กลับแห้งผากจนนางต้องใช้ลิ้นเลียเบาๆ เพื่อบรรเทาความร้อนรุ่ม ความคิดที่ว่านางจะสามารถ 'จัดการ' กับศิษย์หนุ่มที่แสนขยันและสุภาพคนนั้นได้ตามใจชอบ ทำให้ความรู้สึกทางเพศที่นางเคยสะกดกลั้นไว้พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างรุนแรง

     

    นอกจากตำราภาพสีแล้ว ยังมีหนังสือนิยายประโลมโลกอีก 3-4 เล่มที่หลินเฟิงจงใจสอดไส้ไว้ หลินหลานหยิบเล่มแรกขึ้นมาอ่าน มันคือเรื่องราวของ "ความรักต้องห้ามในห้องเรียน" บรรยายถึงอาจารย์สาวที่แสร้งทำเป็นสอนหนังสือ แต่กลับลอบสัมผัสร่างกายของศิษย์หนุ่มภายใต้โต๊ะเรียน 

     

    นิยายบรรยายถึงความตื่นเต้นของการลอบทำเรื่องผิดจรรยาบรรณในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ เสียงกระซิบที่ข้างหู และการที่ศิษย์หนุ่มต้องพยายามเก็บอาการไม่ให้เพื่อนร่วมชั้นรู้ตัวขณะที่ถูกอาจารย์สาวปรนเปรอ ในนิยาย อาจารย์สาวจะใช้ข้ออ้างต่างๆ ในการเรียกศิษย์หนุ่มมาหาเป็นการส่วนตัว บางครั้งเป็นการตรวจการบ้าน บางครั้งเป็นการสอนเสริม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับเป็นการสัมผัสและการปรนเปรอที่เร้าอารมณ์

     

    ฉากหนึ่งในนิยายบรรยายถึงอาจารย์สาวที่แกล้งหยิบดินสอที่ตกลงไปใต้โต๊ะ แล้วใช้โอกาสนั้นในการสัมผัสขาของศิษย์หนุ่ม การเสียดสีที่เกิดขึ้นระหว่างผิวหนังกับผิวหนังทำให้ศิษย์หนุ่มต้องกัดริมฝีปากเพื่อสะกดกลั้นเสียงคราง ขณะที่อาจารย์สาวแอบยิ้มด้วยความพอใจเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเขา

     

    หลินหลานอ่านไปพลางนึกถึงตอนที่นางยืนสอนอยู่หน้าชั้นเรียน และหลินอวี่มักจะจ้องมองนางด้วยแววตาที่เทิดทูน นางเริ่มจินตนาการว่าหากนางเดินเข้าไปหาเขาที่โต๊ะ แล้วแสร้งทำเป็นก้มลงตรวจทานอักษรจนหน้าอกอิ่มเบียดชิดกับไหล่ของเขา... หลินอวี่จะทำหน้าอย่างไร? เขาจะตื่นตระหนกเหมือนศิษย์หนุ่มในนิยายหรือไม่? นางจินตนาการถึงการที่เขาจะสะดุ้งเล็กน้อย แล้วหันมามองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและความปรารถนาที่เขาพยายามซ่อนเร้น

     

    นางหยิบนิยายเล่มที่สองขึ้นมาอ่าน เนื้อหาเปลี่ยนไปสู่ "บทเรียนยุทธภพยามวิกาล" บรรยายถึงอาจารย์สาวที่ใช้การฝึกวิทยายุทธเป็นข้ออ้างในการสัมผัสร่างกายของศิษย์หนุ่ม นิยายบรรยายฉากการจัดท่าทางที่จงใจให้ร่างกายแนบชิดกัน การถ่ายทอดพลังปราณที่นำไปสู่การหลอมรวมทางร่างกายกลางลานฝึกที่ปกคลุมด้วยสายหมอก

     

