สกายโร้ด เกมโลกเสมือนพลิกชะตาเทพเกม (天行)

    เล่มที่ 1 บทที่ 11 เรดเพลย์เยอร์อันดับหนึ่ง


    “ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง~~~”

    ฝนแสงสีทองสามสายร่วงโรยตกลงมาบนร่าง ทันใดนั้นทั้งกายพลันรู้สึกเบาสบาย ค่าประสบการณ์ที่ได้จากการฆ่าบอสช่างมากมายเหลือเกิน ทำให้ผม หลินเฉอ และต้าไห่ขึ้นสู่เลเวล 11 พร้อมทั้งเ๣ื๵๪ที่ฟื้นฟูจนเต็ม

    ใน๰่๥๹เวลาที่ลอร์ดไฮยีน่าขนทองสิ้นใจตาย ร่างของมันอยู่ใกล้ผมที่สุด ผมจึงเก็บอุปกรณ์ที่ดรอปทั้งหมดลงไปในช่องเก็บของทันที ครั้นชำเลืองมอง อุปกรณ์ทั้งหมดล้วนสามารถติดตั้งได้เมื่อถึงเลเวล 12 ดังนั้นจึงไม่ได้สนใจมันอีก ทว่าสายตาของผมกลับกำลังจับจ้องไปที่นักจิต๥ิญญา๸ที่กำลังโจมตีใส่ต้าไห่ด้วยบอลเพลิง บอลเพลิง 1 ลูกสามารถสร้างความเสียหายให้กับต้าไห่ได้มากกว่า 200+ แต้ม เป็๲ความเสียหายที่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

    【หั่วเยี่ยนฉู่】 (นักจิต๥ิญญา๸มือใหม่)

    เลเวล: 9

    สังกัดทีม: ปู้ฝู๋จิ้วก้าน


    ……

    เขาคือหั่วเยี่ยนฉู่ ที่มีรายชื่อในอันดับกำลังรบ คนที่ติดตามอยู่ข้างหลังเขาส่วนใหญ่มีเลเวล 7 หรือ 8 แทบทั้งสิ้น และมีผู้เล่นบางคนที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย หั่วเยี่ยนฉู่คนนี้สามารถคุมคนได้มากขนาดนี้ เป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นถึงระดับหัวหน้ากิลด์ แต่ตอนนี้รู้แน่นอนว่าเป็นศัตรู!

    “ต้าไห่ ถอยออกมา!”

    ในช่วงเวลาที่พุ่งเข้าหาหั่วเยี่ยนฉู่นั้น ผมก็ได้สั่งให้หวังจินไห่ถอยเว้นระยะห่างจากหั่วเยี่ยนฉู่ หากเขาต้องการฆ่าต้าไห่ล่ะก็ ต้องข้ามศพผมไปก่อน

    แน่นอนว่า เขาคือยอดฝืมือ หั่วเยี่ยนฉู่รีบถอยออกไปอย่างรวดเร็ว ดวงตาของวาวโรจน์ “จินซีเหอซี นี่แกกล้าตอบโต้กลับงั้นเรอะ?! พี่น้องทั้งหลาย โจมตีเข้าไป ฆ่าพวกมันให้หมด!”

    นักดาบสามคนและอัศวินสองคนพุ่งเข้ามาหาผมพร้อมกัน

    ผมเองก็รีบเร่งพุ่งตัวออกไป ก่อนที่พวกนั้นจะมาถึงตัว ผมก็ได้เคลื่อนเท้าเบี่ยงตัวหลบออกไปด้านข้าง ในขณะที่หลีกเลี่ยงการโจมตีของผู้เล่นทั้งสี่นั้น ดาบสั้นเปล่งแสงออกสกิลเฮฟวี่สแลชออกไป สอดประสานกับโจมตีธรรมดาอีกครั้ง กำจัดนักดาบเลเวล 7 หนึ่งคนลงได้ในทันที

    “367!”

    “411!”

