ราตรีกาลโรยตัวลงมาปกคลุมสำนักกระบี่เมฆาคล้อยจนมิด แสงจันทร์ถูกบดบังด้วยเมฆหนา มีเพียงแสงจากคบเพลิงของศิษย์ยามที่เดินตรวจตราเป็จุดสว่างเล็กๆ เคลื่อนไหวไปมาในความมืดอันกว้างใหญ่ ภายในเรือนพักอันซอมซ่อที่สุดของสำนัก แสงเทียนเพียงดวงเดียวสั่นไหววูบวาบอยู่บนโต๊ะไม้เก่าๆ เผยให้เห็นเงาร่างของเฟยหลงที่กำลังง่วนอยู่กับการบดสมุนไพรอย่างเงียบเชียบ
“หญ้าเพลิงสุริยัน ให้ความอบอุ่น ขับไล่ไอเย็น...รากไม้ไร้ลักษณ์ ปกปิดกลิ่นอายลมปราณ...และดอกจันทราดับสูญ ทำให้ประสาทััของสัตว์อสูรในระยะสิบจั้งมึนงง” เขากระซิบกับตัวเองขณะที่มือทำงานอย่างคล่องแคล่วราวกับทำมาแล้วนับพันครั้ง “ความรู้จากตำราพวกนี้มีประโยชน์กว่าที่คิด...แต่ก็ต้องขอบคุณความทรงจำจากชาติก่อน ที่ทำให้ข้ารู้จักวิธีสกัดสารสำคัญออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด”
เขาผสมผงยาทั้งสามเข้าด้วยกัน ปั้นเป็เม็ดกลอนสีดำขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย กลิ่นฉุนจางๆ ลอยขึ้นมาแตะจมูกก่อนจะสลายไปอย่างรวดเร็ว
“เอาล่ะ...อุปกรณ์ยังชีพพร้อมแล้ว” เฟยหลงเป่าลมดับเปลวเทียน ความมืดเข้าครอบงุมห้องทั้งห้องในทันที “ต่อไปก็คือการรอคอย...่เวลาที่ยามลาดตระเวนจะเปลี่ยนกะตอนเที่ยงคืน...เป็่ที่การป้องกันจะหละหลวมที่สุด...มีเวลาให้ข้าสิบห้าลมหายใจในการเคลื่อนที่ผ่านจุดนั้น”
เขานั่งขัดสมาธิลงบนเตียง หลับตาลงแต่ไม่ได้โคจรลมปราณ เพียงแค่ปล่อยให้จิตใจสงบนิ่ง ปรับลมหายใจให้สอดคล้องกับจังหวะของสายลมยามค่ำคืน ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในแผนการคำนวณของเขาเรียบร้อยแล้ว
“ถ้ำวารีเย็น...ผลึกิญญาวารี...ของวิเศษที่จะเปลี่ยนเส้นทางแห่งโชคชะตา” ความคิดของเขาวิ่งวนอยู่ในหัว “เย่เฉิน...เ้าพระเอกผู้โชคดี...โอกาสของเ้าในครั้งนี้ ข้าขอยืมไปใช้ก่อนแล้วกัน”
เมื่อเวลามาถึง เฟยหลงลืมตาขึ้น ในความมืดนั้น ดวงตาของเขาสะท้อนแสงจางๆ ราวกับดวงตาของสัตว์นักล่า เขากลืนเม็ดยาที่เตรียมไว้ลงไปหนึ่งเม็ด ความรู้สึกอุ่นซ่านแผ่กระจายจากช่องท้องไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกลิ่นอายลมปราณอันน้อยนิดของเขาที่จางหายไปจนแทบไม่เหลือร่องรอย
เขาก้าวออกจากห้องราวกับภูตพราย เคลื่อนที่ไปตามมุมมืดที่เขาได้คำนวณเส้นทางไว้ล่วงหน้าอย่างแม่นยำ ผ่านศิษย์ยามไปได้อย่างง่ายดายราวกับเป็เพียงสายลมวูบหนึ่ง ในไม่ช้า เขาก็มาถึงเขตป่าหลังเขาที่มืดทึบและเต็มไปด้วยเสียงร้องของแมลงกลางคืน
“ตามบันทึก...ผาเมฆาคล้อยอยู่ลึกเข้าไปทางทิศเหนืออีกห้าลี้...” เขาทบทวนข้อมูลในหัวก่อนจะพุ่งทะยานร่างเข้าไปในความมืดมิดนั้นทันที
...
เสียงซ่าของน้ำตกดังกระหึ่มก้องไปทั่วหน้าผาภายใต้แสงจันทร์ที่ลอดผ่านเมฆลงมาเป็ครั้งคราว เฟยหลงยืนอยู่บนโขดหินที่เปียกลื่น ทอดสายตามองไปยังม่านน้ำตกขนาดมหึมาเบื้องหน้า
“ที่นี่สินะ...ผาเมฆาคล้อย” เขากล่าวกับตัวเอง “และหลังม่านน้ำตกนั่น...คือทางเข้าถ้ำวารีเย็น”
เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย รวบรวมลมปราณทั้งหมดไว้ที่เท้าก่อนจะทะยานร่างฝ่าม่านน้ำที่เย็นะเืเข้าไปราวกับลูกธนู!
