14หนึ่งวันพันเหตุการณ์
“ทำไมต้องมาจอดไกลด้วยเนี่ย แบบนี้จะเห็นดราก้อนได้ยังไง” เด็กมัธยมที่นัดไว้บ่นทันทีที่เปิดประตูรถ ไทเกอร์นัดปอให้มาที่นี่ที่จอดรถของมหาวิทยาลัย อันที่จริงเวลามาเรียนเขาก็จอดที่นี่เป็ปกติเพราะมันอยู่ใกล้คณะเขามากและแน่นอนว่ามันใกล้โรงเรียนของปอด้วย
“พี่ไม่อยากไปซุ่มดูแบบนั้นแล้วอะ พี่ว่ามันแปลก ๆ ”ไทเกอร์สารภาพ
“เออก็จริง ผมว่าแปลกั้แ่วันนั้นละ ว่าแต่พี่กินไรมารึยังผมซื้อนี่มาฝาก” ปอเปิดกระเป๋าหยิบห่อแฮมเบอร์เกอร์ยื่นให้รุ่นพี่
“เห้ย ! นี่มันเบอร์เกอร์สถานีรถไฟนี่ แถว ๆร้านแม่พี่เลย ไม่ได้กินนานแล้ว ขอบใจนะ” ปอดีใจที่ไทเกอร์ทำท่าตื่นเต้นและแกะออกกินทันที
“ตอนเด็ก ๆ พอถึงเสาร์ อาทิตย์ พ่อแม่จะพาพี่กับดราก้อนไปอยู่ที่ร้านด้วยเลยได้กินบ่อย ๆ ”
“ร้านขายเครื่องเขียนอะนะ ไทเกอร์ช้อปป่ะ”
“รู้จักด้วยเหรอ” ไทเกอร์แปลกใจ
“รู้จักดิ ขายของโคตรแพง อะ หยอก ๆ”ปอแกล้งแหย่ก่อนจะอธิบายเพิ่ม
“ก็ตอน ม. ต้น ผมเรียนห้องเดียวกับดราก้อนนี่พี่ ตอน ม. 1 มั้ง เวลานัดทำงานกลุ่มก็ไปทำที่ร้านพี่นั่นแหละ เดินไปใกล้ ๆ ”
“เดินไป ? บ้านปออยู่แถวนั้นเหรอ” เป็อีกครั้งที่ไทเกอร์แปลกใจ
“ช่าย อยู่ปากซอย14 แถว ๆ วัดใหม่อะ”
“เอ้า งั้นก็อยู่ใกล้บ้านพี่ดิ ห่างกันไม่กี่ซอยเองบ้านพี่ก็อยู่ในซอยข้างร้านพี่นั่นแหละ แต่เข้าไปลึกหน่อยจะทะลุถนนฝั่งโน้นอยู่แล้ว”
“เคยปั่นจักรยานไปส่งดราก้อนครั้งนึงมั้ง ตอนเด็ก ๆ ”ปอทำท่านึกในขณะที่ไทเกอร์กำลังคิดว่าไอ้เด็กข้าง ๆเขามีเื่ให้น่าสนใจอยู่เยอะเหมือนกัน
“วันไหนพี่มามหาลัยเช้า ๆ ปอก็มากับพี่ได้นะหมายถึงถ้าพี่เปเปอร์เค้าไม่มีเรียนเช้าอะ”
“ปกติพี่เปอร์มันไม่ได้มาส่งผมหรอก วันนั้นที่เจอ คือมันจะมาติวสอบเฉย ๆเหอะ ปกติผมนั่งแกร้ปแหละ”
“ทำไมเรียกพี่ว่ามันล่ะ” อยู่ดีดีไทเกอร์ก็เปลี่ยนประเด็นไปโฟกัสที่สรรพนาม
