กดรีโมทให้ประตูรั้วเปิดออกรถเก๋งโตโยต้า วีออสสีเทาขับเข้ามาจอดในโรงรถ สองสาวลงจากรถพร้อมกับส่งยิ้มบางๆมาให้พัตรา
“อ่ะ ยัยมิลค์ของขวัญปีใหม่แก”
“อุ๊ยมีเซอร์ไพรส์ด้วยเหรอเนี่ย”
พัตรารับกล่องของขวัญขนาดจิ๋วสองกล่องเอาไว้ในมือน้ำหนักเบาหวิว ตื่นเต้นว่ายัยเพื่อนรักสองคนซื้ออะไรให้แต่ก็เก็บอาการอยากเปิดดูเอาไว้ก่อน
“แหมก็มีทุกปีแหละ ว่าแต่ของพวกฉันสองคนล่ะแก” ลิลลี่ สาวประเภทสองร่างท้วมทวงขึ้น
“อยู่ข้างในเข้าบ้านก่อนซิ”
พัตราเชิญแขกเข้าบ้านเห็นแม่กำลังจัดเตรียมอาหารอยู่บนโต๊ะ มีหลายเมนูส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลชวนให้รู้สึกหิว
“สวัสดีค่ะแม่วันนี้หนูมาฝากปากท้องที่บ้านแม่อีกแล้ว” เค้ก วางกระเช้าแบรนด์รังนกเอาไว้บนโต๊ะยกมือไหว้
“หวัดดีจ้าเด็กๆ แม่เตรียมกับข้าวเสร็จแล้วจะกินเลยรึเปล่า”
“หืมม…กลิ่นหอมจนน้ำลายสอเลย อาหารที่ไหนๆ ก็สู้ฝีมือแม่ไม่ได้จริงๆนะแก” ลิลลี่เดินมาที่โต๊ะอาหาร สูดดมกลิ่นเข้าปอดแล้วเอ่ยชม
“แหม…ชมแม่แบบนี้ แม่ก็ตัวลอยสิ”
พัตรากลั้วหัวเราะแม่ชอบหยอกล้อกับยัยเพื่อนรักสองคนแบบนี้เป็ประจำ
ไม่ถึงชั่วโมงอาหารบนโต๊ะก็พร่องลงจนเกือบหมดทุกคนอิ่มหนามสำราญ ตบท้ายด้วยของหวานและผลไม้
จากนั้นก็มานั่งเอกเขนกเปิดซีรีส์ดูอย่างสบายใจพัตราชวนเพื่อนอยู่ฉลองปีใหม่ด้วยจนถึงสองทุ่มมีเสียงข้อความไลน์ดังขึ้นสองสามครั้ง มือเล็กเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือบนโต๊ะตัวเตี้ยหน้าโซฟาขึ้นมาดูคิ้วบางทั้งสองข้างขมวดเข้าหากัน
“ใครอ่ะแก”ลิลลี่ถาม
“เ้าของแบรนด์โอ มิเนราล ออฟ เลิฟ”
“หืม…เค้กเห็นแกไลฟ์สดจบงานให้เขาแล้วไม่ใช่เหรอ”
“เขาชวนให้ไปทานข้าวพรุ่งนี้”
“อั๊ยย่ะ…เนื้อหอมจริงแก เขาจะจ้างงานแกอีกแน่เลย”ลิลลี่เอ่ยขึ้น
พัตรายังไม่เคยเห็นเ้าของแบรนด์โอมิเนราล ออฟ เลิฟ มาก่อน คุยกันผ่านไลน์ด้วยรูปโปรไฟล์สินค้าเท่านั้นแต่ดูจากรูปประโยคสนทนาก็พอรู้ว่าเ้าของเป็ผู้ชาย
ลิลลี่กดโทรศัพท์เสิร์ชหาอะไรบางสักครู่ก็อุทานออกมาเสียงดังพัตรากับเค้กหันขวับไปมองด้วยความใไปตามๆ กัน
“ใหมด แก”
“ดูซิ คนนี้คือเ้าของแบรนด์ที่จ้างยัยมิลค์ไง”
พัตราชะเง้อหน้าไปดูเห็นโปรไฟล์อินสตาแกรมของหนุ่มตาน้ำข้าว ลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ภาพหน้าปกคือแบรนด์น้ำแร่ โอ มิเนราลออฟ เลิฟ เธอเพิ่งเคยเห็นเ้าของแบรนด์ตัวจริงก็วันนี้
นิ้วเรียวเลื่อนไลน์เคาะพิมพ์รัวๆ ใส่ช่องแชทเพื่อปฏิเสธการเชิญ พัตราไม่อยากไปตามนัดเพราะเธอจบงานให้เขาแล้ว ไม่มีเหตุผลต้องพบกัน
“ดูซิ ล้อหล่อคนอะไรดูเพอร์เฟกต์ไปหมด”
“แกก็เห็นผู้ชายทุกคนหล่อหมดแหละ”
พัตราแกมหยอกยัยลิลลี่เห็นใครหน้าตาดีหน่อยก็ชมแบบนี้ทุกราย แล้วก็มโนมาเป็ผัวทิพย์ของตัวเองประจำ
“เขาหล่อจริงๆอ่ะแก”
เค้กไม่เคยชมใครง่ายๆมาก่อนถึงกับออกปากชมหนุ่มตาน้ำข้าวด้วยอีกคน ทั้งยังมีสีหน้าเพ้อฝันให้เห็นทำให้พัตราต้องเลื่อนสายตาไปมองโปรไฟล์ในอินสตาแกรมบนมือถือของลิลลี่อีกครั้ง
“ก็หล่อดีแต่มิลค์ปฏิเสธเขาไปแล้ว”
“ยัยมิลค์!!”
