ตอนที่ 3 (7)
พวกผีที่รอดูอยู่ข้างๆ นั้นอ้าปากค้างจนกรามแทบร่วงลงไปบนพื้น ให้เติมน้ำแกงยายเมิ่งอีกชามอย่างนั้นหรือ มันอร่อยขนาดนั้นเลยหรือไง
นอกจากนี้ คนที่อ้าปากจนกรามค้างก็ยังมีพวกเพื่อนเล่นไพ่นกกระจอกทั้งห้าคนอยู่ด้วย ถึงพี่ไฉจะไม่ใช่นักชิม แต่น้ำซุปที่สามารถทำให้พี่ไฉที่ไม่ได้เป็นักชิมถึงกับเอ่ยปากขอเติมอีกชามได้ จะต้องอร่อยมากแน่นอน!
พอหร่วนจือหวนได้ยินพี่ไฉเรียกเขาว่า ‘น้องยายเมิ่ง’ ไม่ใช่คำว่า ‘เสียวหร่วนจือ’ เหมือนกับก่อนหน้า ภายในใจก็เกิดความเศร้าขึ้นมาเล็กน้อย แต่เขารู้ว่านี่เป็วัฏจักรที่ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ เขาค่อยๆ เผยรอยยิ้มที่เจิดจรัสออกมาพลางพูดว่า “ต้องขออภัยด้วยครับ น้ำแกงยายเมิ่งนั้นไม่สามารถเติมได้ คุณผู้ชาย ถึงเวลาแล้ว เชิญเข้าเขตกำเนิดใหม่ได้แล้วครับ หวังว่าครั้งหน้าผมจะได้ให้บริการคุณอีกนะครับ”
พี่ไฉหัวเราะฮ่าๆ ออกมา พลางเอ่ย “ตอนกลับมาฉันคงจะจำนายไม่ได้แล้วล่ะ น้องยายเมิ่ง! เอาละ ไว้เจอกันใหม่นะ!”
หร่วนจือหวนพยักหน้าเล็กน้อย พลางยิ้มขณะที่มองพี่ไฉเดินเข้าไปในเขตกำเนิดใหม่ และหลังจากนั้นเขาก็เบนสายตากลับมาด้านหน้าอีกครั้ง เหล่าเพื่อนเล่นไพ่นกกระจอกทั้งห้าตนของพี่ไฉ ต่างตั้งท่าเตรียมตัวที่จะสู้กันเพื่อแย่งชิงน้ำแกงยายเมิ่งรสซุปหอยลายที่เหลือแล้ว
“...” น้ำแกงยายเมิ่งที่เพื่อนร่วมงานของเขาต้มนั้นมันรสชาติแย่ขนาดไหนกันแน่นะ
หลังจากที่การต่อสู้อันดุเดือดจบลง ผีผู้หญิงที่เรียกพี่ไฉว่า ‘ไฉเกอเกอ’ เมื่อครู่นี้ได้กลายเป็ผู้ชนะที่รับสิทธิน้ำแกงชามนั้นไป เธอใช้สายตาของผู้ชนะมองพลางรับเอาน้ำแกงสีขาวจากหร่วนจือหวนมา จากนั้นก็ดื่มไปรวดเดียวจนหมดก่อนจะเข้าเขตกำเนิดใหม่ไปอย่างสบายใจ ประหนึ่งว่าเธอสามารถใช้ชีวิตกลับมาแล้วสามารถดื่มสิ่งนี้ได้อีกชามหนึ่งก็มิปาน
หลังจากที่หร่วนจือหวนส่งผีผู้หญิงที่ได้พบกันโดยบังเอิญจากไปแล้ว เขาก็หันกลับมามองผีทั้งสี่ตัวที่กำลังหายใจรวยรินอยู่ตรงนั้น
“พวกคุณอยากจะดื่มน้ำแกงยายเมิ่งสูตรปรกติแทนไหมครับ”
ทันทีที่เอ่ยวาจาแบบนี้ออกไป ผีทั้งสี่ตัวก็พลันส่ายหน้าทันทีราวกับพัดลมก็ไม่ปาน เพราะเกรงว่าหร่วนจือหวนจะบีบบังคับให้พวกเขาดื่มมันเข้าไปจริงๆ
“คือว่านะน้องหร่วน นายจะต้มซุปอีกทีเมื่อไหร่หรือ” ผีตัวหนึ่งที่อยู่ในบรรดาพวกเขาเอ่ยปากถาม ตอนนี้มันถูกดื่มไปหมดแล้ว ดังนั้นจึงทำได้แค่วางแผนไว้สำหรับอนาคตเท่านั้น
“น่าจะไม่มีแล้วละครับ” หร่วนจือหวนกล่าวสารภาพ เดิมทีเขาแค่หยิบยืมของส่วนรวมมาใช้ส่วนตัวเท่านั้นถึงทำให้ต้มออกมาได้ พูดไปแล้วตอนที่ต้มซุปครีมหอยลายนี้เขาก็ใช้เวลามากกว่าปรกติถึงสองเท่า นอกจากนี้ต้นทุนก็ไม่ได้ถูกอีกด้วย และถึงต่อให้เขายินยอมที่จะต้มให้อีกครั้ง แต่ต้าโจวต้องไม่ยอมรับปากแน่
“พี่ชาย พูดจริงเหรอ”
“จริงครับ” เมื่อหร่วนจือหวนเห็นว่าพวกเขาทำท่าที่จะพูดโน้มน้าวตัวเองอีกครั้ง ก็ตัดสินใจเอ่ยความจริงออกมา “การต้มซุปนี้เสียเวลามากเกินไป หากว่าน้ำแกงยายเมิ่งลดลงขึ้นมา มันก็จะรบกวนขั้นตอนการไปเกิดใหม่ได้ครับ”