    ในนิยาย อาจารย์สาวจะแสร้งทำเป็นจัดท่าทางให้ศิษย์หนุ่ม แต่กลับใช้โอกาสนั้นในการสัมผัสร่างกายของเขาอย่างเร้าอารมณ์ การที่นางยืนซ้อนหลังเขาเพื่อจัดท่าทาง ทำให้ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนรู้สึกถึงความอบอุ่นและการเต้นของหัวใจของกันและกัน ฉากการร่วมรักที่เร่าร้อนท่ามกลางความหนาวเหน็บของยามเช้ามืดถูกบรรยายไว้อย่างละเอียดลออจนหลินหลานรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว

     

    นิยายเล่มที่สามมีเนื้อหาเกี่ยวกับ "การสอนพิเศษในห้องส่วนตัว" ที่อาจารย์สาวเรียกศิษย์หนุ่มมาเพื่อสอนบทเรียนที่ "ลึกซึ้ง" กว่าในห้องเรียนปกติ ฉากต่างๆ ในนิยายแสดงให้เห็นถึงการค่อยๆ ล่อลวงและการทำลายความต้านทานของศิษย์หนุ่มทีละน้อย จนในที่สุดเขาก็ยอมจำนนต่อเสน่ห์และอำนาจของอาจารย์สาว

     

    ภาพในตำราสีและเนื้อหาในนิยายเริ่มหลอมรวมกันในจินตนาการของนาง นางเห็นภาพตัวเองในชุดเย้ายวนกำลังรุกรานหลินอวี่ผู้ใสซื่อในลานฝึกยามเช้ามืด ความใสซื่อของเขาบัดนี้กลายเป็นสิ่งเร้าอารมณ์ที่รุนแรงที่สุดสำหรับนาง นางเริ่มจินตนาการถึงท่าทางที่หลินอวี่จะทำหน้าตื่นตระหนกเมื่อถูกนางสัมผัสร่างกาย และเสียงครางที่แผ่วเบาของเขาเมื่อถูกนางรุกราน

     

    นางจินตนาการถึงการที่เขาจะพยายามต่อต้านในตอนแรก แต่ร่างกายของเขากลับตอบสนองต่อการสัมผัสของนางอย่างซื่อสัตย์ นางเห็นภาพเขายืนสั่นเทาในอ้อมแขนของนาง ดวงตาที่เคยใสซื่อบัดนี้เต็มไปด้วยความปรารถนาและความยอมจำนน ท่อนเนื้อกลางลำตัวของเขาที่แข็งขืนและพร้อมสำหรับการครอบครองของนาง

     

    หลินหลานพลิกดูภาพสีและอ่านนิยายเหล่านั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกตัวอักษรและทุกภาพล้วนตอกย้ำถึงอำนาจของอาจารย์ที่มีเหนือศิษย์ และความสุขสมที่ได้รับจากการครอบครองร่างกายที่บริสุทธิ์และแข็งแกร่งนั้น นางรู้สึกถึงความเปียกชื้นที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างขา จนต้องหนีบขาเข้าหากันและบิดเร้ากายด้วยความซ่านสยิว ความเย็นชาที่นางเพียรสร้างมาทั้งชีวิตบัดนี้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง เหลือเพียงสตรีที่กระหายในรสรักและโหยหาที่จะเปลี่ยนศิษย์หนุ่มผู้ใสซื่อให้กลายเป็นของนางเพียงผู้เดียว

     

    ในค่ำคืนนั้น อาจารย์หญิงผู้สูงส่งไม่ได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเคย นางจมดิ่งอยู่กับโลกแห่งจินตนาการที่หลินเฟิงสร้างขึ้น และเริ่มวางแผนในใจว่าในการฝึกยามเช้ามืดวันพรุ่งนี้ นางจะเริ่ม 'สั่งสอน' บทเรียนพิเศษที่ไม่มีในตำราวิชาการให้แก่หลินอวี่อย่างไรดี

     

    ---

     

    ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามโฉ่ว ลานฝึกหลังสำนักศึกษาหลวงถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกหนาทึบที่พัดพาความหนาวเหน็บมาสัมผัสผิวพรรณ หลินหลานยืนนิ่งอยู่ในชุดฝึกสีขาวรัดกุม แววตาของนางในวันนี้ดูสับสนและวูบไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ภาพจากตำราสีและเนื้อหาในนิยายที่นางอ่านเมื่อคืนยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ราวกับเป็นภาพหลอนที่คอยกระซิบสั่งให้นางทำตามสัญชาตญาณที่ถูกปลุกเร้า

