บทที่ 4 ชีวิตอันน่าเศร้าของฮองตง
หอเทพเมรัย ภัตตาคารที่ดีที่สุดใหญ่ที่สุดในเมืองอ้วนเสีย
มีชื่อเสียงเลื่องลือด้านอาหารและเหล้ารสเลิศ ว่ากันว่าเทพเมรัยสามคำนี้ ฮั่นกวงอู่ตี้หลิวซิ่ว ปฐมจักรพรรดิผู้สถาปนาราชวงศ์ฮั่นตะวันออก เป็ผู้พระราชทานให้ด้วยตัวเอง
เล่าเจี้ยงพาพลคุ้มกันกับฮองตงมาถึงหน้าประตูหอเทพเมรัย
“ผู้กล้าฮอง เป็อะไรไป?”
ใบหน้าของฮองตงแดงก่ำ เผยสีหน้าไม่สู้ดีออกมา
“คุณชายเล่ามีบุญคุณใหญ่หลวงนัก ข้าฮองตงควรเลี้ยงข้าวคุณชาย”
“แต่บ้านฮองตงขัดสนข้นแค้นนัก มิอาจตอบแทนคุณคุณชายตรงนี้ได้”
เล่าเจี้ยงตัวน้อยตบอก พลางส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม
“ท่านเป็ทุกข์มามากแล้ว วันนี้ข้าเลี้ยงท่านเอง”
“ข้าน้อยมิกล้าให้คุณชายใช้จ่ายอย่างสิ้นเปลืองหรอก! หากคุณชายมีอะไรรับสั่ง บอกฮองตงมาได้เลยขอรับ”
“ตอนนี้ข้าอยากให้เ้าเข้าไปกับข้า”
เล่าเจี้ยงไม่สนใจความอ่อนน้อมของขุนพลเกาทัณฑ์อีกต่อไปแล้ว ตรงเข้าไปเป็คนแรก
ฮองตงมองเด็กน้อยด้วยความรู้สึกสับสน ก่อนตามเข้าไป
ทั้งสองหาห้องห้องหนึ่ง เล่าเจี้ยงให้พลคุ้มกันคอยคุ้มกันอยู่ด้านนอก เขาอยากคุยกับฮองตงเพียงลำพัง
“เล่าเจี้ยงยังเด็ก ไม่สะดวกดื่มเหล้า วันนี้ขอใช้ชาดื่มแทนสุรา ส่วนผู้กล้าฮองเชิญ!”
เล่าเจี้ยงยกจอกแก้วเล็กขึ้น ฮองตงยกสุราขึ้นมา ทั้งสองร่วมดื่มจนหมดจอก
“ตามท้องตลาดลือกันว่าคุณชายเล่าเฉลียวฉลาดจนน่าทึ่ง หาได้ยากนักในรอบหลายปี ช่างสมคำร่ำลือจริง ๆ!”
“ผู้กล้าฮองเกรงใจแล้ว ไม่ทราบว่าผู้กล้าฮองยากลำบากตรงไหนหรือไม่?”
ภายในหัวใจของฮองตงตอนนี้มีเื่ราวขมขื่นนับหมื่นพัน อยากจะหาคนระบายด้วยนัก
การข่มเหงรังแกของเ้านาย ความลำบากใจเื่ตระกูล ความคาดหวังของภรรยา อาการป่วยของลูกกดทับฮองตงจนแทบหายใจไม่ออก
เมื่อนึกถึงสภาพอันน่าเวทนาของตัวเอง เขาก็อดตาแดงก่ำไม่ได้
เป็พวกเมาแล้วงอแงรึ?
