~ อีบุ๊คมาแล้วค่า ~
สั่งซื้อ E-Book พิมพ์ : ระบบสั่งให้ข้าท้องกับอ๋องปีศาจ
‼ ราคาโปรโมชั่น 59฿ (Apple 85 บาท) !!
!! หมดโปรปรับเป็ 119฿ (Apple 149 บาท) ทันที ‼
ระยะเวลาโปรโมชัน : 13 ก.ย. 2568 - 20 ก.ย. 2568 (หมดเวลา 23:59 น.)
# IOS แนะนำให้ซื้อผ่านเว็บซาฟารีนะคะจะได้ราคา Android ค่ะ #
ปล. อ่านจบแล้วอย่าลืม กดหัวใจ และ พิมพ์รีวิว ให้หยกด้วยนะคะ
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
มีทั้งหมด 26 บท + ตอนพิเศษ 3 ตอนค่ะ

—————— ༻・ॐ・༺ ——————
บทที่ 7
ความพ่ายแพ้มีรสชาติขมขื่นและเย็นเยียบ มันแทรกซึมลึกลงไปถึงแก่นิญญา บดขยี้ทุกเศษเสี้ยวของความหยิ่งทะนงจนแหลกละเอียด เว่ยหลินขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบาง ร่างกายสั่นสะท้านไม่หยุด แต่ไม่ใช่เพราะความหนาวของอากาศ หากแต่เป็ความหนาวเหน็บที่ก่อตัวขึ้นจากภายในใจของตนเอง
เขาหนี...เขาวิ่งหนีออกมาจากหน้าห้องบรรทมของโม่เหยียนราวกับคนขี้ขลาดตาขาว ทอดทิ้งหนทางรอดเพียงหนึ่งเดียวไปเพียงเพราะไม่อาจก้าวข้ามกำแพงแห่งศักดิ์ศรีที่ไร้ค่าของตนเองได้
‘ข้าทำไม่ได้...ข้าทำเื่น่ารังเกียจเช่นนั้นไม่ได้จริงๆ’ เสียงในหัวของเขากรีดร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความขยะแขยงในความอ่อนแอของตนเองถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นั์ เขาหลับตาแน่น พยายามขับไล่ภาพความอัปยศอดสูนั้นออกไป แต่ยิ่งพยายามมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งฉายชัดขึ้นในมโนสำนึก
และแล้ว...มันก็มาเยือน
ความเ็ปแล่นปราดจากไขสันหลังราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตโดยไม่มีสัญญาณเตือน รุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา กล้ามเนื้อทุกมัดทั่วร่างบิดเกร็งอย่างรุนแรงจนแทบฉีกขาดจากกัน เว่ยหลินกัดริมฝีปากล่างของตนแน่นจนได้รสคาวเื พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะไม่เปล่งเสียงร้องแห่งความทรมานใดๆ ออกมาให้ใครได้ยิน
[แจ้งเตือน ตรวจพบการเพิกเฉยต่อภารกิจหลักอย่างต่อเนื่อง เริ่มดำเนินการลงโทษขั้นที่สาม]
เสียงสังเคราะห์ที่ไร้อารมณ์ของระบบดังก้องอยู่ในหัวราวกับเสียงระฆังแห่งความตาย บทลงโทษครั้งนี้ไม่ใช่แค่การบดขยี้ดวงิญญาอีกต่อไป แต่มันคือความรู้สึกเหมือนตัวตนของเขากำลังถูกลบหายไปทีละน้อย ความทรงจำเกี่ยวกับโลกเก่า...ภาพของห้องทำงานที่คุ้นเคย...กลิ่นกาแฟ...ทุกอย่างเริ่มเลือนรางและแตกสลายราวกับภาพวาดที่ถูกหยดน้ำใส่
“อึ่ก...อ๊า...”