     

    ก่อนที่หลินอวี่จะมาถึง หลินหลานยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกเงาในห้องพักครู่หนึ่ง นางนึกถึงภาพอาจารย์หญิงในตำราภาพสีที่ดูเย้ายวนด้วยการเผยผิวพรรณเพียงเล็กน้อย มือที่สั่นเทาของนางค่อยๆ เอื้อมไปคลายปมเชือกที่รัดสาบเสื้อชุดฝึกออกทีละน้อย นางจงใจจัดวางให้สาบเสื้อแยกออกจากกันจนเผยให้เห็นเนินอกขาวเนียนและลำคอระหงที่เคยถูกปิดบังไว้อย่างมิดชิด นางมองดูตัวเองในกระจกแล้วจินตนาการเปรียบเทียบกับภาพในตำรา "หากข้าทำเช่นนี้... เขาจะมองข้าด้วยสายตาแบบไหนกันนะ?"

     

    นางลองปรับท่าทางต่างๆ ในกระจก บางครั้งโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อให้เห็นร่องลึกระหว่างเนินอก บางครั้งหันไปด้านข้างเพื่อให้เห็นเส้นโค้งของร่างกาย นางรู้สึกตื่นเต้นและประหม่าไปพร้อมกัน นี่เป็นครั้งแรกที่นางพยายามใช้เสน่ห์ของตัวเองเพื่อล่อลวงผู้ชาย

     

    เมื่อร่างของหลินอวี่ปรากฏขึ้นในสายหมอก หัวใจของอาจารย์หญิงก็เต้นผิดจังหวะ บัณฑิตหนุ่มยังคงมาในชุดฝึกที่ดูเรียบง่ายแต่กลับเน้นให้เห็นสัดส่วนร่างกายที่สมบูรณ์แบบ แววตาของเขาที่มองมายังนางยังคงเต็มไปด้วยความใสซื่อและเทิดทูนดุจเดิม แต่เมื่อสายตาของเขาเลื่อนมาหยุดอยู่ที่สาบเสื้อที่คลายออกของนาง หลินหลานสังเกตเห็นแววตาที่สั่นไหวและอาการลอบกลืนน้ำลายของศิษย์หนุ่ม ซึ่งนั่นทำให้ความมั่นใจของนางพุ่งสูงขึ้น

     

    "ท่านอาจารย์... ข้าพร้อมสำหรับการฝึกแล้วครับ" หลินเฟิงเอ่ยพร้อมกับประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม แต่สายตาของเขากลับดูเหมือนจะไม่กล้าจ้องมองใบหน้าของนางตรงๆ

     

    การฝึกเริ่มต้นขึ้นด้วยท่าพื้นฐาน แต่สายตาของหลินหลานกลับไม่อาจจดจ่ออยู่กับท่วงท่าวิชาได้เลย นางลอบมองไปยังแผงอกที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจของเขา และที่สำคัญที่สุดคือ 'จุดยุทธศาสตร์' กลางลำตัวที่ดันเนื้อผ้าออกมาอย่างชัดเจนในทุกครั้งที่เขาขยับกาย ภาพศิษย์หนุ่มผู้ใสซื่อในตำราสีที่ถูกอาจารย์หญิงรุกรานซ้อนทับกับร่างของหลินอวี่ตรงหน้าจนนางรู้สึกคอแห้งผาก

     

    "หลินอวี่... ท่าร่างของเจ้ายังไม่มั่นคงพอ" หลินหลานเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับให้ราบเรียบ แต่มันกลับสั่นพร่าอย่างเห็นได้ชัด

     

