หรือฟังภาษาไทยไม่ออก.. เธอคิด แต่งตัวดีขนาดนี้.. เขาอาจจะไอดอลเกาหลี หรือไม่ก็ดาราไต้หวันก็ได้.. แต่จะมาทำอะไรที่มหาวิทยาลัยนี้นะ.. ช่างเถอะ..
ความคิดพรั่งพรูภายในชั่วเสี้ยววินาที ก่อนร่องรอยความทรงจำที่เธอเกือบลืมไปแล้ว ย้อนกลับมาหาเธออย่างรวดเร็ว
“พี่ชื่อโธนี่”
“ชื่อเหมือนฝรั่งเลย คิกๆ ”
มีคำกล่าวกันว่า ‘เรามักจะมีใครคนหนึ่งในชีวิตที่เราจะเก็บไว้ในความทรงจำ ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน.. ไม่ว่าเขาหรือเธอจะยังอยู่ในชีวิตของเราหรือไม่.. เราก็ไม่มีวันลืม’
ตะวันวาดหายใจสะดุด เธอหลุบตาลงมองพื้นอย่างรวดเร็ว
“ไม่ใช่มั้ง”
เสียงหัวใจเริ่มเต้นดังขึ้น และดังขึ้น เส้นเืสูบฉีด ใบหน้าเล็กแดงก่ำขึ้นอย่างน่าใ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงจากลมหายใจที่หนักหน่วง
โครงใบหน้าแบบนี้.. ความสูงประมาณนี้.. ถึงสีผิวจะคล้ำขึ้นก็เถอะ..
“ไม่ใช่มั้ง.. แค่หน้าคล้าย” เสียงหวานแหบกระซิบบอกตัวเอง ก่อนร่างบางจะขยับเดินห่างออกไปจากอีกฝ่ายตามที่สัญชาตญาณบอกให้ทำ ตะวันวาดก้าวฉับ ๆ ออกจากบริเวณนั้น โดยไม่หันกลับไปมองผู้ชายร่างสูงที่เธอเพิ่งพบอีกเลย เธอพาร่างตัวเองตรงดิ่งไปยังอาคารที่ใกล้ที่สุด แม้ว่าหัวใจยังคงเต้นโครมครามอยู่ในอก
ทันทีที่รู้สึกปลอดภัยจากสายตาคู่ใหม่ที่เพิ่งเจอ ตะวันวาดยกมือถือทาบหน้าอก ถอนหายใจพร้อมหันกลับไปมองบริเวณรอบๆ ให้แน่ใจว่าเขาไม่เห็นเธอแล้ว..
“ไม่ใช่หรอกน่า..”
ตะวันวาดยังคงพูดย้ำปฏิเสธความคิด แต่แม้สมองจะพยายามแค่ไหน หัวใจกลับเต้นรัวเร็วจนแทบจะหลุดออกมาจากอก..
ห่างออกไปไม่ไกลนัก บริเวณมุมตึกอีกด้านหนึ่งของมหาวิทยาลัย บุหลันรังสรรค์ชะเง้อมองหาชายหนุ่มร่างสูงที่หายลับไปเพียงเพราะเธอเดินไปเข้าห้องน้ำเพียงครู่เดียวเท่านั้น
มือเรียวกวาดล้วงลงในกระเป๋าสะพายข้างแบรนด์ดังเพื่อจะหาโทรศัพท์มือถือ ขณะที่ค้นหาเบอร์อยู่นั้น ก็มีสายโทรเข้าที่ทำให้บุหลันรังสรรค์ต้องชะงักไปชั่วขณะ
- ภูธเรศ -
หัวใจเธอเต้นรัวขึ้น สายตาปราดมองซ้ายขวาหาอันธกานต์ บุคคลที่เธอ้าให้ปรากฏตัวที่สุดตอนนี้
เสียงโทรศัพท์ยังดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เธอตัดสินใจกดรับสายเรียกเข้า
“พี่ภู..” สายตาของบุหลันรังสรรค์ยังคงมองหาร่างสูงที่หายลับไป
“บุหลันจริง ๆ ด้วย ขอโทษทีที่โทรกลับช้า พี่ประชุมงานั้แ่เช้า หัวใจพี่แทบะเิตอนที่เห็นข้อความว่าเราอยู่ประเทศไทยแล้ว กลับมาทำไมไม่บอกคะ พี่จะได้ไปรับ” เสียงทุ้มปลายสายตอบ และถามอย่างรัวเร็ว ขณะที่คนรับฟังแทบจะหยุดหายใจเมื่อได้ยินเสียงเขา
“ตอนนี้บุหลันอยู่ไหนคะ พี่จะไปหา”
คนถูกถามยังคงกลั้นหายใจ บุหลันรังสรรค์หลับตาลงชั่ววินาทีพยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิง.. สถานการณ์นี้เป็สิ่งที่เธอหลีกเลี่ยงมาตลอด 6 เดือนั้แ่เธอย้ายไปเรียนโทที่เยอรมนี.. ตอนนี้เธอคงหนีต่อไปไม่ได้แล้วจริงๆ
