Love Again รีเทิร์นรัก พี่หมอ

    บทที่ 34 รับไม่ไหว

    ก๊อกๆ

    ฉันเงยหน้าขึ้น มองไปที่บานประตู ตอนนี้ความระแวงเข้าครอบงำไปหมด กลัวว่าหลังบานประตูนั้นจะเป็นคนที่ไม่ประสงค์ดีกับฉัน

    ก๊อกๆ

    “พี่เอง...”

    เสียงทุ้มตอบกลับมา เหมือนรู้ว่าฉันไม่กล้าขานรับหรือเปิดประตูให้เพราะอะไร ฉันเช็ดน้ำมูกน้ำตา ลุกไปเปิดประตูรับเขา

    แกร้ก

    “เขม” พี่ติณณ์เรียกทั้งเสียงสั่น แววตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

    “พี่มาทำไม”

    “พี่เป็นห่วงเขม อยากมาดูด้วยตาว่าเขมเข้าห้องปลอดภัยดี”

    เขาพูดแสดงความเป็นห่วง พลางก้มลงมองพวกกล่องพัสดุแปลกๆ ที่เต็มหน้าห้อง ไปจนถึงโน๊ตด่าหยาบที่ฉันยังเก็บไม่หมด

    “อื้ม เขมไม่เป็นอะไร พี่กลับไปเถอะ” ฉันโกหก แล้วหันหน้าหนี

    “ร้องไห้ตาบวมขนาดนี้ไม่เป็นได้ไง” พี่ติณณ์เอื้อมมาคว้าแขนฉัน

    “ไม่เป็นไรพี่ติณณ์ เขมอยู่ได้...”

    “แต่พี่อยู่ไม่ได้ พี่เป็นห่วงเขมจนไม่มีสมาธิทำอะไรเลย”

    “ตอนนี้เราควรห่างกันนะพี่ติณณ์”

    “พี่ไม่สน และพี่จะไม่ยอมให้เขมอยู่ที่นี่คนเดียวแน่”

               เขาแทบจะไม่ฟังคำพูดของฉัน เอาแต่ดึงดันจะลากฉันให้ออกจากห้องให้ได้ ด้วยแรงฉุดจากมือใหญ่ฉันเริ่มเจ็บที่ข้อแขน พยายามรั้งตัวเอง โดยการเกาะขอบประตูเอาไว้

    “พี่ติณณ์ปล่อยเขมก่อน อย่าลากเขมแบบนี้ เขมเจ็บ...”

    “ไปเถอะนะ กลับบ้านเรา” เขายังพยายามดึง จนฉันเริ่มโมโห

    ทั้งความเจ็บที่ร่างกาย และความเครียดที่สะสม ฉันสะบัดแขนหนี ตวาดเสียงดังใส่หน้าเขา

    “ไม่!!!”

    “....”

    “เขม ฮึก... เขม อยากอยู่ในมุมของเขม”

    “เขม อย่างอแง ให้พี่เครียดเรื่องเพญ่ากับเดียร์น่าก็พอแล้ว”

    “เราหยุดแค่นี้เถอะ”

    “!!”

    “พี่มีลูกที่น่ารัก มีเมียที่เพรียบพร้อม มีครอบครัวที่อบอุ่น เขมเป็นคนนอกอย่างที่เธอบอกจริงๆ นั่นแหละ และเขมเป็นแค่จุดด่างพร้อยในชีวิตพี่”

    “เขม พี่สู้เพื่อเขมนะ ทำไมเขมไม่อดทนและสู้ไปกับพี่บ้าง...”

    “พี่ก็รู้นี่ว่าเขมไม่ใช่คนที่ชอบอดทน” ฉันเงยมองหน้าเขาทั้งน้ำตา

    “...”

