ดาวเหนือเองก็นิ่วหน้าให้กับคำว่า 'มาร' เขาเคยได้ยินคำเรียกนี้มาบ้าง แต่ยังไม่เคยพบเจอตัวจริงของมารพวกนั้นสักครั้งนอกเหนือจากการพบเจอตัวอย่างในการทดสอบผู้สมัครเป็ยมทูตซึ่งก็ไม่รู้ว่าเหมือนหรือต่างจากตัวจริงแค่ไหน
"เ้าพวกโง่เขลาเบาปัญญาดวงิญญานั้นเป็ของข้า จงส่งมันมาเพื่อแลกกับการที่เ้าจะได้มีชีวิตอันต่ำช้าต่อไป เร็ว!อย่าให้ข้าต้องพูดซ้ำ"
นั่นคือประโยคหยามเหยียดจากเ้าของแรงกดดันอันทรงพลังที่ดาวเหนือพบเจอในด่านทดสอบด่านสุดท้ายเขามองไม่เห็นว่าเ้าคนที่พูดหน้าตาเป็ยังไงเพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเป็แสงสว่างดวงกลมๆ เจิดจ้า ซึ่งถ้ามองดีๆเหมือนจะเป็แสงสีขาว แต่มองถ้าเพ่งมองชัดๆ อีกทีก็เหมือนจะมีหลายสีผสมๆ กัน
"นี่เป็ดวงิญญาที่ข้าต้องนำส่งไปพิจารณาโทษในนรกข้าคงให้ไม่ได้"ดาวเหนือจดจำได้แม่นยำถึงคำตอบที่ตัวเองพูดออกไปอย่างไม่ลังเลมันเป็ครั้งแรกที่เขาแทนตัวเองว่าข้าตามอีกฝ่ายและเขาก็ดันติดปากเอาสรรพนามนี้ไปใช้อยู่หลายครั้งอย่างตอนเจอเ้ามนุษย์ลวงโลกนั่น
"เ้ายมทูตโอหัง อวดดีถ้าอย่างนั้นก็ตายซะ!!" เสียงตอบกลับมาบ่งบอกอาการโกรธเกรี้ยวก่อนที่แรงปะทะอันหนักหน่วงจะฟาดลงมาที่เขาแบบไม่ทันให้ตั้งตัว
"เฮ้ย! จะฆ่ากันจริงดิ!?" หนุ่มน้อยร่างเล็กะโหลบทันเวลาทว่าก็ฉิวเฉียดเส้นยาแดงผ่าแปด ตาของเขามองพื้นดินใกล้ตัวที่มีหลุมยุบรูปมือรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เมื่อคิดว่าหากตัวเองโดนแรงปะทะนั่นเต็มๆจะเหลือเศษเนื้อเศษกระดูกไว้ให้ชุบชีวิตหรือเปล่า
"ด่านนี้จะเป็การทดสอบความสามารถในการต่อสู้ของเ้าซึ่งถ้าเ้าแพ้และถูกกำจัด หลังจบการทดสอบจะมีการชุบชีวิตเ้าขึ้นมารับทราบผลสอบของทั้ง3 ด่าน"
ประโยคบอกเล่าก่อนการเข้าทดสอบของผู้คุมฝึกทำเอาดาวเหนือกลืนน้ำลายลงคอด้วยความลำบากยากเย็นเขาอยากจะถอนตัวจากการสมัครเป็ยมทูตตอนนี้ ทว่าเมื่อหวนคิดถึงอนาคตในวันที่เขาจะได้เสนอหน้าไปรับดวงิญญาของเหล่าคนที่สมควรตาย มันก็ทำให้เขาฮึกเหิมจนหลวมตัวได้ไปยืนอยู่บนพื้นดินว่างเปล่าภายใต้ท้องฟ้าสีดำสนิทของห้องทดสอบสุดท้าย
"อาวุธก็ไม่มีพลังอะไรสักอย่างก็ไม่มี ใครจะไปชนะได้ฟะ!" เขาบ่นงึมงำก่อนจะชะงักไปกับความรู้สึกเสียวสันหลังวาบที่ผุดขึ้นมาอีก แน่นอนว่าไม่ทันที่เขาจะได้ตั้งตัวแรงปะทะอันหนักหน่วงรอบที่สองก็ฟาดลงมายังร่างบอบบางของดาวเหนือ
"เกือบได้ตายฟรีอีกรอบแล้วไหม"ดาวเหนือปาดเหงื่อ พลางหอบหายใจรัวๆ หลังะโหลบแรงปะทะนั่นได้หวุดหวิดแต่ไม่ทันที่เขาจะได้หยุดพักหายใจ... แม้สักเสี้ยววินาที
"ตาย! ตาย! ตาย!ตายไปซะ!!"
