บทที่ 7 ฉันเขียนอักษรหวัด
ฝีมือระดับนี้ของเธอก็น่าจะหาเงินได้อยู่หรอก เพียงแต่…
เสิ่นจืออินมองรูปร่างเตี้ย ๆ ของตัวเองแล้วถอนหายใจพลางกอดขวดนม
เด็กน้อยที่ยังถือขวดนมอยู่ ใครจะไปเชื่อว่าเป็เด็กฉลาด
เด็กน้อยนั่งอยู่บนเก้าอี้ แกว่งขาไปมา มือข้างหนึ่งถือขวดนม อีกข้างถือพู่กันอย่างชำนาญ กำลังเขียนสิ่งของที่ต้องซื้อลงบนกระดาษ
มองดูดี ๆ จะเห็นว่าเป็ชื่อของสมุนไพรจีนทั้งหมด
หลังจากเขียนเสร็จ เธอก็โยนพู่กันทิ้ง เธอรู้สึกง่วงแล้ว ขอนอนก่อน เื่ฝึกวิชาอะไรนั่นค่อยว่ากันหลังจากตื่นแล้วก็ได้ ไม่รีบ ๆ
ใกล้ถึงเวลาเลิกเรียนของเสิ่นมู่เหยี่ย คนขับรถก็ไปรับ เสิ่นจืออินก็ไปด้วย เธอต้องไปยืมเงินเสิ่นมู่เหยี่ย
หลังเลิกเรียนตอนบ่าย เสิ่นมู่เหยี่ยมักจะเล่นบาสเกตบอลกับเพื่อนสนิทสองสามคน เขาอยู่ที่โรงเรียนหลายวันแล้วจนลืมคุณย่าตัวน้อยที่บ้านไปเลย ไม่ได้รีบกลับบ้าน
ตอนที่อุ้มลูกบาสไปที่สนาม เขารู้สึกเหมือนลืมอะไรไปสักอย่าง
“พี่เสิ่น เป็อะไรไป ทำไมดูใจลอยแบบนั้น”
เสิ่นมู่เหยี่ยขมวดคิ้ว “ฉันรู้สึกเหมือนลืมอะไรบางอย่างไป แต่ก็นึกไม่ออก”
“นึกไม่ออกก็ช่างมันเถอะ ไปกันได้แล้ว เดี๋ยวสนามบาสโดนคนอื่นยึดไปก่อนหรอก”
กลุ่มเด็กหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยพลังเริ่มเล่นบาสเกตบอล และลืมเื่อื่น ๆ ไปจนหมดสิ้น
ส่วนเสิ่นจืออินกอดขวดนมนั่งยอง ๆ รออยู่หน้าประตูโรงเรียนมัธยมหนานเฉิงเป็เวลานาน นานจนนับมดที่เดินผ่านหน้าไปได้กว่าห้าสิบตัวแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นคนที่เธอรอโผล่มาเสียที
เธอคิดคำนวณดู อืม...ตอนนี้น่าจะยังอยู่ในโรงเรียน
เสิ่นจืออินพองแก้มอย่างขัดใจ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปที่โรงเรียน
หลังจากแจ้งเื่ราวกับยามเฝ้าประตูเรียบร้อย เธอก็เข้ามาในโรงเรียน แต่ติดตรงที่ เธอไม่รู้ว่าเสิ่นมู่เหยี่ยอยู่ที่ไหน
หรือว่า...จะลองพับกระดาษเป็รูปคนตัวเล็ก ๆ แล้วตามหาดีนะ?
“หนูน้อย มาหาใครเหรอจ๊ะ?”
อาจเป็เพราะเห็นเธอเป็เด็กตัวเล็ก ๆ ยืนอยู่คนเดียว เด็กสาวใจดีคนหนึ่งจึงเดินเข้ามาถาม
เสิ่นจืออินพยักหน้า แล้วล้มเลิกความคิดที่จะพับกระดาษเป็รูปคนตัวเล็ก ๆ
เพราะยังไงซะ กระดาษรูปคนตัวเล็ก ๆ ก็ไม่สามารถล่องหนได้ ถ้าถูกพบเข้าต้องทำให้ใกันแน่ ๆ
“หนูตามหาเสิ่นมู่เหยี่ย คุณรู้ไหมคะว่าเขาอยู่ที่ไหน”
“เสิ่นมู่เหยี่ย เสิ่นมู่เหยี่ยคนนั้นน่ะเหรอ”
เสิ่นจืออินทำหน้างง “???”
