ในความทรงจำของหลินเว่ยเว่ยนั้น สามีของนางศึกษาอยู่ในตัวอำเภอ กลับบ้านมาแค่ปีละ 2-3 ครั้ง เพราะต้องทำงานไปด้วย ทั้งยังส่งเงินกลับมาที่บ้านอีก
แต่แม่สามีกลับบอกว่าสามีนางไม่อยู่ช่วยทำงานไร่นา ทั้งยังผลาญเงินไปกับการเล่าเรียน นางต้องช่วยทำในส่วนของเขา ไม่งั้นจะไม่มีอาหารในส่วนของนาง
หลินเว่ยเว่ย ผู้ไม่เคยได้หยิบจับอันใด จึงขอร้องให้พี่ชายช่วยแบ่งข้าวของมาให้บ้าง เพราะเขาทำนาในที่ดินที่บิดามอบให้นาง โดยไม่จ่ายค่าเช่าสักอีแปะเดียว แต่ก็ถูกปฏิเสธ
นางจึงขายที่ดินเอาเงินมาไว้ใช้จ่ายเพราะไม่อยากทำนาช่วยบ้านสามี พี่ใหญ่โมโหนางมากจึงตัดขาดนาง
แม่สามีก็เอาแต่เหน็บแนมนาง ว่าสามีไม่ช่วยทำนา ผลาญเงินส่วนรวมไปเกือบหมด นางจึงนำเงินตัวเองมอบให้บ้านสามีในส่วนที่เขาใช้จ่ายไปกับการเล่าเรียน เพราะนางไม่อาจฟังคำพูดกระทบกระทั่งทุกวันได้
แต่หลังๆ มา ข้าวที่นางได้ก็น้อยลง จนเหลือแค่น้ำข้าวต้ม บางทีก็มีแต่ธัญพืชแข็งๆ แห้งๆ แทบบาดคอ กับผักดองเล็กน้อยเท่านั้น
นางจึงต้องช่วยที่บ้านสามีทำนา เพื่อไม่ให้ตนอดอยากไปกว่านี้ แต่เมื่อสามีกลับมาก็มีแต่คำบ่นด่า ว่าเขาส่งเงินมาเท่าไร ก็ไม่เพียงพอความ้าของนาง ทั้งยังเก็บเงินไว้คนเดียวปล่อยให้ครอบครัวเขาต้องอดอยาก
และก็...อื้ม สองคนนี้นี่
ความสัมพันธ์แบบไหนกัน ด่ากันขนาดนี้ยังจบลงบนเตียงได้
หลินเว่ยเว่ยยังไม่อธิบายอันใด เช้ามาเขาก็ไปเสียแล้ว ทั้งยังทิ้งเงินไว้จำนวนหนึ่ง
บ้านสามีจึงบอกนางว่า เขาต้องเดินทางไปสอบ ต้องใช้เงินจำนวนมาก ถ้าเขาได้เป็ขุนนางแล้ว เขาคงไม่้าหญิงบ้านนอกอย่างนาง
แต่ถ้านางเอาสินเดิมมาขายแล้วมอบให้เขาเดินทาง อาจเรียกได้ว่า มีความดีอยู่บ้าง นางอาจจะพอได้เป็อนุเขาต่อไปได้
นางไม่อยากเป็ม่ายจึงทำใจขายสินเดิมที่ตั้งใจเก็บไว้ ทั้งปิ่นหยก ที่ตาเฒ่าหลินผู้เป็บิดาตั้งใจมอบให้ และสมบัติอีกหลายอย่าง นางจึงแอบเก็บเงินไว้กับตัวแค่ไม่กี่ตำลึงเท่านั้น
แต่ไม่ถึงเดือน นางที่ทำงานหนักจนนอนป่วยก็โดนที่บ้านสามีไล่ออกจากบ้านไป เพราะนางแต่งมาหลายปีก็ยังไม่ตั้งครรภ์ และนางป๋ายแม่เลี้ยงสามี ยังเชิญเซียนตาบอดมาดูดวงให้ ก็พบว่าลูกสะใภ้อย่างนางเป็ตัวถ่วงความเจริญ
ลูกชายคนโตของบ้านเลยสอบไม่ติดขุนนางสักที
จึงให้คนเข็นนางใส่เกวียนและเอามาทิ้งที่บ้านเดิม
และลงเอยที่บ้านของนางเอกตามเื่
เพราะความร้ายกาจของนาง จึงทำให้หลายคนไม่สงสารเห็นใจที่นางเองก็ถูกกระทำเช่นกัน
...
