พวกเด็กๆในหมู่บ้านถูเพี่ยนที่ได้ยินพี่น้องตระกูลสวนผักออกมาตะโกนอยู่ทางด้านบนเขาแบบนี้ ก็ตกใจกันไปหมดไม่คิดว่าพวกพี่น้องสวนผักจะพูดเล่นแต่อย่างใดเลย จึงรีบพากันอุ้มน้องตัวเล็กๆขึ้นไปด้านบนอย่างรวดเร็ว
“ไหนๆ เห็ดหลินจือที่ว่า”
“หน้าตาเห็ดหลินจือเป็นอย่างไรกันอยากเห็น”
“ไม่น่าเชื่อออกมาตามหาก้อนหินให้พวกน้องๆแต่พวกเราจะมีวาสนามาเจอเห็ดหลินจืออย่างงั้นเหรอเนี่ย”
“เห็ดหลินจือเชียวนะพวกเราได้ยินไหม”
พวกเด็กๆในหมู่บ้านพากันพูดไม่หยุด ขาที่กำลังก้าวเดินและวิ่งก็ไม่หยุดเช่นเดียวกัน พอไปถึงจุดที่พวกพี่น้องสวนผักอยู่ก็พากันมองไปที่บริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว และสิ่งที่พวกเขาเห็นก็ทำให้แต่ละคนยืนแข็งตาค้างกันไปเลย
“มันคือเห็ดหลินจือจริงๆด้วย”
“ดูสิพวกเรากำลังจับเห็ดหลินจือกัน”
“ทำไมวันนี้พวกเราถึงได้โชคดีกันแบบนี้เนี่ย”
พวกเด็กๆในหมู่บ้านเมื่อตั้งสติกันได้ พากรูกันเข้าไปดูแต่ละขอนไม้ แต่ละโคนต้นไม้เพื่อแหวกดูเห็ดหลินจือที่ขึ้นเป็นกลุ่มก้อนหลายดอกติดๆกันไปเต็มไปหมด
“เอาล่ะ ทุกๆคนฟังทางนี้นะเดี๋ยวจะสอนวิธีการเก็บเห็ดหลินจือที่ถูกต้องให้นะ”พี่ใหญ่เซียงยวี่
“ตกลง”เด็กๆในหมู่บ้าน พากันตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เพราะพวกเขารู้ดีว่าเห็ดหลินจือพวกนี้มันคืออะไร
มันคือสมุนไพรหายาก ราคาแพง ดังนั้นพวกเขาจึงตั้งใจฟังพวกพี่น้องสวนผักสอนเก็บเห็ดหลินจือเป็นอย่างดี ถึงแม้พวกเขาอยากจะลองเก็บกันเองแต่รู้ดีว่าถ้าเก็บไม่ถูกต้องทำให้เห็ดหลินจือพวกนี้เสียหาย ราคาก็จะตกลงอย่างแน่นอน
“เอ่อ…พวกน้องๆจะว่าอะไรไหมถ้าพวกพี่จะเอาเห็ดหลินจือใส่เก็บแทนหินพวกนั้นน่ะ”พวกพี่ๆ
“ได้”พวกน้องๆ ที่ตอนแรกไม่รู้หรอกว่าเห็ดหลินจือคืออะไร รู้แต่ว่ามันสามารถทำเงินได้เยอะมาก นั่นก็หมายถึงทำให้ท้องของพวกเขาไม่ปวดเพราะความหิวอีกแล้ว จึงรีบพยักหน้าบอกตกลงกันอย่างรวดเร็ว
ในตอนนี้ที่ตอนแรกจะพากันมาหาก้อนหินสวยๆไปทำทางเดินบ่อน้ำพุร้อนกัน เป็นเก็บเห็ดหลินจือกันแทนไปเสียแล้ว บรรดาเหล่าแม่ๆถ้ารู้เข้าคงจะต้องตกใจจนเป็นลมกันแน่นอนล่ะถ้าได้เห็นเข้า
“หาผ้าหรือพวกใบไม้รองไว้ด้วยนะกันเห็ดหลินจือช้ำน่ะ”พี่ใหญ่เซียงยวี่
“เดี๋ยวพวกเราจะไปช่วยเก็บใบไม้ใบใหญ่มาให้เอง”พี่หนานกวา