    เมื่อเทียบกับการโจมตีเลเวล 11 ของผม นักดาบคนนี้ยังคงอ่อนแอเกินไป ด้วยช่องว่างของเลเวลที่ห่างกันถึง 4 เลเวล แรงยับยั้งจากเลเวลจึงเห็นได้ชัด เท้าทั้งสองยังคงสับต่อไปไม่หยุด ผมรีบวิ่งไปหานักดาบคนต่อไป พร้อมยกดาบขึ้นตวัดสองครั้งต่อเนื่อง ฆ่านักดาบคนนั้นตายภายในไม่กี่วินาที ในเวลาเดียวกันผมได้ออกคำสั่งในช่องแชทของทีม “เสี่ยวเฉอ ต้าไห่ ฆ่านักธนูกับนักจิตวิญญาณ!”

    ดวงตาของหลินเฉอยังคงแดงก่ำ เนื่องจากการตายของจางเหว่ย ทันทีที่เขายกมือขึ้น ยันต์สองใบได้บินออกไปปลิดชีพพวกมันคนหนึ่งอย่างรวดเร็ว ในคราวเดียวกันกระบอกปืนของหวังจินไห่เองก็ถูกเผาจนร้อนจัด ความชำนาญในระยะทางเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับอาชีพมือปืน เขายิงใส่ศัตรูทั้งหมดในระยะ 40 หลาทีละคน ในช่วงเวลานั้นผมก็กำจัดอัศวินไปอีกสองคน ครั้นเท้าเหยียบลงพื้น คลื่นอากาศก็โพยพุ่งขึ้นมาโอบล้อบรอบด้าน สกิลกลอรี่ชิลด์ถูกเปิดใช้งาน

    กลุ่มของฝ่ายตรงข้ามไม่มีผู้เล่นคนใดถึงเลเวล 10 ดังนั้นทั้งหมดก็ยังเป็นผู้เล่นที่ไม่มีสกิลใดๆ เมื่อเทียบกับพวกเราแล้วเสียเปรียบเป็นอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นสกิลโจมตีใช้ได้ทันทีหลังจากยกเลิกการโจมตีพื้นฐาน จึงสามารถระเบิดพลังสองครั้งในชั่วพริบตา เท่ากับว่ามีโอกาสอีกครั้งที่จะโจมตีฝ่ายตรงข้าม ก่อเกิดผลลัพธ์ร้ายแรงถึงตาย และข้อเสียเปรียบด้านจำนวนคนจึงพลิกกลับกลายเป็นพวกเราเข้าคุมเกมในทันที

    เพียงพริบตาเดียว ชื่อของพวกเราทั้งสามก็ได้กลายเป็นสีแดงเลือดทั้งหมด ภายใต้กลอรี่ชิลด์ผมได้รุดหน้าออกไปบดขยี้นักจิตวิญญาณและนักธนู ชั่วอึดใจต่อมาผมได้คร่าชีวิตผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามไปทั้งหมด 8 คน แทบจะกวาดล้างหน่วยโจมตีระยะประชิดของฝ่ายตรงข้ามทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว ทำให้ชื่อแดงเข้มที่สุด จากนั้นท่ามกลางเสียงปืนของหวังจินไห่ นักจิตวิญญาณสองคนล้มลงกับพื้นระเบิดกลายเป็นควันสีขาวลอยไปหมู่บ้านเริ่มต้นทันที พร้อมทั้งดรอปขนสัตว์ออกมา

    หั่วเยี่ยนฉู่ถอยกลับอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเบ้าตาที่แดงก่ำ จากนั้นบอลเพลิงก็ถูกซัดออกมาหักเลือดผมออกเหลือต่ำกว่า 20% ขณะที่เขากำลังโกยแน่บหนีออกไปนั้น เส้นเลือดสีดำปูดขึ้นบนใบหน้าข้างหนึ่งของเขาก็เผยออกมา “พวกแกคอยดูเถอะ พวกฉันปู้ฝู๋จิ้วก้านจะกลับมาเอาคืนอย่างสาสม!”

    “ทำถึงขนาดนี้ แล้วคิดหนีงั้นเรอะ?”