“เอ๋า ไม่เห็นเป็ไรเลย แต่ดราก้อนคงไม่พูดแบบนี้หรอก เออ พูดถึงดราก้อน” ปอเองก็เปลี่ยนประเด็นรวดเร็วไม่แพ้กัน เขาหยิบมือถือขึ้นมาแล้วส่งไฟล์ภาพดราก้อนที่แปะผ้าก๊อซที่คิ้วไปให้ในไลน์ของไทเกอร์
“ไอ้กัสมันส่งมาในไลน์ห้องศิลป์ วันที่ดราก้อนคิ้วแตกไปโรงเรียนอะ ผมดูเวลาแล้วมันคือเช้าวันพฤหัส”
“วันพฤหัสเหรอ แป๊บนะ”ไทเกอร์ค้นหารูปในมือถือตัวเองบ้าง
“นี่ไง ตอนมันคิ้วแตกเข้าบ้านมา พี่ถ่ายรูปมันไว้ ซึ่งเป็วัน...พุธว่ะ วันพุธเย็น” ไทเกอร์ยื่นรูปในมือถือของเขาให้ปอดูปอดูภาพนั้นสลับกับภาพที่ออกัสถ่ายแล้วพยายามเชื่อมโยงข้อมูล
“งั้นมันก็ต้องคิ้วแตกก่อนเย็นวันพุธ อ่าวก่อนเย็น งั้นมันก็ต้องอยู่ที่โรงเรียนดิ แต่คิ้วยังมันไม่แตกแน่นอน ไม่งั้นไอ้กัสมันจะส่งรูปมาตอนเช้าอีกวันทำไม”
“เดี๋ยวนะ ข้อความนี้คืออะไร” ไทเกอร์สังเกตข้อความเหนือภาพที่ครอปติดมาได้แต่่ล่างนิดเดียว
“อ่านไม่ออกว่ะพี่”
“ก็เปิดอ่านจากไลน์สิ”
“จะเปิดได้ไงล่ะ มันเป็ไลน์กลุ่มห้องศิลป์ ผมไม่ได้อยู่กับเค้าด้วยสิ”ปอยิ้มแหะ ๆ
“แล้วรูปนี้ใครแคปมาให้ล่ะ”
“ผมแอบแคปมาจากมือถือไอ้กัส แล้วส่งให้ไลน์ผมอะ”คำอธิบายของปอถ้าเป็สถานการณ์อื่นไทเกอร์ก็คงคิดว่า ไอ้เด็กนี่แสบไม่ใช่เล่น
“ไม่เป็ไร อาจพอแกะได้”ไทเกอร์ใช้นิ้วซูมภาพพยายามเพ่งดู ก่อนจะนึกวิธีออกเขาเอื้อมมือไปหยิบไอแพดจากกระเป๋าที่อยู่ด้านหลังเปิดไลน์ที่เชื่อมต่อในไอแพดเหมือนกัน แล้วเซฟรูปไปยังแอปแต่งภาพ โดยมีเด็กมัธยมข้างๆ มองดูอย่างสนใจ
ไทเกอร์เพิ่มพื้นที่สีขาวไว้้าของรูปแล้วใช้ปากกาพยายามเขียนเส้นต่อจากร่องรอยน้อยนิดนั้น
“ตัวที่ 2 นี่น่าจะ ว. แหวน ป่ะ มีหัว เส้นเดียว แล้วหัวอยู่ด้านนี้”
“โห พี่เกอร์ สุดยอดพี่ชายที่เป็ห่วงน้อง”ปออุทานอย่างตื่นเต้นแล้วรีบช่วยรุ่นพี่ไขปริศนา
“ไอ้ตัวแรก ท. ทหารปะพี่ ขาแรกมันมีเฉียงขึ้นอะ”ไทเกอร์ลากเส้นตามที่ปอบอก แล้วช่วยกันครุ่นคิดถึงตัวอื่น ๆ
.
ผ่านไป 10 นาที
.