พวกเด็กๆต่างช่วยกันอย่างแข็งขัน และค่อยๆสำรวจต้นไม้ทีละต้นตรงโคนของมัน ไหนจะพวกขอนไม้ต่างๆที่มีหญ้าปกคลุมบังเห็ดหลินจือพวกนี้อีก
“ถ้าไม่มีต้นหญ้าพวกนี้ขึ้นปิดบัง พวกเราก็จะเห็นเห็ดหลินจือเต็มๆเลยนะ ช่างขึ้นได้พอเหมาะพอเจาะเสียเหลือเกินนะพวกต้นหญ้า ดอกหญ้าพวกนี้น่ะ”เด็กๆในหมู่บ้าน
“จริงด้วย ขึ้นปิดแบบจงใจเลยนะทีตรงอื่นที่ไม่มีเห็ดหลินจือขึ้นดันไม่มีต้นหญ้าเป็นกอๆเหล่านี้เลยล่ะ”
“แล้วดูขอนไม้ท่อนนั้นสิ เห็ดหลินจือขึ้นด้านในเต็มขอนไม้นั่นเลยนะ ดีที่น้องตัวเล็กๆเข้าไปได้ง่ายหน่อย”
“ได้เห็ดหลินจือคราวนี้ไปขาย บ้านของพวกเราคงจะมีเงินก้อนเก็บเพิ่มกันอีกแล้ว มีความสุขจังเลย”
“ส่วนหนึ่งเราจะเก็บไว้เรียนหนังสือในเมืองกับพวกน้องๆทุกๆคนในบ้านเลย”
“พวกเราจะมีเงินไปหาซื้อที่ดินทำการเกษตรเพิ่มเติมได้แล้วด้วยนะ”
“ใช่ๆ รอบนี้เป็นน้ำพักน้ำแรงที่พวกเราช่วยกันหาด้วยนะภูมิใจจังเลยเนอะ”
“นี่ถ้าพี่น้องสวนผักไม่บอกพวกเรา พวกเราเองก็คงจะไม่รู้หรอกจริงไหมล่ะ”
“จริง พวกเขาดีมากจริงๆ มีน้ำใจกับพวกเรามาหลายต่อหลายครั้งแล้ว”
พวกเด็กๆ ต่างพากันพูดคุยเรื่องเห็ดหลินจือกับตลอดเวลาด้วยใบหน้าอันยิ้มแย้มอย่างมีความสุข ต่างบอกกันและกันว่าจะนำเงินที่ขายเห็ดหลินจือไปทำอะไรกันบ้าง ซึ่งความคิดเห็นไม่แตกต่างกันมากนัก เช่น เก็บไว้เป็นทุน เก็บไว้สำหรับเรียนหนังสือ เก็บไว้ซื้อที่ดินทำการเกษตรเพิ่ม เก็บไว้เป็นทุนสำรองสำหรับอนาคตข้างหน้า เก็บไว้ลงทุน ฯลฯ
“น้องเห็ดน้อย พวกเราเก็บได้เยอะแล้วนะดูสิ”พี่พริกหวาน
“ได้เกือบสิบดอกแล้วเหรอเนี่ย”เห็ดน้อย
“แต่ละดอกใหญ่มากเลย กว่าจะเก็บได้เนอะน้องเห็ดน้อยต้องค่อยๆเลาะกลัวว่าดอกจะหักน่ะ”พี่พริกหวาน
“แต่ก็เก็บไม่ยากใช่ม๊า ฮิ…ฮิ….”เห็ดน้อย
“เพราะน้องเห็ดน้อย ช่วยตอนที่…ใช่ม๊า”พี่พริกหวาน พูดแบบไม่เปล่งเสียงออกมาบางช่วงประโยค
“ใช่แล้ว พี่พริกหวานพวกเราจะได้เก็บได้ง่ายขึ้นและเห็ดหลินจือพวกนี้จะได้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุดด้วยไงล่ะ”เห็ดน้อย
“น้องเห็ดน้อยเยี่ยมที่สุด จุ๊บ…จุ๊บ….”พี่พริกหวาน ให้รางวัลจุ๊บเหม่งน้องไปสองทีเลย
เห็ดน้อยมองไปที่ระบบวาดรูปวิเศษของตัวเองอีกรอบหนึ่ง เพื่อดูยอดคงเหลือสะสม ที่ดูกี่รอบก็พอใจมากกับจำนวนที่มากที่สุดที่เคยมี