    ผมโบกมือ “เสี่ยวเฉอ ตามมันไป”

    “อื้ม”

    ใต้เท้าของหลินเฉอเกิดคลื่นลมอย่างกะทันหัน สกิลย่างก้าวเจ็ดดาราถูกเปิดใช้งาน ทำให้ความเร็วในการเคลื่อนที่เพิ่มขึ้น + 10% หั่วเยี่ยนฉู่พลันสิ้นหวังในทันที หลินเฉอตามทันอย่างง่ายดาย พร้อมซัดเคล็ดตรึงกายพุ่งโจมตี ทำให้เขามึนงงหนึ่งวินาทีในทันใด จากนั้นเขาได้ส่งยันต์เต๋าอัคคีออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า ท้ายที่สุดนักจิตวิญญาณอันดับที่ 4 ในรายการอันดับพลังต่อสู้ก็ต้องจบชีวิตไปพร้อมความอัปยศอดสูของความต่างในเลเวลและสกิล กลายเป็นแสงสีขาวลอยกลับไปที่หมู่บ้านเริ่มต้นในทันที

    ……

    “แม่มันเถอะ……”

    หวังจินไห่สบถอย่างไม่พอใจ “นี่แหละให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว!”

    ในช่องแชทของทีม จางเหว่ยถามว่า “พี่น้องทั้งหลายจัดการเรียบร้อยหรือยัง? พวกนายไม่เป็นไรใช่มั้ย?”

    หลินเฉอตอบกลับ “ไม่เป็นไรพี่ พวกเรากำจัดพวกมันได้หมด แต่ก็ทำให้พวกเรามีชื่อแดงกัน”

    “แล้วจะทำไงต่อไปดีล่ะ?” จางเหว่ยมึนงงเล็กน้อย

    “ไม่ต้องห่วง พวกเราไม่ทิ้งพี่หรอก” ผมยิ้ม “พี่ออกมารอตรงทางเข้าหมู่บ้านเริ่มต้นนะ พวกเราจะไปรับ เพียงแค่อยู่ห่างจากที่มีคนพลุกพล่าน ก็ไม่มีใครสนใจพวกเราแล้ว”

    “โอเค!”

    “พี่เฉิน ……” หลินเฉอขมวดคิ้วยุ่ง ก่อนที่จะเอ่ยว่า “ พี่ดูพวกเราสามคนสิ ชื่อแดงหมดแบบนี้ กลับไปรับจางเหว่ยตอนนี้อาจจะกลายเป็นเป้าหมายได้นะ และเมื่อกี้ผมไปตรวจสอบมาแล้ว หั่วเยี่ยนฉู่คนนี้ภูมิหลังไม่ธรรมดาเลยนะ ได้ยินว่าในทีมเกมของเขามีผู้เล่นอย่างน้อยถึง 300 คน ตอนนี้เขาคงกำลังทั้งโกรธทั้งแค้นอยู่ หากพวกเราไปรับจางเหว่ย อาจจะฝ่ากลับออกมาไม่ได้ก็เป็นได้”

    “ไม่เป็นไร พวกเราจะกลับไปแล้วรับจางเหว่ยออกมาให้เร็วที่สุด หั่วเยี่ยนฉู่มันคาดไม่ถึงหรอกว่าพวกเราจะกล้ากลับไปรับคน”

    “ตกลง เอาตามพี่ว่าละกัน!”

    “อื้ม!”

    สิบนาทีต่อมา พวกเราก็มาถึงด้านนอกหมู่บ้านเริ่มต้น โดยทางเข้าหมู่บ้านนั้นมี NPC ทหารยามเลเวลมากกว่า 20 จำนวนหนึ่งเฝ้าอยู่ ซึ่งเพียงหนึ่งดาบของพวกเขาก็สามารถฆ่าพวกเราเพียงเสี้ยววินาที พวกเราจึงไม่สามารถเสนอหน้าโผล่ออกไปให้เห็นได้ ดังนั้นพวกเราจึงรออยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่นอกหมู่บ้าน แต่ทันทีที่ชื่อสีแดงขนาดใหญ่สามชื่อปรากฎขึ้น ก็ก่อให้เกิดความปั่นป่วนทันใด คนจำนวนมากเริ่มหลั่งไหลเข้ามาดู ทุกสายตาเต็มไปด้วยความตกใจกับพวกเราสามคนที่อยู่ในชุดอุปกรณ์สีขาว และโดยเฉพาะชื่อแดงที่ดูเหมือนฆาตกรนั้น

    จางเหว่ยรีบวิ่งออกมาพร้อมกับถือคฑาสั้นในมือ ด้วยใบหน้าที่ทำอะไรไม่ถูก “เสื้อเกราะของฉันดรอปออกไปแล้ว”

    “ไม่เป็นไร พวกเรายังมีอีกมาก”

    ผมโบกมือ “ไปกันเถอะ รีบออกไปจากที่นี่ ไม่งั้นได้ตกเป็นเป้าหมายแน่ การฆ่ามอนสเตอร์สามารถล้างชื่อแดงได้ คงจะต้องใช้เวลามากหน่อยแล้วล่ะ พวกเรารีบล้างชื่อแดงออกให้ได้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน”

    “อื้อ!”

