ยอดหมอหญิงเทพโอสถ

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 53 นางตะลึง เขาก็ตะลึงเช่นกัน

            จวินจิ่วเฉินดูไม่เหมือนกับผู้ที่ป่วยหนักเมื่อคืนนี้เลยสักนิด ภาพเงาจากระยะไกลให้ความรู้สึกหยิ่งยโสเข้มแข็ง มีพลัง สูงส่ง และให้ความรู้สึกเคารพนับถือ

            เขาหันหน้าเข้าสู่กำแพง มือข้างหนึ่งไพล่หลัง มืออีกข้างหนึ่งเล่นก้อนผลึกหยกสีขาวที่คล้ายคลึงกับดวงดาวดวงหนึ่ง ราวกับว่ากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ดวงดาวหยกส่องแสงสว่างแพรวพราวสะท้อนใบหน้าของเขา ทำให้ใบหน้าด้านข้างของเขามีความงดงามแต่ก็เย็นชา

            บุรุษที่รูปงามไม่ว่าจะยืนอยู่ที่ใดก็เสมือนกับภาพทิวทัศน์ที่สวยงามจริงๆ

            กูเฟยเยี่ยนรู้สึกว่าเขาและดวงดาวทั้งหมดนี้ ได้หลอมรวมเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียวแล้ว นางมีความรู้สึกราวกับว่า เขาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของทิวทัศน์ที่สวยงามรูปนี้และไม่เย็นชาเหมือนกับปกติแต่ตรงกันข้ามกลับให้ความรู้สึกที่เงียบสงัดอย่างสุดแสนจะพรรณนาออกมา

            กูเฟยเยี่ยนก้าวเดินเบาๆ นางมิอาจฝืนทำลายความสงบนี้ลงได้ หลังจากที่นางโน้มกายแสดงความเคารพก็ได้กล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “แพทย์หญิงกูเฟยเยี่ยนน้อมเข้าเฝ้าจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยเพคะ”

            การพบกันเมื่อค่ำคืนนี้กะทันหันเกินไป บางทีในตอนนี้ถึงจะนับได้ว่าเป็นการพบกันอย่างเป็นทางการ กูเฟยเยี่ยนคิดเอาไว้ว่าในเมื่อนางถูกเซี่ยเสี่ยวหม่านคัดเลือกเข้ามา จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยคงอาจจะต้องซักถามเกี่ยวกับตัวตนของนางก่อนสักนิด

            ทว่าเขาไม่ได้ถาม!

            บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าเขารู้จักตัวตนของนางจากเซี่ยเสี่ยวหม่านแล้ว หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะว่าเขาไม่สนใจตัวตนของนางเลยแม้แต่นิดเดียว ดูเหมือนว่าเขาจะยอมรับข้อเท็จจริงไปโดยปริยาย ว่านางได้กลายมาเป็นแพทย์หญิงของจิ้งหวางฝู่ จุดสนใจของเขายังคงอยู่ที่ดวงดาวก้อนผลึกหยกที่ส่องแสงพร่างพราวอยู่บนฝ่ามือ ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างเย็นชาว่า “เมื่อค่ำคืนนี้ เกิดอะไรขึ้น? ”

            วิธีการถามเช่นนี้ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว เขาไม่ได้บอกว่าจำได้มากน้อยเพียงใดและไม่ได้ถามนางถึงเรื่องราวโดยละเอียด การถามมีเพียงแค่ว่า “เกิดอะไรขึ้น” นั้นหมายถึงการหยั่งเชิง

            แม้ว่ากูเฟยเยี่ยนจะค้นพบความลับและรู้สึกกังวลเล็กน้อย ทว่านางยังคงมีอากัปกิริยาเอาจริงเอาจัง

            “เตี้ยนเซี่ย นู๋ปี้คาดการณ์โรคของพระองค์ไม่ได้ แต่ว่าสิ่งที่แน่ชัดและมั่นใจคือโรคของพระองค์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน จำเป็นต้องพบแพทย์โดยด่วน เดิมทีนู๋ปี้คิดว่าเป็นเพราะประสิทธิภาพของแร่ศิลาโอสถชื่อเยี่ยนไม่ได้ออกฤทธิ์ ทว่าหลังจากที่ประสิทธิภาพยาออกมาแล้ว สถานการณ์ของพระองค์ก็ยังคงเลวร้ายลงเรื่อยๆ นี่พิสูจน์ได้แล้วว่าใบสั่งยาตำรับเดิมไม่มีผลอีกต่อไปแล้ว จำเป็นต้องจัดเตรียมใบสั่งยาฉบับใหม่ออกมาโดยเร็วที่สุด”