###
“ยังคงเหลือหลักพันล่ะ แต่ละวันยอดเพิ่มขึ้นมาและเราก็จะพยายามใช้แต่ละครั้งให้ระมัดระวังที่สุด ไม่อยากให้ยอดสะสมลดลงกว่าพันเลย”เห็ดน้อย พึมพำอยู่ในใจคนเดียวด้วยความที่ยังคงตื่นเต้นที่จู่ๆยอดสะสมก็ขึ้นมาถึงพันเป็นครั้งแรกของการมีระบบวาดรูปวิเศษนี้มา
แต่ถ้าถึงเวลาที่จะต้องใช้เยอะจริงๆก็คงต้องใช้ และไม่ต้องกังลใจด้วยเพราะมีค่อนข้างเหลือเฟือแล้วสำหรับเธอในตอนนี้ใครจะคิดล่ะว่าจากหลักร้อย ขึ้นมาจนถึงหลักพันในยอดสะสม
พวกเด็กๆ ต่างช่วยกันขนเห็ดหลินจือในรอบแรกนี้กลับกันก่อนโดยกำลังปรึกษาว่าจะไปหาใครก่อนดีระหว่างกลุ่มพ่อบ้าน หรือกลุ่มแม่บ้าน
“พวกเราจะกลับไปบอกใครก่อนดีล่ะตอนนี้”พี่หยางชง
“กลัวว่าถ้าจะไปหาพวกพ่อแล้ว พวกเราก็กลับมาเก็บเห็ดหลินจือกันต่อ จนลืมไปบอกแม่ๆนะพวกท่านก็จะกังวลไปอีกว่าทำไมพวกเรามาหาแค่ก้อนหินกันแต่ใช้เวลานานมากขนาดนี้”พี่หนานกวา
“ยิ่งพวกเราพาพวกน้องๆตัวเล็กๆมาเยอะขนาดนี้ด้วย พวกท่านเป็นต้องกังวลอยู่แล้วถ้าพวกเราหายไปกันนานน่ะ”พี่ใหญ่เซียงยวี่
“ไม่เห็นจะยากเลยนะพี่ชาย”เห็ดน้อย
ระหว่างพวกพี่ๆกำลังปรึกษากันเพราะจะนำเห็ดหลินจือรอบแรกไปเก็บกันก่อน เห็ดน้อยก็รีบพูดออกมาตัดสินใจให้แทนเลย
“ทำอย่างไรเหรอน้องเห็ดน้อย”พวกพี่ชาย
“ก็แยกไปเป็นสองทางก็ได้นี่หน่าพี่ชาย อีกส่วนหนึ่งไปทางกลุ่มพ่อๆทางด้านโน้น กับด้านนี้ และอีกส่วนหนึ่งไปหาพวกกลุ่มแม่ๆที่บ่อน้ำพุร้อนกันน่ะ แค่นี้เอง”เห็ดน้อย
“จริงด้วย”พวกพี่ชาย
“น้องเห็ดน้อย ช่วยพวกพี่ตัดสินใจได้ดีมากเลย”พี่รองถู่โต้ว
“งั้นพวกเราทำตามที่น้องเห็ดน้อยบอกเลยเถอะฮะ ยังเหลือเห็ดหลินจือด้านบนที่ยังเก็บไม่หมดรออยู่นะครับ”พี่ขู่เฉิง
“ใช่ๆ พวกเราอย่าช้ากันเลย”พี่ต้าซ่วน
“ตกลง พวกเราแยกกันไปสามสายนะ ไปทางที่ทำนาข้าว ที่ไถพรวนหน้าดิน และบ่อน้ำพุร้อน ตกลงตามนี้นะทุกๆคน”พี่ใหญ่เซียงยวี่
“ตกลง”พวกเด็กๆ
“แล้วอีกส่วนหนึ่งคอยดูแลน้องๆอยู่ที่นี่ด้วยนะ”พี่ใหญ่เซียงยวี่
“เดี๋ยวก่อนค่ะพี่ชาย”เห็ดน้อย
“มีอะไรเหรอน้องเห็ดน้อย”พี่ใหญ่เซียงยวี่ และพวกพี่ๆพากันมองตามมาเพื่อรอคำตอบจากน้องเห็ดน้อยว่าต้องการอะไรเพิ่มเติมอีก
“เห็ดน้อยจะบอกว่า พาพวกเรากลับบ่อน้ำพุร้อนดีกว่าค่ะ”เห็ดน้อย
“เอ๋………..??”พวกพี่ชาย งงกับคำตอบที่ได้ยินเป็นอย่างมากที่น้องเห็ดน้อยขอกลับ ทั้งๆที่เห็นว่ากำลังสนุกสนานอยู่เลย
“น้องเห็ดน้อยไม่อยากอยู่เก็บเห็ดหลินจือที่นี่ต่อแล้วเหรอ”พี่หนานกวา
