ภายในห้องโถงอาหารในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยจิตสังหารที่เข้มข้นฉินเหม่ยหลาน สามารถััได้อย่างชัดเจนแม่รองของเธอผู้นี้นั้นเป็คนที่มีจิตใจที่สุดแสนจะโเี้ที่สุด ในบทของนิยายแล้วแม่รองผู้นี้คือผู้อยู่เื้ัการลอบวางยาพิษแม่ของเธอ สตรีนางนี้ทำทุกอย่างเพื่อเป้าหมาย ดูเหมือนว่าเธอจะเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าตัวของเธอฝีปากกล้าไปหน่อยไม่เช่นนั้นชีวิตของเธอได้จบสิ้นก่อนวัยอันควรแน่
เธอเป็เพียงแค่เด็กสาวตัวเล็กๆ จะไปสู้คนพวกนี้ได้อย่างไรแม้แต่บรรดาสาวใช้เองก็เป็คนของแม่รองทั้งนั้น ฉินเหม่ยหลาน แอบสำนึกเสียใจไม่น้อยที่เธอเผลอปากกล้าไปหน่อยตอนนี้ทั่วทั้งร่างของเธอเหงื่อไหลเย็นเยียบ ขืนเป็เช่นนี้เธอคงต้องตายก่อนแก่จบไม่สวยเหมือนในบทนิยายเป็แน่
หลิวซูหนิง ฮูหยินรอง ยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร แต่ตอนนี้นางกลับปิดปากเงียบ ไม่พูดไม่จา นับว่าเป็การเงียบที่เต็มไปด้วยความโกรธและความขุ่นเคืองอย่างรุนแรง ร่างกายของนางสั่นสะท้านอย่างชัดเจน เหมือนกับว่าอารมณ์ของนางกำลังอยู่ในจุดเดือดสุดขีด
การที่ฉินเหม่ยหลานกล้าแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาและล่วงเกินถึงการสั่งสอนของนาง ทำให้หลิวซูหนิงรู้สึกเหมือนกับว่ามีเปลวไฟลุกโชนอยู่ในใจของนาง ทุกคำพูดของฉินเหม่ยหลานที่เต็มไปด้วยความดูถูกและความเหยียดหยามนั้นทำให้ความโกรธของนางเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ นางไม่สามารถทนได้กับการที่เด็กน้อยคนนี้กล้าขัดขวางความสงบสุขของชีวิตและตำแหน่งของนาง
ความโกรธนั้นทำให้หลิวซูหนิงแทบจะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ร่างกายของนางสั่นสะท้าน ราวกับว่าจะปล่อยะเิความโกรธออกมาในทันที มองไปที่ฉินเหม่ยหลานด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตและความคาดหวังที่จะให้ชีวิตของเด็กน้อยนี้จบสิ้นลง
“ท่านพ่อในเมื่อตัวท่านไม่สามารถที่จะปกป้องข้าได้นั้นข้าจะขอย้ายไปอยู่กับท่านตา” ฉินเหม่ยหลาน ทำทีพูดออกมาอย่างคนน้อยใจหากนางไม่รีบย้ายออกไปในตอนนี้นางมีหวังถูกฆ่าตายแน่ๆ หรือไม่จะให้นางโดนตบั้แ่เล็กจนโตนางก็รับไม่ได้ไหว นางไม่ใช่พระอิฐพระปูนเหมือนเ้าของร่างเดิมที่หนังหน้านั้นจะทนทานเป็พิเศษ ในสถานการน่าเสียวน่าขวานเช่นนี้มีแต่ท่านตาเท่านั้นที่จะคุ้มหัวนางได้
จากความทรงจำของนางท่านตาผู้นี้รักหลานสาวคนนี้เป็อย่างมาก แม่ทัพฉินเจิ้งหรง ถึงกับตื่นใเมื่อสาวน้อยผู้เป็ลูกสาวของเขาจะย้ายไปอยู่กับท่านตาของนางหรือพ่อตาของตน ั้แ่ภรรยาเอกเขาตายจากไปเขาและพ่อตาก็แทบที่จะมองหน้ากันไม่ติดชายแก่ผู้นี้เต็มไปด้วยความหัวรั้นและอำนาจบารมีของเขานั้นแทบที่จะไม่น้อยไปกว่าตน ั้แ่ภรรยาเอกเขาตายจากไปเขาก็ไม่กล้าที่จะไปสู้หน้าชายแก่ผู้นี้อีกเลย
แม่ทัพฉินเจิ้งหรง กล่าวด้วยความวิตกกังวลและความไม่แน่ใจในน้ำเสียงของเขา “ฉินเหม่ยหลาน ลูกคิดดีแล้วเหรอที่จะไปอยู่กับตาของเ้า?”