สองสาวหันมาเรียกชื่อเล่นของพัตราพร้อมกันเธอยักไหล่ ก็คนไม่อยากพบ ไม่อยากฝืนใจตัวเองถ่อสังขารไปตามนัดหรอก
“แกเคยบอกว่าเขาใจป้ำจ้างแกรีวิวสินค้าแกจะปฏิเสธลูกค้าของแกแบบนี้เลยเหรอ”
“ใช่ ยัยมิลค์ไม่แน่ครั้งนี้เขาอาจมีสินค้าตัวใหม่มาให้แกรีวิวให้ แกปฏิเสธแบบนี้ก็ชวดงานของเขาน่ะสิ”
“ก็มันไม่อยากเจอถ้าเขาจะจ้างงานคุยผ่านไลน์ก็ได้หนิ”
พัตราเอนหลังพิงโซฟาเลื่อนสายตาไปสนใจซีรีส์ต่อถ้าเ้าของแบรนด์อยากป้อนงานเธอจริง เขาคงพูดถึงสินค้าตัวใหม่แล้วแต่ในไลน์ไม่มีอะไรเกี่ยวกับงานนอกจากเชิญชวนเธอไปทานข้าวเพื่อฉลองได้ยอดขายหลักแสนกระปุกจากไลฟ์สดของเธอเมื่อตอนบ่ายเท่านั้น
“ั้แ่แกผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจแกก็เปลี่ยนไปราวกับคนละคน” เค้กคอยสังเกตนิสัยเพื่อนโดยตลอดพัตราแปลกไปจนผิดหูผิดตาจริงๆ ทั้งอาหารที่ชอบ ทั้งเื่ผู้ชาย และการแต่งตัวเมื่อก่อนพัตราชอบแต่งตัวเซอร์ๆ แต่ตอนนี้ดูแลตัวเองดีเสียจนกลายร่างเป็นางฟ้าสวยสะพรั่งอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“ใช่เนอะยัยเค้ก”ลิลลี่เสริมขึ้น “เมื่อก่อนแกบ้าผู้ชายยิ่งกว่าลิลลี่อีก ลิลลี่แค่มองแต่แกเดินเข้าหาขอเบอร์ ขอไลน์ แล้วดูตอนนี้สิ มีคนหล่อขนาดนี้มาอยู่ตรงหน้าแกยังเมิน เฮ้อ…”
ก็ไม่รู้สินะอารมณ์ที่อยากออกเดทกับใครมันไม่มี เธอก็เลยยังโสดอยู่นี่ไง แฟนสักคนก็ไม่มีเธอไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนเื่หาแฟนมาเป็ของตัวเองเสียหน่อย
“ระวังจะขึ้นคาน”
พัตราย่นจมูกใส่ลิลลี่ที่กำลังบ่นอุบอิบเป็โสดดีจะตาย ไม่ต้องคอยปวดหัวเื่แฟนเหมือนยัยเค้ก ที่คอยโทรตามจิกแฟนเช้าเย็นทั้งที่ยังไม่ได้ตบแต่งเธอเห็นแล้วยังระอาแทนเลย
“คานทองก็ดีเหมือนกัน”
“ดีตรงไหนยะทุกวันนี้ลิลลี่หาผัวไม่ได้ เครียดจะตายอยู่ละ”
เสียงไลน์เด้งขึ้นมาอีกครั้งพัตราหลุบตามองเห็นข้อความเข้า เป็เ้าของแบรนด์ โอ มิเนราล ออฟ เลิฟ คนเดิม
“ตื๊อชะมัด”
“เขาส่งมาว่าไง”
“เขาขอให้ไปให้ได้เอาไงดี”
“ก็ไปสิยะ หรือจะให้ลิลลี่ไปแทน”
“งั้นแกไปแทนมิลค์เลยดีไหม”
พัตราพูดทีเล่นทีจริงเงยหน้าขึ้นมองร่างท้วม เห็นลิลลี่ค้อนสายตาใส่เธออย่างงอนๆ
“เขาไม่ได้เชิญลิลลี่ย่ะเขาเชิญแก”