    “จริงๆ เรื่องของเราเป็นแค่อดีตไปนานแล้ว ปล่อยเขมไปเถอะนะ เป็นอิสระจากกันและกัน”

    “เขม…พี่รู้ว่าเขมเครียด พี่ก็เครียด เราทุกคนเครียด แต่อย่าเอาอารมณ์นั้นตัดสินใจแบบนี้เลยนะ” เขาพูดด้วยเสียงที่สั่น น้ำตาลูกผู้ชายไหลลงหน้าแก้ม

    “ขอร้องล่ะ … ฮึก เขมรับเรื่องพวกนี้ไม่ไหวจริงๆ”

    เราต่างคนต่างยืนร้องไห้ต่อหน้ากันและกัน ร่างสูงตัวสั่นสะอื้นไม่แพ้จากฉันเลย ฉันถอดแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของตัวเอง เอื้อมคว้าฝ่ามือใหญ่ วางแหวนลงบนฝ่ามือนั้นช้าๆ

    “เขมขอโทษ และขอบคุณสำหรับที่ผ่านมา…”

    “เขม... แค่มาเล่นกับความรู้สึกพี่อีกครั้งสินะ”

    เขากำแหวนวงนั้นไว้ หันตัวเดินออกไปช้าๆ ฉันรีบปิดประตูไม่อยากดูภาพแผ่นหลังของเขาที่ค่อยๆ จากไป ฉันทรุดตัวลงกับพื้น กอดเข่าร้องไห้อย่างไม่เหลือแรงจะทำอะไร

    ความกลัว ความเหงา ความหว่าเว้ และสารพัดปัญหากำลังถาโถมมาอย่างหนัก แม้กระทั่งวินาทีที่คนที่รักสุดหัวใจหันหลังให้ ฉันยังไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยื้อเขาไว้ด้วยซ้ำ

    ฉันเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในห้องมาหลายวันแล้ว มีเพียงมาม่าและน้ำดื่มเท่านั้นที่ฉันใช้ประทังชีวิต คนที่มาก่อกวนยังแวะเวียนมาเรื่อยๆ ทั้งเคาะสร้างความรำคาญ ถีบประตู ตะโกนด่า ฉันกอดเข่า ยกมือปิดหู หลับตาปี๋เพื่อหนีจากความกลัวนั้น

    ฉันไม่กล้าแม้แต่จะเปิดทีวีหรือดูโทรศัพท์ ทำได้เพียงเหม่อลอยและวิ่งไปหลบในห้องน้ำเวลามีคนมาเคาะประตู เพราะกลัวสักวันนึงจะมีคนบุกเข้ามา

    ก็อกๆๆ

    ฉันนั่งมองประตูด้วยความกลัว หัวหนักอึ้งจากความเครียด เนื้อตัวปวดไร้เรี่ยวแรง พยายามลากสังขารไปมองตาแมว พอเห็นว่าเป็นนิติคอนโด ฉันก็โล่งใจเปาะหนึ่ง แง้มประตูให้เธอ

    “นิติค่ะ… พอดีถูกร้องเรียนจากลูกบ้านหลายท่านว่าถูกแอนตี้ของคุณเขมก่อกวน นักข่าวมาดักรอแถวหน้าคอนโด บางคนแอบถ่ายหน้าคนในคอนโดไปลงโซเชี่ยว ทางเจ้าของตึกจะขอซื้อห้องคืนและรบกวนน้องเขมย้ายออกค่ะ”

    ฉึก

    ความเฮงซวยในชีวิต ยังไม่จบเพียงเท่านี้ เสียงร่ายยาวของนิติทำให้ฉันขาทรุดลงนั่งพับที่ขอบประตู คำพูดของเพญ่าถูกเล่นซ้ำย้ำเตือนให้ฉันรู้ตัว

    “.....แค่โทรกริ้งเดียว อนาคตคนๆ นั้นก็จะเปลี่ยน อยู่ที่ว่าฉันอยากให้มันรุ่ง หรือล่วง...”

    และตอนนี้ เธอสามารถทำให้อนาคตฉันล่วงได้แล้ว

    ...ฉันถูกไล่ออกจากงาน

    ...ถูกไล่ออกจากคอนโด

    ...ถูกสังคมประนามหน้า

    ...ผู้คนรุมเกลียด ด่าทอ ขมขู่ ทำร้าย

    หลังจากที่นิติจากไป ฉันเก็บของจำเป็นใส่เป้ พยายามแต่งกายมิดชิดปลอมตัวที่สุดเท่าที่จะทำได้ เดินลงทางบันไดหนีไฟ เพื่อหลบพวกแฟนคลับและนักข่าวที่มาดักรอหน้าตึก

    “โผล่มาซะทีนะ อีเมียน้อย!”

    อึก!!

    คล้ายกับเรื่องLove Again รีเทิร์นรัก พี่หมอ ที่คุณอ่าน