            จวินจิ่วเฉินไม่รีบร้อน เขาเอ่ยถามอย่างเย็นชาอีกครั้ง “ใบสั่งยาไม่เกิดผลแล้วเปิ่นหวางฟื้นตัวมาได้อย่างไร? ”

            ถึงแม้ว่ากูเฟยเยี่ยนจะไม่ต้องการหลอกลวงเทพบุตรของตนเอง แต่ว่านางไม่มีทางเลือกอื่น

            หญิงสาวคิดข้ออ้างเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว “เมื่อวานนี้นู๋ปี้นำแร่ศิลาโอสถชื่อเยี่ยนมาทุบให้แตกทั้งหมด ประสิทธิภาพของสมุนไพรในบ่อน้ำพุร้อนเรียกได้ว่าถึงระดับสูงสุดแล้ว ทว่าเตี้ยนเซี่ยกลับฟื้นตัวไม่ได้ เดิมทีเมื่ออาการของเตี้ยนเซี่ยกำเริบ ครั้นแช่ยาสมุนไพรไปแล้วอาการก็จะเบาลงอย่างรวดเร็ว ทว่าสถานการณ์ของเมื่อวานนี้เตี้ยนเซี่ยก็คงจะทราบดี สถานการณ์ของเมื่อวานเรียกได้ว่าเป็นเพียงเพราะโชคดีเท่านั้น โรคของเตี้ยนเซี่ยทรงมีการเปลี่ยนแปลง โปรดเรียกไท่อีให้มารักษาโดยเร็วที่สุด มิฉะนั้นหากอาการกำเริบอีกครั้งผลลัพธ์จะอันตรายจนยากจะนึกถึง! ”

            กูเฟยเยี่ยนคิดว่าข้ออ้างของตนเองนั้นนับได้ว่าปราศจากจุดสังเกต การที่โรคของจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยเปลี่ยนแปลงไปนั้นเป็นเรื่องจริง แม้ว่าไท่อีจะมาแล้ว ก็ไม่สามารถโต้แย้งนางได้ นับประสาอะไรกับจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ย?

            อย่างไรก็ตามจวินจิ่วเฉินได้ถามกลับ “เมื่อคืนนี้เปิ่นหวางโอบกอดสิ่งใดไว้? หากว่าเปิ่นหวางจำไม่ผิด น่าจะเป็นของสิ่งนั้นที่ช่วยเปิ่นหวางในการขับไล่ความเย็นใช่หรือไม่?”

            เขานำดวงดาวก้อนผลึกหยกขาวที่ส่องแสงแพรวพราวบนฝ่ามือ ฝังไว้บนผนังแล้วหันกลับมา สายตาเย็นชาบังคับจ้องมองเข้าไปในดวงตาของกูเฟยเยี่ยนราวกับว่าต้องการจะมองทะลุไปให้ถึงความคิดของนางทั้งหมด

            กูเฟยเยี่ยนรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่งจนควบคุมสีหน้าไม่อยู่ เปิดเผยถึงความตะลึงออกมา

            ไม่นึกเลยว่าจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยจะทรงจำเรื่องนี้ได้!

            จวินจิ่วเฉินจับความตกตะลึงและสีหน้าลนลานเล็กน้อยของกูเฟยเยี่ยนได้ในทันที  เขาเริ่มมั่นใจในการคาดเดาของตนเองมากขึ้น เมื่อวานนี้สาเหตุที่เขาฟื้นตัวดีขึ้นไม่ได้เป็นเพราะแร่ศิลาโอสถชื่อเยี่ยนอย่างแน่นอน

            ในความทรงจำของเขาก็มีเพียงแค่สิ่งที่กูเฟยเยี่ยนอธิบายออกมาเท่านั้น เหตุการณ์ช่วงหลังเกิดอะไรขึ้นบ้าง เขาล้วนจำไม่ได้แล้ว แต่เขามีความรู้สึกว่าได้โอบกอดสิ่งเล็กๆ สิ่งหนึ่งที่มีความอบอุ่นเป็นอย่างยิ่ง สิ่งของชิ้นเล็กนั้นเหมือนจะขับความหนาวเย็นภายในร่างกายของเขาออกไป และมันไม่ใช่แร่ศิลาโอสถชื่อเยี่ยนด้วย

            จวินจิ่วเฉินไม่ได้กล่าวอะไรมาอีก เขามองไปที่ดวงตาของกูเฟยเยี่ยนรอคอยให้นางตอบ สายตาอันเย็นชาดูเหมือนว่าจะสามารถมองทะลุจิตใจผู้คน

            กูเฟยเยี่ยนทนไม่ไหวแล้วจริงๆ จึงได้หลบหลีกสายตาของเขาอย่างรวดเร็ว

            การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ทำให้จวินจิ่วเฉินมั่นใจในการคาดเดาของตนเองอีกครั้ง น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนมาแข็งกระด้างขึ้น “มันคืออะไร?”