“ไม่แล้วค่ะ แล้วถ้าพวกเราอยู่พวกพี่ๆจะต้องกังวลคอยดูแลพวกเรากันอีกนะ”พี่พริกหวาน
“ใช่ๆ เห็ดน้อยกลับไปกินของย่างๆปิ้งรอพวกพี่ๆดีกว่าและอีกอย่างเดี๋ยวพวกผู้ใหญ่ก็พาคนมาช่วยเก็บเห็ดหลินจือที่เหลือเองนั่นแหละ”เห็ดน้อย
“กลับ…กลับ…กลับ…พวกเรากลับกินย่างๆปิ้งๆ”พวกน้องๆตัวเล็กๆ ต่างประสานเสียงกันเลยเมื่อได้ยินเรื่องของกินกันอีกรอบ ดูเหมือนว่าพวกน้องๆอาหารจะย่อยกันอีกแล้วและต้องการจะเติมเต็มพุงของพวกเขากันอย่างต่อเนื่อง
“...................!!!”บรรดาพวกพี่ๆ
“แฮะ….แฮะ…ตกลง”พวกพี่ชาย พูดไม่ออกกันเลยพวกน้องตัวเล็กๆนี้เป็นพวกตัวตะกละน้อยของแท้จริงๆ
ยอมทิ้งเห็ดหลินจือเพื่อไปนั่งกินของย่างของปิ้งเพื่อรอพวกเขาได้ แต่สำหรับพวกเขาสิตอนนี้แทบจะไม่อยากละพื้นที่จากดงเห็ดหลินจือตรงนี้ไปได้เลยแม้แต่เสี้ยววินาที
ขนาดที่จะต้องเอาเห็ดหลินจือบางส่วนไปเก็บและนำไปบอกกล่าวคนโตและให้พวกท่านดูยังแทบไม่อยากจะไปเสียด้วยซ้ำ แต่น้องๆกลับบอกอยากกลับไปรอพวกเขาแทน
พวกเขากับพวกน้องๆช่างแตกต่างกันจริงๆสำหรับเรื่องแบบนี้ เป็นเด็กตัวเล็กๆตัวน้อยๆนี่ดีเสียจริงแค่มีเรื่องกินเรื่องอื่นก็เป็นเรื่องรองไปเลย
“ไปกัน พวกเราไปขึ้นรถกันเถอะนะ”เห็ดน้อย
“พวกเรากลับ”พวกน้องๆ
เป็นอะไรที่พูดว่าง่ายมากสำหรับพวกพี่ๆ ไม่ต้องร้องขอหรือพูดให้เมื่อยปากหลายต่อหลายรอบ พวกน้องๆของพวกเขาตอนนี้พากันต่อแถลงเพื่อจะไปขึ้นรถอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยดั่งแม่มาเรียกเองกันเลย!!! ใช่แล้วเด็กๆรุ่นนี้จะกลัวและฟังใครที่สุดล่ะถ้าไม่ใช่บรรดาเหล่าแม่ๆ น่ะ
“ทีเรื่องอื่นพวกน้องๆไม่ว่าง่ายแบบนี้บ้างนะ”พี่รองถู่โต้ว
“ใช่ๆ”พี่ขู่เฉิง พี่ต้าซ่วน
“เอาล่ะถ้างั้นก็พวกเราพาน้องๆไปด้วยและรู้หน้าที่กันนะที่เหลือน่ะ”พี่ใหญ่เซียงยวี่
“ได้”ทุกๆ คน
รถสามล้อ ของพวกเด็กๆ ที่มีพี่ชายแต่ละบ้านที่โตที่สุดเป็นคนขับพากันขับแยกเป็นสามทางกัน แต่ละคันแน่นอนว่ามีเห็ดหลินจือติดมาด้วย เพื่อไปส่งข่าวให้พวกผู้ใหญ่รับรู้และนำของตัวอย่างให้พวกท่านได้ดูว่าพวกเขาไม่ได้พูดล้อเล่นแต่อย่างใด อีกส่วนที่ยังอยู่เก็บเห็ดหลินจือก็ยังช่วยกันเก็บอย่างต่อเนื่อง
เมื่อพี่ใหญ่เซียงยวี่ขับรถสามล้อมาถึงบ่อน้ำพุร้อนแล้ว พวกน้องๆ เมื่อเห็นบรรดาเหล่าแม่ๆก็ตะโกนดังลั่นก่อนรถจะจอดสนิทว่า..
