Druw 024 พันธสัญญานักรบั
เสียงปะทะกันระหว่างอาวุธของเหล่าทหารและร่างเนื้ออันแข็งแกร่งของพวกฏดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทว่าอาวุธที่ทรงอนุภาพเ่าั้กลับไม่อาจทำอันตรายใดๆ กับร่างเนื้อของพวกมันได้ หนำซ้ำยังเป็ฝ่ายนี้เองที่ถูกพวกมันเล่นงานจนาเ็สาหัสไปแล้วหลายราย!!
หน่วยพยาบาลภาคสนามที่อยู่ในงานเลี้ยงรีบกรูไปรับคนเจ็บมารักษา จิตมารลอยออกมาจากปากแผลของพวกเขาให้คนมองรู้สึกขนพองสยองเกล้า ในขณะที่เหล่าทหารฝึกหัดและราชองครักษ์พยายามต่อกรกับพวกฏต่อไป หากแต่ฏเหล่านี้แตกต่างจากที่แล้วๆ มา เพราะดูเหมือนว่าคราวนี้ฏแต่ละตัวจะมีความรู้สึกและความนึกคิดเป็ของตัวเอง อีกทั้งพวกเขายังทำอะไรพวกมันไม่ได้เลยนอกจากจะป้องกันไม่ให้พวกมันมาทำร้ายพวกขุนนางกับคนระดับสูงที่มาร่วมงานได้
กรงเล็บที่ปกคลุมไปด้วยไอความมืดตวัดผ่าร่างของฏร่างแล้วร่างเล่า ชาโดว์สะบัดมือขวาที่กลายเป็กรงเล็บฟาดใส่เหล่าพวกฏอย่างไม่ปราณี มิไรที่อยู่ใกล้ๆ กันก็ใช้เวทมนต์ระดับสูงโจมตีใส่เหล่าฏจนพวกมันลดลงไปบ้าง หากแต่ก็ไม่ได้เยอะเมื่อเทียบกับพวกมันที่โผล่ขึ้นมามากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับไม่มีวันหมด ดูเหมือนว่าในงานนี้จะมีเพียงแค่นักพรตมารกับแม่ชีชุดดำเท่านั้นที่สามารถต่อกรกับพวกมันได้
ผู้คนจำนวนมากหลุดรอดออกมาจากงานได้เนื่องจากได้รับความช่วยเหลือจากทั้งสอง ชาเอลและซาเมลเข้าปะทะพวกมันเพื่อถ่วงเวลาให้เหล่าขุนนางทั้งหลายหลบหนีออกไปได้อย่างปลอดภัย
ทว่าด้วยจำนวนของฏที่มากเกินไป ทำให้ฏตัวหนึ่งพุ่งเข้าหาซาเมลเตรียมจะฉีกกระชากร่างของชายหนุ่มด้วยเรี่ยวแรงอันมหาศาล ทว่าพวกมันก็ต้องหายไปในพริบตาเมื่อคลื่นสายฟ้าขนาดใหญ่พุ่งโจมตีใส่ร่างพวกมัน! ซาเมลกับชาเอลชะงักกับเวทสายฟ้าระดับสูงเมื่อครู่พรางหันไปหาที่มาของเวทเมื่อครู่ ซาเมลพูดไม่ออกเมื่อเ้าของเวทเมื่อครู่คือฟรองเซ่ และตอนนี้ชายหนุ่มรุ่นน้องคนนั้นก็กำลังฆ่าพวกฏไปทีละหลายตัวด้วยเวทสายฟ้าเ่าั้
ทำไมเขาถึงไม่รู้มาก่อนล่ะว่าฟรองเซ่สามารถใช่เวทสายฟ้าได้? ทั้งยังเป็เวทระดับสูงอีกด้วย ปกติแล้วมนุษย์น้อยคนนักที่จะสามารถใช้เวทสายฟ้าได้ เพราะฉะนั้นการที่จะหาผู้ใช้ระดับสูงได้นั้นยากเสียยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร ไม่คิดเลยว่าเข็มเล่มนั้นจะอยู่ใกล้ตัวมากขนาดนี้!
จะว่าไป...เขาก็เคยเห็นอีกฝ่ายใช้ครั้งหนึ่งที่ลานประลองมืดนี่นา
ในขณะที่ซาเมลทึ่งกับฝีมือรุ่นน้อง ทว่าชาเอลกลับชะงักเมื่อรู้สึกว่าใบหน้านั้นคุ้นแปลกๆ ทั้งที่ทุกๆ วันเขาไม่เคยคิดถึงเื่นี้เลย เขารู้สึกไปเองหรือไม่ที่รุ่นน้องคนนี้มีใบหน้าคล้ายกับ...องค์าา? ทว่าชายหนุ่มกลับไม่แน่ใจนัก เพราะเขาไม่เคยเห็นองค์ชายผู้นั้นมาก่อน
น่าจะใช่ องค์าาเคยบอกว่าองค์ชายสามใข้เวทสายฟ้าระดับสูงได้!
แกร๊ง!! เสียงกระทบกันของของแข็งดังขึ้นตรงหน้าทำให้ชาเอลได้สติกลับมา เป็ซาเมลนั่นเองที่ช่วยเขาเอาไว้จากกรงเล็บของฏ
“ท่านพี่อย่ามาเหม่อตอนนี้สิ! จะเหม่อก็ค่อยทำตอนสู้จบแล้ว!!”
“โทษที เมื่อครู่ข้าเผลอนึกเื่หนึ่งขึ้นมาได้น่ะ”
ซาเมลขมวดคิ้ว แต่เขาก็ไม่ได้ถามพี่ชายว่ามานึกเื่อะไรเอาตอนสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ทั้งสองแยกย้ายกันทำหน้าที่ของตนเองต่อไป
ในขณะเดียวกัน ฟรองเซ่เริ่มหอบกับการที่ใช้เวทสายฟ้าระดับสูงไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีแม้แต่เวลาจะให้พัก ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกตาลายและมองภาพตรงหน้าเลือนรางมากขึ้น เขาไม่ได้ใช้เวทสายฟ้ามานาน เพิ่งจะกลับมาใช้ก็ตอนที่เริ่มเป็ทหารฝึกหัดเมื่อไม่กี่เดือนมานี้ จึงไม่แปลกที่เขาจะรู้สึกเหนื่อยง่ายแบบนี้ ถ้าเป็แบบนี้ต่อไปเขาอาจจะตายเพราะถูกพวกฏนี่รุมทึ้งฉีกร่างออกเป็ชิ้นๆ แน่ ชายหนุ่มกัดฟัดอย่างไม่ยินยอมเมื่อคิดเช่นนั้น ร่างสูงทรุดลงอย่างหมดแรง ตอนนี้ภาพรางๆ ที่เขาเห็นคือพวกมันที่กำลังเงื้อมือขึ้นเตรียมใช้กรงเล็บยาวคมของพวกมันฉีกร่างเขาออกเป็ชิ้นๆ
ทว่าแสงที่มีอนุภาพทำลายล้างยิ่งกว่าเวทสายฟ้าระดับสูงของเขาก็เป่าพวกมันหายไปภายในพริบตา ชายหนุ่มกะพริบตามองสิ่งที่เกิดตรงหน้าด้วยความสงสัยระคนแปลกใจ
“นี่เ้าคิดจะจบชีวิตของตนเองลงที่นี่อย่างนั้นหรือ เฮอะ! ข้าไม่ยอมหรอก ข้าอุส่าห์หาคนที่ถูกใจเจอทั้งที”
เสียงอันแสนคุ้นหูที่ไม่ได้ยินมานานดังขึ้นเหนือหัว ฟรองเซ่เงยหน้าขึ้นไปมองก็เห็นร่างเล็กๆ ที่ปกคลุมไปด้วยขนสีเหลืองนวลดูนุ่มนิ่ม มันฉีกยิ้มยิงฟันส่งมาให้ฟรองเซ่จนชายหนุ่มเห็นเขี้ยวเล็กๆ แหลมคมอันเล็กของมัน
“เ้า...ลูก้า...”