ในที่สุดเขาก็ไม่อาจสะกดกลั้นเสียงครางต่ำในลำคอไว้ได้อีกต่อไป ร่างกายงองุ้มด้วยความเ็ปทรมาน เหงื่อกาฬไหลซึมออกมาทั่วร่างจนเสื้อผ้าและผ้าปูที่นอนเปียกชุ่ม เขาจิกปลายนิ้วลงบนเตียงแน่นจนข้อต่อขาวซีด พยายามยึดเหนี่ยวตัวตนที่กำลังจะสลายหายไปนี้ไว้
แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาเป็คืนที่สองแล้วที่เว่ยหลินต้องจมอยู่กับฝันร้ายที่ไม่มีวันตื่นนี้ เขานอนซมอยู่บนเตียงไม่ขยับไปไหน สภาพร่างกายและจิตใจย่ำแย่ถึงขีดสุด ดวงตาที่เคยทอประกายแห่งสติปัญญาบัดนี้กลับกลวงโบ๋และว่างเปล่า เขารู้สึกได้ว่าพลังชีวิตของตนเองกำลังร่อยหรอลงไปทุกขณะราวกับตะเกียงที่ใกล้จะสิ้นน้ำมัน
หน้าต่างระบบสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง ตัวเลขสีแดงฉานกระพริบเตือนถี่รัวราวกับจะเยาะเย้ยในความพ่ายแพ้ของเขา
[ค่าพลังชีวิต 5/100]
[สถานะ อ่อนแอขั้นวิกฤต...เสี่ยงต่อการสลายของดวงิญญา]
‘ห้า...เหลือแค่ห้าอย่างนั้นรึ’ เว่ยหลินคิดอย่างเหม่อลอย เขาไม่มีเวลาเหลือให้ลังเลอีกต่อไปแล้ว การรอให้ตัวเองพร้อม...มันคือความคิดที่โง่เขลาที่สุด การยึดมั่นในศักดิ์ศรีที่กินไม่ได้กำลังจะลากเขาลงไปสู่ความตายที่แท้จริง...
ความคิดที่จะหา Backdoor [1] ของระบบดูห่างไกลและไร้สาระไปในทันที ในตอนนี้...เป้าหมายเดียวที่เขาต้องทำให้สำเร็จคือการเอาชีวิตรอด
เว่ยหลินกัดฟันแน่นจนกรามสั่น เขาฝืนยันร่างที่สั่นเทาของตัวเองลุกขึ้นจากเตียงด้วยเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย แววตาที่เคยว่างเปล่าบัดนี้กลับมาลุกโชนขึ้นอีกครั้ง...แต่ไม่ใช่ด้วยประกายแห่งความท้าทาย หากแต่เป็ความเด็ดเดี่ยวที่เย็นเยียบและว่างเปล่าราวกับน้ำแข็งขั้วโลก
เขาจะทิ้งมันไปให้หมด...ทั้งศักดิ์ศรี...ความรู้สึก...และความเป็มนุษย์
คืนนี้...เขาจะทำให้สำเร็จ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
นี่คือการเดิมพันครั้งสุดท้ายเพื่อชีวิตของเขา
เว่ยหลินไม่ได้มุ่งหน้าไปยังห้องบรรทมของโม่เหยียนเหมือนครั้งก่อน สมองที่ยังคงทำงานได้อย่างเฉียบคมแม้ร่างกายจะใกล้สลายเต็มทีได้เปลี่ยนแผนการอย่างรวดเร็ว การบุกเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวอย่างห้องนอนนั้นโจ่งแจ้งและน่าอัปยศเกินไป มันคือการยอมจำนนโดยสิ้นเชิง เขาเลือกที่จะเข้าหาในพื้นที่กึ่งทางการ...ห้องทำงาน ที่ซึ่งเขารู้ดีว่าอ๋องปีศาจยังคงนั่งจัดการเอกสารกองโตอยู่จนดึกดื่น
เขาล้างหน้าล้างตาอย่างลวกๆ พยายามปัดเป่าร่องรอยความเ็ปและซีดเซียวบนใบหน้าออกไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะเดินไปยังโรงครัวเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกล เขาเตรียมกาน้ำชาและของว่างง่ายๆ สองสามอย่างใส่ถาดไม้ด้วยมือที่ยังคงสั่นเทาเล็กน้อย ทุกการกระทำเชื่องช้าแต่ก็เต็มไปด้วยความแน่วแน่
