ห้องไอซียูของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครหยาดฟ้าขอตัวกลับไปพักผ่อนเมื่อเจนจิรามาถึงทั้งสองตกลงกันไว้แล้วว่าจะสลับกันมาเฝ้านาตาลีและคอยอยู่เป็เพื่อนยงยุทธที่แทบจะอาศัยโรงพยาบาลเป็การถาวร
ยงยุทธยังนั่งรอฟังผลอยู่ด้านนอกด้วยท่าทีสงบส่วนเจนจิราเดินพล่านเป็เสือติดจั่นจนอีกฝ่ายต้องบอกให้หยุด
“โธ่! พี่ ยัยนัทยังไม่ฟื้นอย่างนี้เจนนั่งไม่ติดหรอกค่ะ”
“พี่ก็เป็ห่วงนัทเหมือนกัน แต่ตอนนี้เธอกำลังทำให้พี่ตาลายไปหมดแล้ว หยุดเดินแล้วมานั่งนี่!”คนที่ตลอดชีวิตไม่เคย ดุ ใคร ทำคนฟังแทบง้างขาไม่ออกสินั่น
“นะ..นั่งก็ได้ค่ะ”
คุณสดใสกับคุณดวงดาวเข้ามาสมทบทันเวลาให้เจนจิราได้หายใจคล่องขึ้นหญิงสาวแนะนำคุณป้าทั้งสองให้ยงยุทธรู้จักชายหนุ่มลุกจากเก้าอี้เพื่อทำความเคารพอย่างสุภาพ
“นัทเล่าถึงคุณป้าๆให้ผมฟังบ่อย วันนี้ได้เจอตัวจริง ยินดีมากครับ”
“โถพ่อหลานชาย น้ำใจดีจริง ทั้งที่ทั้งหมดมันเป็ความผิดของป้าเองที่ใช้ให้หนูนัทไปทำธุระไม่งั้นคงไม่เกิดเื่” สีหน้าผู้พูดรู้สึกผิดอย่างที่สุด
“คุณป้าอย่าพูดอย่างนั้นสิครับ..มันเป็อุบัติเหตุนัทเขาเป็อย่างนี้ั้แ่ไหนแต่ไรแล้ว ชอบขี่รถเร็วเป็ชีวิตจิตใจ ผมเองก็เตือนเขาหลายครั้งแต่ไม่เคยฟังคุณป้าอย่าคิดมากเลยครับ”
“แล้วหมอว่ายังไงบ้างจ๊ะ” คุณสดใสถามบ้างหลังจากปล่อยให้คุณดวงดาวเป็ฝ่ายเปิดฉาก
“ปลอดภัยแล้วครับ เดี๋ยวรอผลเอ็กซเรย์ที่แน่ชัดอีกที คุณป้าสบายใจได้”
“แต่ป้าต้องไปสนามบินคืนนี้แล้วสิ จะให้วางใจเสียเลยคงไม่ได้” คุณดวงดาวเผยน้ำเสียงเศร้า สีหน้ายังหลงเหลือรอยกังวลเด่นชัด
เจนจิราได้แต่ยืนฟังคนสูงวัยสนทนากันอื้ออึงอดคิดไม่ได้ว่า ‘มันน่าแปลก’ หมอตรวจพบแค่เพียงข้อมือสองข้างส้นเท่านั้น ไม่มีเืออกสักหยดแผลถลอกก็ไม่มี แต่ทำไมเพื่อนของเธอถึงยังไม่ฟื้นสักที
ทุกชีวิตพลันต้องหันขวับเมื่อประตูห้องถูกเปิดออก
“ผลเป็ยังไงบ้างครับคุณหมอ” ยงยุทธรีบปราดเข้าไปถามอาการ
“ผลเอ็กซเรย์ออกมาดีมากครับ ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆนอกจากข้อมือสองข้างส้นอย่างที่ได้บอกไว้แต่แรก หมอรับรองครับว่าคนไข้ปลอดภัย”คนฟังต่างรู้สึกสบายใจ โล่งอก