พี่ชายนักสืบและคู่หูของเขาก็ถอดรหัสออกมาได้ว่า..
|ทวทนาทองทายตวเบวนนงกลบมาอกกวแดก|
ปอเม้มปากแน่นเมื่อเห็นคำตอบนั้น คำตอบที่รุ่นพี่ใช้ปากกาเขียนต่อส่วนที่ขาดหายไปบนไอแพดแต่พอเงยหน้าขึ้นสบตากับไทเกอร์ที่กำลังเม้มปากอยู่เหมือนกัน ทั้งสองก็ะเิเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นเต็มรถอย่างควบคุมไม่ได้
*********
“เอางี้ เดี๋ยวผมให้สาว ๆ ในห้องสายศิลป์แคปให้ดีกว่า ผมสนิทหลายคนอยู่คงไม่มีใครสงสัยอะไรหรอก”
“เอ๋า แล้วทำไมไม่บอกั้แ่แรก” ไทเกอร์ขมวดคิ้ว ในขณะที่ปอหัวเราะชอบใจ
“แหม ก็เห็นพี่ตั้งใจแน่วแน่ขนาดนั้น ใครจะไปกล้าขัดล่ะ แต่ก็ดีนะพี่ผมไม่เคยหัวเราะดังขนาดนี้มานานแล้ว”ปอบอกก่อนที่จะเบี่ยงหัวหลบฝ่ามือของไทเกอร์รุ่นพี่ที่ทำท่าเงื้อมือขึ้นแบบแกล้ง ๆ
“เดี๋ยวดิพี่ ผมส่งไลน์ก่อน ให้ใครแค้ปให้ดีนะ คนไหนที่ตอบไลน์ไวบ้างน้าาา”
“โอ้โห เห็นแบบนี้มีสาวเยอะซะด้วย” ไทเกอร์แซว
“โอ้ย เพื่อนกันทั้งนั้นแหละพี่ ผมไม่ชอบรุ่นเดียวกันหรอก มันงอแงไป”
“ชอบผู้ใหญ่กว่าเหรอ แบบพี่มหาลัยงี้ปะ”
“ก็ อืมมม… เอ๊ะ”จังหวะเปลี่ยนสายตามือถือไปยังหน้ารุ่นพี่ข้าง ๆปอเหมือนเหมือนเห็นใครซักคนเดินอยู่ไกล ๆ
“ไอ้นั่นมัน..ไอ้กรนี่หว่า” ไทเกอร์มองตามสายตาของปอไปก็เจอรุ่นน้องคนนั้นคู่กรณีของดราก้อน กรอยู่ในชุดนักเรียนที่ปล่อยชายเสื้อไว้ด้านนอกสะพายเป้ไว้ด้านหลังยืนหันข้างให้พวกเขา มีช่องจอดรถกั้นไว้ประมาณ 4 แถวคู่ซึ่งก็เป็ช่องจอดรถว่าง ๆ ยังไม่มีรถมาจอด เดาว่ากรก็คงมาจอดรถที่นี่เหมือนกันแต่คงจอดอีกฝั่งที่ร่มกว่าแล้วเดินข้ามมาเพื่อจะไปโรงเรียนแต่กลับหยุดยืนเล่นโทรศัพท์อยู่ตรงนั้น ปอกดกระจกลงทำท่าจะะโเรียกเพื่อนแต่ไทเกอร์ก็ห้ามไว้เสียก่อน
“เห้ย อย่าดิ พี่ไม่อยากให้ใครรู้เื่ของเรา”
“ห้ะ”
“หมายถึงเื่ที่เรากำลังทำอยู่เนี่ย”
“อ่อ…พี่นี่โคตรจริงจังเลยอะสมแล้วที่เคยเป็ประธานนักเรียน”
“ถ้ามันหันมา ปอว่ามันจะเห็นเราไหม” ไทเกอร์ถามน้ำเสียงจริงจังจนปอต้องหันไปมองหน้า
“ไม่หน้าเห็นหรอกพี่ ก็รถพี่ติดฟิล์ม แล้วก็มันอยู่ไกลขนาดนั้นว่าแต่พี่จะถ่ายมันทำไม” ปองงหนักเมื่อเขาเห็นไทเกอร์ยกมือถือขึ้นมาทำท่าเหมือนจะแอบถ่าย
“พี่มีเซนต์ว่ะปอ ว่าอีกเดี๋ยวต้องมีอะไรซักอย่าง”
“พี่เกอร์... พี่นี่อาการหนักแล้วนะ” ปอบอกแบบนั้นแต่ก็ไม่รู้ทำไมต้องทำเสียงกระซิบกระซาบตามบรรยากาศไปด้วยก็ไม่รู้หันไปมองฝั่งไอ้กรก็นึกสงสัยว่าทำไมมันหยุดยืนอยู่ตรงนั้น ไม่เดินต่อไปซักที ปอเกาหัวเริ่มคิดไปในทางที่ว่ารุ่นพี่ข้างๆ เขา อาจจะกำลังแอคติ้งเพื่อแกล้งเขาเล่นอยู่รึเปล่านะแต่ความคิดนั้นก็หายไปเมื่อปอหันไปมองภาพตรงหน้า เขารู้แล้วว่าไอ้กรมันยืนอยู่ตรงนั้นทำไมความจริงคือมันรอใครซักคนอยู่
และคนที่เพิ่งเดินเข้ามาหามันก็คือ…
“ดราก้อน !!!”