“พวกเราเจอเห็ดหลินจือค่ะ/ครับ”
“เห็ดหลินจือ”
“เห็ดหลินจือเป็นร้อยๆดอกเลย”
“เห็ดหลินจือดอกใหญ่”
เจ้าพวกตัวน้อยส่งเสียงแหลมแข่งขันกันตะโกนบอกพวกแม่ๆกันอย่างครึกครื้น สนุกสนาน ไม่กลัวว่าจะเจ็บคอกันเลยเสียด้วยซ้ำไป
“เอ๊ะ…เด็กๆส่งเสียงเจื้อยแจ้วอะไรกันคะ”เหล่าแม่ๆ
“นั่นสิยังได้ยินไม่ถนัดนักนะ”
“อ๊ะ…ได้ยินแล้วพวกเด็กๆบอกว่า เจอ เห็ด-หลิน-จือ น่ะ”
“อ้อ เจอเห็ดหลินจือกันนี่เองนึกว่าอะไรเสียอีก”
“เห็ดหลินจือ!!!”
เหล่าบรรดาแม่ๆ ถึงกับลุกจากที่นั่งพรวดพราดพร้อมๆกันหลังจากที่ฟังและจับใจความได้ว่าเด็กๆสื่อสารว่าอะไรกัน และแทบจะวิ่งถลาไปรับเด็กๆกันถึงรถเลย
“พวกเราใจเย็นๆก่อน ไม่ต้องวิ่งไปดักหน้าเด็กๆนะ เดี๋ยวเด็กๆจะตกใจขับรถชนพอดีหรอก”ย่า
“มายืนรอตรงนี้กันเลยนะทุกๆคนเร็วเข้า เด็กๆมาถึงจะได้จอดรถที่เดิม มาเร็ว”ยาย
“ใจเย็นๆกันนะคะ ใจเย็นๆค่ะ”แม่
“พวกเราค่อยๆหายใจเข้า หายใจออกกันอย่างช้าๆ นะคะจะได้ไม่ตื่นเต้นกันมาก”น้าสะใภ้
“ค่อยๆทำกันช้าๆนะคะเดี๋ยวเด็กๆก็มาถึงแล้ว”อาสะใภ้
ถึงแม้ว่าย่า ยาย แม่ น้าสะใภ้ อาสะใภ้ จะเคยเจอเรื่องตื่นเต้นมามากมายนักจากเห็ดน้อย แต่แน่นอนว่าก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกต่างๆเคยชินได้ และครั้งนี้พวกท่านนึกสังหรณ์ว่าจะต้องเป็นฝีมือเจ้าตัวแสบของบ้านที่ชื่อ เห็ดน้อยแน่นอน
“มาแล้ว เด็กๆมากันแล้ว”เหล่าแม่ๆ
“พวกเรามาแล้วค่ะ นี่ค่ะเห็ดหลินจืด”เห็ดน้อย ถือประคองเห็ดหลินจือดอกใหญ่หนึ่งดอกไว้ที่หน้าอกมาอวดโฉมเหล่าบรรดาแม่ๆกัน
“เห็ดหลินจือ..!!!”เหล่าแม่ๆ
“ฟุ่บ….ฟุ่บ…..”บรรดาแม่ๆ บางคนถึงกับเป็นลมกันไปแล้วเมื่อเห็นเด็กๆถือเห็ดหลินจือลงมากันคนละดอกเพื่อมาอวดให้แม่ของพวกเขาได้ดูกันว่าพวกเขาเป็นคนช่วยเก็บเห็ดหลินจือพวกนี้มาเองกับมือเลย
“อ้าว….ทำไมแม่นอนลงไปแล้วล่ะคะ”
“สงสัยแม่เธอกับแม่เราจะง่วงนอนแล้วล่ะนะ” “อือ..จริงด้วยสิ”
“แม่ครับ แม่ครับ เอ๋…..??แม่เป็นอะไรเนี่ย ผมเอาเห็ดหลินจือมาอวดล่ะนี่ๆผมเก็บเองเลยนะฮะเนี่ย”