วินาทีที่เท้าของเขาัักับพื้นถ้ำที่ซ่อนอยู่เื้ั ความหนาวเหน็บที่แตกต่างจากความเย็นของน้ำก็จู่โจมเข้าใส่เขาทันที! มันเป็ไอเย็นที่กัดกินลึกเข้าไปถึงกระดูกสันหลัง ทำให้เืในกายแทบจะจับตัวเป็น้ำแข็ง
“อึก...เย็นขนาดนี้เชียวรึ!” เฟยหลงกัดฟันกรอด ยาหญ้าเพลิงสุริยันที่กินเข้าไปช่วยต้านทานได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น “ไม่แปลกใจเลยที่เ้าสำนักรุ่นที่สามถึงได้ผนึกมันทิ้งไป...หากคนธรรมดาเข้ามา คงได้แข็งตายภายในหนึ่งชั่วยามเป็แน่”
เขาเดินลึกเข้าไปในถ้ำที่มืดสนิทอย่างไม่ลดละ ทุกย่างก้าวต้องใช้พลังลมปราณเพื่อต่อต้านไอเย็นที่พยายามจะแช่แข็งเขาจากภายใน ผนังถ้ำเต็มไปด้วยผลึกน้ำแข็งที่สะท้อนแสงจันทร์จากภายนอก ก่อเกิดเป็ภาพที่งดงามแต่แฝงไว้ด้วยอันตรายถึงชีวิต
ในที่สุด เขาก็มาถึงส่วนที่ลึกที่สุดของถ้ำ...และภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าก็ทำให้ลมหายใจของเขาต้องหยุดชะงักไปชั่วขณะ
ณ ใจกลางโถงถ้ำขนาดใหญ่ มีแอ่งน้ำเล็กๆ ที่ใสราวกระจกตั้งอยู่อย่างสงบนิ่ง และที่ก้นแอ่งนั้นเอง...ผลึกสีฟ้าใสขนาดเท่ากำปั้นเด็กกำลังเปล่งแสงเรืองรองออกมาอย่างนุ่มนวล แสงสีฟ้านั้นขับไล่ความมืดมิดรอบกาย และเป็ต้นตอของไอเย็นะเืทั้งหมดในถ้ำแห่งนี้!
“ผลึกิญญาวารี...งดงาม...แต่ก็อันตรายถึงขีดสุด” เฟยหลงพึมพำ ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังของวิเศษชิ้นนั้นไม่วางตา “พลังงานธาตุน้ำที่บริสุทธิ์ถึงขนาดนี้...หากดูดซับเข้าไปได้ทั้งหมด เส้นชีพจรลมปราณของข้าจะต้องถูกชำระล้างและแข็งแกร่งขึ้นอีกหลายเท่าตัวเป็แน่”
เขาเดินตรงไปยังขอบแอ่งน้ำอย่างไม่ลังเล ถอดเสื้อผ้าชั้นนอกออกเหลือเพียงกางเกงตัวเดียว ก่อนจะก้าวเท้าลงไปในแอ่งน้ำนั้น
“อ๊ากกกกก!”
เขาสบถออกมาอย่างห้ามไม่อยู่! นี่ไม่ใช่น้ำ! แต่มันคือความเย็นบริสุทธิ์ที่เข้มข้นจนราวกับมีเข็มนับล้านเล่มทิ่มแทงเข้ามาในิัทุกอณู! กล้ามเนื้อของเขากระตุกเกร็งอย่างรุนแรง เส้นเืปูดโปนขึ้นมาอย่างน่ากลัว
“ทนไว้! นี่คือบททดสอบแรก!” เขาคำรามในลำคอ บังคับให้ตัวเองก้มลงไปหยิบผลึกิญญาวารีขึ้นมาไว้ในมือทั้งสองข้าง
ทันทีที่ัั พลังงานอันเย็นะเืที่มหาศาลกว่าเดิมหลายสิบเท่าก็ทะลักเข้ามาในร่างของเขาราวกับเขื่อนแตก! มันวิ่งพล่านไปตามเส้นชีพจรลมปราณราวกับฝูงม้าที่บ้าคลั่ง พยายามจะแช่แข็งทุกสิ่งทุกอย่างให้พังพินาศ!
“มาเลย! ข้ารอเวลานี้มานานแล้ว!” เฟยหลงะโก้อง ดวงตาของเขากลายเป็สีแดงก่ำด้วยความเ็ป “วิถีอสุราไร้ลักษณ์! จงหลอมรวมมันซะ!”
