หลังจากที่ริก้า...นั่งแท็กซี่ออกจากคฤหาสน์หลังนั้น เธอก็ไม่รู้จะไปที่ไหน เพราะหากกลับไปบ้านยายตอนนี้ เธอก็ต้องเจอกับกองทัพนักข่าว...คอนโดเธอก็เหมือนกัน ไม่รู้จะเฝ้าอะไรนักหนา..แล้วนี่เธอจะไปอยู่ไหนได้หล่ะ..พี่ทอมมี่ตอนนี้ก็เฝ้าพี่แมนอยู่ต่างประเทศ พี่แมนมีถ่ายละครที่นั้น
...ตืดดดด...ตืดดดด!!!! เสียงมือถือของเธอดังอยู่พักนึงแล้ว...ซึ่งเธอ เพราะว่า เปิดระบบสั่นไว้.... ** “ยายน้ำใส....” ** ริก้าดีใจมากที่สุดที่น้ำใสโทรมา เหมือนรู้ว่าเธอกำลังต้องการที่เพิ่ง..
“ฮะ... ฮะ...ฮัลโหล....น้ำใส,,,,” เธอรีบกดรับทันทีที่เป็นเพื่อนสนิทหล่อนอีกคนสมัยเรียน ตอนที่เธอหลบพี่อาลัล ก็ไปหาน้ำใสนี่แหละ...บ้านพักหล่อนอยู่หัวหิน..
“ฮัลโหล..ริก้าแกอยู่ไหนเนี๊ย...เป็นไงบ้าง,,ฉันเพิ่งเห็นข่าว....” น้ำใส....กรอกคำถามรัว ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนสาวอย่างมาก,,,แม้เธอกับริก้าไม่ค่อยได้เจอกันสักเท่าไร แต่เธอก็จะถามไถ่กันเสมอๆ ..เราสองคนเป็นเพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาลัย...เธอมักไปค้างบ้านริก้าเป็นประจำ เพราะว่าเธอเป็นเด็กต่างจังหวัด ริก้าบ้านจะอยู่ในเมืองนนทบุรี....แต่ด้วยหน้าที่การงานที่ต่างกัน..เธอจึงไม่ค่อยมีเวลาหยุด..และเจอกันเท่าไรนัก..
“เอ่อ..มันแย่มากเลยแก...ความรู้สึกฉันตอนนี้...กลับบ้านก็ยังไม่ได้..พี่อาลัล ก็ยังไม่ติดต่อกลับมาเลย ไม่รู้จะเอายังไงดี” ริก้าบอกน้ำใสไปด้วยหัวใจที่สับสน..ไม่มีที่พึ่งเลยตอนนี้.แม้ขณะที่คุยโทรศัพท์กับเจ้าหล่อนเธอยังต้องแอบคุย...โดยเธออยู่ที่ปั้มน้ำมันแห่งหนึ่ง...ไกลจากแหล่งที่มีผู้คนสัญจร จำนวนมาก
“เอางี้...ตอนนี้ฉันอยู่กรุงเทพฯ ...มาทำธุระพอดี..เดี๋ยวฉันขับรถไปรับแก...แล้วแกไปพักอยู่กับฉันก่อนแล้วกัน...ส่วนข่าวเดี๋ยวว่ากันอีกที” น้ำใสเสนอตัวที่จะมารับหล่อนเอง หากให้หล่อนนั่งรถไปก็ต้องเจอคนสอดรู้ สอดเห็นอีกจำนวนมาก...ยิ่งตอนนี้หล่อนเป็นดาราดัง คนต้องจำหล่อนได้แน่นอน.....