โรงเรียนพวกคุณมีเสิ่นมู่เหยี่ยหลายคนเหรอ
“เอ่อ...คือตอนนี้คนชื่อซ้ำกันมีเยอะก็จริงนะ แต่ที่ฉันรู้จักมีเสิ่นมู่เหยี่ยแค่คนเดียว เขาน่าจะกำลังเล่นบาสเกตบอลอยู่ ฉันพาเธอไปดูไหม”
เสิ่นจืออินตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่สดใส “ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ”
ตอนนี้เสิ่นจืออินตัวเล็ก ๆ หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ริมฝีปากแดงระเรื่อ ผิวขาวราวกับหยวกกล้วย เหมือนตุ๊กตาตัวน้อย ๆ ที่ออกมาจากภาพวาด ทั้งงดงามและน่ารัก
ระหว่างทางที่เดินไป มีแต่คนหันมามองเต็มไปหมด
ข้อเท็จจริงได้พิสูจน์แล้วว่า แม้แต่เด็กนักเรียนก็ยังอดใจไม่ไหวกับเด็กน่ารักแบบนี้
ถึงแม้จะเลิกเรียนแล้ว แต่ที่สนามบาสก็ยังมีนักเรียนอยู่ไม่น้อย
ส่วนใหญ่เป็ผู้ชาย เพราะบาสเกตบอลเป็กีฬายอดฮิตของเด็กผู้ชายมัธยมปลายพวกนี้อยู่แล้ว
ส่วนพวกผู้หญิงก็มาดูหนุ่ม ๆ นั่นแหละ
ถึงแม้ผู้ชายที่ชอบเล่นบาสจะไม่ได้หล่อทุกคน แต่ก็ต้องมีสักคนสองคนที่ทั้งหน้าตาและส่วนสูงโดนใจพวกเธอ ไม่งั้นคงไม่มานั่งดูหรอก
“เธอดูคนนั้นสิ คนที่ใส่เสื้อบาสสีแดง เห็นชัดเลย”
ก็นะ จะไม่ให้เห็นชัดได้ยังไง ในเมื่อเสิ่นมู่เหยี่ยไม่เพียงแค่ใส่เสื้อบาสสีแดง แต่ยังทำผมสีแดงแรงฤทธิ์อีก แถมยังสูงโดดเด่นกว่าใครในกลุ่มนักบาสมัธยมปลาย
ตอนที่เสิ่นจืออินมองไป ก็เห็นเขากำลังะโชู้ตลูกบาสลงห่วงพอดี
เสียงกรี๊ดกร๊าดดังมาจากรอบทิศ
“อืม นั่นไงล่ะ เขาเอง”
หลานชายของเธอคนนี้ ทำเอาสาว ๆ ใจสั่นไปไม่รู้กี่คนแล้ว
หลังจากร่ำลากับเด็กสาวใจดีแล้ว เธอก็เดินตรงไปยังกลุ่มคน
ทุกที่ที่เธอเดินผ่าน ผู้คนรอบข้างต่างก็รู้สึกราวกับถูกใครบางคนผลักเบา ๆ ให้หลีกทาง
เหล่านักเรียนที่ถูกผลักพากันงุนงง “???”
เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?
เสิ่นจืออินเดินมาถึงด้านหน้าได้อย่างราบรื่น เสื้อผ้ายังคงสะอาดสะอ้าน แม้แต่ผมก็ไม่ยุ่งเหยิงเลย
แค่รู้สึกเปลืองพลังิญญาไปหน่อย
หาหลานชายนี่มันเหนื่อยชะมัด ขอเธอดูดนมสักพักเถอะ
เสิ่นมู่เหยี่ยกำลังจะเข้าไปแย่งลูกบาสจากฝั่งตรงข้าม แต่สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นร่างเล็ก ๆ ร่างหนึ่ง แล้วเขาก็สบถออกมา
เผลอวอกแวกเพียงเสี้ยววินาที ลูกบาสก็พุ่งเข้ากระแทกหน้าเขาอย่างจัง
“โอ๊ย...”
เขานั่งลงกับพื้นพลางเอามือกุมสันจมูกไว้
“เฮ้ย! พี่ไม่เป็ไรใช่ไหม!”