“ข้าจะถามเ้าอีกครั้ง จะมาเป็คู่หูของข้าไหม?” มันบินวนรอบตัวฟรองเซ่อย่างช้าๆ ปากก็ไม่หยุดที่จะเกลี้ยกล่อมชายหนุ่ม “หากเ้ายอมเป็คู่หูของข้า ไม่เพียงแต่ข้าจะช่วยเ้าเท่านั้น แต่ข้าจะมอบพลังอันยิ่งใหญ่ของข้าให้เ้าอีกด้วย แต่เ้าต้องทำพันธะสัญญากับข้าก่อนเพราะเ้าไม่ใช่นักรบัั้แ่กำเนิด”
“แล้วถ้าข้าทำพันธะสัญญากับเ้า...”
ลูก้าบินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฟรองเซ่ ก่อนจะส่งยิ้มให้อย่างยินดีเมื่อเหยื่อ เอ๊ย! อีกฝ่ายเริ่มสนใจข้อเสนอของมันแล้ว
“เ้าก็จะแข็งแกร่งขึ้น เ้าเป็เดอารุสอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น...พลังของข้าก็จะปลุกพลังที่แท้จริงในตัวเ้าให้ตื่นขึ้นมา!”
“...”
“ไม่คิดที่จะใช้พลังอันยิ่งใหญ่นี้ปกป้องพวกเขาหรือ”
มือเล็กๆ ทั้งสองข้างของลูก้าผายออกไปข้างกาย ฟรองเซ่มองภาพตรงหน้าที่มีเพื่อนร่วมหอของเขามากมายได้รับาเ็ คนพวกนั้นไม่ได้สนิทกับเขาก็จริง แต่มันคงไม่ใช่กับดรูว์...
หากคนพวกนั้นตายไป เด็กคนนั้นจะเศร้าหรือไม่?
เพียงแค่นึกถึง เขาก็ทนไม่ได้ ดวงตาสีน้ำตาลแดงแข็งกร้าวขึ้นทันทีอย่างคนที่ตัดสินใจบางอย่างได้
“ตกลง...ข้าจะทำ!”
ัอัสนีเผยยิ้มอย่างยินดียิ่งเมื่อฟรองเซ่ตอบรับข้อเสนอของมัน อักขระัโบราณสีเหลืองนวลปรากฏขึ้นที่พื้นและเรียงร้อยออกมาล้อมรอบร่างของทั้งสองเป็วงกลมกันพวกฏเกะกะออกไป ขีดเขียนลายอักษรจนเกิดเป็อักขระเวทมนต์ที่งามวิจิตรและให้ความรู้สึกสูงส่งน่าเกรงขาม! ฏที่จะพุ่งเข้ามาฉีกร่างของทั้งสองเมื่อเข้ามาในเขตของอักขระก็ถูกสายฟ้าที่พุ่งออกมาจากอักขระเข้าจู่โจมจนกลายเป็เถ้าถ่านสลายหายไปอย่างง่ายดาย แสงที่งดงามนั้นทำให้ทุกสิ่งอยู่อยู่รายล้อมหยุดชะงักและมองที่มันอย่างเผลอไผล
“ด้วยนามแห่งข้า ลีมฟาไรท์ ไรน์ทาเรีย าาัอัสนี ข้าขอยอมรับเ้าเป็นักรบัผู้เป็คู่หูของข้าและผูกสัญญาิญญาต่อกัน เ้าตายข้าตาย! เอาล่ะ จงเอ่ยนามที่แท้จริงของเ้ามา!!!”
ฟรองเซ่เหงื่อตก ถ้าเขาพูดออกมาตอนนี้ เ้าพวกที่อยู่รอบๆ ก็ต้องรู้น่ะสิว่าเขาเป็ใคร! ทำไมเมื่อครู่ไม่เห็นบอกเลยว่าต้องทำอะไรแบบนี้ด้วย!? ลูก้าที่มองออกว่าฟรองเซ่กำลังคิดถึงเื่อะไรอยู่ มันจึงพูดขึ้นอีกครั้ง
“เ้าไม่ต้องห่วง จะไม่มีใครได้ยินนามที่แท้จริงของเ้า”
ฟรองเซ่พูดชื่อของตนออกมา ไม่มีใครได้ยินนอกจากลูก้า ัอัสนีตื่นเต้นเมื่อมันล่อลวง (!?) มนุษย์คนนี้มาเป็คู่หูของมันได้สำเร็จ!
“ดี...” ลูก้ายิ้มสมใจ
อักขระที่รายล้อมทอประกายแสงงดงามจับตาครอบคลุมร่างของทั้งสองเอาไว้ เป็การตอบรับคำสัตย์ของทั้งสอง เมื่อแสงหายไป อาการเหนื่อยหอบเมื่อครู่ของฟรองเซ่ก็หายไปพริบตา ทั้งยังรู้สึกว่าพลังในร่างเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าใ ลูก้ายิ้มอย่างภูมิใจให้กับใบหน้าอึ้งๆ ของชายหนุ่ม
“เอาล่ะ มาจัดการเ้าตัวปัญหาพวกนี้กันเถอะ”
ฟรองเซ่เริ่มร่ายเวทสายฟ้าระดับสูงที่เคยใช้เมื่อครู่ พลังเวทและความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวจนฟรองเซ่ยังใ คู่หูนักรบัคู่ใหม่เริ่มทำการไล่ล่าพวกมันอีกครั้ง คราวนี้จำนวนของพวกฏหายไปอย่างรวดเร็ว! ดูเหมือนครั้งนี้ว่าฝ่ายทหารจะตีกลับมาเป็ฝ่ายได้เปรียบ หากชายคนหนึ่งไม่พุ่งเข้ามาแทงฟรองเซ่จากด้านหลังด้วยดาบอาบยาพิษซะก่อน!