    นางเดินเข้าไปหาเขาอย่างช้าๆ จงใจขยับกายให้สาบเสื้อที่คลายออกนั้นไหวระริกตามจังหวะการเดิน กลิ่นกายบุรุษเพศที่ผสมผสานกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ของหลินเฟิงพุ่งเข้าปะทะจมูกของนางจนสมองเริ่มพร่าเลือน หลินหลานยื่นมือที่สั่นเทาไปสัมผัสที่แผ่นหลังและเอวของเขาเพื่อ 'จัดท่าทาง' ตามที่นางเคยทำเป็นปกติ แต่ครั้งนี้สัมผัสนั้นกลับต่างออกไป นางจงใจลากปลายนิ้วผ่านมัดกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งของเขาอย่างเชื่องช้า เลียนแบบสัมผัสของอาจารย์หญิงในนิยายที่นางเพิ่งอ่านจบ

     

    การสัมผัสที่ยาวนานและจงใจนั้นทำให้หลินเฟิงรู้สึกถึงความตั้งใจที่แฝงอยู่ เขาแสร้งทำเป็นตัวแข็งทื่อและหายใจไม่สม่ำเสมอ ร่างกายของเขาสั่นเทาเล็กน้อยภายใต้การสัมผัสของนาง ซึ่งทำให้หลินหลานรู้สึกถึงอำนาจที่เธอมีเหนือเขา

     

    ในใจของนางเริ่มเปรียบเทียบท่วงท่าของตนเองกับภาพในตำรา "ในรูปนั้น... อาจารย์หญิงต้องโน้มตัวลงไปมากกว่านี้สินะ" คิดได้ดังนั้น หลินหลานจึงแสร้งทำเป็นก้มลงจัดท่าทางที่ขาของเขา จงใจให้หน้าอกอิ่มเบียดชิดกับท่อนแขนของหลินอวี่อย่างหนักแน่น นางรู้สึกได้ถึงอาการสะดุ้งโหยงของศิษย์หนุ่มและความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา

     

    การเสียดสีระหว่างผิวหนังกับผิวหนังผ่านเนื้อผ้าบางๆ ทำให้ทั้งคู่รู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่พุ่งผ่านร่างกาย หลินหลานจงใจขยับตัวให้เนินอกของนางเสียดสีกับแขนของเขาบ่อยครั้ง ทุกครั้งที่เกิดการสัมผัส นางจะรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่พุ่งขึ้นมาจากส่วนลึกของร่างกาย

     

    หลินเฟิงแสร้งทำเป็นหายใจติดขัด ใบหน้าของเขาเริ่มขึ้นสีระเรื่อ "อาจารย์ครับ... ข้า... ข้าทำอะไรผิดหรือเปล่าครับ? ทำไมวันนี้ท่านอาจารย์ถึง... ดูต่างไปจากเดิม"

     

    เสียงที่ดูสั่นเครือและท่าทางที่ดูไร้เดียงสาของเขา ยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณความเป็นนักล่าในตัวหลินหลานให้ตื่นตัวขึ้น นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาในระยะประชิด ลมหายใจอุ่นๆ ของนางรดรินอยู่ที่ปลายคางของเขา "เจ้าไม่ได้ทำผิด... เพียงแต่ข้าอยากให้เจ้าเรียนรู้สัมผัสที่ 'ลึกซึ้ง' กว่าเดิม... เพื่อที่เจ้าจะได้ควบคุมพลังปราณได้ดียิ่งขึ้น"

     

    นางเลื่อนมือลงมาสัมผัสที่หน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของเขา และจงใจให้ปลายนิ้วเฉียดกรายไปยังขอบกางเกงฝึกอย่างแผ่วเบา หลินหลานรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่แผ่ออกมาจากร่างกายของศิษย์หนุ่ม และความยิ่งใหญ่ที่ดูเหมือนจะขยายตัวขึ้นตอบรับสัมผัสของนางผ่านเนื้อผ้า นางจินตนาการเห็นภาพตัวเองกำลังปลดเปลื้องอาภรณ์ของเขาออกเหมือนในตำราภาพสี ความโหยหาที่จะครอบครองร่างกายที่บริสุทธิ์นี้ทวีความรุนแรงขึ้นจนนางแทบจะทนไม่ไหว

     