“เห็นไหมครับคุณป้า นัทปลอดภัยแล้ว แต่ถ้าหากคุณป้ายังรู้สึกกังวลอยู่ผมจะโทร.บอกข่าวให้ทราบเป็ระยะดีไหมครับ”
“ขอบใจมากนะพ่อหลานชาย”
ชายฝั่งติดทะเลของหมู่บ้านด่านท่า พายุใหญ่พาน้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนอย่างต่อเนื่อง เสียงกรีดร้อง ผู้คนกำลังหนีตายอย่างโกลาหล
กลุ่มนักรบราวห้าสิบชีวิตเข้าช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเต็มกำลัง
“มัณนาว! ให้ทุกคนรีบอพยพขึ้นที่สูงสะสมเสบียงอาหารไว้ให้มากที่สุด หากรอกำลังเสริมจากเมืองหลวงคงไม่ทันการ” เนเรนะโก้องแข่งกับเสียงฟ้า
“ได้ท่านครั้งนี้พายุหนักเอาการเหลือเกิน”
“ใช่ ดูท่าเหมือนจะเข้าอีกระลอกด้วยรีบเร่งมือเข้าละกัน” แม่ทัพหนุ่มมองดูกลุ่มเมฆดำซึ่งกำลังก่อตัวเหนือน่านน้ำมันเหมือนปีศาจร้ายแห่งท้องทะเลที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้
“เร็วที่สุด มัณนาว!”
~~ เนล ตอนนี้คุณอยู่ไหน ~~
ร่างสูงบนหลังม้าถึงกับชะงักสายบังเหียน
“นาตาลี”
ไม่ผิดแน่
มันชัดราวกับกระซิบอยู่ข้างหูนี่เอง
“มีอะไรหรือท่าน รีบไปเถอะ” มัณนาวท้วงให้อีกฝ่ายลอบถอนใจ
เกิดอะไรขึ้น
ทั้งที่อยากบอกอะไรมากมายแต่จำต้องรีบออกมาด้วยภาระหน้าที่มิอาจรอ
รู้ว่าเ้าไม่ได้โกหก
สายตาคู่นั้นไม่มีสิ่งใดปิดบัง แต่ทำไมอะไรๆถึงต้องมาเกี่ยวข้องกับนาง
เ้าเป็ใครกันแน่
หน้าเหมืองบนูเาหมู่บ้านด่านท่า
“เร็วเข้า! เร็ว!เร่งฝีเท้ากันหน่อย” เสียงะโอื้ออึงจนฟังไม่ได้ศัพท์อีกทั้งความชุลมุนวุ่นวายของผู้คนทำให้ดูละลานตาหากจะหาใครสักคนในยามนี้คงทำได้ยากเหลือเกิน
เวลาผ่านพ้นไปหลายชั่วโมงสายฝนที่กระหน่ำอย่างหนักจึงเริ่มชะลอตัวตะวันดวงกลมจ้าออกมาฉายแสงขับไล่ความมืดจนหมดสิ้น ท้องฟ้ากระจ่างอย่างที่ควรจะเป็ทิ้งไว้เพียงหยดน้ำใสที่ยังค้างตัวอยู่ตามใบไม้เมื่อสายลมพัดไหวหยดน้ำเ่าั้จึงค่อยร่วงหล่น
คนตาคมทอดมองยังเบื้องล่างสองแขนกระชับแนบอกไม่ไหวติงภาพที่เห็นตรงหน้าถูกน้ำปกคลุมจนทั่วอาณาบริเวณท่ามกลางแสงจันทร์นวลส่องกระทบเป็ระริ้วน่ามองซึ่งในความจริงมันไม่ได้สวยงามดั่งภาพที่เห็นแม้แต่น้อย เพราะมันคือความสูญเสียความหิวโหย เสียงกรีดร้องทุกข์ทรมานฉาบไว้ภายใต้ผืนน้ำนั่นเอง
“ทุกอย่างเรียบร้อย?”