เพราะระยะที่ห่างกันเกินกว่าจะได้ยินเสียงทั้งปอและไทเกอร์จึงรับรู้ทุกอย่างจากภาพที่เห็น กรคงเอารถมาจอดที่ลานจอดนี้แต่แทนที่จะเดินข้ามฟากไปเรียน เขากลับรอใครซักคนซึ่งนั่นก็คือดราก้อน
พอดราก้อนมาถึง ก็เหมือนสองคนจะสนทนาอะไรกัน เอาจริง ๆมันเหมือนเถียงกันมากกว่าเพราะทั้งกรและดราก้อนยืนห่างประมาณสอง่แขนซึ่งมันดูห่างกันเกินไปที่จะเป็การพูดคุยปกติแถมยืนประจันหน้ากันอย่างนั้นเหมือนจะเถียงกันไปเถียงมาไม่จบซักที จนฝั่งดราก้อนยื่นมือออกมาเหมือนรอรับอะไรซักอย่างแล้วฝั่งของกรก็เปิดกระเป๋าล้วงอะไรบางอย่างออกมาซึ่งดูไม่ออกว่าคืออะไรแล้วก็โยนสิ่งนั้นให้ดราก้อนที่รับปั๊บก็เอาใส่กระเป๋ากางเกงทันทีแล้วหันหลังเดินกลับไปส่วนกรยังยืนอยู่ที่เดิมหยิบมือถือขึ้นมาทำอะไรซักอย่าง ประมาณ 5 นาทีกรถึงได้เดินไปตามทางเดียวกับดราก้อนซึ่งเดาไม่ยากว่ามันเดินไปโรงเรียนนั่นแหละ
“แล้วทำไมมันไม่เดินไปพร้อมกัน ?”คือประโยคแรกที่ออกจากปากของปอ หลังจากที่เห็นว่าไทเกอร์วางมือถือลงแล้ว
“ตอนแรกที่พี่ไม่ให้ผมทักไอ้กร อย่าบอกนะว่าพี่รู้ว่าดราก้อนมันจะมาอะ” และนั่นคือประโยคที่สอง ไทเกอร์ที่ได้ยินคำถามทำหน้าเหมือนอึดอัดใจก่อนจะตอบคำถาม
“พี่ไม่ได้รู้หรอกว่าดราก้อนจะมา พี่ก็แค่เดา แต่มันดันถูก” น้ำเสียงและสีหน้าของไทเกอร์ ทำให้ปอไม่กล้าจะถามต่อแม้ในหัวจะมีเื่ไม่เข้าใจมากมาย ไอ้สองคนนั้นมันทำอะไรกันแล้วไอ้กรมันเกี่ยวอะไรกับเื่นี้ด้วยแล้วเสียงไลน์ก็ดังแทรกความเงียบขึ้นมาจนปอสะดุ้ง
“เพื่อนผมแค้ปแชทไลน์มาให้ละพี่เกอร์” ปอยื่นหน้าจอมือถือไปให้ไทเกอร์ดู
|หัวหน้าห้องหายตัวไปวันนึงกลับมาอีกคิ้วแตก|
“หายตัวไปวันนึง ? อย่าบอกนะ ว่าดราก้อนมันโดดเรียน” คนเป็พี่ชายหน้าเครียด
“พี่เกอร์ใจเย็น ๆ ก่อน มันหายไปวันนึง มันอาจจะไม่สบายก็ได้ ลาป่วยไรงี้”
“งั้นพี่ก็ต้องรู้ไหม อยู่บ้านเดียวกันอะ” แม้จะพูดไปแบบนั้นแต่ไทเกอร์ก็ไม่อยากมองน้องในแง่ร้ายเลยรีบหาเหตุผลอื่น