    "นั่นแหละ... ปล่อยให้พลังมันไหลเวียนออกมา... อย่าไปฝืนมัน..." หลินหลานกระซิบที่ข้างหูของเขา เสียงของนางพร่าเลือนด้วยความปรารถนา นางแอบชำเลืองมองเป้ากางเกงของเขาอีกครั้ง และพบว่ามันขยายตัวจนเห็นรูปทรงชัดเจน ซึ่งนั่นทำให้ริมฝีปากของนางแห้งผากจนต้องใช้ลิ้นเลียเบาๆ เพื่อบรรเทาความกระหาย

     

    การฝึกยามเช้ามืดในวันนี้จบลงด้วยความตึงเครียดที่พุ่งสูงถึงขีดสุด หลินหลานไม่อาจควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้อีกต่อไป นางรีบขอตัวกลับเข้าห้องพัก ทิ้งให้หลินเฟิงยืนอยู่กลางลานฝึกพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าทันทีที่นางลับสายตาไป

     

    "น้ำแข็งเริ่มละลายแล้วสินะ..." หลินเฟิงพึมพำกับตัวเอง แผนการขั้นต่อไปในห้องเรียนกำลังจะเริ่มต้นขึ้น และเขาจะทำให้อาจารย์หญิงผู้เย็นชาคนนี้เป็นฝ่ายที่ต้องอ้อนวอนขอความรักจากเขาเอง

     

    ---

     

    แสงแดดยามบ่ายสาดส่องเข้ามาในห้องเรียนของสำนักศึกษาหลวง บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงพลิกกระดาษและเสียงพู่กันขีดเขียน หลินหลานยืนอยู่หน้าชั้นเรียนในชุดอาจารย์ที่ดูเรียบร้อยและสูงส่งเช่นเคย แต่ภายใต้ใบหน้าที่เย็นชานั้น หัวใจของนางกลับเต้นระรัว ภาพจากนิยายเรื่อง "ความรักต้องห้ามในห้องเรียน" ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว และสายตาของนางก็ไม่อาจละไปจาก 'หลินอวี่' ที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดได้เลย

     

    หลินเฟิงในร่างบัณฑิตหนุ่มยังคงสวมบทบาทผู้ใสซื่อได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาก้มหน้าก้มตาจดบันทึกอย่างตั้งใจ แววตาที่มุ่งมั่นและท่าทางที่ดูนอบน้อมของเขา ยิ่งทำให้หลินหลานรู้สึกอยากจะ 'รุกราน' และทำลายความสงบเสงี่ยมนั้นลงเสียเหลือเกิน

     

    "วันนี้ข้าจะเดินตรวจทานการคัดอักษรของพวกเจ้าทีละคน" หลินหลานเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นางกลับก้าวเดินตรงไปยังโต๊ะของหลินเฟิงเป็นคนแรก

     

    เมื่อนางเดินมาหยุดอยู่ข้างกายเขา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกเหมยจากตัวนางพุ่งเข้าปะทะจมูกของหลินเฟิง หลินหลานแสร้งทำเป็นก้มลงมองกระดาษของเขา จงใจให้หน้าอกอิ่มที่ถูกดันทรงขึ้นมาเบียดชิดกับไหล่ของบัณฑิตหนุ่มอย่างหนักแน่น หลินเฟิงแสร้งทำเป็นสะดุ้งเล็กน้อยและตัวแข็งทื่อ ใบหน้าของเขาเริ่มขึ้นสีระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด

     

    "อักษรตัวนี้... เจ้ายังเขียนไม่มั่นคงพอ หลินอวี่" หลินหลานกระซิบที่ข้างหูของเขา ลมหายใจอุ่นๆ ของนางทำให้เขาต้องลอบกลืนน้ำลาย

     

    ในขณะที่มือหนึ่งของนางแสร้งทำเป็นชี้แนะการเขียนอักษรบนโต๊ะ อีกมือหนึ่งที่อยู่ภายใต้แขนเสื้อกว้างและโต๊ะเรียนที่บังสายตาคนอื่นไว้ กลับค่อยๆ เลื่อนลงไปสัมผัสที่หน้าขาของหลินเฟิงอย่างเชื่องช้า หลินหลานรู้สึกได้ถึงมัดกล้ามเนื้อที่หนาแน่นภายใต้เนื้อผ้ากางเกง นางจงใจลากปลายนิ้วขึ้นไปตามโคนขาด้านใน เลียนแบบฉากในนิยายที่นางเพิ่งอ่านจบ