“ใช่ท่าน พายุเริ่มสงบลง และพวกชาวบ้านส่วนใหญ่ก็อยู่ในที่ปลอดภัย..”มัณนาวชะงักคำรายงานเมื่ออีกฝ่ายสวนขึ้นมากะทันหัน
“นทีล่ะ มีใครเห็นนทีบ้าง”
“ไม่ท่าน มีอะไรสำคัญหรือ”
“ไม่มี” คนฟังย่นคิ้วเพราะสีหน้าผู้เป็นายไม่บอกอย่างนั้นเขาน้อมคำนับเพื่อถอยห่างออกไป ทิ้งให้ผู้เป็เหนือหัวได้ดำเนินความคิดต่อเนื่อง
ชายหนุ่มทอดถอนใจอย่างลืมตัว
จะเป็อะไรหรือเปล่าทำไมถึงเรียกข้าด้วยเสียงแบบนั้น ทั้งที่ฝากให้นทีดูแล
ภายนอกเปียกชุ่มไปทั้งตัวแต่ภายในกลับร้อนรุ่มไม่เป็สุข
“ท่านอลันมาถึงแล้วท่าน”
“ดี กำลังอยากเจอ”
“รายงานท่านเนเรนเหตุการณ์ที่เหมืองและโดยทั่วไปของต้องฟ้าทุกอย่างเรียบร้อยดีตอนที่ข้ามาถึงพายุก็สงบพอดี เลยถือโอกาสตรวจตราบริเวณด้านล่างมารายงานด้วย ตอนนี้น้ำยังท่วมอยู่มากเส้นทางหลายเส้นถูกตัดขาด มีผู้คนาเ็อีกไม่น้อยแต่ตอนนี้ได้รับการช่วยเหลือแล้ว ที่เห็นจะหนักหน่อยก็เป็นที”
“อะไรนะ!” คนฟังหัวใจกระตุกวาบ
“เขาถูกต้นไม้ทับขาหักทั้งสองข้าง เสียเืมาก ตอนนี้นักยาช่วยกันดูแลอย่างใกล้ชิดส่วนคนอื่นๆ ก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ ตอนนี้ผู้าเ็ทั้งหมดอยู่ที่เชิงเขา”
“แล้วผู้หญิงที่มากับนทีล่ะ”
“ใครกันท่าน”
“ช่างเถอะ พรุ่งนี้เราจะไปข้างล่างกันแต่เช้า”อลันเลิกคิ้ว อะไรทำให้เกิดหมายกำหนดการกะทันหันได้
นที?
ไม่สิ!
น่าจะเป็สตรีที่มากับนทีต่างหาก
ใคร
หรือว่า…
บรรยากาศเงียบสงัดหากไม่นับรวมเสียงเดินขวักไขว่ของคนที่คอยเป็ยามดูแลความปลอดภัยไม่ได้ยินแม้แต่เสียงเล็กเสียงน้อยของแมลง หญิงสาวที่นั่งมองพระจันทร์บนฟ้ากำลังปล่อยให้ความคิดไหลเรื่อยไปกับลมหายใจพลันต้องดึงสติกลับบมาเมื่อได้ยินเสียงทัก
“ทำอะไรอยู่ ไปพักสักหน่อยเถอะ เ้าเหนื่อยมาทั้งวัน” สายรุ้งคะยั้นคะยอ นาตาลีฝืนยิ้มบาง ก่อนจะลุกเดินตามไปยังห้องพักที่ถูกเตรียมไว้แบบง่ายๆนอนรวมกันกับบรรดาหญิงสาวคนอื่นอีกหกเจ็ดคน
“ว่ากันว่าคนที่นั่งมองจันทร์ไม่ว่าหญิงหรือชายหมายความว่ากำลังคิดถึงใครอยู่ เ้าคิดถึงใคร” คนที่กำลังจัดหมอนปัดที่นอนถึงกับชะงักมือ