นักเดินทางข้ามเวลาคิดในใจ เห่อไม่น้อยที่ได้ใกล้ชิดแม่ทัพในประวัติศาสตร์ขนาดนี้ แม้ตอนนี้จะยังเป็เพียงนายทหารคนหนึ่งอยู่ก็ตาม
“เฮ้อ! ข้าน้อยไม่กลัวถูกคุณชายหัวเราะเยาะ…”
ฮองตงระบายสิ่งที่ตัวเองเผชิญให้เล่าเจี้ยงฟัง
ที่แท้ฮองตงก็มีต้นกำเนิดจากตระกูลอึ๊งแห่งกังแฮ ทว่าปู่รุ่นก่อนของฮองตงจากเมืองกังแฮไปและมาอยู่ที่เมืองลำหยง
ปู่และพ่อของฮองตงไม่ติดต่อเชื้อสายทางกังแฮอีกเลย และไม่เคยกล่าวถึงบุญคุณความแค้นของพวกเขากับตระกูลอึ๊งแห่งกังแฮอีก
พ่อแม่ของฮองตงตายไปนานแล้ว พวกเขาล้วนได้รับการช่วยเหลือจากครอบครัวของจางซื่อ ผู้เป็ภรรยาเขา
ฮองตงเองก็คบหากับจางซื่อมาั้แ่เด็ก ทั้งสองเป็คู่รักกันั้แ่เล็ก มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาก หลังจากแต่งงานเป็สามีภรรยากันแล้วก็ได้มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคนชื่อ ฮองสู่
ทว่าจางซื่อมีร่างกายอ่อนแอ หลังจากให้กำเนิดลูกชายแก่ฮองตง จึงไม่สามารถมีบุตรชายได้อีก
ฮองสู่ไม่ได้สืบทอดร่างกายอันทรงพลังของบิดามาแม้แต่น้อย กลับมีร่างกายอ่อนแอมาก ๆ เหมือนมารดา ป่วยมากมาั้แ่เด็ก
ฮองตงกับภรรยาใช้ทรัพย์สินของครอบครัวจนหมดสิ้น ฝืนให้บุตรชายมีชีวิตรอดมาจนถึงตอนนี้
หากอยากให้ฮองสู่มีชีวิตอยู่ต่อ เขาจำต้องมีทรัพย์สินจำนวนมาก แค่เงินเดือนทหารของชายทรงพลังยังห่างไกลจากคำว่าเพียงพออยู่มากโข
ฮองตงทำได้เพียงไปที่เมืองกังแฮ ขอร้องตระกูลอึ๊งให้เห็นแก่หน้าบรรพบุรุษร่วมเดียวกัน และให้ความช่วยเหลือ
เฮ้อ เื่ไม่เป็อย่างที่คิด! ข้าไม่เพียงแต่วู่วามไปชั่วขณะ กลับยังล่วงเกินตระกูลอึ๊งเข้าด้วย
เมื่อเห็นชายแกร่งอย่างฮองตงเปล่งเสียงร้องไห้น้ำตานองหน้าแล้ว เล่าเจี้ยงก็รู้สึกสั่นไหวอย่างมาก
เงินสามารถเอาชนะวีรบุรุษได้! ฮองตงยากลำบากจริง ๆ
บางทีคนนับพันนับหมื่นก็มิอาจทำให้ชายผู้มีลำแขนทรงพลังก้มหัวให้ได้ ทว่ายามนี้กลับจำต้องก้มหัวให้กับเงินทอง
“หรือโรคของฮองสู่จะไม่มีวิธีรักษาแล้ว”
ฮองตงถอนหายใจออกมา พลางปาดน้ำตาให้แห้ง สั่งน้ำมูกฟืดฟาด
“ใต้เท้าจงจิ่งเคยให้ใบสั่งยามา ก็ยิ่งทำให้ข้าผิดหวัง”
“ใบสั่งยาอะไรหรือ?”
“ตัวยาอื่นในใบยานี้ไม่เท่าไหร่หรอก เพียงแต่ในนั้น้าโสมคน*[1] อายุหมื่นปีด้วย!”
“อะไรนะ! หมื่นปี?”
เล่าเจี้ยงเบิกตาน้อยของตัวเองออกกว้าง
หมื่นปีนี่มันอะไร…
ประวัติศาสตร์มนุษย์จนถึงตอนนี้เพิ่งกี่ปี่กันเชียว!?
อย่าเพิ่งเอ่ยถึงว่ามีโสมคนชนิดนี้หรือไม่ ต่อให้มี จะมาถึงฮองสู่หรือเปล่า
นี่มันแทบจะตัดสินชีวิตของฮองสู่ได้เลย
ปฏิกิริยาของเล่าเจี้ยงทำให้ฮองตงยิ่งรู้สึกท้อแท้มากขึ้น
แม้แต่ลูกผู้ดีมีกะตังยังใ คนธรรมดาเช่นเขาจะยังอาจเอื้อมได้อีกหรือ?
“ผู้กล้าฮอง โสมคนอายุหนึ่งหมื่นปีเป็เื่น่าะเืขวัญเกินไปแล้ว! ไม่มีวิธีอื่นเลยหรือ?”
“ยามนี้ใช้โสมคนอายุร้อยปีแทน ทำได้แค่ฝืนให้มีชีวิตรอดเท่านั้น”
“หนึ่งร้อยปี…”
เล่าเจี้ยงพึมพำกับตัวเอง แม้จะเป็โสมคนหนึ่งร้อยปี กระนั้นก็ยังเป็ของหายาก!
“ผู้กล้าฮองมีแผนจะทำอันใดต่อไป?”
