ร่างสูงใหญ่เดินออกจากห้องทั้งสวมเสื้อผ้าไม่เรียบแต่ก่อนจะออกมาเขาหันไปมองภรรยาที่นอนหลับสนิทเพียงครู่แล้วเอ่ยถามสาวใช้ทั้งสองแล้วออกไปทางเรือนรับรองที่น้องของภรรยาอยู่
เพียงเปิดประตูเข้าไปภาพใบหน้านองน้ำตาที่หันมองมาพาใจเขาหล่นวูบ ก่อนจะฟันคมจะขบกันแน่นเมื่อเห็นรอยช้ำตรงมุมปากเล็กของนาง
“อึกพี่เขย”อีหรานเอ่ยแ่ ก่อนจะรีบยกผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาด้วยท่าทางลนลาน ใเพราะไม่คิดว่าเขาจะเป็คนที่มาหานางในเวลานี้
“หรานหรานเ้าเป็อะไรทำไมร้องไห้แล้วรอยนั้น.”
อีเหิงละล่ำละลักเอ่ยถามพลางมองสำรวจร่างกายนางเพื่อหาร่องรอยเพิ่มก่อนจะมองคนที่ปล่อยน้ำตาให้ไหลมองเขาั์สั่นแบะปากปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาจกลั้น
“ฮืออข้าโดนไอชั่วนั้นตี ฮึกฮึกเลยอ้างท่านแม่ป่วยเพื่อหนีมา แต่แต่ข้าไม่กล้ากลับบ้านเลยมาที่นี่ พี่เขยฮืออ ท่านให้ข้าอยู่ที่นี่นะนะพี่เขยข้าไม่มีที่ไป”
อีเหิงมองคนตรงหน้าที่ถลามาจับมือเขาพลางคุกเข่าอ้อนวอนทั้งน้ำตา จนเขาต้องรีบพยุงนางให้ลุกขึ้น
“เ้าอย่าทำเช่นนี้เลยมาๆ มานั่งให้ดี แล้วเล่าให้ข้าฟังว่าเกิดเื่อะไรขึ้น”
อีหรานมองคนที่รักเหมือนพี่แท้ๆอย่างลังเลก่อนนางจะกลั้นสะอื้น ปาดน้ำตาพร้อมกับพยักหน้ารับคำเขาจากนั้นนางก็เริ่มเล่าสิ่งที่พบเจอให้เขาฟัง
ตอนแรกที่รู้ว่าต้องแต่งงานนางก็ไม่ได้คิดอะไรยังแอบคิดว่าคงจะได้เจอบุรุษเช่นพี่เขย ที่ใจดี ทั้งใส่ใจภรรยาทว่าทุกอย่างผิดคาดเขาไม่เพียงเขาจะไม่สนใจนางหลังแต่งงานเพียงเจ็ดวันชายผู้นั้นก็รับอนุเขาจวนทีเดียวถึงสามคน่แรกนางก็พยายามทำใจไม่คิดอะไรมาก ตั้งหน้าตั้งตา ทำหน้าที่ของนางให้ดีทว่าทางบ้านสามีกลับบีบบังคับเื่มีทายาท ทั้งยังต่อว่านางสารพัดเื่งานเรือนจนคนในจวนหัวเราะเยาะ แม้แต่บ่าวก็ไม่เคารพนาง
แม้จะทุกข์ทรมานและอึดอัดนางก็อดกลั้นฝืนทนเพราะไม่อยากให้มารดาลำบากใจ จนเมื่อเดือนที่แล้ว หนึ่งในอนุตั้งครรภ์ตอนนั้นราวกับนางเป็สิ่งสกปรก ถ้อยคำหยามเกียรติมากมายออกมาจากปากคนรอบข้างจากที่คล้ายอากาศอยู่แล้วก็ยิ่งไม่มีใครมองเห็น บ่าวรับใช้ในเรือนที่เคยมีมากมายก็ถูกย้ายไปที่เรือนของสตรีนางนั้นเหลือเพียงบ่าวของนางที่ตามติดมาจากจวนที่คอยดูแลรับใช้