เสิ่นมู่เหยี่ยขมวดคิ้ว จมูกของเขายังคงรู้สึกเจ็บแปลบ จากการโดนลูกบาสกระแทก
“เสิ่นมู่เหยี่ย”
เสียงเล็ก ๆ อ่อนหวาน ดังขึ้นท่ามกลางเสียงห้าว ๆ ของเด็กหนุ่มวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม ทำให้ทุกคนหันไปสนใจ
พวกเด็กหนุ่มร่างสูงใหญ่หันไปมองตามเสียง เด็กหญิงหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูราวกับตุ๊กตาตัวน้อย ๆ กำลังวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาหา มือเล็ก ๆ กำขวดนมแน่น
น่ารักจัง เหมือนตุ๊กตาเลย เหมือนน้องสาวในฝันของพวกเขาเลย
“เสิ่นมู่เหยี่ยเจ็บหรือเปล่า โง่จัง”
เสิ่นจืออินพองแก้มอย่างขัดใจ แล้วหยิบพลาสเตอร์ยาจากกระเป๋าสะพายข้างออกมา
“ยื่นมือมาสิ”
เด็กหนุ่มจอมเอาแต่ใจยื่นมือออกไปโดยไม่รู้ตัว
เสิ่นจืออินเข้าไปใกล้ ๆ แล้วติดพลาสเตอร์ยาให้เขาอย่างรวดเร็ว
เพียงไม่กี่วินาที ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่า จมูกของเขารู้สึกเย็น ๆ เหมือนจะหายเจ็บแล้ว
แต่ตอนที่โดนลูกบาสกระแทกจมูก น้ำตาก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้ตาของเขายังแดง ๆ อยู่ ดูแล้วน่าอายชะมัด
“เธอมาได้ยังไง”
เสิ่นมู่เหยี่ยพูดเสียงอู้อี้
พวกเด็กหนุ่มรอบข้างเบิกตากว้าง จ้องเขม็งไปที่เสิ่นจืออินไม่วางตา
เด็กคนนี้เป็ใครของพี่เสิ่น?
“เชี่ย! พี่เสิ่น นี่ลูกสาวของพี่เหรอ! โตขนาดนี้แล้วเนี่ยนะ”
แน่นอนว่าพวกนั้นแค่พูดเล่น พอโดนสายตาดุ ๆ ของเสิ่นมู่เหยี่ยปรามเข้าหน่อย พวกนั้นก็หดคอหลบไปอย่างรวดเร็ว
“ก็มาหาเธอน่ะสิ มาขอยืมเงินซื้อของหน่อย” เสิ่นจืออินไม่ได้สนใจคำพูดเ่าั้สักนิด
พวกนั้นมันก็แค่เด็กเมื่อวานซืน เธอใจกว้างพอ ไม่ถือสาหาความหรอก เชอะ!
เสิ่นมู่เหยี่ยรอจนเืกำเดาหยุดไหล จึงหันไปบอกกับเพื่อน ๆ ว่า “พวกนายอยากเล่นต่อก็เล่นไปเลย ฉันไปละ”
“นี่พี่ แล้วเธอเป็ใครอะ ไม่เห็นเคยได้ยินว่าพี่มีน้องสาว”
เสิ่นมู่เหยี่ยหยิบเสื้อคลุมนักเรียนที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาคลุมไหล่ แล้วใช้มือปัดผมที่เปียกเหงื่ออย่างลวก ๆ เผยให้เห็นหน้าผากและใบหน้าอันหล่อเหลาชัดเจน
“ฉันก็ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าเธอเป็น้องสาวฉัน”
แต่เขาก็ไม่ยอมปริปากบอกว่าเธอเป็ใคร
ไม่ใช่ว่าเขารู้สึกอับอาย เพียงแต่เขาเรียกเด็กหญิงตัวแค่นี้ว่า ‘คุณย่า’ ไม่ลงจริง ๆ
บนรถ เสิ่นจืออินหยิบรายการช้อปปิ้งออกมาทันที พลางพูดเจื้อยแจ้วถึงสิ่งที่เธอ้าจะซื้อ
“ตอนนี้ฉันยังไม่มีเงิน เธอให้ฉันยืมเงินหน่อยสิ ซื้อของทั้งหมดที่อยู่ในนี้ก่อน พอฉันหาเงินได้แล้วจะรีบเอามาคืนให้”
เด็กน้อยมองเขาด้วยแววตาเว้าวอน ในฐานะที่เป็ผู้ใหญ่ เธอรู้สึกเขินอายเล็กน้อยที่ต้องเอ่ยปากขอยืมเงินจากเด็ก
แต่ของทั้งหมดที่อยู่ในรายการเป็สิ่งที่เธอ้าในตอนนี้
เสิ่นมู่เหยี่ยรับรายการมาดูแล้วพูดว่า “นี่เธอเขียนอะไรเนี่ย? ตัวหนังสืออ่านยากชะมัด”
ใบหน้าเล็ก ๆ ของเสิ่นจืออินแดงก่ำ เดิมทีตัวหนังสือของเธอสวยมาก แต่ตอนนี้เธอยังเด็กเกินไป จึงยังไม่ได้ฝึกเขียนพู่กัน
เธอรีบคว้ารายการคืนมาแล้วแก้ตัวเสียงอ่อย “ฉันเขียนอักษรหวัด เธออ่านไม่ออกก็แสดงว่าเป็เพราะไอคิวต่ำเองแหละ”
ไม่ใช่ความผิดของเสิ่นจืออินอย่างแน่นอน