“เกรงว่าแค่รายได้ของทหารคงยังห่างไกลอีกมาก!”
ฮองตงก้มหน้าก้มตา ไม่มีอะไรจะพูดอีก
นั่นสิ รายได้เบาโหวงของทหาร ทำได้แค่ฝืนให้ครอบครัวมีชีวิตรอด จะเอามารักษาโรคให้ฮองสู่ได้อย่างไร?
หากไร้หนทางเดินต่อจริง ๆ ตัวเองจะยังคุกเข่าต่อหน้าตระกูลอึ๊งได้อย่างไร!
เล่าเจี้ยงเห็นฮองตงมีสภาพถูกบีบจนมาสุดทางแล้ว จึงรู้ว่า…
โอกาสดึงมาเป็พวกมาถึงแล้ว!
“ผู้กล้าฮองมีฝีมือยอดเยี่ยม เป็แค่ทหารผู้น้อยคนหนึ่ง ไม่เป็การเสียเวลาหรอกหรือ?”
“ข้าเล่าเจี้ยงแม้จะยังเด็ก กลับมีใจทะเยอทะยาน ชื่นชมคนซื่อสัตย์อย่างผู้กล้าฮองยิ่งนัก”
“หากผู้กล้าฮองยอมติดตามข้า ค่ารักษาจากนี้ไปของฮองสู่ ข้าจะเป็คนรับผิดชอบเอง”
ดวงตาของฮองตงเปล่งประกาย ก่อนถาม
“คุณชายจะให้ฮองผู้นี้ทำอะไรหรือ”
“ติดตามข้า รับคำสั่งข้าเพียงผู้เดียว!” คุณชายน้อยยิ้มสดใส “อีกอย่างบิดาข้าได้ย้ายไปเป็ผู้ตรวจการแคว้นกิจิ๋วแล้ว สามวันต่อจากนี้จะเดินทางไปยังแคว้นกิจิ๋ว”
ฮองตงขมวดคิ้ว มีสีหน้ามืดมนลง
นี่เล่าเจี้ยงจะให้ฮองตงขายตัวเองแก่เขา!
ขุนพลเกาทัณฑ์ผู้นี้มีความหยิ่งทะนงของตระกูลเก่าแก่เข้ากระดูก จะตอบรับตกลงได้อย่างไร!
“คุณชายมีจิตใจเมตตา ข้าน้อยขอบพระคุณเป็อย่างสูง”
“แม้นฮองตองจะถูกตัดออกจากตระกูลอึ๊ง ทว่ายังคงมีสายเืตระกูลเก่าแก่ไหลเวียนอยู่ จะให้คนมาดูแลปกป้องได้อย่างไร!”
“ฮองตงมิอาจตกลงได้ ขอคุณชายโปรดให้อภัยด้วย!”
เล่าเจี้ยงหาได้ขุ่นเคืองเพราะถูกปฏิเสธไม่ เพียงเดินไปตบบ่าของอีกฝ่ายเบา ๆ
“นี่…”
“ไม่ต้องรีบร้อนตอบกลับข้า เ้าสามารถกลับไปคิดดูก่อนได้”
เล่าเจี้ยงเดินไปถึงหน้าประตู แล้วหันกลับมาหาฮองตง
“ในจวนของข้ามีโสมคนหนึ่งร้อยปีอยู่สามต้น ไม่ว่าผู้กล้าฮองจะตอบตกลงหรือไม่ ข้าก็จะมอบให้ท่าน”
“จากนี้อีกสามวัน ประตูทิศตะวันออกเมืองอ้วนเสีย ผู้กล้าฮองสามารถมารับโสมคนที่นั่นได้”
สิ้นเสียงก็หมุนตัวเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก
…
สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ครอบครัวของเล่าเอี๋ยนออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังแคว้นกิจิ๋ว
ทว่าสามวันนี้สำหรับเล่าเจี้ยงแล้วทุกข์ทรมาน… กระทั่งใจก็ไม่สงบ
นี่เป็ครั้งแรกที่เล่าเจี้ยงพยายามดึงคนที่มีความสามารถมาเป็พวก สิ่งนี้จึงมีความหมายสำหรับเขามาก!
ในสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออก คนที่มีความสามารถมากมายล้วนมาจากตระกูลเก่าแก่ยิ่งใหญ่ การดึงตัวมาเป็พวกจึงไม่ง่าย
เล่าเจี้ยง้าอุปถัมป์คนมีความสามารถในทุกครอบครัวยากจน คนธรรมดา แม้กระทั่งคนที่ตกระกำลำบาก
“เจี้ยงเอ๋อร์ ไม่สบายหรือ?”