“บุหลันอยู่ที่มหาวิทยาลัยค่ะ.. มีเื่อยากจะคุยกับพี่ภูด้วย มาเจอบุหลันที่นี่ได้ไหมคะ” เสียงหวานตอบกลับ ก่อนกลืนน้ำลายอึกใหญ่
“ได้สิคะ.. จะว่าไปก็คิดถึงมหาวิทยาลัยเหมือนกัน พี่อยู่ไม่ไกลมากอีกประมาณ 20 นาทีก็น่าจะถึง รอแป๊บหนึ่งนะ” เสียงทุ้มปลายสายกล่าว
“ค่ะ”
“เจอกันค่ะที่รัก”
บุหลันรังสรรค์ไม่ตอบ เธอแสร้งกดตัดสายทันทีราวกับไม่ได้ยินประโยคสุดท้ายที่อีกฝ่ายเอ่ยขึ้น หญิงสาวถอนหายใจยาว แม้ว่าหัวใจยังคงเต้นระส่ำอยู่.. ใบหน้าสวยสีหน้ากระอักกระอ่วนไม่สู้ดีนัก
“พี่ธันอยู่ไหนนะ” เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนยกมือถือขึ้นมากดเบอร์โทรศัพท์อีกครั้ง
“ว้ายยย” เสียงเล็กอุทานด้วยความใ ก่อนเส้นเสียงจะหายขาดไปทันทีที่เห็นใบหน้าของบุคคลมาใหม่ ตะวันวาดเบิกตาโต หัวใจที่เต้นปกติกลับมาเต้นรัวอีกครั้ง เธอกลืนน้ำลายเอื้อกโดยไม่ทันรู้ตัว
อันธกานต์เดินนิ่งๆ ตามคนตัวเล็กที่วิ่งหนีเขาออกมา ก่อนจะปรากฏตัวเบื้องหน้าเธออย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ร่างบางสะดุ้งโหยงขณะที่กำลังจะเดินออกจากอาคาร เธอสะดุดบันไดขั้นสุดท้ายทันทีที่เห็นใบหน้าคม แขนเรียวตะเกียกตะกายว่ายน้ำอากาศราวกับว่ามันจะช่วยให้เธอทรงตัวได้ ก่อนคนตัวเล็กจะหล่นตุบ ลงไปนอนกับพื้น
อันธกานต์ถอยออกมาเล็กน้อยในรัศมีที่เขามั่นใจว่าเขาจะไม่โดนลูกหลง เมื่อเห็นอีกฝ่ายนอนกองอยู่บนพื้น เขาจึงค่อยๆ ขยับเดินเข้าไป
ตะวันวาดร้องสบถโอดโอยด้วยความเ็ป ในเสี้ยววินาทีคนตัวเล็กพลันนึกขึ้นได้ถึงใบหน้าที่เพิ่งโผล่มาพลางสงสัยว่าเขารู้ได้อย่างไรว่าเธออยู่ตรงนี้ ความตื่นใและความเ็ปทำให้คำถามเ่าั้หายวับไปในอากาศ
ร่างบางค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะมองแผลถลอกที่ข้อศอกทั้งสองข้าง.. ั์ตากลมกะพริบปริบ ๆ แสร้งใส่ใจกับแผลที่ถลอกปอกเปิกและไม่ยอมมองสบตาอีกฝ่าย
อันธกานต์มองอีกฝ่ายจากมุมบน
“คุณเป็อะไรมากหรือเปล่า”
คนที่นั่งอยู่ชะงักงัน..
ตะวันวาดหยุดหายใจ.. หัวใจเต้นรัวแรงยิ่งกว่าเมื่อสักครู่ แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังได้ยินเสียงนั้น.. เธอสงสัยว่าเขาจะได้ยินเหมือนเธอรึเปล่า.. ใบหน้าเกลี้ยงเริ่มแดงระเรื่อ เส้นเืสูบฉีดรุนแรงจนแดงลามไปถึงใบหู
ตะวันวาดตัดสินใจเงยหน้าสบตามองอีกฝ่าย..
ตึ่กตั่ก.. ตึ่กตั่ก..
จะให้เขารู้ไม่ได้.. ว่าหัวใจเธอเต้นแรงขนาดนี้.. คนตัวเล็กกลืนน้ำลายอีกครั้ง
อันธกานต์เห็นอีกฝ่ายเงียบไป ประกอบกับเห็นว่าสาวน้อยตรงหน้าดูจะเด็กกว่าเขามากทีเดียว ชายหนุ่มจึงเปลี่ยนสรรพนามเรียกอีกฝ่าย
“เธอเป็อะไรรึเปล่า”
“เปล๊า” เสียงเล็กแหลมสูงตอบกลับทันควัน จะด้วยความตื่นเต้นหรือใหรืออะไรก็แล้วแต่ ตะวันวาดหลับตาลงอย่างเจ็บใจตัวเอง.. ความตั้งใจที่จะทำตัวเป็ปกติได้ล้มเหลวอย่างไม่เป็ท่า
อันธกานต์พยักหน้ารับ แต่ก็มีสีหน้าสงสัยในการกระทำแปลก ๆ ของสาวน้อยตรงหน้าเขา.. ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างแปลกประหลาดทำให้เขาเดินตามเธอมา..