ทั้งความอาฆาตและความโกรธเกรี้ยวหลอมรวมกันเป็แรงกดดันมหาศาลยิ่งกว่าครั้งใด พร้อมๆกับที่มีมือขนาดั์มากมายฟาดลงมารัวๆ ก่อให้เกิดหลุมยุบรอบตัวจนยากแก่การหลบหลีก หลายครั้งที่ดาวเหนือกลิ้งลงไปในหลุมพวกนั้นแล้วจำต้องรีบปีนขึ้นจากหลุม เพื่อหนีแรงตบจากอีกฝ่ายนี่ถ้าเขาไม่เคยเป็นักวอลเลย์บอลโรงเรียนมาก่อนล่ะก็ คงจอดคาสนามไปแล้ว
โป๊ก!
ทว่าแม้จะหลบหลีกเก่งสักแค่ไหนสุดท้ายดาวเหนือก็ถูกต้อนไปจนมุมอยู่ตรงผนังห้องซึ่งเขาไม่มีแก่ใจจะวิเคราะห์หรอกว่า ไอ้ที่หัวเขาโขกเข้าไปนั้น... มันทำมาจากอะไร
"ใครจะอยากถูกตบตายฟะมันเจ็บนะเฟ้ย เกิดชุบขึ้นมาแล้วสภาพไม่เหมือนเดิม หน้าไหนจะรับผิดชอบ!"เขาทุบกำปั้นเข้ากับผนังที่ตัวเองยืนพิงอยู่ ไม่มีทางไหนให้ดาวเหนือหนีได้อีกแล้วอย่าบอกนะว่าเขาจะต้องมาเละเป็โจ๊กอยู่ตรงนี้
"ฉันจะไม่ยอมตายหรอกนะจะบอกให้ถ้าฉันได้เป็ยมทูตล่ะก็ แกได้เจอกับฉันแน่ ไอ้พวกมารฉันรับรองเลยว่าพวกแกจะไม่ได้ิญญาไปสักดวงเดียว!!"หมาจนตรอกอย่างดาวเหนือะโก้องประกาศา จู่ๆแรงมหาศาลที่กำลังจะฟาดลงมาก็สลายไป พร้อมๆ กับการเปิดออกของประตูห้องทดสอบ
"เก่งนี่เราน่ะ...สอบผ่าน!"
ราวกับเสียง์ที่ทำให้อารมณ์เดือดพล่านของดาวเหนือสงบลงได้ในทันทีและเ้าของคำพูดนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน... เธอคือนับเงิน
"ไม่มีเวลาฟิตร่างกายแล้วไปพักผ่อนซะ ก่อนเที่ยงคืนเจอกันที่เดิม"
เสียงของนับเงินปลุกดาวเหนือให้ตื่นจากภวังค์แห่งอดีตเรียกให้เขาหันไปมองหัวหน้ายมทูตสาวประจำโซนประเทศไทยที่กำลังเดินออกไป
"เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมนะพี่มั่นใจว่าพวกมารต้องมาแน่!" หญิงสาวย้ำอีกครั้งคำพูดของเธอทำให้ดาวเหนือรู้สึกฮึกเหิมตื่นเต้นที่จะได้เจอกับพวกมารตัวจริงเสียงจริงแม้ไม่รู้ว่าพวกมันจะเหมือนกันกับของตัวอย่างที่เขาเคยเจอหรือเปล่า
"ไง... เด็กใหม่เห็นว่ามีลุ้นจะได้เจอของแข็งเหรอ?" ใครคนหนึ่งร้องทักดาวเหนือเรียกให้เขาละสายตาจากรุ่นพี่สาว หันมามองเ้าของเสียงที่กำลังเดินเข้ามา
"อ่อ... คุณ... ไมเคิล"เขาเรียกชื่ออีกฝ่ายตามอย่างที่นับเงินเคยเรียก
"เรียนรู้ไวดีนี่สมคำร่ำลือ" เ้าของผมหยักศก ผิวขาว ผู้สวมแว่นดำ หมวกดำ สูทดำและมีงูตัวใหญ่พันหลวมๆ อยู่บนบ่าตบมือชมเชย
"ขอบคุณครับ"ยมทูตฝึกหัดหนุ่มน้อยยิ้มบางๆ ให้คนชม ก่อนจะถอยหลังไปก้าวหนึ่งเมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามาหยุดยืนในระยะประชิด ซึ่งใกล้จนเกินไป
"โทษที" ไมเคิลยิ้มมุมปากเมื่อเห็นอากัปกิริยาหวงพื้นที่ส่วนตัวของดาวเหนือ แล้วพูดต่อไปทั้งที่ยังคงยิ้มอยู่"เตรียมตัวเตรียมใจพร้อมแล้วสินะหัวหน้าบอกแล้วใช่ไหมเื่เหยื่อที่จะถึงฆาตคนถัดไป?"