“ฟรองเซ่!!” โคเรละโลั่นเมื่อเห็นภาพนั้น เพลที่พึ่งตัดหัวฏไม่ดูตาม้าตาเรือตายไปก็อ้าปากค้างกับภาพนั้น
คุณชายเอาอีกแล้ว! คราวก่อนธนู คราวนี้ดาบ แล้วคราวหน้าล่ะ!?
ลูก้าอ้าปากค้าง ั้แ่เมื่อไรกัน? เฮ้ยๆ เ้าหมอนี่จะตายไม่ได้นะ ไม่อย่างนั้นมันก็ต้องตายด้วยน่ะสิ
ข้าเพิ่งจะล่อลวงมาเป็คู่หูได้แค่ไม่กี่นาทีเองนะเฮ้ย! เ้านี่อ่อนสนามเรอะ!?
ร่างของฟรองเซ่ทรุดลงกับพื้นเมื่ออีกฝ่ายกระชากดาบออกจากร่างของเขา มือหนากุมาแที่อยู่ใกล้เคียงกับหัวใจของเขาเอาไว้ ลูก้าเตรียมร่ายเวทรักษาให้ฟรองเซ่หากแต่ก็ถูกจิตมารมหาศาลของอีกฝ่ายเข้าล้อมบีบอัดเอาไว้จนไม่สามารถขยับได้ ลูก้าดิ้นพล่านหากแต่จิตมารก้อนนั้นกลับไม่ขยับเลยแม้แต่นิด ฏผู้มาใหม่เงื้อดาบในมือขึ้นเตรียมจะฟันร่างของฟรองเซ่ให้ตายคาที่ ชาโดว์สบถอย่างหงุดหงิด เขากับมิไรไม่อาจเข้าไปช่วยได้เพราะตอนนี้พวกเขาก็ยังถูกพวกฏล้อมเอาไว้อยู่ เสียงของพวกมันที่ร้องหาแต่ตราบาปทำให้ชาโดว์พอจะเข้าใจได้ว่ามัน้าตราบาปที่ประทับอยู่บนร่างของมิไร
ฟรองเซ่กัดฟันแน่น ชายหนุ่มพยายามจะร่ายเวทอีกครั้งหากแต่เขากลับพูดอะไรไม่ออก ทั้งยังกระอักเืออกมาอีก! ฟรองเซ่ไอค่อกแค่กเพราะสำลักเืของตนที่กระอักออกมา คมดาบในมือของอีกฝ่ายก็ฟาดฟันลงมาที่ร่างของเขา!
ชายหนุ่มหลับตาแน่น ทว่าในใจกลับกลับไม่ยินยอม จะจะยินยอมได้อย่างไร? ในเมื่อเขาเพิ่งจะรู้ใจตนเอง เขายังไม่ได้เริ่มต้นความรู้สึกนี้กับดารูวาร์เลย!
ดารูวาร์…ข้าอยากเจอเ้าอีกสักครั้ง…
คนที่เขาอยากเจอ คือดารูวาร์ เด็กสาวที่เขาได้เจอเพียงแค่สองครั้งเท่านั้น ไม่ใช่ดรูว์ที่เป็คู่หูของเขา
ทว่าความเ็ปที่น่าจะมาประทับอยู่บนร่างของเขาได้ตั้งนานแล้ว หากแต่เขาก็กลับไม่รู้สึกอะไรเลย เสียงฮือฮารอบข้างดังขึ้นอย่างปั่นป่วนจากทั้งเหล่าฏและพวกเดียวกันทำให้ฟรองเซ่ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาสีน้ำตาลแดงเบิกกว้างเมื่อเห็นผู้มาใหม่รับคมดาบที่หมายจะแทงร่างด้วยข้อมือเปล่าๆ ไร้เกราะกำบังหากแต่ก็ไม่ได้รับาแอะไร ข้อมือเล็กๆ ข้างนั้นไม่เป็อะไรเลยสักนิดจากการโจมตีของอีกฝ่าย!
ฏผู้นั้นดีดตัวถอยหลังกรูด ดวงตาสีเืเบิกขึ้นด้วยความหวาดหวั่นเมื่อเห็นผู้มาใหม่ เสียงร้องอย่างเสียสติของมันดังก้องไปทั่วห้องโถง!!
“บะ...บ้าน่า! เ้า เ้ามาอยู่ในที่แบบนี้ได้อย่างไร!? เ้า เ้า...”
ลูก้าอ้าปากค้าง เข้าใจแล้วว่าทำไมมันถึงเข้าใกล้พวกเขาได้โดยที่ไม่รู้สึกตัว ที่แท้มันก็เป็ฏระดับสูงนี่เอง! หากลาเบียร์ไม่โผล่มาขวางไว้จนมันเผลอพูดออกมา ลูก้าก็คงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็ฏระดับสูง
ฏระดับสูงนั้นพูดได้ คิดเป็ และมีเทคนิคในการจู่โจม ฏระดับกลางสามารถความคุมความบ้าคลั่งของตัวเองได้บ้าง ฏระดับต่ำมีแค่เพียงความบ้าคลั่งเท่านั้น จู่โจมไม่สนว่าตัวเองเป็ตายหรือไม่
ส่วนฏระดับาา พวกนี้คล้ายมนุษย์มาก หากมันไม่พูดก็ไม่ต่างอะไรไปจากคนบาป ซ้ำยังฉลาดมากกว่ามนุษย์บางคนเสียอีก ร่างกายแข็งแกร่งมาก มีเพียงชาเอไทม์หรือเชอานินม์เท่านั้นที่สามารถสังหารมันได้
“...” คนรอบข้างเงียบ มองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความงุนงงสงสัยและไม่เข้าใจ หากแต่พวกฏตัวอื่นๆ กลับมีอาการไม่ต่างไปจากฏที่แทงดาบใส่ฟรองเซ่ผู้นั้น พวกมันกำลังกระสับกระส่ายด้วยความหวาดกลัว
“ผู้ล่าฏ อสูรแดงแห่งทวีปใต้!!!”
