หวังอวี่รีบวางกิ่งไม้และใบไม้แห้งทับลงไป้า และด้วยวิธีนี้ กองไฟกองหนึ่งก็ได้ถูกจุดขึ้น
เมื่อมองไปยังเปลวไฟที่สว่างไสวตรงหน้า หวังอวี่ก็เกิดความรู้สึกภาคภูมิใจในความสำเร็จขึ้นมา ชั่วขณะหนึ่ง เขาถึงกับลืมความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวัน และลืมความเ็ปที่ฝ่ามือไปเสียสนิท
ทันใดนั้น หวังอวี่ก็รู้สึกว่า รายการ Man vs. Wild สำหรับเขาแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่ธุรกิจการไลฟ์สตรีมที่เริ่มทำเพื่อเลี้ยงชีพเท่านั้น แต่มันคือความฝัน และเป็ความรับผิดชอบที่อยากจะบอกให้ผู้คนทั่วโลกได้รับรู้ถึงเจตจำนงอันแข็งแกร่งของชาวจักรวรรดิ
ส่วนข้อความในห้องไลฟ์สตรีม ทันทีที่กองไฟลุกโชนขึ้นมา ก็ะเิออกทันที
[สตรีมเมอร์เจ๋งชะมัด เมื่อก่อนฉันเคยลองปั่นไม้เอาไฟด้วยความอยากรู้อยากเห็น ผลคือมือถลอกหมดเลย แถมไม่มีแม้แต่ประกายไฟ]
[ผ่านไปวันเดียว รู้สึกว่าได้รับความรู้เยอะมาก เอาไปอวดคนอื่นได้เลย!]
[สตรีมเมอร์! รีบกินงูเร็วเข้า! ฉันรอมาทั้งวันแล้ว!]
[หวงเสี่ยวเฉินส่งเรือสำราญสุดหรูให้สตรีมเมอร์ : สมกับเป็นายจริง ๆ ลูกพี่อวี่!]
[ชิงเหลียงอีเซี่ยส่งเครื่องบินให้สตรีมเมอร์ : พี่อวี่รีบกินงูเร็วเข้า! รอไม่ไหวแล้ว]
[ส้มสีเหลือง ๆ ส่งคุกกี้ 500 ชิ้นให้สตรีมเมอร์ : เป็ครั้งแรกที่ฉันเต็มใจเปย์ของขวัญให้เองเลย]
...
เมื่อจุดกองไฟได้สำเร็จ หวังอวี่ไม่จำเป็ต้องเอ่ยปากกับผู้ชมในห้องไลฟ์เลยเหล่าผู้ชมต่างเริ่มส่งของขวัญให้กันอย่างรู้หน้าที่ นี่แสดงว่าการไลฟ์ของหวังอวี่ ได้ทำให้พวกเขาเกิดความชื่นชอบขึ้นมาในใจแล้ว
"โอเค! ที่พักและแหล่งไฟเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็ถึงเวลาอาหารค่ำของวันนี้"
ป่าดงดิบภายใต้ความมืดมิดเต็มไปด้วยความรู้สึกลึกลับ
หลังจากเดินทางมาทั้งวัน ทั่วทั้งร่างของหวังอวี่ก็สกปรกมอมแมมไปหมด ั้แ่่กลางวันจนถึงตอนนี้ หวังอวี่ไม่ได้เติมอาหารเข้าสู่ร่างกายมากนัก
จากการออกกำลังกายอย่างหนักตลอดทั้งวัน นอกจากผู่กงอิงกำเล็ก ๆ ที่กินตอนเริ่มเมื่อเช้าแล้ว เขาก็กินเพียงแค่ไข่มดไปนิดหน่อยเท่านั้น