"บอกแล้วครับ"ดาวเหนือเลือกตอบสั้นๆ เฉพาะคำถามที่ 2 เพราะไม่เห็นประโยชน์ในการตอบคำถามข้อแรก
"หัวหน้าบอกรึเปล่าว่าเหยื่อคนนั้นเป็ใคร?" ไมเคิลยังคงถามต่อไปอีกเหมือนไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายจะอยากตอบหรือไม่อยากตอบ
"ผมบอกไปว่าไม่อยากรู้ครับไม่ได้ให้ค่า" ดาวเหนือตอบยาวขึ้นแต่นั่นก็เพื่อตัดบทไม่ให้อีกฝ่ายตั้งคำถามอะไรต่อไปอีก
"โอเค้... งั้นก็โชคดีละกันนะเด็กใหม่"ไมเคิลตบไหล่ดาวเหนือสองสามทีก่อนจะเดินล้วงกระเป๋าจากไปในทิศทางเดียวกับที่นับเงินเดินไป
"ไปไหนดีล่ะ"ยมทูตฝึกหัดหนุ่มน้อยรอจนคนคนนั้นเดินลับสายตาไปจึงค่อยหันรีหันขวางมองหาที่ที่ตัวเองจะไปนั่งๆ นอนๆ รอเวลาเที่ยงคืน
และแล้ว... ดาวเหนือก็ตัดสินใจไปรอนับเงินอยู่ตรงจุดนัดหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดขึ้น
"ถ้าเวลาส่งดวงิญญาคลาดเคลื่อนความผิดพลาดแค่ 0.01 เปอร์เซ็นต์ อาจจะกลายเป็ 100 เปอร์เซ็นต์ก็ได้จำเอาไว้ให้ดี"
คำสอนของนับเงินยังคงดังอยู่ในหัวเขาเก็บคำพูดของเธอไว้ในหัวทุกคำทุกประโยคเพื่อให้ตัวเองทำหน้าที่ยมทูตในการส่งดวงิญญาครั้งแรกได้โดยปราศจากข้อผิดพลาด
"เห็นพวกผู้คุมบอกว่าเรามารอั้แ่สี่ทุ่มอะไรกัน... นี่กระตือรือร้นขนาดนั้นเลยเหรอ?"
ในที่สุดเวลานั้นก็มาถึงเสียงแซวของนับเงินดังเป็สัญญาณมาแต่ไกล ซึ่งดาวเหนือก็ได้แค่ยิ้มรับแต่ใช่ว่าหัวหน้ายมทูตสาวจะยอมจบคำแซวไว้แค่นี้
"จะไม่ถามหน่อยเหรอว่าทำไมพวกผู้คุมถึงรู้ว่าเราอยู่ตรงนี้?" เธอยิ้มกริ่มเหมือนอดทนรอที่จะแซวประโยคต่อไปไม่ไหว
"ทำไมเหรอครับ?" ดาวเหนือยิ้มเจื่อนๆพลางตั้งคำถามในสิ่งที่นับเงินอยากให้ถาม
"เค้าบอกว่าเราน่ะร้องเพลงเสียงดังมาก"
คำพูดของนับเงินทำเอาใบหน้าของดาวเหนือเปลี่ยนเป็สีเดียวกับเพลิงโลกันตร์ในนรกและหลังจากทิ้งทุ่นะเิไว้ให้ยมทูตฝึกหัดหนุ่มน้อยแล้วเธอก็ตัดบทด้วยการพาเขาวาร์ปขึ้นมายังโลกมนุษย์ ณสถานที่ที่เหยื่อคนถัดไปของเธอกำลังถูกฆาตกรรม!!