ริก้า นั่งรถมากับน้ำใส โดยเธอยังไม่ได้คุยอะไรกันมาก...หล่อนนึกถึงคำพูดของมาดาม...ก็จริงอยู่หากตระกูลแกรนด์เดร์สัน จะมีสะใภ้ เขาก็เลือกคนที่คู่ควร ทั้งฐานะ ชาติตระกูล แล้วยิ่งเธอมีข่าวเสียหายอย่างนี้ด้วยแล้ว เธออาจทำให้พี่อาลัล...เสียชื่อเสียงก็ได้...หญิงสาวคิดดังนั้น น้ำตาเจ้ากรรมเธอก็ไหลออกมาอย่างกับเบรกไม่อยู่
น้ำใส...เห็นเพื่อนสาวของเธอเป็นเช่นนี้ก็ไม่ค่อยสบายใจ...เธอเห็นริก้าแล้วเป็น ก็เกิดเป็นกังวลแทนเลย แล้วนี่ดูสิ ข้าวปาก็ยังไม่กิน ใบหน้าซูบซีด....เหมือนคนไม่มีเรี่ยว ไม่มีแรง....เธออาศัยช่วงที่จอดรถพักหาอะไรกิน ระหว่างทาง ปล่อยให้ริก้า นั่งรออยู่ในรถ..เธอโทรศัพท์สั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาของเธอจัดการหาต้นตอจากแหล่งข่าวทันที.....
เมื่อไปถึงบ้านพัก น้ำใสบังคับให้ริก้ากินข้าว กินยา แล้วนอนพักผ่อน...ทุกอย่างมันจะคลี่คลายไปในทางที่ดี เธอให้ความเชื่อมั่นกับเพื่อนสาว.เธอรับปากว่าเธอจะจัดการด้านกฎหมายให้ถึงที่สุดเอง..หญิงสาวนอนหลับไปสักพัก เสียงมือถือของเจ้าหล่อนก็ดังขึ้น...น้ำใสเห็นว่าเป็นคุณอาลัล จึงตัดสินใจกดรับสาย..แล้วก็บอกรายละเอียดคร่าวๆ ให้ชายหนุ่มทราบ...
อาลัล วางสายจากน้ำใส เขาสั่งงาน เควิ่น ให้เขากลับมาจัดการทุกอย่างไปพรางๆ ก่อนแทนเขากว่าเขาจะเสร็จธุระ ก็อีกวัน เขาไม่เชื่อข่าวนั้นแน่นอน เพราะเขาเป็นคนที่รู้ดีที่สุดว่า หญิงสาวที่เขารัก เป็นยังไง นิสัยอย่างไร หล่อนรักนวลสงวนตัวมากที่สุด แล้วเขาก็เป็นคนแรกของเธอด้วย...เขามาเชื่อเด็ดขาด แต่ที่เขาอยากรู้ คนที่ปล่อยข่าวมันต้องการทำลายเธอ คนที่เขารักยิ่งกว่าชีวิต..อย่าให้เขาต้องเล่นบทโหด..เขานะพยายามที่จะวางปืน วางทุกอย่างเพราะริก้า กลัวว่าเธอจะเสียเขาไป แล้วอีกย่างเขาอยากมีลูก...มีครอบครัวที่อบอุ่น....ส่วนกิจการทุกอย่างตอนนี้มันลงตัวมาก ถึงมากที่สุด....
ติ่งต่อง...ติ่งต่อง!!! เสียงออดหน้าบ้านพักของน้ำใสดังึ้นอย่างถี่...เธอรู้สึกตัวตื่น ด้วยสัญชาติญาณ ความไวต่อระบบประสาทที่หล่อนได้ร่ำเรียนมา....น้ำใสมองนาฬิกา...ตีห้า...แหม,,,.ใครมา...หรือพวกก่อกวน...แต่เสียงเงียบไปแล้ว...เธอค่อยล้วงอาวุธประจำกายแล้วๆ ค่อยย่องออกมาจากห้องพักอย่างเบามือ เพราะเกรงว่าเพื่อนสาวเธอจะตื่น,,,,,,
กึก..!!!! .หยุด..อย่าขยับ...ถ้าแกไม่กลัวสมองกระจุย.....” น้ำใส ใช้ปลายกระบอกปืนคู่ใจ จ่อติดกับหัวไอ้ขโมยตัวโตตรงหน้าหล่อนนี้ มันหันหลังให้เธอ เธอเห็นเงาคนตัวโต ในความมืด ซึ่งก็แปลกมันเข้ามาในบ้านของเธอได้อย่างไร..ทำไมเธอไม่ได้ยินเสียง ก๊อก แกร๊ก
“แกเป็นใคร เข้ามาบ้านฉัน มีวัตถุประสงค์อะไร” น้ำใสกรอกเสียงเข้มถามมันอีกครั้ง เมื่อเธอเห็นว่ามันยืนนั่งเงียบ... “.เฮ้ยย...เอ๊ะ.....โอ้ย” สิ้นเสียงร้องหญิงสาวถูกปัดปืนทิ้ง แล้วก็ตามด้วยร่างแน่งน้อยถูกจับเอามือไขว้หลังไว้,,,,โอ้ยย...นายเป็นใครบอกฉันมาเดี๋ยวนี้น่ะ,,,อยากตายใช่ไหม..