ในขณะนี้ กระเพาะอาหารเริ่มปั่นป่วนและส่งเสียงร้องประท้วงไม่หยุด
เขาหยิบงูทับสมิงคลาที่จับได้เมื่อ่เช้าออกมาจากกระเป๋าเป้ ผ่านมาครึ่งค่อนวันแล้ว กล้ามเนื้อและประสาทของงูตัวนี้หยุดทำงานโดยสมบูรณ์ ตอนนี้มันเหมือนกับเชือกเส้นหนึ่งที่หวังอวี่ถือไว้ในมือ
เขาหยิบกิ่งไม้ขึ้นมา แล้วพันตัวงูเข้าไป จนกระทั่งเนื้องูทั้งตัวถูกพันรอบกิ่งไม้
หวังอวี่ลองทดสอบดู พบว่ามันไม่หลุดลงมา จากนั้นจึงนำเนื้องูไปย่างบนกองไฟด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
"เวลาที่ย่างอาหาร อย่าเอาอาหารไปใกล้เปลวไฟจนเกินไป ระยะห่างระหว่างอาหารกับเปลวไฟนั้นสำคัญมาก ไม่อย่างนั้นจะทำให้ผิวหน้าของอาหารไหม้เกรียม แต่เนื้อข้างในยังดิบอยู่"
ท่ามกลางป่าที่เงียบสงบ หวังอวี่ฟังเสียงเปรี๊ยะ ๆ ของกองไฟที่กำลังลุกไหม้ ในใจรู้สึกสงบเป็พิเศษ
กระติกน้ำถูกวางไว้ข้าง ๆ แหล่งไฟ เมื่ออุณหภูมิของไฟสูงขึ้น ไอน้ำจาง ๆ ก็ลอยออกมาจากด้านใน
เมื่อมองไปยังกระติกน้ำข้างกาย หวังอวี่ก็นึกถึงมุกตลกเื่หนึ่งในโลกเดิมขึ้นมาได้
เขาจึงพูดกับกล้องไลฟ์สตรีมว่า "จริงด้วย ขอให้ความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ กับทุกคนอีกเื่หนึ่ง นั่นคือ น้ำที่เพิ่งเดือดใหม่ ๆ ห้ามดื่ม"
เมื่อได้ยินคำพูดของหวังอวี่ ผู้ชมในห้องไลฟ์ต่างพากันงุนงง ในขณะเดียวกันก็ยิ่งคาดหวังกับสิ่งที่หวังอวี่จะพูดต่อไป
"เหตุผลที่ห้ามดื่มน้ำที่เพิ่งเดือดใหม่ ๆ ก็เพราะว่ามันร้อนเกินไปน่ะสิ! ฮ่า ๆ ๆ "
หลังจากหวังอวี่พูดจบ เขาก็อดไม่ได้ที่จะะเิหัวเราะออกมา
ส่วนผู้ชมในห้องไลฟ์ถึงกับอึ้งไปตาม ๆ กัน
สาเหตุหลักคือตลอดทั้งวัน หวังอวี่สอนความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับรายการ Man vs. Wild ให้ทุกคนอย่างจริงจังมาโดยตลอด ผู้ชมคิดไม่ถึงเลยว่าหวังอวี่จะมีมุมตลกโปกฮาแบบนี้ จึงถูกเขาหลอกเข้าให้
พอผู้ชมตั้งสติได้ ข้อความในห้องไลฟ์ก็ะเิออกมาอีกครั้ง
[อะไรกันเนี่ย! ฉันโดนแกงเข้าให้แล้ว!]
[ฉันอึ้งกับคำตอบนี้เลย!]
[พับผ่าสิ ฉันเพิ่งจะเก็กหน้าขรึมได้แป๊บเดียว ก็หลุดขำจนหน้าแตกอีกแล้ว]
[ขำจะตายอยู่แล้ว ตอนแรกใหมด นึกว่าน้ำที่เพิ่งเดือดมีปัญหาอะไรซะอีก!]