หลิวซูหนิง ฮูหยินรอง ที่นั่งอยู่ข้างๆ กลับมีความรู้สึกดีใจและพอใจในสถานการณ์นี้ นางยิ้มออกมาอย่างพอใจและพูดอย่างสะใจ “ท่านพี่ ท่านอย่าได้ไปขัดใจฉินเหม่ยหลานเลยนะเ้าคะ นางคงอยากที่จะไปอยู่กับท่านตาของนาง และนางคงจะได้รับความรักความอบอุ่นมากกว่าที่นี่ เราในฐานะคนเป็พ่อเป็แม่ก็ควรที่จะส่งเสริมการตัดสินใจของนาง”
คำพูดของหลิวซูหนิง แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกโล่งใจและความพอใจที่เห็นบุตรสาวของภรรยาเอกต้องออกจากบ้านไป หากนางเด็กคนนี้อยู่ต่อนางคงต้องหาวิธีอะไรสักอย่างจัดการกับเ้าเด็กนี่เป็แน่
เช้าวันถัดมา แม่ทัพฉินเจิ้งหรง ได้จัดขบวนรถม้าอย่างดีเพื่อส่งฉินเหม่ยหลาน ไปยังบ้านของท่านตาของเธอ แต่เขาเองไม่ได้ร่วมเดินทางไปด้วย เนื่องจากความรู้สึกที่ยังเต็มไปด้วยความเครียดและความแค้นจากการสูญเสียภรรยาเอกของเขายังไม่หาย
การตัดสินใจไม่ไปร่วมเดินทางของเขา เป็การหลีกเลี่ยงการพบปะกับพ่อตาของเขา ท่านพ่อตาผู้นี้มีนิสัยที่พูดตรงไปตรงมาและปากมากซึ่งแม่ทัพฉินเจิ้งหรงไม่้าที่จะเผชิญหน้าในตอนนี้ ในขณะเดียวกัน แม่ทัพชรายังรู้สึกเครียดและแค้นใจจากการตายของบุตรสาวของเขา
ขบวนรถม้าเต็มไปด้วยบรรยากาศที่เป็ทางการและความรู้สึกที่หนักหน่วง แม้ว่าแม่ทัพจะพยายามจัดให้ดีที่สุด แต่บรรยากาศของการเดินทางยังคงเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ขมขื่น
ฉินเหม่ยหลาน นั่งอยู่ในรถม้า ด้วยความรู้สึกผสมปนเปกัน ระหว่างความหวังที่จะพบกับความปลอดภัยและความอบอุ่นจากท่านตาของเธอ กับความกังวลเกี่ยวกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในบ้านของท่านตาที่ไม่เคยคุ้นเคยมาก่อน
เมื่อขบวนรถม้าถึงบ้านของแม่ทัพเผิงเฉียนหลง ท่านตาผู้เป็อดีตแม่ทัพใหญ่และเสาหลักของบ้านเมือง เขาก็ยืนรอที่ประตูบ้านด้วยความรู้สึกตื่นเต้นและยินดีอย่างเห็นได้ชัด
ท่านตาของเธอ แม่ทัพเผิงเฉียนหลง เป็ทหารชราที่ปลดเกษียนตัวเองออกจากการทำหน้าที่หลังจากความเบื่อหน่ายในชีวิต การสูญเสียลูกๆ ของเขาทำให้เขาเหลือเพียงหลานสาวคนเดียวเท่านั้น นั่นคือฉินเหม่ยหลาน ซึ่งเป็ทายาทที่เหลืออยู่