    ท่ามกลางสายตาที่จับจ้อง ผู้เล่นชื่อแดงทั้งสามได้พาจางเหว่ยพุ่งเข้าไปในพื้นที่มอนสเตอร์ทันที จากนั้นก็ลัดเลาะไปตามทุ่งข้าวสาลี และไปยังแผนที่ที่ลึกกว่าที่เคย

    ……

    ถัดจากรายการอันดับพลังต่อสู้ เกิดคลื่นลมสีโลหิตเอ้อระเหยม้วนเป็นเกลียวลอยขึ้น ชั่วพริบตารายการอันดับอันใหม่ก็ปรากฏขึ้น

    【อันดับชื่อแดง】

    1.จินซีเหอซี จำนวนสังหาร: 9 คน เลเวล: 11

    2.ชิวฉุ่ยหาน จำนวนสังหาร: 5 คน เลเวล: 11

    3.อี้เชียงเป้าโถว จำนวนสังหาร: 4 คน เลเวล: 11

    4.เว่ยหนี่เปี้ยนไกว จำนวนสังหาร: 3 คน เลเวล: 9

    5.หั่วเยี่ยนฉู่ จำนวนสังหาร: 2 คน เลเวล: 8

    เลเวลของหั่วเยี่ยนฉู่ลดลงไปแล้ว ไงล่ะคิดอยากจะแย่งเฟิร์สคิล แต่กลับคว้าน้ำเหลวไป และตอนนี้ไอดีนี้ของผมคงจะดังกระฉ่อนไปทั่วหมู่บ้านเริ่มต้นแล้วแน่ๆ ไม่เพียงแต่จะติดสามอันดับแรกในอันดับพลังต่อสู้เท่านั้น แต่ยังครองอันดับหนึ่งในอันดับชื่อแดงอีกด้วย

    “จริงสิพี่เฉิน บอสดรอปอะไรออกมาเหรอพี่?” หลินเฉอถาม

    ผมเหลือบมองไปที่ช่องเก็บของ ไฮยีน่าราชาสีทองตัวนี้ใจกว้างมาก ดรอปไอเทมออกมาให้สามชิ้นเลย ซึ่งมีดาบทองแดงที่งดงามหนึ่งเล่ม สร้อยคอที่ดูน่ากลัวหนึ่งชิ้น และสนับแข้งสีเงินอีกหนึ่งชิ้น ผมแชร์คุณสมบัติทีละชิ้นลงในช่องแชทของทีมทันที ทันใดนั้นผมก็เห็นทุกคนต่างน้ำลายไหลย้อยลงมา ——

    【ดาบยาวทองแดง】(อาวุธระดับทองแดง)

    พลังโจมตี: 18-25

    ความแข็งแกร่ง: +5

    เลเวลที่สามารถใช้งานได้: 12


    【จี้หัวกะโหลก】 (อุปกรณ์ระดับทองแดง)

    จิตวิญญาณ: +4

    เลเวลที่สามารถใช้งานได้: 12


    【สนับแข้งลาดยาว】 (อุปกรณ์ระดับขาว)

    ประเภท: เกราะป้องกัน

    พลังป้องกัน: 14

    เลเวลที่สามารถใช้งานได้: 12

    ……

    หลินเฉอกล่าวว่า “ตามกฎเดิม ดาบยาวทองแดงให้พี่เฉิน มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่สามารถติดตั้งได้ แล้วจี้หัวกะโหลกที่เพิ่มค่าพลังจิตวิญญาณเป็นของผมนะพี่ ส่วนสนับแข้งลาดยาวก็ให้พี่เฉินเถอะ พี่เหว่ยรออันต่อไปนะ”

    จางเหว่ยพยักหน้า “ไม่มีปัญหา!”