แต่เขาคงคิดไปเอง..
คิดได้เช่นนั้น ชายหนุ่มจึงเลิกสนใจเธอ และทำท่าจะเดินกลับออกไป
“ฟู่.. ไปได้ซะก็ดี” เธอเป่าลมออกจากปาก ก่อนเสียงเล็กเอ่ยพึมพำกับตัวเอง.. ตะวันวาดไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายได้ยินทุกคำอย่างชัดเจน เขาส่ายศีรษะเล็กน้อยแสร้งทำเป็ไม่สนใจ
ขณะที่ตะวันวาดพยายามพยุงตัวเองขึ้น ภาพเหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับเข้ามาอีกครั้ง
“พี่ชื่อโธนี่”
“พี่โธนี่” ตะวันวาดพึมพำขณะที่นึกย้อนกลับไป เป็ชื่อที่เธอไม่ได้ใครเรียกอีกเลยั้แ่เมื่อ 10 ปีก่อน
อันธกานต์ชะงักฝีเท้า เสียงนั้นเบาจนเขารู้สึกเหมือนคิดไปเอง แต่สิ่งที่ได้ยินก็ทำให้ชายหนุ่มตกอยู่ในภวังค์ของเหตุการณ์ในอดีตเช่นกัน..
“พรุ่งนี้พี่จะมาเล่นกับตะวันอีกใช่ไหม”
“อื้ม มาสิ”
“สัญญานะ”
“สัญญา”
นิ้วก้อยของเธอหนีบนิ้วก้อยของเขา ใบหน้าคมกระตุกรอยยิ้มกว้าง พร้อมฝ่ามือที่ลูบลงมาบนศีรษะเล็กๆ ของเธอ…
เสียงรองเท้าลากกับพื้นพร้อมร่างเล็กที่เดินกะเผลกผ่านเขาไปทำให้อันธกานต์หลุดออกจากภาพในหัว เขามองเธอเดินห่างออกไปด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ ใบหน้าเข้มส่ายไปมา ขมวดคิ้วน้อย ๆ อย่างรำคาญตัวเอง เขาเลือกที่จะทิ้งความสงสัยนั้นและกวาดสายตามองหาบุหลันรังสรรค์
ทันใดนั้นตะวันวาดหยุดกึก หันกลับมายังอันธกานต์
“พี่โธนี่” เธอเรียกเขาเสียงดังพอที่มั่นใจได้ว่าอีกฝ่ายได้ยิน
ร่างสูงนิ่งกึก ค่อย ๆ หันมองตะวันวาดอีกครั้ง
“...”
ใบหน้านิ่งไม่บ่งบอกความรู้สึกทำให้ตะวันวาดยกมือเกาข้างศีรษะอย่างขัดเขิน
“แฮ่ะ..” ใบหน้าเกลี้ยงยิ้มหวานแก้เขิน
“ขอโทษค่ะ ฉันคงจำผิดไปเอง.. คุณคงไม่ได้ชื่อโธนี่หรอกเนอะ” เธอกล่าวต่อ ก่อนจะหมุนตัวกลับเดินคอตก
ตะวันวาดรีบจ้ำอ้าว หน้าแดงยิ่งกว่าตอนที่เห็นหน้าอันธกานต์
“อีกแล้วนะตะวัน” คนตัวเล็กบ่นกับตัวเอง ยกกำปั้นเคาะศีรษะเบาๆ ความขี้สงสัยมักจะนำพาความน่าอับอายมาให้เธอั้แ่เด็ก ตอนที่เธอโพล่งออกไปนั่นก็เพราะอยากจะรู้จริง ๆ ว่าเขาใช่คนที่เธอเคยรู้จักหรือเปล่า..
ร่างเล็กสะดุ้งอีกครั้งเมื่อรู้สึกได้ถึงมือที่คว้าหมับเข้าที่บ่าของเธอ ตะวันวาดยืนตัวแข็งทื่อก่อนจะค่อย ๆ หันกลับไปมอง
“...” ั์ตากลมกะพริบ
โธนี่.. เป็อีกชื่อเล่นหนึ่งของเขา.. เพื่อนต่างชาติหลายคนมักเรียกเขาด้วยชื่อนี้ แต่ถ้าหากกลับมาที่นี่.. ประเทศไทย.. มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รู้จักเขาด้วยชื่อนี้..
ตะวันวาด..
เสียงหวานที่เรียกชื่อตัวเองเมื่อครู่ทำให้อันธกานต์มั่นใจมากขึ้น ั์ตาสีน้ำตาลเข้มส่งประกายวาววับ แม้ใบหน้าหล่อเหลายังคงนิ่งไม่กระตุกต่างไปจากเดิมมากนัก
“ตะวัน... เหรอ”