ณ ขุนเขาเซียนกระบี่ปราณม่วง
“ศิษย์ข้าใกล้จะได้เวลาที่เ้าจะต้องสืบทอดตำแหน่งเ้าแห่งขุนเขาเซียนกระบี่ปราณม่วงจากอาจารย์แล้ว” ปรมาจารย์ซีซวนเอ่ยกับศิษย์ของตน
“ท่านอาจารย์ ศิษย์ยังขาดประสบการณ์แถมพลังการฝึกฝนก็น้อยนิด ฝึกฝนกับอาจารย์มาสิบปียังอยู่ในขั้นหลอมรวมขั้นที่ห้าขอรับ”
“หลัวเสวียนศิษย์ข้า อาจารย์เหลือเวลาไม่มากแล้ว อาการบาดเจ็ดของอาจารย์ตลอดหลายร้อยปีมานี้ ทำให้พลังชีวิตของอาจารย์ทดถอยลงเรื่อยๆ กระทั่งพลังปราณก็ยังเสื่อมถอยลงเช่นกัน”
“ท่านอาจารย์อาการาเ็ของท่านเป็ฝีมือของศัตรูใช่หรือไม่ขอรับ”
หลัวเสวียนเอ่ยถามผู้เป็อาจารย์ กลับไม่ได้คำตอบ ทำให้หลัวเสวียนนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา แต่เดิมหลัวเสวียนไม่ใช่คนของโลกใบนี้ ในโลกเดิมเขานั้นเป็เพียงเด็กมัธยมปลายปีสามเท่านั้น ตัวเขาเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ และต่อมาก็มาอยู่ในโลกนี้ในร่างเด็กผู้ชายวัยห้าขวบ จนวันหนึ่งผู้เป็อาจารย์มาพบเจอเข้าและนำเขาไปเลี้ยงดูั้แ่นั้น บุญคุณที่อาจารย์เลี้ยงดูมิอาจไม่ตอบแทนได้ เขาเชื่อว่าอาจารย์ต้องถูกศัตรูทำร้ายมาแน่ เขาจะต้องหาสาเหตุให้ได้.
วันเวลาผ่านไปกว่าสองเดือน..
“หลัวเสวียนศิษย์ข้า”
“ขอรับท่านอาจารย์” หลัวเสวียนมองไปยังอาจารย์ที่มาพร้อมกับเด็กน้อยวัยเก้าขวบสิบขวบผู้หนึ่ง
“ศิษย์ข้า เด็กผู้นี้อาจารย์จะรับมาเป็ศิษย์อีกคน”
“ศิษย์ทราบแล้วขอรับ ท่านอาจารย์”
หลัวเสวียนให้ความสนใจกับเด็กน้อยที่อาจารย์พามา ก่อนจะเอ่ยถาม
“เ้ามีนามว่าอันใด?”
หลัวเสวียน เอ่ยถามเด็กน้อยหน้าหวานแม้จะมอมแมมเล็กน้อยไปบ้าง และชุดที่ใส่อยู่ก็มีรอยปะอยู่หลายแห่ง ทำให้ดูน่าสงสารยิ่ง
“ข้ามีนามว่าหลินซูเหยา”
“เ้าเป็สตรีงั้นรึ”
“เ้าค่ะ ด้วยเหตุการณ์บ้างอย่างข้าจึงจำเป็ต้องปลอมตัวเป็บุรุษ”
“มิว่าเ้าจะเป็บุรุษ หรือ สตรี เ้าก็คือศิษย์น้องของข้าหลัวเสวียนผู้นี้”
เด็กน้อยได้ยินคำพูดของหลัวเสวียนน้ำตาก็ไหลออกมา หลัวเสวียนไม่ลืมที่เอามือของตนไปลูบหัวด้วยความเอ็นดู
“เ้าอายุเท่าใดรึศิษย์น้อง?”