เตียงที่หลินลี่ควรพักผ่อน กลายเป็หลินเว่ยเว่ยนอนพักเสียเอง ั้แ่รู้เื่นางก็เงียบไป พอได้นอนลงไปก็หลับไปเสียงั้น
หญิงสาวใช้มืออีกข้างที่ไม่เจ็บทำอาหาร ให้หลินฮวาช่วยอีกแรง
ที่บ้านไม่มีข้าวขาวแม้แต่น้อย มีเพียงข้าวฟ่าง 1 กระสอบ และ ผักดองอีกเล็กน้อย
นางจึงสั่งให้น้องรองหั่นหมูเป็ชิ้นเล็กๆ และให้อาซานเคี่ยวโจ๊กข้าวฟ่างจนนิ่ม และเอาเนื้อหมูใส่ลง
นางถอนหายใจเล็กน้อย แม้แต่เกลือก็ยังไม่มีหรือนี่
ข้าวฟ่างนั่นบอกตามตรง นางคิดว่ามันเป็เพียงอาหารนกเท่านั้น
อู๋หน่ายซินได้ถอนหายใจ เป็ครั้งที่สิบแล้วั้แ่มาอยู่ที่นี่
นางได้อ่านนิยายเื่หนึ่งที่ปู่นางผู้เคร่งครัด อนุญาตให้อ่านได้ ซึ่งนางไม่ค่อยอ่าน เพราะมันน่าเบื่อ จึงค่อยๆ อ่านวันละหน้าสองหน้า
นิยายเป็พันๆ ตอน นั่นไม่ค่อยน่าสนใจนัก นางไม่ได้อ่านั้แ่เด็กแล้ว
นางเป็แค่เด็กสาวธรรมดา ที่บ้านรวยเท่านั้น แต่เมื่อต้องเข้ามาอยู่ในนิยาย ก็น่าใไม่น้อย แต่เมื่อนอนคิดอยู่หลายนาที นางก็ทำใจได้ และยอมรับที่จะเป็หลินลี่ต่อไป อย่างน้อยก็ไม่ต้องชิงดีชิงเด่นเพื่อแย่งสมบัติกับคนอื่น
ทั้งยังเป็นางเอกของเื่ แม้จะดูลำบาก แต่นางเอกย่อมไม่ตายง่ายๆ อยู่แล้ว ในยุคโบราณ คนอย่างนางน่าจะอยู่ไม่ถึงสองวันก็คงอดตายแล้ว แต่พอเป็นางเอกอย่างนี้นางก็ใช้เพียงสัญชาตญาณ ก็คงมีชีวิตรอดแล้วมั้ง
ในวันที่ปู่นางเสียไป เขามอบเพียงร้านอาหารเก่าแก่เล็กๆ ร้านหนึ่งให้นาง ตอนแรกนางก็เสียใจไม่น้อยที่ไม่ได้สมบัติอย่างพี่น้องคนอื่น แต่เมื่อรู้ว่าพวกมันตามติดมาด้วย ก็อยากจะโขกศีรษะให้ท่านปู่สักสามที
ในร้านเก่าๆ มีอาหาร และวัตถุดิบหลายอย่าง แต่มีอย่างหนึ่งที่ไม่เข้าพวกที่สุดคือนิยายเล่มนั้น ที่ยังอ่านไม่จบ จึงอ่านมันให้จบๆ ไป
และก็โผล่มาที่นี่
ถ้ารู้อย่างนี้ไม่น่าอ่านผ่านๆ ก็ดี
หรือไม่น่าอ่านั้แ่แรกนะ