     

    การเสียดสีอย่างช่ำชองนั้นทำให้หลินเฟิงรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่พุ่งผ่านร่างกาย เขาแสร้งทำเป็นหายใจติดขัด พู่กันในมือของเขาสั่นระริกจนหมึกหยดลงบนกระดาษ "อาจารย์ครับ... ข้า... ข้า..."

     

    "ชู่ววว... ตั้งใจเรียนสิ หลินอวี่" หลินหลานกระซิบขัดขึ้น พร้อมกับที่มือของนางเลื่อนไปกุมส่วนที่แข็งขืนที่สุดกลางลำตัวของเขาอย่างมั่นคง

     

    สัมผัสที่จงใจและรุนแรงทำให้หลินเฟิงต้องเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นเสียงคราง แววตาที่ใสซื่อของเขาบัดนี้เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและซ่านสยิว หลินหลานรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ที่ขยายตัวสู้มือของนางผ่านเนื้อผ้า ความตื่นเต้นของการลอบทำเรื่องลามกต่อหน้าผู้คนมากมายทำให้นางรู้สึกเสียวซ่านไปทั้งตัว นางเริ่มขยับปลายนิ้วปรนเปรอเขาอย่างช่ำชอง ขณะที่ใบหน้ายังคงแสดงท่าทางเคร่งครัดในการสอนหนังสือ

     

    "เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ให้มั่นคง... ไม่ว่าสิ่งเร้าภายนอกจะรุนแรงเพียงใด" หลินหลานเอ่ยสอนเสียงดังพอให้คนทั้งห้องได้ยิน แต่มือของนางกลับกำลังบีบเค้นและรูดรั้งส่วนนั้นของเขาอย่างเร่าร้อน

     

    หลินเฟิงบิดเร้ากายเล็กน้อยใต้โต๊ะเรียน มือของเขาจิกขอบโต๊ะจนแน่น แววตาที่มองสบตากับหลินหลานในระยะประชิดนั้นเต็มไปด้วยความอ้อนวอนและโหยหา ซึ่งนั่นยิ่งทำให้หลินหลานรู้สึกถึงอำนาจที่เหนือกว่า นางจงใจกดเน้นที่ส่วนปลายจนหลินเฟิงแทบจะสิ้นสติ ความร้อนรุ่มพุ่งพล่านไปทั่วห้องเรียนที่ดูเหมือนจะเงียบสงัดลงในความรู้สึกของคนทั้งสอง

     

    บทเรียนในวันนี้ยาวนานกว่าปกติสำหรับหลินเฟิง และเมื่อระฆังเลิกเรียนดังขึ้น หลินหลานก็ถอนมือออกอย่างเชื่องช้า ทิ้งให้บัณฑิตหนุ่มนั่งหอบหายใจถี่รัวอยู่ที่โต๊ะเพียงลำพัง

     

    "คืนนี้... มาพบข้าที่ห้องพักครูหลังยามโฉ่ว ข้ามี 'บทเรียนพิเศษ' ที่ต้องสอนเจ้าเป็นการส่วนตัว" หลินหลานกระซิบสั่งด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ก่อนจะเดินจากไปด้วยท่าทางที่สง่างามดุจเดิม

     

    หลินเฟิงมองตามแผ่นหลังของอาจารย์หญิงไปพร้อมกับรอยยิ้มที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความอ่อนแรง แผนการล่อลวงได้มาถึงจุดสูงสุดแล้ว และคืนนี้... น้ำแข็งพันปีจะถูกแผดเผาด้วยไฟแห่งราคะจนไม่เหลือซาก

    คล้ายกับเรื่องจิ้งจอกเก้าหางข้ามภพ ระบบเติมแต้มสุขสม ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592