มือเล็กปัดผมสีน้ำตาลแดงเปียกโชกของตนที่ตกลงมาแปะที่ข้างแก้มออกอย่างรำคาญ เสื้อผ้าชุดใหม่สีขาวที่ไม่ว่าจะดูอย่างไรมันก็เป็ชุดนอนชัดๆ บ่งบอกได้ว่าเ้าตัวกำลังจะนอน...แต่เฮ้ย!? นี่เ้าเด็กนี่ไม่คิดจะมางานสำคัญนี่ั้แ่แรกแล้วอย่างนั้นรึ!? เหล่าทหารที่ยังอยู่ที่นี่อ้าปากค้างเมื่อเห็นสภาพที่ดูเหมือนลูกหมาตกน้ำของดรูว์ที่ตอนนี้กำลังยืนบิดน้ำออกจากผมของตนเองอยู่…โดยที่ไม่สนใจพวกฏที่ยืนรายล้อมตนอยู่
“น่ารำคาญชะมัด...”
มันก็คงจะน่ารำคาญหรอกนะ ตอนนี้ผมสีน้ำตาลแดงยาวที่ปกติดูยุ่งเหยิงตอนนี้เปียกโชกจนลู่ตรงเขี่ยิัให้รู้สึกคันๆ เล่น แถมเ้าตัวก็ยังไม่ได้มัดผมเหมือนทุกทีอีก นั่นทำให้เหล่าคนมองรู้สึกว่าดรูว์ในตอนนี้นั้นช่างเหมือนผู้หญิงจริงๆ หากแต่วีรกรรมแต่ละอย่างและสภาพที่เห็นอยู่ทุกวันก็ยังคงทำให้พวกเขายังปักใจเชื่ออยู่ว่าเ้าตัวเป็ผู้ชาย ทว่ากลับมีชาเอลเพียงคนเดียวที่ย่นคิ้วสงสัย เขารู้สึกว่ารูปร่างแบบนั้นมันคล้ายกับว่าเขาเคยเห็นที่ไหนมาก่อน คนที่คล้ายกับเต้าหนู แต่เขาก็ไม่เข้าใจ นอกจากไดรกอนแล้วมีคนคล้ายกับเ้าหนูด้วยรึ!?
“ดะ...ดารูวาร์...” เสียงของฟรองเซ่ดังขึ้นจากทางด้านหลัง
ดวงตาสีแดงราวกับดวงตาของปีศาจก้มมองสภาพคู่หู ดารูวาร์แปลกใจไม่น้อยที่ชายคนนี้รู้ว่าเป็เธอทันทีที่เห็น ไม่ใช่อสูรแดง เด็กสาวมองอีกฝ่ายแล้วก็ย่นคิ้ว...
“ไม่เห็นมาค่อนวันสภาพเ้าแย่ลงนะ” ดารูวาร์นั่งยองๆ ตรงหน้าฟรองเซ่ที่ตอนนี้แม้จะลืมตาก็ยังทำได้ลำบาก มือเล็กยื่นไปลูบหัวฟรองเซ่...ที่อ่อนสนามจนได้แผลอีกแล้ว “ข้ารักษาเ้าไม่ได้หรอกนะ เพราะข้าไม่ใช่พวกใช้เวทมนต์”
หมดกัน สหายมนุษย์คนที่สองของเธอกำลังจะกลายเป็คนบาปแล้ว...ดีนะที่ยอมให้ไดรลูเกียร์มาด้วย ไม่อย่างนั้นอาจจะได้กลายเป็ฏแทนคนบาป
ฟรองเซ่ถอนหายใจ เื่นั้นเขารู้อยู่แล้วล่ะน่า ไดรกอนลงมาจากไหล่ของดารูวาร์แล้วทำการรักษาแผลเบื้องต้นพร้อมดูดจิตมารออกจากแผลให้พลางๆ ก่อน
“แต่เ้าอดทนไปก่อนนะ ข้าเรียกให้เชลมาที่นี่แล้ว ส่วนคนที่ทำร้ายเ้า...” ดารูวาร์กดเสียงลงต่ำแล้วค่อยๆ หันหน้าไปทางฏที่ตัวสั่นกระสับกระส่ายั้แ่เห็นหน้าเธอ “ข้าจะฆ่ามันให้เอง”
น้ำเสียงเย็นเยียบทะลุขั้วหัวใจของดารูวาร์ทำเอาแม้แต่พวกเดียวกันยังตัวสั่นขวัญผวา ร่างเล็กยืนขึ้นแล้วเดินตรงไปยังฏตรงหน้า ใบหน้านิ่งเฉยเ็าของเครื่องจักรสังหารผุดขึ้นมาให้ได้เห็น ดวงตาที่ไร้ประกายแห่งชีวิต จิตมารมากมายลอยออกมาจากร่างของเด็กสาวจนทำให้ผู้คนที่อยู่รอบๆ รู้สึกขนลุกและกระเถิบออกห่าง ไอพลังแฝงไว้ด้วยจิตสังหารบางคมกริบที่แผ่ออกมาทำเอาพวกฏขวัญกระเจิง!
ร่างเล็กพุ่งเข้าใส่ฏระดับสูงตรงหน้าที่ดูเหมือนมนุษย์จนแทบแยกไม่ออก มือซ้ายเงื้อต่อยอีกฝ่ายหากแต่มันไม่รับกระโจมตีนั้นและะโหลบถอยหลัง ทว่าดารูวาร์ก็ไล่ตามมาติดๆ จนมันหลบแทบไม่ทัน! เด็กสาวไม่ยอมให้มันมีโอกาสตั้งตัวหนีได้แม้แต่นิด
ชาเอลมองภาพตรงหน้าด้วยความแปลกใจ เขาไม่รู้ว่ามีใครสังเกตเห็นเหมือนเขาหรือเปล่า เพราะเขาเห็นว่าวิถีการจู่โจมของเ้าตัวเล็กผู้มาใหม่นั้นผิดแผกไปจากคนปกติ มันดูเหมือนไล่ต่อยอีกฝ่ายด้วยมือเปล่าก็จริง หากแต่เมื่อมองดูดีๆ แล้วจะรู้ว่าท่วงท่าแบบนั้นราวกับถือดาบไล่ฟันอีกฝ่ายอยู่ หากแต่เป็ดาบที่มองไม่เห็น!
เ้าหนูนั่น...ทำอะไรอยู่กันแน่? ชาเอลสงสัย นี่เป็ครั้งแรกที่เขาเห็นการต่อสู้ของเ้าตัวเล็ก เพราะปกติอีกฝ่ายจะไม่ยอมซ้อมการสู้จริงกับสหายร่วมหอเด็ดขาด ส่วนเหล่าคนจากหอเซาท์แทบจะะโเชียร์เลยด้วยซ้ำ
หล่อเหลาที่สุดในหอก็เ้าตัวเล็กนี่แหละ!
พวกฏตัวอื่นๆ เริ่มไม่สนใจเป้าหมายที่พวกมันหมายเป็เหยื่อเมื่อครู่อีกต่อไป พวกมันต่างก็พุ่งเข้าหาดารูวาร์อย่างบ้าคลั่งกระหายเื!