“คิดถึง..คิดถึงตัวเองน่ะสิ ว่าพรุ่งนี้จะเป็ยังไงต่อไป” คนฟังยักไหล่
“เ้าชื่ออะไร” แต่ยังไม่ทันได้คำตอบเสียงเอะอะข้างนอกก็เบนความสนใจไปชะงัด
“นั่นเสียงเพื่อนข้า” สายรุ้งบอกแล้วลุกพรวด นาตาลีรีบลุกตาม
มีเื่อะไรกัน
สาวผิวขาวร่างอ้วนกลมผมหยิกหยองถักเปียสองข้างวิ่งกระหืดกระหอบมาแต่ไกล
“เ้าอยู่นี่เองข้าตามหาแทบแย่” เ้าหล่อนนั่งแปะลงกับพื้นทันทีที่เห็นสายรุ้ง
“มีอะไร”
“ก็พี่ชายเ้าน่ะสิ”ร่างท้วมหยุดปากเพื่อพักหายใจให้คนรอฟังยิ่งร้อนใจ
“ยังไงต่อล่ะ เร็วเข้า”
“ข้าพยายามตามหาจนทั่วแล้วแต่ไม่มีใครเห็นเลย ทีนี้จะทำยังไงต่อดี” คนฟังเงียบไปเหมือนกำลังใช้ความคิด
“อาจยังยุ่งๆ อยู่ที่ไหนสักแห่ง เดี๋ยวพรุ่งนี้คงเจอเองแหละเ้าไปพักผ่อนเถอะ ขอบใจมากนะ”
“เ้าไม่เป็ไรนะ”คนเป็เพื่อนถามให้แน่ใจ
“ฮืม...” สายรุ้งครางในลำคอ นาตาลีเข้าใจความรู้สึกนั้นดี สายรุ้งคงรักนทีซึ่งเป็พี่ชายมากๆอย่างที่เธอก็เป็ คนมีพี่ชายเท่านั้นถึงจะเข้าใจ
“ไปนอนเถอะพรุ่งนี้ฉันจะช่วยเธอหาพี่ชายอีกแรง รับรองว่าต้องเจอ” นาตาลีพูดพลางส่งยิ้มบางให้กำลังใจ
เหตุการณ์ทุกอย่างที่นี่ช่างเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วเหลือเกินเมื่อครู่สายรุ้งเพิ่งเป็คนมาชวนให้เธอเข้านอน ตอนนี้กลับกลายเป็ว่าเธอเป็ฝ่ายทำหน้าที่นั้นแทนอย่างนี้ล่ะมั้งที่เขาเรียกว่า ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน
เช้ามืดวันรุ่งขึ้น
หมู่บ้านราวยี่สิบหลังคาเรือนแถบเชิงเขาถูกใช้เป็สถานที่พักฟื้นผู้าเ็นาตาลีเป็หัวเรี่ยวหัวแรงหนึ่งที่ช่วยนักยาได้มาก และจากการยื่นมือให้ความช่วยเหลือครั้งนี้ทำให้เธอบังเอิญพบกับนที
“หมอ..เอ่อ..นักยาเขาเป็อะไรมากไหมคะ”
“คนนี้เรอะ อาการยังน่าเป็ห่วง ขนาดให้เืไปแล้วยังนอนเพียบไม่ยอมฟื้น”นักยาตอบโดยไม่เงยหน้ามองผู้ใดทั้งสิ้นเพราะต้องเร่งมือช่วยเหลือคนอื่นต่อ
หญิงสาวมองคนนอนนิ่งด้วยความรู้สึกหลากหลายทั้งเห็นใจ ทั้งสงสาร
อย่างน้อยพี่น้องยังได้พบกัน