“แต่ก็ไม่แน่ บางวันมีกิจกรรมพี่ก็กลับบ้านดึก เช้ามาพี่ก็คิดว่าดราก้อนมันคงไปโรงเรียนแล้วโอ้ย ปวดหัวชิบหาย” ไทเกอร์เครียดไม่หยุดเขาปรับเบาะให้เอนลงจนสุดแล้วตัวเองก็นอนหลับตา ปอเห็นแบบนั้นก็ทำตาม เขาเอนเบาะลงบ้างแต่ไม่ได้หลับตา
“พี่เกอร์เครียดเกินไปแล้วน้า ความเป็ห่วงมันต้องเป็พลังบวกสิไม่ใช่มาคิดมาก มาเครียดแบบนี้” ปอพยายามปลอบใจเด็กมัธยมเอื้อมมือไปแตะมือรุ่นพี่ แล้วตบเบา ๆ หลายครั้งคล้ายจะปลอบโยน ไทเกอร์ที่นอนหลับตาอยู่ถึงกับยิ้มออกมากับท่าทางของรุ่นน้อง
| ให้ความรู้สึกเหมือนหมาที่ถูกลูบหัวเลยว่ะ |
แต่อยู่ ๆ มือนั้นก็ชักกลับไปอย่างรวดเร็วตามด้วยความเงียบเพราะเสียงพูดแจ้ว ๆ ของปอก็หายไปด้วยเช่นเดียวกันไทเกอร์ที่ค่อย ๆลืมตาแล้วหันไปดูคนที่อยู่ข้างข้าง ภาพที่เห็นก็คือรุ่นน้องที่เพิ่งปลอบใจเขาเมื่อกี้ใช้หนังสือแบบฝึกหัดกางปิดหน้าท่าทางจะหลับไปแล้วจริงๆ
“อ้าวหลับเฉย” ก่อนจะมีเสียงเคาะกระจกจนไทเกอร์ใแต่พอหันไปดูเขาก็ยิ่งใมากกว่าเดิมเพราะคนที่ยืนกอดอกอยู่ด้านนอกก็คือนิชาสาวสวยประจำมหาลัย
“ไหนเมื่อคืนบอกว่าวันนี้จะเข้ามาบ่ายไง เดี๋ยวนี้ชอบโกหกเหรอ” น้ำเสียงไม่ค่อยพอใจดังขึ้นทันทีที่ไทเกอร์กดเลื่อนกระจกลง
“ก็จะเข้ามาเรียนตอนบ่ายไง นี่แค่แวะมาส่งน้องส่งเสร็จก็จะกลับไปช่วยแม่ที่ร้านแล้วเนี่ย”
“แล้วมาจอดรถนอนที่นี่เนี่ยนะ”
“ก็น้องมันง่วง เห็นมันหลับอยู่ก็สงสารไม่กล้าปลุก เราก็เลยจะหลับตามไปด้วยละเนี่ย”
“ใจดีกับน้อง แต่ไม่เห็นใจดีกับเราบ้างเลย เวลาเราชวนไปไหนนะ ก็ชอบบอกว่า..”
“แป๊บนะ เดี๋ยวเราออกไปคุยข้างนอก เดี๋ยวน้องตื่น”ไทเกอร์ตัดบทก่อนที่สาวเ้าจะบ่นยืดยาวไปกว่านี้แต่ถึงยังงั้นบทสนทนาต่อจากนั้น ปอก็ได้ยินอย่างชัดเจนเพราะทั้งสองคนยืนคุยอยู่ข้างข้างประตูรถนั่นเอง และใช่ ปอไม่ได้หลับจริง ๆ หรอก
*********