    ผมมอบจี้หัวกะโหลกให้แก่หลินเฉอ ทว่าไอเทมทั้งหมดยังต้องรออัพอีกเลเวลก่อนถึงจะสวมใส่ได้ ดังนั้นจึงพูดว่า “เรายังต้องเก็บเลเวลต่อ โดยจะยังคงมุ่งหน้าไปยังเขตของลอร์ดไฮยีน่าขนทอง บางทีอาจจะพบกับมอนสเตอร์ระดับเหล็กดำก็ได้ใครจะไปรู้ ดังนั้นเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับภารกิจเฟิร์สคิลบอสระดับเหล็กดำด้วยล่ะ”
    “ไปกันเถอะ ล้างชื่อแดงกัน!”

    ทันทีที่ผมพูดจบ เสียงกระดิ่งก็ดังก้องกังวาลไปทั่วท้องฟ้าอย่างกะทันหัน ดังติดต่อกันสามครั้งถึงจะหยุด มันมาจากเสียงตะโกนประกาศของผู้เล่นนั้นเอง ——

    “ ดิ้ง ดิ้ง ดิ้ง!”

    ประกาศจากระบบ (เสียงตะโกนของผู้เล่นหั่วเยี่ยนฉู่): จินซีเหอซี,ชิวฉุ่ยหาน, อี้เชียงเป้าโถว จากสตูดิโอทีมเทียนเสวี่ยน พวกแกฟังให้ดี จากวันนี้เป็นต้นไป พวกเราปู้ฝู๋จิ้วก้าน จะบดขยี้ทีมเทียนเสวี่ยนของพวกแกให้สิ้นซาก คอยดูเถอะ!
    ……

    ทุกคนต่างตกตะลึง

    “เจ้าบ้านั่น ……”

    ผมชื่นชม “คนมีตังค์นี่ดีจังนะ โข่งครั้งหนึ่งต้องจ่ายตั้ง 5000 หยวน ถือว่าเป็นระบบที่โครตแพงเลย ที่จริงเอาห้าพันหยวนนั้นมาให้กับพวกเรายังจะดีกว่าเยอะ พวกเราจะใช้เป็นอย่างดีเลย จริงสิพี่เหว่ย ตอนที่พี่อยู่หมู่บ้านเริ่มต้น พี่เห็นอัตราซื้อขายของเหรียญเกมหรือเปล่า?”

    จางเหว่ยถามหนึ่งไม่รู้สาม อีกทั้งยังงงงวย “อัตราซื้อขายอะไรนะ?”

    หลินเฉอหัวเราะ “พี่ถามเขาเปลืองน้ำลายเปล่าๆ ผมหาเจอแล้ว การซื้อขายปกติในหมู่บ้านของเราในปัจจุบันนี้คือ 1 เหรียญเงิน เท่ากับ 5 หยวน!” (หมายเหตุ: 1 เหรียญทอง = 100 เหรียญเงิน = 10000 เหรียญทองแดง)

    ผมประหลาดใจ “คนมีเงินเยอะแน่ๆ รางวัลที่พวกเราได้จากระบบรวมแล้วมีเหรียญทองหกเหรียญ ดังนั้นขายได้ 3000 หยวนใช่มั้ย?”

    “ใช่ เพียงแต่ตอนนี้พวกเราไม่สามารถกลับเมืองไปโรงประมูลได้ ไม่งั้นคงทำเงินได้แล้ว”

    "ไม่เป็นไร ไปล้างชื่อแดงออกกันก่อนเถอะ”

    “อื้ม"

    หลังจากผ่านอาณาเขตไฮยีน่าไปข้างหน้า ซุ่มเสียงคำรามของสุนัขจิ้งจอกก็ดังขึ้น ในถิ่นที่ทุรกันดารนี้ สุนัขจิ้งจอกแต่ละตัวกำลังหมอบคลานหลบซ่อน และรอการปรากฎตัวของเหยื่อ บ่อยครั้งที่มันจะพุ่งกระโจนออกไป แล้วลากกระต่ายสีขาวตัวน้อยเข้าไปในพุ่มไม้ จากนั้นก็ส่งเสียงกินอย่างเอร็ดอร่อยดังออกมา

    “จิ้งจอกหลังดำ เลเวล 13 เหมาะกับพวกเรามากที่จะอัพเลเวลในตอนนี้ สามารถฝึกไปจนกว่าถึงเลเวล 12 ได้เลย” ผมพูด

    หลินเฉอ และต้าไห่ต่างพยักหน้าอย่างร่าเริง “มาเริ่มกันเถอะ ลุย!”