เฟ่ยซื่อ มารดามองเล่าเจี้ยงด้วยสีหน้าเป็ห่วง เด็กคนนี้เป็อัจฉริยะที่จะกอบกู้ตระกูลเล่า นางจะเพิกเฉยเขาไม่ได้
“ขอบคุณท่านแม่ที่เป็ห่วง ลูกไม่เป็อะไร!”
เล่าเจี้ยงส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็มองออกไปด้านนอก ประตูเมืองใกล้เข้ามาสู่สายตาแล้ว
“ท่านแม่ ลูกได้นัดคนไว้ที่ประตูเมือง อีกประเดี๋ยวช่วยจอดที่หน้าประตูเมืองให้ทีขอรับ”
“ได้จ๊ะ”
รถม้าค่อย ๆ หยุดลง เล่าเจี้ยงรู้ว่าผลจะออกในไม่ช้าแล้ว
เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ สองสามครั้ง เล่าเจี้ยงปรับอารมณ์ตื่นเต้นให้เป็ปกติ แล้วลงจากรถม้า
“คุณชายเล่า!”
ฮองตงเหลือบมองเห็นเล่าเจี้ยง ก็พาภรรยาและบุตรชายมาหา
“ผู้กล้าฮอง นี่คือโสมอายุร้อยปีสามต้นที่ข้ารับปากเ้า เชิญท่านรับไว้!”
ฮองตงรับมาด้วยมืออันสั่นเทา ในใจรู้สึกขอบคุณอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
แม้เล่าเจี้ยงจะยังเด็ก กลับรักษาคำพูด ไม่ถามตัวเองเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็คนติดตามหรือไม่
“ฮั่นเซิง…”
จางซื่อเรียกนามรองของสามีที่ชะงักค้างด้วยเสียงเบา จากนั้นก็พยักหน้าเล็กน้อย
ฮองตงตัดสินใจทันที เขาคุกเข่าข้างหนึ่งอยู่ต่อหน้าเล่าเจี้ยง
“ชีวิตต่อจากนี้ของฮองตงเป็ของคุณชายแล้ว! ขอคุณชายช่วยชีวิตลูกชายข้าด้วย”
จางซื่อพาฮองสู่คุกเข่าลงเช่นเดียวกัน
“ผู้กล้าฮอง ฮูหยินฮองรีบลุกขึ้นเถิด!”
“แม้เล่าเจี้ยงจะยังเด็ก ทว่ารู้จักรักษาสัจจะที่ลั่นวาจาออกมา! ”
“อาการป่วยของฮองสู่ ข้าจะรับผิดชอบให้ถึงที่สุด”
ก้อนหินขนาดใหญ่ที่กดทับอยู่ในใจของเล่าเจี้ยงในที่สุดก็ถูกวางลง
การแม่ทัพอย่างฮองตง จะทำให้เขาก้าวไปสู่เส้นทางยึดครองใต้หล้าอย่างมั่นคงขึ้นอีกก้าว!
“เจี้ยงเอ๋อร์ นี่คือ?”
เล่าเอี๋ยนเห็นคนสามคนคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเล่าเจี้ยง จึงรีบเดินมาหาทันที
“ท่านพ่อ นี่คือฮองตง พลคุ้มกันที่ข้ารับมาใหม่ ”
“นี่คือครอบครัวของเขาขอรับ”
น้ำเสียงของเล่าเจี้ยงดูตื่นเต้นอย่างมากเหมือนเด็กได้กินของโปรดในวันเกิด จนไม่สามารถควบคุมความรู้สึกได้
“คารวะใต้เท้าเล่าเอี๋ยน”
ครอบครัวฮองตงรีบคำนับเล่าเอี๋ยน สำหรับคนธรรมดาอย่างพวกเขาแล้ว ผู้ตรวจการแคว้นกิจิ๋วไม่ต่างอะไรกับฮ่องเต้เลย
“อืม ต่อไปก็ดูแลลูกชายข้าดี ๆ”
เล่าเอี๋ยนไม่ได้สนใจฮองตงมากนัก ในความคิดเขา อย่างมากฮองตงก็นับว่าเป็พลคุ้มกันที่โดดเด่นคนหนึ่ง
“เจี้ยงเอ๋อร์ รีบออกเดินทางเถิด”
“ขอรับ! ท่านพ่อ!”
[1] โสมคน เป็สมุนไพรที่จัดว่าเป็าาแห่งสมุนไพร ใช้รักษาโรคมานานกว่าสองพันปี สรรพคุณเป็ยาบำรุงกำลัง บำรุงอวัยวะภายในร่างกาย ทำให้ร่างกายชุ่มชื่น เป็ต้น