เขาเริ่มโคจรลมปราณตามเคล็ดวิชาที่เขาดัดแปลงขึ้นมาเองทันที! แทนที่จะต่อต้านพลังงานธาตุน้ำอันเย็นะเื เขากลับเปิดทางให้มันไหลบ่าเข้ามา แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ใช้ลมปราณของตนเองสร้าง ‘ทางลัด’ และ ‘จุดเบี่ยงเบน’ ขึ้นมาใหม่ตามเส้นทางที่เขาได้ออกแบบไว้!
มันคือการต่อสู้อันดุเดือดที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของเขา! พลังงานธาตุน้ำที่เกรี้ยวกราดพยายามจะทำลายล้างทุกสิ่ง แต่เคล็ดวิชาของเฟยหลงกลับทำหน้าที่เป็เหมือนวิศวกรผู้ชำนาญ คอยชี้นำกระแสน้ำที่เชี่ยวกราดให้ไหลไปตามคลองที่ขุดขึ้นใหม่ บังคับให้มันหล่อหลอมและเสริมความแข็งแกร่งให้กับผนังของเส้นชีพจรลมปราณที่มันไหลผ่าน!
“อ๊าาาาาา!”
ความเ็ปนั้นเกินกว่าจะบรรยายได้ มันคือความรู้สึกราวกับร่างกายกำลังถูกฉีกกระชากออกจากกันแล้วประกอบขึ้นมาใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เฟยหลงกลับกัดฟันแน่น สติสัมปชัญญะของเขายังคงแจ่มชัดและเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง เขารู้ดีว่าหากเขาสูญเสียสมาธิไปแม้แต่เสี้ยววินาที ร่างกายของเขาจะะเิออกเป็เสี่ยงๆ ทันที!
เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่มีใครทราบได้ แสงเรืองรองจากผลึกิญญาวารีในมือของเขาเริ่มหม่นแสงลงทีละน้อย...ทีละน้อย...จนในที่สุดก็กลายเป็เพียงก้อนหินธรรมดาสีขุ่นมัวก้อนหนึ่ง แล้วสลายกลายเป็ผงธุลีร่วงหล่นลงไปในน้ำ
ในขณะเดียวกัน ไอเย็นะเืที่เคยปกคลุมไปทั่วทั้งถ้ำก็เริ่มจางหายไปอย่างรวดเร็ว
เฟยหลงยังคงนั่งนิ่งอยู่ในแอ่งน้ำ ดวงตาของเขาปิดสนิท แต่ร่างกายที่เคยซูบผอมกลับดูมีน้ำมีนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผิวพรรณของเขาเปล่งประกายจางๆ ราวกับหยกเนื้อดี รอยแผลเป็เล็กๆ น้อยๆ ที่เคยมีบนร่างกายหายไปจนหมดสิ้น ลมหายใจของเขาสม่ำเสมอและทรงพลังอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
เขาลืมตาขึ้นช้าๆ...และสิ่งที่ปรากฏในดวงตานั้นไม่ใช่ความอ่อนล้า แต่กลับเป็ประกายแสงสีฟ้าจางๆ ที่วูบขึ้นมาแล้วหายไป
“สำเร็จ...” เขากระซิบเสียงแหบพร่า ก่อนจะยกมือขึ้นมาดูอย่างไม่อยากจะเชื่อ
เขาลองโคจรลมปราณอีกครั้ง...และครั้งนี้...มันแตกต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง! ลมปราณไหลเวียนไปทั่วร่างอย่างราบรื่นและรวดเร็วดุจสายน้ำในแม่น้ำใหญ่ ไม่มีอาการติดขัดแม้แต่น้อย เส้นชีพจรลมปราณที่เคยเปราะบางและตื้นเขิน บัดนี้กลับกว้างและแข็งแกร่งราวกับถูกหล่อขึ้นจากเหล็กกล้า!
“นี่คือพลัง...พลังที่แท้จริง!” เขากำหมัดแน่นจนอากาศรอบๆ บิดเบี้ยวไปเล็กน้อย “ด้วยระดับพลังในตอนนี้...ต่อให้ต้องปะทะกับจ้าวหู่ตรงๆ ข้าก็สามารถสังหารมันได้ภายในการโจมตีเพียงครั้งเดียว!”
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา...เป็รอยยิ้มที่แท้จริงครั้งแรกนับั้แ่มาถึงโลกใบนี้
“เย่เฉินเอ๋ย...ขอบคุณสำหรับของขวัญชิ้นนี้” เขากล่าวกับความว่างเปล่า “เส้นเื่...ได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างสมบูรณ์...และจากนี้ไป...ข้าจะไม่ใช่แค่ผู้ที่คอยหลบหนีโชคชะตาอีกต่อไป...แต่จะเป็ผู้สร้างโชคชะตาขึ้นมาด้วยมือของข้าเอง!”