            แม้ว่ากูเฟยเยี่ยนจะไม่มอง นางก็รับรู้ได้ถึงความกดดันอันมหาศาล นางก้มหน้าก้มตาตอบกลับ “นู๋ปี้…นู๋ปี้ไม่กล้าพูด”

            จวินจิ่วเฉินเกิดความสงสัย นางพบเจอความลับของตัวเขาเองแล้ว ยังกล้ากล่าวด้วยคำพูดตรงไปตรงมาเช่นนี้ ไหนจะเร่งรัดให้เขาไปพบแพทย์อีก ตกลงแล้วนางใช้ของสิ่งใดกันจึงไม่กล้าเอ่ยออกมา?

            เขาเจตนาโน้มกายลงมามองนางพลางเอ่ยอย่างเย็นชา “แพทย์หญิงกู เจ้าอย่าให้เปิ่นหวางได้ถามอีกเป็นครั้งที่สาม! ” 

            กูเฟยเยี่ยนหลบหลีกสายตาของเขา ต่อจากนั้น “ตุบ” จึงได้คุกเข่าลง “จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยโปรดอภัย! เมื่อคืนนี้สิ่งที่เตี้ยนเซี่ยโอบกอดไม่ใช่สิ่งของสิ่งใดแต่เป็น…เป็น…เป็นนู๋ปี้! ”

            อะไรนะ? !

            ใบหน้าเย็นชาที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอดของจวินจิ่วเฉิน ปรากฏถึงสีหน้าตกตะลึงที่ไม่เคยมีมาก่อน!

            กูเฟยเยี่ยนเกรงกลัวว่าเขาจะสงสัยจึงรีบร้อนเอ่ยขึ้นมา “เตี้ยนเซี่ยโปรดอภัย! นู๋ปี้ลงไปในน้ำเพียงเพื่อค้นหาแร่ศิลาโอสถชื่อเยี่ยน ในขณะที่นู๋ปี้นำแร่ศิลาโอสถชื่อเยี่ยนมามอบให้เตี้ยนเซี่ย เตี้ยนเซี่ย…เตี้ยนเซี่ยก็…”

            เห็นได้ชัดว่า ความหวาดผวาของกูเฟยเยี่ยนมีมากกว่าความเขินอาย แต่ว่าเมื่อเอ่ยออกมาใบหน้าก็ควบคุมอาการไม่อยู่ เกิดอาการแดงขึ้นมา ใบหูยิ่งร้อนขึ้นไปอีก

            “เตี้ยนเซี่ยก็…”

            กูเฟยเยี่ยนไม่สามารถเอ่ยออกมาได้จริงๆ จึงรีบร้อนเอ่ยแค่ว่า “หลังจากนั้นเตี้ยนเซี่ยก็โอบกอดมือทั้งสองข้างของนู๋ปี้ไว้แน่น นู๋ปี้…นู๋ปี้สามารถช่วยให้พระองค์ซึมซับความอบอุ่นขับไล่ความหนาวเย็นไปได้นับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่ง นู๋ปี้ไม่กล้าคิดจาบจ้วงอย่างแน่นอน อีกทั้งไม่กล้ามีใจละลาบละล้วงด้วย เตี้ยนเซี่ยโปรดมองไปที่ความดีของนู๋ปี้ที่ช่วยเตี้ยนเซี่ยขับไล่ความหนาวเย็น ละเว้นโทษนู๋ปี้ในครั้งนี้ด้วยเถอะเพคะ! นู๋ปี้รับประกันว่าจะควบคุมปากไว้ให้ดี และจะไม่เปิดเผยความลับเรื่องนี้ต่อผู้ใดเลยแม่แต่นิดเดียวอย่างแน่นอน! ”

            เมื่อกูเฟยเยี่ยนเอ่ยประโยคนี้จบก็ไม่กล้าเอ่ยอะไรขึ้นมาอีกแล้ว การเผชิญหน้ากับชายผู้นี้ยิ่งพูดเยอะยิ่งผิดเยอะ

            นางก็ไม่แน่ใจว่าจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยจะทรงเชื่อตนเองมากเพียงใดกัน ไม่ว่าเขาจะกำลังจับจ้องตรวจสอบตนเองอย่างละเอียดถี่ถ้วนหรือไม่ นางล้วนไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา ใจของนางเต้นตึกตักตึกตักรุนแรง!