“ปีนี้ข้าอายุสิบขวบเ้าค่ะ ตัวท่านละศิษย์พี่อายุเท่าใดหรือเ้าค่ะ”
“ศิษย์พี่ผู้นี้ของเ้าอายุพึ่งจะสิบห้าเท่านั้น”
“พวกเ้าทั้งสองรู้จักกันแล้ว จงตามอาจารย์มา”
“ขอรับ/เ้าค่ะ”
เมื่อผู้เป็อาจารย์ได้นั่งลงบนตั่ง หลัวเสวียนถือน้ำชามาให้หลินซูเหยาผู้เป็ศิษย์น้อง
“ศิษย์น้องเ้าจงนำถ้วยน้ำชานี้ให้กับอาจารย์ แล้วคำนับอาจารย์สามครั้ง”
หลิวซูเหยาทำตามที่หลัวเสวียนบอกกล่าว ผู้เป็อาจารย์เห็นแบบนั้นก็พยักหน้าด้วยความชื่นชม
“ต่อไปนี้เ้าคือศิษย์ของข้าซีซวนผู้นี้”
ชายชราผู้เป็อาจารย์กล่าวจบก็กระอักเืออกมา
“ท่านอาจารย์!!”
“หลัวเสวียนศิษย์ข้าจงรับแหวนผู้สืบทอดขุนเขาไป และนี้คือแหวนมิติระดับทองภายในแหวนมิตินี้มีเม็ดยา อาวุธ และทักษะวิชาของขุนเขาเซียนกระบี่ปราณม่วง ต่อจากนี้เ้าคือผู้นำขุนเขาเซียนกระบี่ปราณม่วงแล้ว!”
“ท่านอาจารย์ ท่านจะต้องมิเป็อันใดขอรับ ศิษย์จะไปขอร้องให้ท่านเ้านิกายรักษา”
หลัวเสวียนเอ่ยทั้งน้ำตา ด้วยความรู้สึกที่ช่วยเหลือผู้เป็อาจารย์ไม่ได้
“ท่านอาจารย์…ไม่! อย่าจากศิษย์ไปเช่นนี้ขอรับ”
หลังจากนั้นผู้เป็อาจารย์ก็ค่อยๆสลายหายไป…
“ศิษย์พี่ท่านอาจารย์ ฮือๆๆ”
หลัวเสวียน เสียใจกลับการจากไปของผู้เป็อาจารย์อย่างกะทันหัน เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนเกินไปจนทำอะไรไม่ถูก
“ศิษย์น้องพวกเราสองคนจะไว้อาลัยให้กลับอาจารย์เป็เวลาหกเดือน”
“เ้าค่ะศิษย์พี่”
หกเดือนผ่านไป…
หลายเดือนที่ผ่านทั้งเ้านิยาย และเ้าขุนเขาต่างก็มาแสดงความเสียใจกับการจากไปของผู้เป็อาจารย์ อีกทั้งตลอดหลายเดือนที่ผ่านหลัวเสวียนก็ไม่ได้ฝึกฝนใดๆ เพียงไว้อาลัยแก่ผู้เป็อาจารย์เพียงอย่างเดียว
‘มันถึงเวลาที่เขาจะต้องฝึกฝนศิษย์น้องของเขาบ้างแล้ว บางทีศิษย์น้องของเขาอาจจะมีพร์มากกว่าตัวเขาเองก็เป็ได้’
“ศิษย์น้อง”
“ศิษย์พี่เรียกข้าว่าเหยาเอ๋อร์ก็ได้เ้าค่ะ ”
“เหยาเอ๋อร์รับสิ่งนี้ไปมันคือเม็ดยาสร้างรากฐานระดับสาม”
“เ้าค่ะ”
[ติ๊ง! ท่านบรรลุเงื่อนไขของระบบตอบแทนไม่จำกัด ท่านได้มอบเม็ดยาสร้างรากฐานระดับสามให้แก่ศิษย์น้องของท่านจำนวนหนึ่งเม็ด ติ๊ง! ระบบขอมอบเม็ดยาสร้างรากฐานระดับสี่ให้แก่ท่านจำนวนสองเม็ดเป็การตอบแทน]