[มุกนี้ฉันให้คะแนนเต็มเลย ไม่ต้องกลัวว่าจะลำพองใจนะ]
มุกเื่น้ำเดือดห้ามดื่มจากโลกก่อน ได้ทำให้บรรยากาศในห้องไลฟ์พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดทันที
ผู้ชมเริ่มชื่นชอบการเปลี่ยนท่าทีที่กะทันหันแบบนี้ของหวังอวี่มากขึ้น
นี่คือสิ่งที่หวังอวี่ตั้งใจ เพราะการจะเป็สตรีมเมอร์ที่ดึงดูดผู้ชมได้ จำเป็ต้องมีสไตล์เป็ของตัวเอง
ใน่แรก เนื่องจากไม่มีสิ่งเร้า หวังอวี่เพียงแค่รู้สึกหิว แต่ร่างกายยังไม่มีปฏิกิริยาอะไรมากนัก ทว่าเมื่อกลิ่นหอมของเนื้อย่างลอยเข้าจมูกของหวังอวี่อย่างต่อเนื่อง เขาก็เริ่มทนไม่ไหว น้ำลายเริ่มสอออกมาไม่หยุด แต่หวังอวี่ยังคงตระหนักถึงความสำคัญของการย่างเนื้อให้สุกในสถานการณ์เช่นนี้
"หลายคนเวลาถูกกระตุ้นด้วยกลิ่นหอมของเนื้อย่าง มักจะเริ่มกินทันทีทั้งที่เนื้อยังไม่สุกดี จริง ๆ แล้วนี่เป็สถานการณ์ที่อันตรายมาก การกินเนื้อที่กึ่งดิบกึ่งสุกในป่าส่งผลเสียอย่างยิ่ง เพราะไม่มีคนดูแลโดยเฉพาะ และไม่มีสุขอนามัยที่เข้มงวดสัตว์ป่าที่เอาชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมธรรมชาติจะมีแบคทีเรียและพยาธิมากมายในตัว การปรุงอาหารเพียง่สั้น ๆ ไม่สามารถกำจัดพยาธิและแบคทีเรียในตัวพวกมันได้หมด"
"แน่นอนว่า ถ้าคุณมาถึงจุดที่ถ้าไม่กินตอนนี้จะต้องตาย คุณก็สามารถมองข้ามเื่เหล่านี้ไป แล้วดิ้นรนเป็ครั้งสุดท้าย..."
ต้องยอมรับว่า การอธิบายของหวังอวี่แบบนี้ ทำให้หลายคนรู้สึกขนลุก
สำหรับเื่พยาธิ ส่วนใหญ่พวกเขามีความทรงจำอันห่างไกลั้แ่ตอนเด็ก ๆ ที่กินยาถ่ายพยาธิแล้วขับถ่ายออกมา ดังนั้นจึงรู้สึกกลัวสิ่งเหล่านี้จากก้นบึ้งของหัวใจ
[พระโพธิสัตว์ช่วย! แค่จินตนาการก็สะอิดสะเอียนแล้ว!]
[จู่ ๆ ฉันก็ไม่กล้ากินเนื้อย่างเลย ทำไงดี…]
[อย่าพาลสิ เนื้อย่างข้างนอกเขาปรุงสุกเป็เวลานานแล้วถึงจะดี ไม่มีทางเกิดเหตุการณ์กึ่งดิบกึ่งสุกแบบนั้นหรอก อีกอย่าง เนื้อตามร้านย่างก็ไม่น่าจะมีแบคทีเรียและพยาธิเยอะเท่าเนื้อในป่าด้วย]
[น้องงู : ฉันน่ากลัวขนาดนี้แล้ว นายยังจะกินฉันอีกเหรอ?]
[พี่อวี่ : แหะ ๆ เพราะฉันน่ากลัวกว่านายอีกไง!]
ในขณะที่ทุกคนกำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือด หวังอวี่ก็ได้เริ่มหยิบเนื้องูขึ้นมาดม
เนื่องจากต้องเอาเครื่องในออก จึงมีการกรีดเป็ทางยาวตลอดตัวงู เมื่อเห็นว่าเนื้อข้างในสุกดีแล้ว หวังอวี่ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
เขารีบตัดเนื้องูชิ้นหนึ่งใส่เข้าปากแล้วเริ่มลิ้มรส
"พูดตามตรง รสชาติงั้น ๆ แถมเนื้องูแทบไม่มีไขมันเลย กินแล้วรู้สึกแห้งมาก แต่ััคล้ายกับเนื้อไก่ เพียงแต่ว่ามีความละเอียดและลื่นกว่าเนื้อไก่นิดหน่อย"