เมื่อหร่วนจือหวนหยิบเอาเื่ ‘เกิดใหม่’ ขึ้นมาพูด ถึงภายในใจของพวกเขาจะไม่ยินยอม แต่ก็รู้ว่าไม่อาจขัดขวางเื่การเกิดใหม่ได้เช่นกัน ฉะนั้นจึงทำได้แค่ยอมหุบปากอย่างว่าง่ายเท่านั้น
ใครใช้ให้หร่วนจือหวนมีความสัมพันธ์อันดีกับพี่ไฉ แต่พวกเขาไม่มีกันล่ะ
เมื่อหร่วนจือหวนเห็นเงาร่างของผีทั้งสี่ตัวที่จากไปอย่างโดดเดี่ยว ภายในใจของเขาก็ผ่อนลมหายใจออกมา อันที่จริงแล้ว เขาหวาดกลัวมากว่าพวกเขาจะอาละวาดกันตรงที่แห่งนี้ แต่เื่ราวสามารถจบลงอย่างราบรื่นปลอดภัยก็นับว่าดีมากแล้ว
อย่างน้อยในวินาทีนี้ เขาก็มีความคิดเช่นนี้
ตอนกลับไปทำงานที่ห้องครัวในวันรุ่งขึ้น หร่วนจือหวนก็สังเกตเห็นเพื่อนร่วมงานที่อยู่โดยรอบคล้ายกับว่ากำลังแอบมองสำรวจเขาอยู่ สายตาของพวกเขาเผยประกายอยากที่จะซุบซิบออกมา ทว่ากลับไม่ได้มีแฝงเจตนาร้ายหรือสะใจในเคราะห์ของเขาเลย ซึ่งเขาก็สงสัยว่าคนพวกนี้กำลังมองตัวเองทำไม แต่เขากลับขี้ขลาดเกินกว่าจะกล้ายอมรับผลที่ตามมาได้ ดังนั้นเขาเลยแสร้งทำตัวเป็ไม่รู้ไม่ชี้และทำงานต่อไป
และในตอนเลิกงาน ต้าโจวก็เรียกเขาเอาไว้
“ยาหวน ไปที่ห้องทำงานกับฉันหน่อย”
หร่วนจือหวนถอนหายใจออกมา ลึกๆ แล้วเขารู้สึกทำนองว่า ‘ในที่สุดก็มาแล้ว’ แต่เขาเองก็รู้สึกไม่สงบใจเล็กน้อยเหมือนกัน แล้วยิ่งเื่ที่ทำให้ต้าโจวออกปากเรียกหาเขาเป็การส่วนตัวเช่นนี้ ตามสัญชาตญาณของเขาแล้วคิดว่าคงจะไม่ใช่เื่ดีเป็แน่
“ยาหวน พวกเรามาพูดกันอย่างตรงไปตรงมากันเถอะ เมื่อวานายเอาซุปตะวันตกนั่นให้ผีกินอย่างนั้นหรือ” ต้าโจวเองก็ไม่ได้เกรงใจเขา และเอ่ยปากอย่างตรงประเด็นทันทีที่เขานั่งลง
“ใช่ครับ น้ำแกงมีปัญหาอะไรหรือครับ” ภายในใจหร่วนจือหวนบิดเกร็งขึ้นมาทันที หรือว่าหลังจากที่พี่ไฉเข้าไปในเขตกำเนิดใหม่แล้วมีปัญหาอะไรอย่างนั้นหรือ
“ไม่ใช่ น้ำแกงไม่ได้มีปัญหาหรอก” ต้าโจวหยิบมือถือออกมา จากนั้นก็รีบหาภาพถ่ายรูปหนึ่งออกมาพลางพูด “ยาหวน นายรู้จักผีตัวนี้ไหม”
“เขาคือ...” หร่วนจือหวนแปลกใจเล็กน้อยที่บนหน้าจอมือถือมีภาพของผีในชุดจีนชาวฮั่นโบราณคนเมื่อวานอยู่ด้วย เขาจึงเอ่ย “ผมเจอเขาเมื่อวานครับ เขาบอกว่าเขาจะมาส่งเพื่อน”
“ยาหวน เขาเป็นักชิมที่ได้รับการยอมรับในนรก ขอเพียงเป็อาหารที่เขาเขียนบทความแนะนำ มันก็จะกลายเป็กระแสยอดนิยมในนรกอย่างรวดเร็ว” ต้าโจวถอนหายใจพลางเอ่ย “แต่น้ำซุปนั่นของนาย เขาดันเขียนบทความแนะนำอย่างบ้าคลั่งทั้งที่ยังไม่เคยกินมันเลยด้วยซ้ำ”
“เขาเป็นักชิมอย่างนั้นหรือครับ” ภาพที่อีกฝ่ายพยายามยื้อแย่งน้ำซุปถ้วยนั้นอย่างดุร้ายเมื่อวานนี้ยังคงหลงเหลืออยู่ในสมองของเขาอยู่เลย ซึ่งมันก็ยากที่จะให้หร่วนจือหวนจินตนาการอกว่าเขาก็คือผีที่เป็ผู้นำกระแสยอดฮิตในนรกไปได้
“ใช่แล้ว ตอนนี้ผีทั่วทั้งนรกกำลังตามหานายอยู่” ต้าโจวเอ่ยอย่างปวดหัว “ฉันกำชับผีตัวอื่นไว้แล้วว่าอย่าพูดจาไร้สาระ และไปเอ่ยปากไว้กับหัวหน้าของห้องครัวอื่นๆ แล้วด้วย แต่เพราะผีในบริษัทมีจำนวนมากมายถึงขนาดนั้น จะปิดปากผีทั้งหมดก็คงจะยากอยู่ดี”