“บาป! บาป!! บาปของมันต้องเป็ของข้า! ของข้า--!!”
เสียงกรีดร้องดังขึ้นโหยหวนเมื่อร่างของพวกมันขาดเป็หลายๆ ท่อนเมื่อดารูวาร์สะบัดมือใส่ เป็หลักฐานรองรับข้อสันนิษฐานของชาเอลได้เป็อย่างดี มหกรรมเืสาดบังเกิดขึ้นจากเครื่องจักรสังหารในร่างอสูรแดงทำให้คนรอบข้างขวัญผวา แม้พวกฏจะเหลือน้อยไปจากคราวแรกมากก็จริง หากแต่มันก็ยังเยอะมากเกินไปแม้จะมีทหารทั้งกองทัพ แต่นี่ดารูวาร์คนเดียวกลับคร่าชีวิตพวกมันได้อย่างรวดเร็วและคล่องแคล่วจนน่าหวาดหวั่น
แม้จะอยากเข้าไปช่วยเด็กสาวตรงหน้าหากแต่ตอนนี้กลับไม่มีใครกล้าแม้แต่จะเข้าใกล้เลยสักคน ไอสังหารและจิตมารที่แผ่ออกมาจากร่างของดารูวาร์ทำให้พวกเขารู้สึกได้ว่าเ้าตัวเล็กตรงหน้าเป็ตัวอันตรายที่ไม่อาจเข้าใกล้ ที่สำคัญ...ฏพวกนั้นน่ากลัวมากกว่าเมื่อครู่ราวกับกดปุ่มความบ้าคลั่งขึ้นมา
เหล่าสหายหอเซาท์รู้สึกเจ็บใจ เพื่อนของตนต่อสู้อยู่แท้ๆ แต่ตนเองกลับทำอะไรพวกมันไม่ได้เลย มีแต่จะเป็ตัวถ่วงให้อีกฝ่าย นี่เป็ครั้งแรกที่พวกเขารู้สึกว่าตัวเองช่างอ่อนแอจริงๆ!
ก็เ้าฏพวกนั้นน่ะ ทั้งหมดเป็พวกระดับกลางทั้งนั้นเลยนี่นา ไหนจะมีระดับสูงอีกตนหนึ่งอีก!
เมื่อพวกฏหลายตัวที่รุมล้อมรอบตัวดารูวาร์สิ้นชีวิตไปแล้วหลายกลุ่ม พวกมันที่เหลือก็ะโถอยห่างจากดารูวาร์แต่ก็ตีวงล้อมเอาไว้เพื่อไม่ให้เด็กสาวผู้เป็เป้าหมายหนี พวกมันแต่ละตัวเลียปาก บางตัวก็เริ่มมีน้ำลายเยิ้มเมื่อได้กลิ่นจิตมารที่ออกมาจากตัวของดารูวาร์
“แข็งแกร่ง แข็งแกร่งจริงๆ บาปของมันต้องอร่อยมากแน่ๆ อร่อยมากแน่ๆ ฮี่ ฮี่ ฮี่ บาปที่ทั้งแข็งแกร่งและหอมหวาน”
“หอมหวาน หอมหวาน”
“บาปของมันต้องทำให้ข้าเป็าาได้แน่ๆ”
“าา าา ไม่!! มันต้องเป็ของข้าต่างหาก!!”
“ของข้า---!!!”
เหล่าฏพุ่งเข้าหาดารูวาร์อีกครั้งด้วยความกระหายที่มากกว่าเดิมเมื่อคิดถึงผลลัพธ์ที่จะได้หลังจากที่กินอีกฝ่ายเข้าไปแล้ว เด็กสาวย่อตัวลงประทับฝ่ามือลงบนพื้นจนเกิดอักขระัโบราณสีทองอ่อนขึ้นที่พื้นเป็วงกว้าง หอกจิตมากมายพุ่งทะยานขึ้นจากพื้นเสียบทะลุร่างของพวกมัน! เสียงกรีดร้องดังขึ้นมาอีกครั้งพร้อมหยาดเืสาดกระจายราวกับห่าฝนย้อมชุดสีขาวของดารูวาร์ให้กลายเป็สีแดงฉาน ผู้คนที่มองภาพนั้นตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ขุนนางที่ยังหนีออกไปไม่ได้บางคนทนไม่ได้จนอ้วกออกมาเลยก็ยังมี
ร่างของฏระดับสูงล้มลงและกระเถิบถอยหนีไปข้างหลังเมื่อเห็นว่าลูกน้องของมันตายหมดเพียงแค่พุ่งเข้าใส่อีกฝ่าย ดารูวาร์ดึงหอกจิตออกมาจากศพของลูกน้องมันตัวหนึ่งและกำลังเดินเข้าไปหามัน ความหวาดกลัวที่มันแสดงออกมาทางสีหน้านั้นชัดเจน ยิ่งดวงตาสีเืของมันมองไปที่หอกจิตที่อยู่ในมือก็ยิ่งอยากจะหายตัวไปเสียตอนนี้
“เ้า เ้ามันปีศาจชัดๆ!!” มันร้องขึ้นมาเสียงดังอย่างหวาดกลัวมัจจุราชที่กำลังเดินเข้าไปหามันอย่างช้าๆ
แต่คำพูดของมันทำให้เท้าที่กำลังเดินอยู่ของดารูวาร์ชะงัก
“นั่นสินะ...เมื่อก่อนก็เคยมีคนเรียกข้าเช่นนั้นเหมือนกัน” เสียงของดารูวาร์กดลงต่ำจนคนฟังเริ่มรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ “แต่รู้ไหม...ว่าข้าเกลียดคำคำนี้ที่สุด!!!”
ดารูวาร์พุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว สะบัดหอกจิตในมือสะบั้นคออีกฝ่ายจนหลุดออกมาจากร่าง! หัวของมันกลิ้งหลุนๆ ไปตามพื้นพรมสีแดงราคาแพง เืที่ไหลออกมาจากร่างและหัวของมันย้อมพรมสีแดงให้กลายเป็สีดำ!
“อื้อหือ...เละจริงๆ” เสียงของผู้มาใหม่ดังขึ้น เรียกสายตาของดารูวาร์และคนอื่นๆ ให้หันไปมอง เ้าของเสียงนั้นดูจะเริงร่ามากกว่าขนลุกกับภาพตรงหน้า เ้าตัวยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจก่อนจะนั่งลงข้างๆ ร่างของฟรองเซ่ ชายหนุ่มมุ่นคิ้ว “อาการหนักน่าดู” แล้วยื่นนิ้วไปดีดหน้าผากอีกฝ่าย "รู้ว่าตัวเองอ่อนสนามก็อย่าซ่าอีก" ว่าแล้วหันไปเขม่นตาใส่ลูก้าจนมันหัวหด เป็อันเข้าใจว่า 'เ้านั่นแหละตัวดีเลย!'