“เนลจะอยู่แถวนี้หรือเปล่านะ ไม่รู้ป่านนี้จะเป็ตายร้ายดียังไงทิ้งฉันไว้แล้วก็หายจ้อยไป ถ้าเจอละ..น่าดูเชียว!” เธอบ่นพึมพำพลางกวาดสายตาเสาะหา
เสียงนักยาคนหนึ่งะโขอน้ำอุ่น หญิงสาวจึงรีบอาสา
ท่านแม่ทัพ อลัน และผู้ติดตามเดินทางมาถึงเชิงเขาแต่เช้าตรู่ เสียงผู้คนจ๊อกแจ๊กอื้ออึงอยู่เป็ระยะบ้างกำลังก่อไฟ บ้างก็เดินกันขวักไขว่ ดูแล้ววุ่นวายไม่น้อย
แต่ถึงจะโกลาหลเพียงใดหากใครได้เงยหน้ามาเห็นเป็ต้องหยุดมือแล้วน้อมคำนับให้กับผู้มาเยือน
“มีใครเห็นนทีบ้าง”คำถามของเนเรนได้รับคำตอบจากนักยาคนหนึ่ง
“ด้านในท่าน” เท่านั้นขายาวๆ ก็ก้าวฉับไม่รอใคร
อลันต้องรีบสาวฝีเท้าตามอย่างพิศวงอดคิดไม่ได้ว่า..ท่านจะรู้ตัวบ้างไหมว่าเวลานี้ช่างใจร้อนยิ่งกว่าเื่ที่เคยคับขันที่สุดเสียอีก
นาตาลีเจอกับสายรุ้งพอดีขณะกำลังผสมน้ำอุ่นใส่อ่างเพื่อเตรียมยกเข้าข้างใน
“เ้าเห็นพี่ข้าไหม” หญิงสาวอึกอัก ก่อนหลุบตาต่ำ..ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี
“เอ่อ..ก็..เห็น”
“ดีจริง อยู่ไหน” นาตาลีชี้มือ หากแต่ก็รีบรั้งแขนอีกฝ่ายไว้พร้อมกัน
“เดี๋ยวสิ! สายรุ้ง”
“เ้านี่ยังไงนะ ข้ารีบ..หรือว่ามีอะไรเกิดขึ้น” สายรุ้งใจหายวาบ สถานการณ์พอจะเดาได้ไม่ยาก “ข้าจะไปดูเอง”
“สายรุ้ง!”
นาตาลีถอนใจเฮือก อยากตามเข้าไปด้วยแต่ติดภารกิจสำคัญในมือนี่สิ!
คนวิ่งหน้าตื่นมาดูอาการพี่ชายถึงกับชะงักฝีเท้าระคนอึ้งกับภาพที่เห็น หาใช่เพราะเห็นคนที่กำลังนอนเจ็บเจียนตายไม่ แต่เป็เพราะคนที่นั่งอยู่ข้างๆร่างนั้นต่างหาก
“ท่านอลัน”
“สายรุ้ง” เ้าของชื่อย่อตัวคำนับก่อนเอ่ยถาม
“พี่ชายข้าเป็อย่างไรบ้าง”มือหนายกผายให้อีกฝ่ายนั่งลงขณะพูดตอบ
“ถูกไม้ใหญ่ทับจนขาหักเขาเสียเืมาก ตอนนี้อาการยังน่าเป็ห่วง” คำตอบส่งผลให้คนฟังผิวหน้าบางเผือดลงทันตาเห็นน้ำใสเริ่มเอ่อท้นขอบตา
“วางใจเถอะนักยาดูแลพี่เ้าอย่างเต็มกำลังที่สุด”
“ถ้าพี่มากับข้าตอนนั้น ก็คงไม่ต้องเป็แบบนี้”คนฟังทิ้งรอยฉงนให้สายรุ้งรีบขยายความ
“ตอนที่กำลังรีบหนีพายุมาพี่ข้าบอกว่าจะไปช่วยนักยาขนเครื่องยาก่อน ให้ข้าล่วงหน้าไปไม่ต้องรอ”