    ในตอนนี้ พวกเราสามารถทำการกวาดล้างมอนสเตอร์ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้จิ้งจอกหลังดำล้มลงทีละตัวๆ กลายเป็นซากศพในทันที พร้อมกับค่าประสบการณ์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความเร็วในการอัพเกรดนี้ยังห่างไกลเมื่อเทียบกับการอัพเกรดจากเลเวล 9 เป็นเลเวล 10 ช่วงเวลาต่อมาไม่ถึงชั่วโมง "ชิ้ง" แสงสีทองโปรยปรายลงมาอาบจนทั่วตัว ในที่สุดก็อัพเป็นเลเวล 12แล้ว!

    เหมือนอย่างเคย ค่าสถานะทั้งหมดถูกเพิ่มให้กับความแข็งแกร่ง ไม่รอช้าที่จะติดตั้งดาบยาวทองสัมฤทธิ์ และสวมใส่สนับแข้งลาดยาวอย่างไม่รีรอ ทันใดนั้นคุณสมบัติและกำลังสู้รบก็พุ่งสูงขึ้น ——

    【จินซีเหอซี】 (อัศวินฝึกหัด)

    เลเวล: 12

    พลังโจมตี: 89-132

    พลังป้องกัน: 75

    ค่า HP: 1200

    พลังปราณ: 100/100

    ค่าความโชคดี: 1

    ค่าความสำเร็จพิเศษ: 2

    กำลังสู้รบ: 253

    ……

    ในตอนนี้ ผมก็ได้ครองตำแหน่งอันดับหนึ่งทั้งในรายการอันดับชื่อแดง และอันดับกำลังรบแล้ว ด้วยพลังโจมตีของผมในปัจจุบันนี้ เกรงว่าคงจะไม่มีผู้เล่นคนไหนที่จะสามารถต้านทานการโจมตีสามครั้งต่อเนื่องของผมได้แน่นอน แม้แต่อัศวินและนักพรตที่มีเลือดเต็มก็เหอะ มีแต่ต้องตายสถานเดียว!

    หลินเฉอที่เพิ่งจัดสรรค่าสถานะเสร็จ พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ไม่เข้าใจในอะไรบางอย่าง “พี่เฉิน ผมรู้ว่าค่าความโชคดีนี้สามารถทำให้ผู้เล่นมีอัตราการดรอปที่สูงขึ้น และมีโอกาสกระตุ้นเอฟเฟกต์พิเศษออกมา แต่ค่าความสำเร็จพิเศษนี้คืออะไร?”

    “ในเมื่อมันอยู่ในแผงควบคุมหลัก มันคงมีความสำคัญมากนั่นแหละ”

    ผมโบกมือและหัวเราะคิกคัก “เก็บไว้ก่อนเถอะ ยังไงก็ตามมันต้องเป็นของดีแน่ ฉันเชื่อว่ามันจะมีประโยชน์อย่างมากในอนาคต”

    “อื้ม”

    ณ ขณะนี้ดวงตาของจางเหว่ยแทบจะลืมไม่ขึ้น เขาขยี้ตาแล้วพูดว่า “เกือบจะเก้าโมงเช้าแล้ว เราจะไปกันต่อมั้ย? ถ้าไปต่อ ฉันคาดว่าร่างกายคงทนไม่ไหวแน่"

    “ไปต่อสิ เที่ยงตรงค่อยออฟไลน์ออกเกม จากนั้นก็กินข้าว แล้วเข้านอน” ผมบอก

    “อย่างงั้นก็ได้ ไปต่อกันเถอะ ……”

    ใบหน้าของเขาดูง่วงนอนมาก ที่พูดชวนว่าไปต่อกันเถอะออกมา จึงดูไม่ค่อยน่าเชื่อเลยสักนิด

    ***************************

    โปรดติดตามตอนต่อไป.........