พอนางแข็งข้อเรียกร้องสิ่งที่ฮูหยินเช่นนางต้องมีกลับโดนสามีทุบตี ด่าทอจนเมื่อครึ่งเดือนก่อนที่นางไม่อาจทนไหวบอกกับทางนั้นว่ามารดาป่วยหนักต้องกลับมาเยี่ยมแล้วหนีออกมา คิดเพียงตายเอาดาบหน้าดีกว่าอยู่อย่างไร้เกียรติที่นั่น
“แล้วเ้าไม่ได้แจ้งทางการหรือ?”อีพรั่งพรูนส่ายหน้าอย่างจนใจก่อนนี้นางเคยคิดที่จะแจ้งทางการอยู่เหมือนกันแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าเหล่าขุนนางที่อยู่ในศาลาว่าการนั้นล้วนเป็ญาติทางบิดาเขาทั้งสิ้น หากนางเข้าไปไม่ว่าอย่างไรก็โดนไล่ออกมาแล้วจะกลายเป็ว่าหาเหาใส่หัว หาเื่ให้บิดา มารดาขายหน้าเสียเปล่า
“ไม่เป็ไรไม่ได้แจ้งก็ไม่เป็ไร ในเมื่อตอนนี้เ้าคิดอยากหนีพี่ก็จะหาทางช่วยเ้าเอาละตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว เ้าเดินทางมาเหนื่อยพักเสียก่อนแล้วพรุ่งนี้เราค่อยมาหารือกันว่าจะทำอย่างไรดี”
“เดี๋ยวเ้าค่ะ”อีเหิงก้มมองมือเล็กที่คว้ามือเข้าเอาไว้ ก่อนจะมองใบหน้าตระหนกของน้องสาวภรรยาที่ก้มหน้าลงด้วยท่าทางลังเล ก่อนนางจะเงยหน้าขึ้นมามองเขา พร้อมกับั์ไหววูบที่ดูก็รู้ว่ายังมีเื่อยู่ในใจ
“มีอะไรหรือ”
ดวงตาบอบช้ำกวาดมองใบหน้าหล่อเหลาอย่างไม่แน่ใจพร้อมกับเม้มริมฝีปาก ก่อนที่นางจะหลุบสายตามองมือทั้งสองของตัวเองที่กุมมือใหญ่เอาไว้แน่น ก่อนจะเอ่ยออกมา
“ท่านช่วยดื่มเหล้าเป็เพื่อนข้าได้หรือไม่แต่หากไม่ได้”
“ได้! ใครอยู่ข้างนอกไปเอาเหล้ามา ข้าจะดื่ม” ชายหนุ่มเอ่ยรับอีกคนทั้งนางยังเอ่ยไม่จบประโยชน์ก่อนจะะโสั่งบ่าวเสียงดัง แล้วหันมามองคนที่นั่งส่งยิ้มเศร้า ทั้งน้ำตาแม้นางจะยังดูเศร้าสร้อย แต่อย่างน้อยนางยิ้มได้ เขาก็รู้สึกโล่งใจไปได้หนึ่งเปราะ
อีเหิงยกจอกสุราดื่มพลางมองน้องภรรยาที่ปลดปล่อยที่อยู่ในใจออกมาไม่หยุดจนเขาได้รู้ว่าสิ่งที่นางได้พบเจอนั้นหนักหนาเอาการจนเขาอดสาปแช่งไอคนชั่วนั่นไม่ได้ ก่อนจะหันมองร่างเล็กที่ยกขวดสุราเทใส่ปากพลางนอนเลื้อยไปกับโต๊ะ ก่นด่าแม่สามี และสามีที่เวลานี้คงมีความสุขกับสตรีสักนาง
เขาปล่อยเวลาไปเรื่อย ๆพลางจ้องมองคนเมาด้วยรอยยิ้มเอ็นดู ก่อนดวงตาจะเบิกกว้างอย่างใ เมื่ออยู่ๆคนเมาหนักก็ลุกขึ้นยืน ะโด่าสามีด้วยถ้อยคำหยาบคายก่อนร่างโงนเงนจะเซไปไร้ทิศทาง จนเขาต้องรีบลุกไปประคองนางเอาไว้ ไม่ให้ล้ม
“สารเลวคอยยดูววข้าจะสาปแช่งเ้าไม่ให้มีบุตรสืบซากูล เด็กที่จะเกิดก็เป็สตรีและให้ลูกเ้าโดนย่ำยีเช่นข้า..” เจียงอีเหิงก้มมองร่างเล็กที่ชี้มือชี้ไม้ด่าครอบครัวสามีออกมาไม่หยุด พลางรั้งร่างของนางให้ยืนดีๆก่อนจะพาเดินไปทางเตียงนอนของนาง