ร่างเล็กเดินเข้าไปใกล้เชล นั่นทำให้ผู้คนนอกจากคนในหอเซาท์ที่อยู่ใกล้ๆ ถอยห่างด้วยความหวาดกลัว “รักษาได้หรือเปล่า”
“จะว่าได้ก็ได้อยู่หรอก แต่ข้าเอาเ้านี่ไม่ออกหรอกนะ” เชลว่าพลางชี้ไปที่จิตมารปริมาณเล็กน้อยที่ลอยออกมาจากแผลของฟรองเซ่ ดารูวาร์ชะงักเมื่อเห็นมัน
“...ตราบาป” เพื่อนของเธอคนนี้คงจะกลายเป็คนบาปไปแล้วจริงๆ
“ใช่ ตราบาป” เชลตอบรับยืนยันความคิดของดารูวาร์ เขาลงมือรักษาแผลให้ฟรองเซ่เท่าที่จะทำได้ “ใหรือ”
“ไม่ คาดเอาไว้ก่อนแล้ว”
มือของเชลชะงักก่อนที่จะลงมือรักษาฟรองเซ่ต่อ ชายหนุ่มหัวเราะน้อยๆ “ก็สมกับเป็เ้าดี”
“...”
“ยิ่งเมื่อคราวก่อนเ้าคุณชายนี่โดนจิตมารฝังอยู่ในร่างจนเกือบจะเอาออกไม่ทันด้วยแล้ว นั่นเป็อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้าแครั้งนี้กลายเป็ตราบาปอย่างไม่อาจรักษาได้แม้จะรีบลงมือรักษาั้แ่โดนทำร้ายในวินาทีแรกก็ตาม”
ดารูวาร์กำมือแน่นเมื่อได้ยินเช่นนั้น มันตอกย้ำความคิดก่อนหน้านี้ของตนเอง รู้ว่านี่เป็ความผิดของพวกเธอที่มาอยู่ที่นี่ ที่มอลโนวาแห่งนี้ เมื่อเชลทำแผลให้ฟรองเซ่เสร็จแล้วก็ลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับดารูวาร์ มือหนาวางเอาไว้บนศีรษะอีกฝ่ายแล้วลูบอย่างอ่อนโยนโดยไม่รังเกียจเืของพวกฏที่เลอะฝ่ามือตนเอง
“นี่มันไม่ใช่ความผิดของเ้าหรอกนะ อย่ารู้สึกผิดไปเลย”
“ข้า...ถ้าไม่มีข้า...”
“ถึงไม่มีเ้า อย่างไรเื่พวกนี้ก็ต้องเกิดขึ้นมาอยู่ดี และดีไม่ดี คนพวกนี้ก็อาจจะตายไปแล้วก็ได้” เชลพูดพลางใช้ดวงตาสีน้ำตาลไหม้กวาดมองเหล่าทหารหออื่นและพวกขุนนางทั้งหลายที่กำลังหวาดกลัวดารูวาร์ ชายหนุ่มแค่นหัวเราะอย่างเย้ยหยันให้กับท่าทางเ่าั้ “ไม่ได้สำนึกเลยว่าที่ครั้งนี้ตัวเองรอดตายมาได้เป็เพราะใคร”
คำพูดนั้นทำเอาคนเ่าั้สะดุ้ง เชลขึ้นเสียงในลำคอกับปฏิกิริยาของคนพวกนั้นก่อนจะพยุงร่างของฟรองเซ่ขึ้น ลูก้าที่หลุดออกมาจากจิตมารแล้วบินมาดูอาการของคู่หูอย่างเป็ห่วง
“พวกเราก็กลับกันเถอะ...ข้าคิดว่าเ้าควรจะอาบน้ำใหม่อีกรอบนะ” ประโยคหลังเชลพูดกับดารูวาร์ที่ตอนนี้ชุดสีขาวของเธอนั้นหาจุดที่มีสีขาวไม่ได้เลยแม้แต่นิด
“อือ...”
“อย่าทำหน้าเศร้าไปเลย อย่างไรเ้านี่ก็ไม่ตายหรอก...อย่างน้อยก็แค่ทรมานกับาแที่รักษาไม่หายเหมือนกับคนบาปคนอื่นๆ ก็เท่านั้นเอง”
เมื่อพวกดารูวาร์เดินออกไปจากห้องโถงนี่แล้ว ชาเอลก็พึมพำขึ้นมาเสียงเบา “เ้าหนู...แข็งแกร่งขนาดนี้เลยรึ” ให้ตายสิ เขาแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขารอดมาได้เพราะได้เ้าหนูช่วยชีวิตเอาไว้!
ซาเมลที่ยืนอยู่ข้างๆ ได้ยินเข้าพอดีเลยตบบ่าพี่ชายตนเอง “นั่นล่ะ...คนที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาทหารฝึกหัด ไม่สิ แข็งแกร่งกว่าพวกราชองครักษ์ระดับสูงเสียอีก”
ชาเอลหันขวับไปมองน้องชาย แววตาของเขาพราวนะยับ “พี่อยากจะลองสู้กับเ้าหนูสักครั้ง!”
คนเป็น้องชายกรอกตากับนิสัยส่วนนี้ของพี่ชาย ดูท่าหากไม่ตายก็คงรักษานิสัยชอบสู้กับคนแข็งแกร่งของชาเอลไม่ได้จริงๆ “ท่านพี่ นั่นผู้ล่าฏนะ”
“อสูรแดงแห่งทวีปใต้...ผู้ล่าฏที่เปรียบเสมือนอสูรคลั่งในร่างมนุษย์” ชายหนุ่มพูดถึงชื่อที่เขาเคยได้ยินมา
“ไม่เพียงแค่นั้น เ้าตัวยังใช้สกุลเดียวกันกับเทพมารสีขาวแห่งทวีปตะวันออกอีกด้วย”
ดวงตาสีนิลเ้าเล่ห์เบิกกว้างเมื่อนึกถึงบุคคลผู้เป็ตำนานคนนั้น ตำนานที่ใครๆ ก็ไม่เชื่อว่ามันมีอยู่จริง ตำนานที่ทำให้ทวีปตะวันออกหายไปจากแผนที่โลก!
“ใช่แล้ว...ชื่อเดียวกันกับดารูวาร์ ลาเบียร์!”
