ตอนที่6 เรียนรู้การเป็เซียน
หลินเฟิงอ่านคัมภีร์การฝึกตนพื้นฐานในหมวดการใช้ชีวิตในฐานะผู้ฝึกตนชายหนุ่มทึ่งมากที่ผู้ฝึกตนสามารถปลดปล่อยลมปราณออกจากรูขุมขนในร่างกายพัดเอาสิ่งสกปรกออกได้เลยโดยไม่ต้องอาบน้ำไม่ต้องกินอาหารก็อยู่ได้หลายปี โดยดูดซึมเอาพลังจากอากาศรอบๆมาแทนพลังงานที่เสียไป
“ถึงว่าทำไมสำนักต่างๆในนิยายถึงไม่มีห้องน้ำเพราะผู้ฝึกตนไม่ต้องอาบน้ำหรือขับถ่ายนี่เอง” แม้อย่างนั้นชายหนุ่มก็ยังคิดถึงพล๊อตที่นางเอกลงไปว่ายน้ำในลำธารแล้วพระเอกมาเจอก่อนจะส่ายหน้า
“อืม แต่ผู้ฝึกตนนิยมกินเนื้อสัตว์อสูรเพราะเป็แหล่งพลังงานที่เข้มข้นกว่าอากาศจากการที่มันก็สะสมพลังปราณในร่างกายไว้มาก”หลินเฟิงถอนหายใจและคิดว่าถ้าไม่มีการกินอาหารเลยคงไม่มีฉากโรงเตี๊ยมที่พระเอกโดนหาเื่น่ะสิแล้วนั่งฝึกในถ้ำนานๆคงเบื่อแย่
“เดี๋ยวนะ ถ้าเนื้อสัตว์อสูรกินได้เพราะพลังงานมากแล้วเนื้อคนอ่ะ อี๋” ตอนนี้ชายหนุ่มคิดแล้วว่ามันต้องมีสำนักฝ่ายอธรรมสักแห่งที่คอยกินเืเนื้อของมนุษย์ด้วยกันอยู่แน่ๆ
หมวดต่อไปเป็การแบ่งขั้นของการฝึกตนได้แก่ ขั้นกายหยาบ ขั้นหลอมกระดูก ขั้นตันเถียน ทอง ขั้นรวมจิติญญา และขั้นวิถีเซียน แต่ละขั้นแบ่งเป็ระดับ1-9คนส่วนมากในโลกนี้เป็คนทั่วไปที่ฝึกปราณไม่ได้ คนที่ฝึกปราณได้ตามตำนานจะมีเส้นลมปราณและเืที่วิวัฒนาการมาจากสัตว์อสูรยุคาความแข็งแกร่งขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของเืและความหนาแน่นของเส้นลมปราณบางคนก็มีร่างกายที่พิเศษกว่าคนอื่นเช่น หลินเฟิงที่มีร่างมารเถาตี้ ความสามารถพิเศษของมันคือความตะกละและกระหายในพลังลมปราณในอากาศจะถูกดูดมาแปรเปลี่ยนเป็พลังมารแล้วที่น่าแปลกไปกว่านั้นคือในร่างกายของชายหนุ่มมีเส้นลมปราณ2แบบเส้นหนึ่งชายหนุ่มควบคุมได้ แต่อีกเส้นแม้ไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ชายหนุ่มก็ััถึงมันได้
“นี่คงเป็เส้นที่ควบคุมไอมาร รู้สึกจะเข้มข้นกว่าอีกเส้น คงจะอยู่ขั้นหลอมกระดูกขั้น9แต่เส้นที่แสดงพึ่งทะลุมาขั้นแรกอย่างไรก็ตามไม่มีลมปราณไหลในเส้นมารเพราะถูกผนึกอยู่มองไม่เห็นด้วย”
ชายหนุ่มอ่านต่อไปที่หมวดข้อห้ามของผู้ฝึกตนในนั้นก็ประกอบไปด้วยกฎที่สำนักต่างๆร่วมกันทำข้อตกลงไว้เหมือนสนธิสัญญาระหว่างประเทศ อันได้แก่ กฎทั่วไปเช่นห้ามลอกเลียนหรือเผยแพร่วิชาเฉพาะของสำนักเหมือนกฎหมายลิขสิทธิ์สำนักที่ถูกเลียนแบบสามารถเอาผิดได้ ห้ามผู้ฝึกตนฆ่าคนธรรมดาโดยไม่มีเหตุผลอันควรห้ามสำนักต่างๆรบกันในเขตเมือง สำนักทุกสำนักต้องลงทะเบียนแบ่งฝ่ายธรรมะละอธรรมหรือเป็บริษัทการค้าที่อาณาจักรที่สำนักตั้ง บลาๆ
หลินเฟิงอ่านผ่านๆเพราะไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ว่ากฎพวกนี้จะเอาอยู่ เพราะโลกเซียนสุดท้ายก็คุยกันด้วยกำปั้นอยู่ดี ไม่งั้นเราจะฝึกตนเป็เซียนไปเพื่อ?
เมื่ออ่านคัมภีร์ผู้ฝึกตนพื้นฐานเสร็จชายหนุ่มก็หันไปอ่านเล่มอื่นๆก่อนจะตาลุกวาวเพราะเป็คัมภีร์ภาพสอนกระบวนท่าหมัด กระบี่พื้นฐาน วิชาตัวเบารวมไปถึงการควบคุมไอมารที่ดูเป็คัมภีร์ต้องห้าม
ชายหนุ่มลองฝึกหมัดกระบี่ ซึ่งก็ดูเรียบง่ายขึ้นอยู่กับการพลิกแพลงเฉพาะตัวชายหนุ่มรู้สึกว่าร่างกายตนจดจำกระบวนท่าพื้นฐานเหล่านี้ไว้แล้ว เหมือนmusclesmemoryแค่ไหลเวียนลมปราณไปที่อวัยวะส่วนที่ใช้ในการออกท่าก็สำเร็จแล้ว
สิ่งที่ตื่นเต้นที่สุดสำหรับหลินเฟิงคงจะเป็วิชาตัวเบาชายหนุ่มสามารถวิ่งไต่กำแพงได้เพียงแค่ไหลเวียนลมปราณไปที่เท้าส่วนอื่นๆของชายหนุ่มดูจะเบาขึ้นและวิ่งเร็วขึ้นน่าเสียดายที่การขี่กระบี่ต้องใช้ลมปราณไปรวมที่กระบี่มากจนถึงขนาดยกทั้งตัวของชายหนุ่มได้จึงต้องอยู่ในขั้น ตันเถียนทองถึงจะมีลมปราณเพียงพอที่จะบินได้
ดังนั้น1 วันก่อนเข้ารับการทดสอบเป็ศิษย์ร่วมสำนักกระบี่เมฆาหลินเฟิงใช้เวลาส่วนใหญ่กับการฝึกกระบวนท่าหมัดและกระบี่ วิชาตัวเบา ในห้องพักตัวเองให้คุ้นชินส่วนการฝึกควบคุมไอมารก็เพียงจดจำไว้ใช้ในยามจำเป็ เพราะแม้เส้นลมปราณมารของเขายังถูกผนึกอยู่แต่หลินเฟิงรู้สึกว่าอนาคตมันต้องคลายออกอย่างแน่นอน
และแล้ววันนั้นก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วในที่สุดก็ถึงวันที่หนุ่มสาวในเมืองหลินอานก็มารวมกันที่ลานประลองประจำเมืองซึ่งเป็ที่จัดการคัดเลือกศิษย์สำนักกระบี่เมฆา