เมื่อมาถึงหน้าห้องทำงานของโม่เหยียน เขาไม่ได้ให้ขันทีที่เฝ้าอยู่หน้าประตูประกาศการมาถึงของตน แต่กลับส่งสัญญาณให้พวกนั้นถอยออกไปอย่างเงียบๆ แล้วจึงค่อยๆ ผลักประตูที่ไม่ได้ลงกลอนเข้าไปด้วยตนเอง
ภายในห้องทำงานอบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานจางๆ และกลิ่นหมึก แสงเทียนจากโคมไฟหลายดวงสาดส่องให้เห็นเงาร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้เป็เ้าของห้องนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ ดวงตาสีรัตติกาลคมกริบคู่นั้นยังคงจดจ่ออยู่กับม้วนตำราเบื้องหน้า ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองผู้มาเยือนเลยแม้แต่น้อย ราวกับรับรู้ถึงการมาของเขาอยู่แล้ว
เว่ยหลินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอาการสั่นของร่างกาย เขาก้าวเดินอย่างเชื่องช้าและเงียบเชียบที่สุดเข้าไปภายในห้อง วางถาดน้ำชาลงบนโต๊ะข้างๆ โม่เหยียนอย่างแ่เบา
อ๋องปีศาจยังคงนิ่งเฉย เขาเพียงเหลือบสายตาขึ้นมองถาดน้ำชานั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะกลับไปสนใจเอกสารดังเดิม ท่าทีที่เ็าและไม่ใส่ใจนั้นทำให้เว่ยหลินรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัด แต่เขาก็รู้ดีว่านี่คือการทดสอบอย่างหนึ่ง
เขาหยิบถ้วยชาขึ้นมารินน้ำชาหอมกรุ่นใส่อย่างเงียบงัน แต่ปลายนิ้วที่ยังคงสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ทำให้ถ้วยชากระทบกับขอบกาเบาๆ เกิดเป็เสียงกริ๊งใสที่ทำลายความเงียบงันภายในห้องลง เว่ยหลินสะดุ้งเล็กน้อย พยายามรวบรวมสติแล้วยื่นถ้วยชานั้นส่งให้โม่เหยียน
และในจังหวะนั้นเอง...
ขณะที่โม่เหยียนกำลังจะเอื้อมมือมารับถ้วยชา ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบของเว่ยหลินก็บังเอิญััเข้ากับหลังมือที่ร้อนผ่าวของบุรุษตรงหน้าเข้าอย่างจัง
ชั่ววินาทีนั้น ราวกับมีกระแสไฟฟ้าสายเล็กๆ แล่นปราดจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจของคนทั้งสอง เว่ยหลินสะดุ้งสุดตัวและชักมือกลับในทันทีราวกับถูกของร้อน ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนก หัวใจที่เคยเต้นอย่างอ่อนแรงพลันกระหน่ำรัวเร็วขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
โม่เหยียนเองก็ชะงักไปเช่นกัน การเคลื่อนไหวของเขาหยุดค้างอยู่กลางอากาศ ดวงตาสีรัตติกาลละจากเอกสารขึ้นมาสบตากับเว่ยหลินตรงๆ เป็ครั้งแรกในค่ำคืนนี้ แววตาของเขาฉายประกายที่อ่านไม่ออก...มันคือความประหลาดใจระคนสงสัย
การััโดยบังเอิญนั้นได้ทำลายความเงียบงันลงอย่างสิ้นเชิง บรรยากาศภายในห้องที่เคยเยือกเย็นพลันตึงเครียดและอบอวลไปด้วยกระแสไฟฟ้าบางอย่างที่มองไม่เห็น มันคือความรู้สึกแปลกใหม่ที่ทั้งสองไม่เคยรู้สึกมาก่อน