ร่างของฟรองเซ่ถูกส่งมาพักรักษาตัวที่ศาสนจักรโดยมีชาโดว์เป็คนดูแลอย่างใกล้ชิด ดวงตาสีแดงเืเหลือบมองดารูวาร์ที่นั่งหลับอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงหลังจากอาบน้ำใหม่มาอีกรอบแล้วก็ถอนหายใจ...วันนี้มันวันอะไรกันล่ะนี่ มีแต่เื่วุ่นวายเกิดขึ้นให้เขาปวดหัวเล่น
เพียงครู่ไดรกอนในร่างแปลงมนุษย์ก็เปิดประตูห้องเข้ามา เขาถอนหายใจเมื่อเห็นว่าดารูวาร์ไม่ยอมเช็ดหัวให้แห้งก็หลับไปเสียแล้ว ไดรกอนเดินไปหยิบผ้าขนหนูที่อยู่ในตู้เสื้อผ้าออกมาเช็ดผมให้ดารูวาร์อย่างเบามือ ชาโดว์มองภาพตรงหน้าที่ดูแปลกตาและน่าใหากคนรู้จักมาเห็นเข้า
“การดูแลแบบนี้ก็เป็อีกหน้าที่หนึ่งของไซย์ทาเลียอย่างนั้นหรือ”
มือของไดรกอนที่กำลังเช็ดผมให้ดารูวาร์อยู่ชะงักก่อนที่จะลงมือเช็ดต่อไป “ไม่ใช่”
ลูก้าที่เฝ้าอาการของฟรองเซ่อยู่ข้างหมอนเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย “เ้ากำลังจะบอกว่าเ้าเต็มใจทำเช่นนี้เองอย่างนั้นหรือ”
“อือ”
“ท่านพี่บอกว่าไซย์ทาเลียกระหายเืมาก โเี้มาก ดูแลใครไม่เป็” ลูก้าใกับความจริงที่ได้รับรู้...นี่มันต่างจากที่ท่านพี่บอกมันแบบคนละขั้วเลย!
“นั่นมันเมื่อก่อน” ไดรกอนว่าเสียงแข็ง ดูแลใครไม่เป็อะไร เ้าเซดาร์ธนั่นมั่วแล้ว เขาออกจะเป็ัแสงผู้อบอุ่นใจดี!
...ไดรกอนคงจะลืมไปแล้วว่าเมื่อวันก่อนตนเองเอาเชอานินม์จ่อคอเด็กสาวไร้เดียงสาคนหนึ่ง
“เ้าเป็อะไรกับตระกูลลาเบียร์กันแน่ ทำไมพวกเขาถึงมีหน้าตาเหมือนเ้า นี่มันเป็เื่ที่น่าใจริงๆ” ลูก้ามองดารูวาร์ที่หลับไปแล้วสลับกับไดรกอน มันสงสัยบนอดไม่ได้ที่จะถาม
ลูก้าเคยถามเซดาร์ธนะ แต่ท่านพี่ไม่ยอมตอบ
ไดรกอนเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ ก่อนที่เขาจะเข้าใจในที่สุด เ้าพวกนั้นปิดบังกระทั่งน้องและลูกของตัวเอง นั่นทำให้าาั์รุ่นที่สองนี้ไม่มีใครรู้เื่ที่เกิดขึ้นในตอนนั้น
เพียงแค่คิด ไดรกอนก็รู้สึกอุ่นวาบไปทั่วทั้งใจ รู้สึกขอบคุณเ้าพวกนั้นที่ไม่บอกเื่ปีนั้นกับใคร แม้จะเป็คนในครอบครัวก็ตาม
“แต่ข้าก็ใเหมือนกันนะที่ได้รู้ว่าเ้าเป็าาัอัสนี” ไดรกอนมองอีกฝ่ายั้แ่หัวจรดเท้าอย่างไม่เชื่อสายตา ทำเป็ไม่เข้าใจคำถามของอีกฝ่าย ทำเอาลูก้าโมโหแต่ก็ไม่กล้าแสดงออกมาเมื่อรู้ว่าแท้จริงแล้วอีกฝ่ายคือใคร
ัน้อยตาดำๆ ที่เพิ่งจะได้เป็าาัอัสนีอย่างข้าจะเอากำลังที่ไหนไปต่อกรกับเ้ากัน...
“ไม่คิดว่าั์ที่เกลียดมนุษย์อย่างเ้าจะเลือกคู่หูเป็มนุษย์ ทั้งยังไม่ใช่นักรบัอีกด้วย” ชาโดว์พูดตามที่ตนเองคิด เพราะพวกั์นั้นไม่ชอบคลุกคลีกับพวกมนุษย์ที่เอาแต่หลอกลวงไปวันๆ จนไม่อยากอยู่ใกล้มนุษย์อีกต่อไป แม้จะรู้ดีว่ามนุษย์ไม่ได้เป็เช่นนั้นทุกคนก็ตาม
“เพราะข้าถูกใจเ้านี่อย่างไรล่ะ” ลูก้ากอดใบหน้าฟรองเซ่ ใช้หน้าตัวเองถูไถกับแก้มคนหลับด้วยรอยยิ้มพอใจ
“เพราะพลังในร่างเป็ธาตุสายฟ้าด้วยสินะ” ไดรกอนหรี่ตามองอย่างจับผิด เมื่อเขานึกเหตุผลที่คล้ายๆ กันนี้ของใครบางคนขึ้นมา
…พี่ชายของเ้าเด็กนี่ ไรน์ทาเรียรุ่นแรก
“นั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่สาเหตุหลักเลยก็คือ...ข้ารู้สึกคุ้นเคยกับเ้านี่ ราวกับว่าพวกเราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อน ไม่สิ ราวกับว่าเ้านี่เป็สายเืเดียวกันกับข้า”
“อุปทานของเ้าน่ะสิ” ไดรกอนกับชาโดว์พูดขึ้นมาพร้อมกัน ทำเอาลูก้าร้องกระซิกๆ อยู่กับหมอนที่ฟรองเซ่หนุนอยู่
ไดรกอนรับท่าทางเช่นนั้นของอีกฝ่ายไม่ได้ ฟรองเซ่ไม่ได้มีสายเืเดียวกับเ้านี่ก็จริง แต่ก็ไม่ได้บอกว่าเขาไม่มีเืของไรน์ทาเรียเลย
แต่เขาจะไม่บอกเ้าหนูนี่เด็ดขาด ถือเสียว่าขอบคุณที่เซดาร์ธไม่พูดเื่ของเขาก็แล้วกัน
เมื่อเช็ดจนผมของดารูวาร์แห้งแล้วไดรกอนก็ค่อยๆ หวีผมให้เด็กน้อยของตนแล้วอุ้มร่างเล็กขึ้น เดินไปวางร่างเล็กนั้นลงบนโซฟาที่บุหนังนุ่มนิ่มแบบพิเศษ มือหนาลูบหัวดารูวาร์เบาๆ อย่างอ่อนโยนก่อนจะไปรื้อผ้าห่มในตู้ข้างๆ มาห่มให้อย่างเบามือ หนึ่งาาัอัสนีกับอีกหนึ่งอดีตาาัทมิฬมองภาพตรงหน้าแล้วก็ให้ความรู้สึกเหมือน...