            จวินจิ่วเฉินขมวดคิ้วเป็นปมแน่น เขากำลังพยายามคิดย้อนกลับไป

            เมื่อกูเฟยเยี่ยนพูดออกมาเช่นนี้เขานั้นจึงรู้สึกนึกได้จริงๆ ในตอนแรกที่เขาดึงหญิงสาวผู้นี้เข้ามาในอ้อมอกเพราะต้องการที่จะสังหารนาง แล้วหลังจากนั้น…

            เขารำลึกถึงความทรงจำเป็นเวลานาน ดูเหมือนว่าจะมีภาพนี้อยู่บ้างแต่ก็ดูเหมือนจะไม่มี

            เขาไม่เชื่อทั้งหมดแล้วนิ่งเงียบ

            ห้องโถงที่เงียบสนิทมาตั้งแต่แรกอยู่แล้วดูเหมือนว่าจะยิ่งเงียบเข้าไปอีก มีเพียงแสงจากดวงจันทร์และแสงจากดวงดาวที่สว่างแพรวพราวเปล่งแสงระยิบระยับ

            ยิ่งรอมากเพียงใดก็ยิ่งเงียบมากเพียงนั้น ยิ่งรอ ใจของกูเฟยเยี่ยนก็ยิ่งลนลาน นางกลัวว่าจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยจะทรงนึกขึ้นได้ถึงหวางเป่าติงของนาง

            ไม่ใช่ว่าความแข็งเเกร่งทางด้านจิตใจของนางไม่เพียงพอ แต่เป็นเพราะมาดของจวินจิ่วเฉินมีมากเกินไป เพียงแค่เขายืนอยู่เฉยๆโดยไร้ซึ่งความโกรธและการข่มขู่ คนธรรมดาทั่วไปก็ไม่อาจทนได้อย่างสิ้นเชิง กูเฟยเยี่ยนสามารถพูดปดออกมาได้นับว่าไม่เลวแล้ว

            ในที่สุด กูเฟยเยี่ยนก็อดทนต่อไม่ไหวริเริ่มเปลี่ยนหัวข้อพูดคุย

            “เตี้ยนเซี่ย แร่ศิลาโอสถชื่อเยี่ยนเป็นสมุนไพรขับไล่ความหนาวเย็นขั้นสูงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรใดก็ตามล้วนไม่อาจเทียบเท่าประสิทธิภาพของมันได้ นู๋ปี้ไม่เข้าใจโรคความหนาวเหน็บนี้อย่างลึกซึ้ง แต่ว่าหากนู๋ปี้ไม่ได้วิเคราะห์ผิด ใบสั่งยาฉบับใหม่จำเป็นต้องตามหาแร่ศิลาโอสถชนิดอื่นมาประกอบกับแร่ศิลาโอสถชื่อเยี่ยน ในขณะเดียวกัน การใช้แค่ศิลาโอสถสองชนิดจำเป็นต้องมีเชื้อกระตุ้นยา”

            กูเฟยเยี่ยนรอคอยชั่วครู่เมื่อเห็นว่าจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยไม่ได้ขัดจังหวะนางจึงได้พูดต่อ “นู๋ปี้ค่อนข้างมีความสามารถในการวิจัยเกี่ยวกับศิลาโอสถขับไล่ความหนาวเย็น เต็มใจร่วมมือกับไท่อีแสวงหาวิธีการรักษาที่ดีสำหรับเตี้ยนเซี่ย ถือได้ว่า…ถือได้ว่าเป็นการทำความดีชดเชยความผิด! ไม่ว่าจะเป็นแร่ศิลาโอสถหรือจะเป็นเชื้อกระตุ้นยา ต่างก็เป็นสิ่งที่ไม่ได้หาได้ง่าย หวังว่าเตี้ยนเซี่ยจะพิจารณาอย่างรอบคอบ รักษาอย่างเร็วที่สุด อีกทั้งตามหาสมุนไพรด้วย! ”

    คล้ายกับเรื่องยอดหมอหญิงเทพโอสถ ที่คุณอ่าน

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592