!!! หึ... เสียงเข้มของไอ้หัวขโมยดังออกมาแค่นี้
!!! พรึบ... แสงไฟภายในบ้านสว่างพรึบ...
“เกิดอะไรขึ้นน้ำใส..” . “เอ้า คะ...เควิ่น” เสียงริก้าดังขึ้น เมื่อเธอเห็นคนรู้จักชายหญิงสองคน กำลังกระฟัดกระเฟียดกัน...
น้ำใสหันหน้าตะแคงกลับไปมองหน้า ไอ้โจรที่เขากำลังจะเสียท่ามัน ก็คือ คนรู้จักของริก้าหรอกหรอ ใบหน้า และจมูกของคนทั้งสองอยู่ใกล้กันมากเลย...
“ปะ ปล่อยฉันได้แล้ว....” น้ำใสเค้นเสียงเข้มสั่งชายหนุ่มที่ไม่ยอมปล่อยเธอสักที..
“ริก้าฉันขอตัวก่อนนะ” น้ำใสเก็บปืนประจำกายแล้วก็ขอปลีกตัวออก เพราะเห็นว่าผู้มาเยือนเป็นใคร มาเพื่ออะไร
“คุณริก้าครับ คุณอาลัล สั่งให้ผมรีบมาดูแลคุณริก้าครับ...ผมลงจากเครื่องก็รีบมาที่นี่เลย ผมกดออดตั้งหลายครั้งแล้วไม่มีใครเปิด เลยถือวิสาสะเข้ามาดู เผื่อคนในบ้านไม่อยู่ หรืออยู่แต่เผื่อว่าจะเป็นอะไรไป......” เควิ่นรีบรายงานหญิงสาว แล้วก็แอบชำเรืองมองร่างบางที่กำลังเดินขึ้นชั้นบน ซึ่งเขาเกือบปะฝีมือด้วยแล้ว.....
“เอ่อ...แล้วพี่อาลัล หล่ะค่ะ...” ริก้าถามถึงชายหนุ่มอันเป็นที่รัก
“อ่อ คุณอาลัลจะตามมา ตอนนี้เราสืบรู้แล้วครับว่าข่าวดังกล่าวมันมายังไง...วันมะรืนนี้เราจะจัดแถลงข่าวแล้วก็เคลียร์เรื่องทั้งหมดครับ,,,,,,”
เควิ่นตอบหญิงสาว ซึ่งกำลังจะเป็นนายหญิงของเขาในไม่ช้านี้ ... หล่อนดูซูบซีด ผิดหู ผิดตาม นี่แค่ สามสี่วันเอง ที่เขาไม่ได้เจอ ร่างกายหล่อนมองจะอ่อนเพลียเอามากๆ นี่ถ้าเจ้านายเขาอยู่ คงถูกพาไปหาหมอแล้วหล่ะ,,,
“คุณริก้า ไปพักผ่อนเถอะครับ ผมจะอยู่ดูแลคุณริก้า จนกว่าเจ้านายจะกลับมาครับ...” ชายหนุ่มตอบหญิงสาวไป พร้อมกับเดินออกไปขับรถยนต์เข้ามาในรั้วบ้าน...เขาสบายใจเรื่องคุณริก้าแล้ว โดยรู้ความจริง แล้วก็รายงานเจ้านายเขาแล้วด้วย ส่วนเขาคงต้องนอนที่โซฟานี่แหละมั๊ง เจ้าของบ้านคงไม่อยากต้อนรับเขาเท่าไร ก็เขาเล่นเกือบจะจัดการหล่อนซะให้แล้ว..ผู้หญิงคนนี้ร้ายกาจ>>>>>>>