“อย่างกับพ่อลูกกันเลยแน่ะ” ลูก้ามองภาพตรงหน้า มันจำได้ว่าในตอนที่มันยังไม่ถูกไดรกอนขว้างจนลอยไปไกลอีกทวีปหนึ่งนั้นไดรกอนหวงดรูว์มากแค่ไหน แต่มันก็ไม่คิดว่าไดรกอนจะดีกับดรูว์ถึงขนาดนี้
“ก็พ่อลูกกันน่ะสิ” ชาโดว์พูด นั่นทำให้ลูก้าอ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อ ชาโดว์ถอนหายใจออกมา “หากข้าไม่รู้จักพ่อแม่ของดารูวาร์ล่ะก็...ข้าเองก็คงจะคิดแบบเ้าเหมือนกัน แต่ด้วยความเข้าใจผิดของทุกคนในควาเซทำให้ดารูวาร์ไม่เหลือใคร ไดรลูเกียร์จึงต้องทำหน้าที่ทุกอย่างให้กับนาง คอยเป็พ่อ แม่ หรืออะไรก็ตามที่ทำให้ดารูวาร์ไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่คนเดียว”
“...”
“จากการที่ไดรลูเกียร์พยายามจะทำให้เป็แบบนั้น...กลับกลายเป็ว่าไดรลูเกียร์รักดารูวาร์เหมือนเป็พ่อลูกกันจริงๆ ซะนี่”
“ความพยายามสูงแฮะ” ลูก้าชื่นชมจากใจ เพราะหากเป็ั์ตนอื่นๆ ล่ะก็...แค่ชั่วโมงเดียวก็ไม่เอาด้วยแล้ว
ใครว่าั์ใจดีมีเมตตา? พวกมันทั้งโเี้และเืเย็นต่างหาก คำพูดพวกนั้นโกหกทั้งเพ! เ้าพวกมนุษย์คิดไปเอง!
“ความรู้สึกที่ไดรลูเกียร์มีให้ดารูวาร์นั้นเป็ของจริง และความรู้สึกของดารูวาร์ที่มีให้ไดรลูเกียร์ก็เป็ของจริงเช่นกัน ดารูวาร์ไม่เคยมอบความรู้สึกที่เป็ของจริงให้กับใครนอกจากไดรลูเกียร์และคู่หูนักรบัเรชีลกับชเรด” ชาโดว์เงียบไปแล้วหันไปมองใบหน้าที่กำลังหลับอยู่ของฟรองเซ่ “แต่ดูเหมือน...เ้านี่จะเป็อีกคนที่ดารูวาร์มอบความรู้สึกที่เป็ของจริงให้โดยไม่มีข้อแม้”
“ลำบากน่าดู” การเป็คนที่มีความบกพร่องทางความรู้สึกนี่มันลำบากจริงๆ ลูก้าคิดถึงอนาคตที่จะตามมา าาั์อีกสามตนต้องไม่พอใจและคัดค้านเื่นี้เป็แน่ ได้ข่าวว่าแอบมองดารูวาร์ผ่านทางลูกแก้วเป็ประจำเลยนี่...
...โดยเฉพาะลูกชายของตาลุงเดดาอัส เ้านั่นทั้งปากเสียและเป็ซิสคอนดีๆ นี่เอง!
ภายในป่ารกๆ ที่มีแต่ต้นไม้ใหญ่ๆ กับสัตว์อันตรายเต็มไปหมด ชายหนุ่มวัยฉกรรจ์สองคนเดินผ่านไปตามทางอย่างไม่รู้สึกหวั่นเกรง หากจะเป็พวกสัตว์อันตรายเสียเองที่หวาดกลัวชายทั้งสองจนไม่กล้าไม้แต่จะเข้าใกล้
“ไม่คิดเลยแฮะว่าป่าทางเข้าของมอลโนวาจะมีต้นไม้กินคนด้วย” ชายผู้มีหนวดเครารกรุงรังพูดติดตลก เสื้อเชิ้ตฮาวายสีแดงแปร๊ดแสบตากับกางเกงสแล็คขาสั้นที่ดูอย่างไร นี่มันก็มาดเ้าพ่อดิบเถื่อนที่หาได้ทั่วไปในทวีปใต้ชัดๆ
“โถ่ ท่านนี่ละก็...ทำไมจะต้องไปที่นั่นด้วยล่ะ ที่นั่นอยู่ไกลจากวิชเธห์ตั้งเยอะ” ชายที่เดินติดตามมาด้วยถาม เขาอยู่ในชุดนักเดินทางปกติทั่วไป ดูเป็ผู้เป็คนกว่าคนแรกเยอะ
เขาไม่มีความกล้าพอจะแต่งตัวตามอีกคนหรอกนะ...
“ถามได้ ข้าก็กำลังจะไปหาสหายเก่าของข้าน่ะสิ” ว่าแล้วก็ทำหน้าเคลิ้มเมื่อนึกถึงสหายคนนั้น ผู้ติดตามขมวดคิ้วมุ่น
“แต่ข้าได้ข่าวว่าสหายคนนั้นได้ตัดขาดความเป็เพื่อนกับท่านั้แ่ตอนที่รู้ว่าท่านไปโกหกเขาแล้วนะ” ทั้งยังโกหกมาได้ตั้งนาน…
คำพูดนั้นทำให้ชายผู้เป็เ้าของมาดดิบเถื่อนรู้สึกเหมือนมีมีดอาบยาพิษนับพันเล่มแทงเข้าด้านหลังทะลุเข้าตัดขั้วหัวใจ...ก่อนที่จะกลับมาร่าเริงอย่างรวดเร็ว
“ไม่เป็ไร ข้าจะตามไปง้อนางเอง! อีกอย่าง ตอนนั้นข้าไม่ได้โกหกเสียหน่อย ข้าก็แค่ไม่บอกเฉยๆ” ว่าแล้วก็เท้าเอวแล้วเงยหน้าหัวเราะด้วยลุคตัวร้ายในละครหลังข่าว
ผู้ติดตามหรี่ตาแล้วส่ายหน้าช้าๆ ให้กับอาการของเ้าชีวิตของตน...ดูท่าจะอาการหนักน่าดู
ทั้งสองคนเดินทางผ่านป่าและเหล่าสัตว์ร้ายกันต่อไป ซึ่งจุดหมายของพวกเขาอยู่ที่อาณจักรแห่งนั้น...อาณาจักรมอลโนวา!!!