หน้าต่างระบบสว่างวาบขึ้นในครรลองสายตาของเว่ยหลินอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่การแจ้งเตือนบทลงโทษ แต่เป็คำสั่งใหม่ที่บีบคั้นและโหดร้ายยิ่งกว่าเดิม
[ภารกิจย่อยฉุกเฉิน จงเข้าไปปรนนิบัติโม่เหยียนในห้องนอน]
ครั้งนี้...เว่ยหลินไม่มีทางหนีอีกต่อไปแล้ว
โม่เหยียนยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ของเขา สายตาคมกริบคู่นั้นยังคงจับจ้องมาที่เว่ยหลินไม่วางตา ราวกับกำลังรอคอย...รอคอยว่าบัณฑิตที่น่าสนใจคนนี้จะทำอะไรต่อไป
เว่ยหลินหลับตาลงช้าๆ เพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกอัปยศอดสูที่ตีตื้นขึ้นมาจนจุกอยู่ที่ลำคอ เขากัดฟันแน่นจนกรามสั่น ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาของเขาแน่วแน่และเด็ดขาด เขาทิ้งความลังเลและความเป็ตัวเองทั้งหมดไปจนหมดสิ้น แล้วเปล่งเสียงที่สั่นเครือแต่กลับชัดเจนที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ออกมา
“ให้ข้า...ปรนนิบัติท่านในคืนนี้เถอะพ่ะย่ะค่ะ”
คำพูดที่ตรงไปตรงมาและเต็มไปด้วยความสิ้นหวังนั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวหยุดนิ่งไปในทันที โม่เหยียนเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัดด้วยความตกตะลึง เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของบัณฑิตผู้หยิ่งทะนงคนนี้
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วอึดใจ ก่อนที่อ๋องปีศาจจะลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างช้าๆ ร่างสูงใหญ่ของเขาก้าวอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเว่ยหลินในระยะประชิด เขาไม่ได้พูดอะไร แต่กลับยื่นมือออกมาเชยคางของเว่ยหลินขึ้น บังคับให้อีกฝ่ายสบตากับเขาตรงๆ
ปลายนิ้วที่หยาบกร้านบีบลงบนปลายคางของเว่ยหลินเบาๆ แต่กลับเต็มไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจขัดขืน ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นจ้องลึกลงไปในดวงตาที่สั่นระริกของเว่ยหลินราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใน ก่อนที่ริมฝีปากหยักลึกจะขยับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่อันตราย
“เ้ารู้ตัวหรือไม่...ว่ากำลังพูดอะไรอยู่”
[1] Backdoor : ช่องทางลับหรือโหมดพิเศษที่โปรแกรมเมอร์สร้างไว้เพื่อเข้าถึงระบบได้โดยตรง มักใช้ในการแก้ไขข้อผิดพลาด
หลังจากบทที่ 7 เป็ต้นไป (นั่นคือั้แ่ บทที่ 8) จะถูกติดเหรียญในทันทีที่อัปเดตค่ะ โดยหยกจะติดเหรียญในราคาบทละ 3 บาทก่อนเป็ราคาโปรระหว่างที่ลงขาย ebook แต่เมื่อหมดโปรแล้วจะปรับเป็ 6 บาท เพื่อให้ราคาโดยรวมใกล้เคียงกับราคาเต็มของ eBook ดังนั้นใครอยากได้ราคาแบบประหยัดแนะนำซื้อ่โปรจะดีกว่าค่ะ ปล.โปรเหรียญ 3 บาทนี้มีเฉพาะที่ ReadAwrite เท่านั้นค่ะ