“พวกเ้าพวกเจาสกุลหลี่ ไม่มีดีส้ากกกอย่าง สู้พี่เขยข้าก็ไม่ได้ เขาทั้งหน้าตาดีมีความสามารถ ไม่เหมือนเ้าอาศัยบารมีบิดา ไร้ความสามารถ ข้านี่อยากจะเพ้ย!”อีเหิงที่พยายามพยุงร่างไร้แรงของน้องสาวภรรยาเดิน หยุดนิ่งมองศีรษะเล็กที่ซบกับอกพลันความรู้สึกปลื้มปริ่มก็ล้นอยู่ในอก จนเขาไม่อาจควบคุมรอยยิ้มของตัวเองได้
ข้าจะถือว่านี่คือคำชมจากเ้านะหรานหร่าน
หลังยิ้มจนพอใจกับคำชมมากมายที่อีกฝ่ายพรั่งพรูออกมาชายร่างสูงก็กลืนความสุขนั้นลงท้อง แล้วพาหญิงสาวออกเดินอีกครั้งทว่าร่างของเขาต้องแข็งทื่อเมื่อคนที่ปล่อยตัว ทิ้งน้ำหนักมาทางเขาอยู่ๆก็วาดท่อนแขนมาโอบคอเขา พลางเงยหน้ามองด้วยั์ฉ่ำปรือ
“หรานหร่านนี่เ้า”
“พี่เขยท่านดีกับข้ามาก ดีกับข้าจีงๆ ฮึก แล้วอย่างนี้จ้าต้องทำเช่นไร ฮืออต้องทำเช่นรายยฮืออ”
“หน้าที่ข้าหน้าที่ข้าเอาละเ้าหยุดร้องได้แล้ว”
“ฮืออ ดีจริงๆที่มีท่านฮืออ”
“เอาละไปนอนเถิดเดี๋ยวข้าพาเ้าไปเอง”
“ไม่นอน ข้าไม่อยากนอน”
“เช่นนั้นเ้าอยากทำอะไรบอกข้า” ชายหนุ่มพยายามทำให้เด็กสาวสงบ ระหว่างที่เขากำลังหลอกล่อเท้าทั้งสองก็ยังก้าวพานางเดินออกไปด้วยเรื่อย ๆ
“จูบ ข้าอยากจูบท่าน”
เท้าที่กำลังก้าวหยุดชะงักพร้อมกับใบหน้าคมครามของเขาก้มลงมองเด็กสาวที่แหงนหน้ามองเขาด้วยั์ตาปรือเป็ประกาย ออดอ้อน จนเขาที่มองอยู่มือไม้สั่น ทำอะไรไม่ถูกมองนางใจสั่นอย่างไม่รู้จะห้ามอย่างไร
“ได้หรือไม่? ข้าจูบท่านได้หรือไม่”
ดวงตาคมละจากใบหน้าระเรื่อมองท่อนแขนเล็กที่รั้งลำคอของเขาให้เคลื่อนเขามาหานางก่อนมือที่กางอยู่กลางอากาศจะย้ายไปโอบประคองเอวบางคอดอย่างพลั้งเผลอแล้วกระชับอย่างไม่รู้ตัว ความรู้สึกผิดชอบตีกันในหัว จนเขาไม่รู้ว่าต้องทำเช่นไรแต่หัวใจกลับสั่งว่าหากทิ้งโอกาสนี้เขาก็อาจจะไม่มีมันอีกแล้ว
เมื่อคิดว่าอาจจะต้องเสียดายเป็ครั้งที่สองใบหน้าของเขาก็เคลื่อนเข้าหาอีกคนอย่างไม่ลังเล
ริมฝีปากของทั้งสองประกบกันนั่งไม่ขยับก่อนที่เด็กสาวจะกระชับมือตัวเอง เขย่งเท้าแล้วบดริมฝีปากนางใส่เขาจนสุดท้ายชายร่างสูงก็ตอบรับพร้อมกับเผยอปากรับเอาลิ้นร้อนเต็มไปด้วยความกระหายของนางเข้ามาในปากเขา
ทั้งสองมอบจูบดูดดื่มเต็มไปด้วยความกระหายให้แก่กัน ก่อนใบหน้าหวานจะผละออกมาจ้องใบหน้าคมครามที่ห่างเพียงหนึ่งฝ่ามือ
“ข้าอยากได้ท่านอยากได้มากกว่าจูบ”