“แล้วผู้หญิงที่มากับพี่ชายเ้าตอนนี้อยู่ที่ไหน”
“ไม่เห็นมีใครนี่ท่านเพียงแต่ฝากไว้…” สายรุ้งพลันเบิกตา
“อ่อ! ท่านคงหมายถึงหญิงนางนั้น”
“ใช่”
“พี่ข้าบอกแค่ว่าให้พานางมาด้วย แม้จะได้คุยกันอยู่หลายคำแต่เพราะกำลังวุ่นๆข้าเลยไม่ทันได้รู้ชื่อ แต่ได้ยินนางถามหาคนชื่อเนลด้วย”
“เนล” อลันทวนคำแ่เบา พยายามจับต้นชนปลายเข้าหากันได้อย่างไม่ยากเย็น
“ตอนนี้นางอยู่ที่ไหน”
“ด้านนอกท่าน” ชายหนุ่มตวัดตาตามปลายนิ้วเล็กๆ ออกไปอย่างครุ่นคิด
“อย่างนั้นเ้าอยู่ดูแลพี่ชายเถอะข้าจะขอตัวสักครู่”
“ขอบคุณท่าน”
คนที่กำลังกุลีกุจอยกอ่างน้ำอุ่นพลันต้องชะงักเมื่อใครคนหนึ่งเข้ามาใกล้จนประชิดตัวนาตาลีเงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็ต้องประหลาดใจ
“เนล!” ความดีใจเข้าแทนที่ อ่างน้ำอุ่นถูกเมินไปโดยปริยาย หญิงสาวโผเข้ากอดชายหนุ่มอย่างลืมตัว
“คุณจริงๆ ด้วย ฉันคิดว่าเราจะไม่ได้เจอกันซะแล้ว”ชายหนุ่มต้องค้างมือที่กำลังยกขึ้นหวังจะกอดตอบคนที่ยังคงซุกอยู่แนบอกของเขาอย่างชั่งใจ
เวลานี้เขาคือใครเขาคือคนที่ไม่สามารถทำอะไรอย่างที่หัวใจ้า
เวลานี้เขาคือคนที่ต้องสงวนท่าทีและคอยควบคุมตนเองให้เหมาะสมกับหน้าที่อันยิ่งใหญ่
คนตัวเล็กถูกดึงให้แยกออกจากตัว ก่อนที่เขาจะคว้ามือเ้าหล่อนเดินเลี่ยงออกมาจากกลุ่มคน
“กลัวว่าฉันจะหนีแล้วไงล่ะกลายเป็ว่าคุณกลับหายหัวไปซะเอง” หญิงสาวตัดพ้อเมื่อเขาพาเธอมาหลบมุมหลังพุ่มไม้ไม่ไกลนัก
ชายหนุ่มลอบถอนหายใจแ่เบา อันว่าสตรีนั้นเข้าใจยาก..เห็นจะจริงก็เมื่อครู่นางยังออกอาการยินดีที่ได้พบกันอยู่เลย
“แล้วทำไมเ้าไม่หนีไป”
“หนีทำไมทำอย่างนั้นก็เท่ากับผิดจริงน่ะสิ”
“ทำผิดจริงแล้วไม่หนีก็เท่ากับไม่ผิดอย่างนั้นหรือ”
“นี่คุณ! สำหรับคนอื่นฉันไม่รู้ แต่สำหรับฉัน ไม่หนีเพราะไม่ผิด”
“ฮึ!” หญิงสาวเริ่มเดือดกับท่าทีไม่เชื่อคำและน้ำเสียงิ่ๆ ที่ได้ยิน
แต่ก็นั่นล่ะ..เริ่มรู้นิสัย
“ช่างเถอะแล้วคุณมาที่นี่ได้ยังไง” เขาละสายตาหนีคนช่างซัก
“ตามคนอื่นมา”