“ดูสิพวกแม่ๆ ยืนทำท่าเหมือนกันเด๊ะเลย ตลกจังเลยล่ะ”
“ยายครับ ย่าครับ เห็ดหลินจือล่ะเคยเห็นกันไหมครับผมเก็บมาให้ดูตัวเป็นๆเลยนะ”
เหล่าบรรดาเด็กๆรุ่นเล็กต่างก็ถือเห็ดหลินจือมาอวดโฉมให้ แม่ ย่า ยาย ป้าๆ น้าๆ ให้เห็นกันชัดๆแต่ดูเหมือนว่าพวกท่านจะยืนนิ่งกันและนอนหลับกันไปแล้วนี่น่ะสิ พวกเขาไม่เข้าใจการกระทำของแม่ๆเอาเสียเลย
“เห็ดน้อย แค่พยักหน้านะคะว่าใช่ลูกใช่ไหม”แม่
“ค่ะ”เห็ดน้อย พยักหน้าหลายครั้งและตอบด้วยคำตอบชัดเจน
“ว่าแล้ว”อาสะใภ้ น้าสะใภ้ พูดคำเดียวออกมาเลย
“เฮ้อ…..เจ้าแสบน้อย”ยาย ย่า
พวกท่านได้สติเร็วกว่าใครเพื่อนเลยเพราะเจอะเจอเรื่องวิเศษแบบนี้บ่อยครั้ง แต่กับคนอื่นๆคงจะต้องใช้เวลาเสียหน่อยเพราะว่าความตื่นตกใจ และความตื่นเต้น ความดีใจมาพร้อมๆกันแบบนี้ย่อมตั้งตัวไม่ทันกันล่ะ
ทางด้านบรรดาพ่อบ้านที่แยกทำงานสองกลุ่มเมื่อได้รับข่าวและเห็นเห็ดหลินจือที่เด็กๆติดรถสามล้อกันไป ก็มีอาการไม่แตกต่างจากเหล่าบรรดาแม่ๆเสียเท่าไหร่นัก
“เห็ดหลินจือ!!”เสียงพูดมีเพียงคำเดียว และประโยคเดียว ณ ตอนนี้สำหรับหมู่บ้านถูเพี่ยนของพวกเรา
หลังจากส่งข่าวเรียบร้อยแล้ว ต้องบอกได้ว่ายกกันไปทั้งหมู่บ้านเลยก็ว่าได้ เพื่อไปดูดงเห็ดหลินจือกันให้เห็นกับตาสองตากันเอง เพื่อเรียนรู้และเป็นประสบการณ์ชีวิตเพื่อที่จะได้เล่าสู่กันต่อไปเรื่อยๆในรุ่นลูก รุ่นหลาย อีกหลายต่อหลายรุ่นต่อๆมา
“พวกเราผลัดกันไปเก็บเห็ดหลินจือก็ละกันนะ จะได้ถือเป็นประสบการณ์ในชีวิต เพื่อส่งต่อสอนลูกหลานกันต่อไปได้”หัวหน้าหมู่บ้านซุน เองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน
“ตกลง”ทุกๆคน
ต้องบอกเลยว่าคนในหมู่บ้านไม่กี่คนที่เคยเห็นและสัมผัสเห็ดหลินจือแบบนี้มาก่อน นี่เป็นโอกาสอันดีของพวกเขาที่จะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของจริง
************
ใครจะเก็บเห็ดหลินจือกันต่อหรืออย่างไรนั้น เจ้าพวกตัวเล็กๆไม่สน ขอกลับไปรอกินปิ้งๆย่างๆกันต่อค่ะ