จวนของแม่ทัพชรานั้นจัดแต่งอย่างเรียบง่ายและตั้งอยู่ในบริเวณูเาที่ห่างไกลจากความวุ่นวายของโลกภายนอก แม้จะเป็ที่อยู่อาศัยที่แยกตัวออกจากโลกภายนอก แต่มีทหารและคนรับใช้คอยปฏิบัติและดูแลอย่างแ่า
เมื่อฉินเหม่ยหลาน มาถึงประตูบ้าน แม่ทัพเผิงเฉียนหลง ได้เบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้นและยินดี
“ฉินเหม่ยหลาน, เ้ามาที่นี่ได้อย่างไร” แม่ทัพชราพูดด้วยความรู้สึกเต็มไปด้วยความยินดีและความประหลาดใจ
ฉินเหม่ยหลาน ก้มหน้า เธอรู้สึกถึงความรู้สึกที่หนักหน่วงในใจและไม่รู้จะใช้คำพูดอย่างไรในการอธิบายการตัดสินใจของเธอ
“ท่านตาข้า, ข้าตั้งใจจะย้ายมาอยู่กับท่าน” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความตั้งใจและความเคารพ
แม่ทัพเผิงเฉียนหลง ได้ยินคำพูดนี้แล้วก็หัวเราะออกมาอย่างสดใส “ฮ่าฮ่าฮ่า ดี ดีมาก! ออกจากบ้านของเ้าชั่วนั่นได้ก็ดีแล้วหลานสาวคนเดียวข้าเลี้ยงได้” ท่านตาพูดด้วยความเต็มใจและอบอุ่น
เมื่อฉินเหม่ยหลานก้าวเข้าไปในจวนของแม่ทัพเผิงเฉียนหลง ความรู้สึกของความอบอุ่นและความปลอดภัยเริ่มแผ่ซ่านออกมา ท่ามกลางทิวทัศน์ที่เรียบง่ายและเงียบสงบของจวนที่ตั้งอยู่ในบริเวณูเา เหล่าทหารและคนใช้ที่มีความชำนาญและประสบการณ์ต่างได้ปฏิบัติและดูแลเธอด้วยความนอบน้อมอย่างเต็มที่
ทหาร ที่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยและดูแลความเรียบร้อยของจวน ยืนอยู่ในท่าทางพร้อมเพรียง พวกเขาต้อนรับฉินเหม่ยหลานด้วยความเคารพและสุภาพ รักษาระเบียบอย่างเคร่งครัดเพื่อให้มั่นใจว่าเธอจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด
คนใช้ ที่รับผิดชอบในเื่ของการดูแลภายในบ้าน เช่น การทำความสะอาด การจัดเตรียมอาหาร และการจัดการเื่ต่างๆ ในจวน ต่างก็เข้ามาทำหน้าที่ของตนด้วยความตั้งใจและความเคารพ ทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขาล้วนเป็ไปอย่างราบรื่นและเป็ระเบียบ
เมื่อฉินเหม่ยหลานเดินเข้าไปในห้องพักของเธอ ซึ่งได้รับการจัดเตรียมอย่างสวยงามและสะดวกสบาย ท่านตาได้ส่งคนใช้ให้แน่ใจว่าทุกอย่างพร้อมสรรพสำหรับการต้อนรับหลานสาว บรรยากาศในห้องพักเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเรียบง่าย มีการตกแต่งที่เป็มิตรและสบายตา