“งั้นเจอกันก็ดีละเพราะยังไงฉันก็ต้องเดินทางไปพบท่านเซออน หรือว่าไม่ต้องแล้ว” เธอยื่นหน้าไปจ้องอีกฝ่ายเขม็งดั่งจะย้ำเตือนถึงหน้าที่ของเขาที่ต้องดำเนินต่อให้สำเร็จ
ความใกล้ทำชายหนุ่มหายใจติดขัด รู้สึกร้อนๆหนาวๆ ประหลาด หากแต่ก็เพียงครู่เมื่อเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้น
“เ้า้าพบท่านเซออนอย่างนั้นหรือ”คนมาใหม่เป็ชายท่าทางสุขุมและดูดี แม้จะแต่งกายในชุดรัดกุมธรรมดา แต่ไม่อาจปิดบังความสง่างามไว้ได้
“นาตาลีผู้นี้คือท่านอลัน หนึ่งในนักรบของต้องฟ้า” ชายหนุ่มแนะนำ
หญิงสาวตาลุกวาวเห็นทีต้องปรับทัศนคติในการมองนักรบเสียใหม่ ไอ้ที่คิดไว้แต่แรก..ช่างตรงข้าม ศีรษะเล็กๆโค้งคำนับให้กับคนมาใหม่ แล้วเงยหน้ามาตอบเสียงเรียบ
“ค่ะท่าน”
“มีเื่อะไร”
“นาง้าไปชี้แจงเื่ที่ท่านเซออนถูกทำร้ายที่หมู่บ้านริมน้ำ”ชายหนุ่มชิงตอบและนั่นก็ทำให้เธอรู้สึกโล่งอกเหมือนเขาจะรู้ว่าเธอตื่นเต้นจนพูดอะไรไม่ออก
“อย่างนั้นหรือ” คนมาใหม่เลิกคิ้วสูง
“ค่ะท่าน”
“เสียดายนะที่ข้าต้องจัดการเื่วุ่นวายที่นี่ให้เรียบร้อยก่อนคงสักระยะกว่าจะได้กลับต้องฟ้า เื่ทางนี้ก็สำคัญ เื่ของพวกเ้าก็สำคัญอย่างนั้นคงต้องให้พวกเ้าล่วงหน้าไปก่อนแล้วข้าจะส่งข่าวให้ทางเมืองหลวงเตรียมการต้อนรับ ฝากเป็ธุระเ้าด้วยนะเนล”อลันจบได้สวยไร้ที่ติ
ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปาก ก่อนค้อมตัวคำนับนอบน้อม ทุกอย่างลงตัวราวกับได้นัดแนะกันไว้ก่อนแล้ว
คนรู้ใจย่อมอ่านกันได้ทางสายตา ยากที่ใครจะจับความจริงได้
แต่ใต้ฟ้าตะวันเดียว บางครั้งอาจมี
นาตาลีรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่ตัวเองก็ยังไม่เข้าใจเพราะเริ่มจะปวดหัวตะหงิดๆ
“งั้นฉันขอไปดูอาการนทีอีกครั้งนะคะ จะได้ถือโอกาสลาสายรุ้งด้วย” ทันทีที่อลันพยักหน้าอนุญาตร่างเล็กจึงผละไปให้ทุกสายตาได้มองตามหลังเป็ตาเดียว
“เฮ้อ! เซออนต้องหัวเราะเยาะข้าลั่นต้องฟ้าแน่ๆ”อลันออกปากบ่นให้คนฟังเริ่มงง
“ทำไม”
“ก็ข้าเดาลักษณะหญิงแปลกหน้าผู้สร้างความวุ่นวายให้เราอยู่เวลานี้ว่าน่าจะตัวล่ำสันดำใหญ่ บึกบึนเช่นชายชาตรีน่ะสิ พอเห็นเข้ากับตาข้าเองยังอึ้งไปเหมือนกัน” เรียกรอยยิ้มกว้างจากคนฟังอย่างคาดไม่ถึง
นางมักสร้างความน่าทึ่งได้ไม่หยุดหย่อน
บัดนี้แม่ทัพหนุ่มจดจำภาพใบหน้านวลได้ติดตาจนหาใช่หญิงแปลกหน้าอีกต่อไป
“เ้าคงต้องให้รางวัลข้านะเนเรน ผลงานข้าออกมาดีเกินคาด” เสียงท้วงเรียกคนหมกมุ่นออกจากความคิดทั้งปวง
“บอกมา..ว่าเ้า้าอะไร”
นาตาลีหย่อนตัวลงนั่งข้างๆสายรุ้ง เธอคว้ามือคนสีหน้าหม่นมากุมไว้เพื่อส่งกำลังใจ
“นทีฟื้นหรือยัง”
“ยังเลย แต่ก็อุ่นใจที่นักยารับรองว่าพี่ข้าปลอดภัย”
“งั้นก็ดีแล้ว บังเอิญฉันเจอกับเพื่อนที่ด้านนอกไม่รู้ว่าฉันจะได้เจอกับพวกเธออีกหรือเปล่า ฝากบอกนทีด้วยนะว่าขอบคุณมากและขอบคุณเธอด้วยที่ช่วยเหลือฉัน”
“ได้ ข้าจะบอกให้ ขอให้เ้าโชคดี” สายรุ้งส่งยิ้มมุมปากรู้สึกว่า่เวลาดีๆ มันช่างน้อยนิดจนน่าใจหาย
มิตรภาพระหว่างกันฟ้องชัดว่าคนทั้งคู่รู้สึกเสียดายหากวันหน้ามีโอกาสคงได้คุยกันมากกว่านี้
นาตาลีเดินออกมาข้างนอกด้วยความรู้สึกที่ไม่ต่างจากคนข้างในยิ่งเห็นทุกอย่างเตรียมพร้อมสำหรับเดินทาง ‘เนล’ อยู่บนหลังม้า ใครคนหนึ่งถือสายบังเหียนรอ..ยิ่งปลง
การเดินทางเริ่มอีกแล้วสินะ
คนที่วิ่งกระหืดกระหอบออกมาจึงได้เห็นแค่เพียงหลังไวๆของคนหนุ่มสาวบนหลังม้า
“อย่าเพิ่งไป…” สายรุ้งร้องะโแต่ระยะห่างเกินกว่าจะพาเสียงให้ได้ยินถึง มันถูกกลืนหายไปในอากาศนั่นเองได้แต่ยืนดูมิตรใหม่ที่ได้คุยกันแค่ชั่วคืนอย่างเสียดาย
ช้าไป..นางไปแล้วไปพร้อมกับ ‘เพื่อน’
“เอ๊ะ! นั่น ท่านเนเรน” สายรุ้งหันหน้าฉงนหนักมาทางอลันซึ่งกำลังมองภาพนั้นด้วยท่าทีนิ่งสงบ
“ใช่ เ้ามีอะไร”
“คือ..ข้ายังไม่รู้จักชื่อนางเลย”อลันเลิกคิ้ว
“นางชื่อนาตาลี”
“แล้ว..ทำไมถึงเป็ท่านเนเรนเอ่อ..นางเป็เพื่อนกับท่านหรือ” อลันเผยรอยยิ้มน่าฉงนให้สายรุ้งได้งงหนักกว่าเดิม
“ไม่นานเ้าคงได้พบนางอีกไว้ถึงตอนนั้นแล้วค่อยถามกันเองแล้วกัน”
แต่สำหรับเขาไม่มีสิ่งใดต้องสงสัยอีกต่อไป เพียงพบ ‘นาง’ หญิงแปลกหน้าที่ทำให้สูงสุดแห่งแผ่นดินต้องลงจากบัลลังก์เพื่อออกตามหา
ชะตาฟ้าลิขิต