"นี่มัน... ในโรงแรมนี่ครับ?" ดาวเหนือถามขึ้นระหว่างที่มองสิ่งของรอบตัว ซึ่งสว่างไสวขึ้นท่ามกลางความมืดด้านนอกอาคารด้วยแสงไฟจากโคมกลมๆ สองดวงตรงผนังหัวเตียง
เขามองกระเป๋าเดินทางแบบล้อเลื่อน...โต๊ะไม้สำหรับเขียนหนังสือ... โซฟาผ้าสีครีมนุ่มๆ สำหรับสองคน ไล่มาที่เตียงคิงไซส์ซึ่งมีเงาของคนสองคน คนหนึ่งนั่ง และอีกคนหนึ่ง... กำลังนอนชักเกร็ง!!
"นั่นเหรอครับ...เหยื่อของรุ่นพี่" ดาวเหนือกระซิบถามนับเงินทั้งที่เขาไม่จำเป็ต้องทำแบบนั้นก็ได้เพราะในที่นี้คงไม่มีใครได้ยินในสิ่งที่ยมทูตผู้มารอรับเหยื่อกำลังเอื้อนเอ่ย
"ใช่... นั่นล่ะ"นับเงินตอบ ขณะที่ยังคงยืนกอดอกจ้องมองคนสองคนบนเตียงตาไม่กะพริบพลอยให้ดาวเหนือต้องจับจ้องคนทั้งคู่ตามไปด้วย และนั่นก็ทำให้เขามองเห็นว่าคนคนนั้นกำลังถูกฆาตกรรมด้วยการฉีดยา!!
"เป็ยังไงล่ะต้องมาเป็คนที่ถูกฉีดยาห่วยๆ ของแกหลายๆ เข็มบ้าง รู้สึกดีไหม... ตาแก่!!"
เสียงที่ดังขึ้นทำลายความเงียบเป็ของเ้าของนิ้วมือเรียวยาวที่กำลังใช้เข็มฉีดยา ฉีดอะไรบางอย่างเข้าไปในร่างกายของชายผมขาววัย70 ซึ่งนอนชักเกร็งอยู่บนเตียง... เข็มแล้วเข็มเล่า
"ตาลุงนั่น... หน้าคุ้นๆนะครับ... เหมือนผมจะรู้จักเลย" ดาวเหนือทำท่าครุ่นคิดอย่างหนักจนนับเงินนึกหมั่นไส้ในความแกล้งไม่รู้ของเขา
"หนึ่งในทีมคิดค้นวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันตัวใหม่ที่มีคนบริสุทธิ์เป็หนูทดลองหลายแสนคน"หญิงสาวพูดพลางจ้องมองไปยังร่างชักเกร็งนั้น
น่าแปลก...ที่สายตาว่างเปล่าของทุกครั้ง กลับปรากฏร่องรอยแห่งความสะใจวูบหนึ่งก่อนที่มันจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว
"แต่ในข่าวเค้าว่ามีคนตายแค่หลักร้อยเองนี่ครับ" ดาวเหนือยังคงปั้นหน้าซื่อต่อไปทั้งที่ตัวเองก็พอจะได้ยินเื่นี้มาบ้างเมื่อสมัยยังมีลมหายใจและร่างเนื้ออยู่บนโลกมนุษย์
"เราจะเลือกเชื่อข่าวงั้นสิ?" นับเงินถามยิ้มๆและมันก็ช่างเป็รอยยิ้มที่เย้ยหยันเหมือนอยากจะสื่อมันไปให้ถึงต้นตอเฟคนิวส์น่าอายนั่นซะเหลือเกิน
"ผมก็ต้องเลือกเชื่อคนวงในอย่างรุ่นพี่สิครับ"ดาวเหนือตอบ โดยที่ยังคงจับจ้องไปที่ร่างของผู้เคราะห์ร้าย ชนิดตาไม่กะพริบคล้ายไม่อยากพลาดวาระสุดท้ายของอีกฝ่ายแม้เพียงเสี้ยววินาที
กึก... กึก... กึก...
เสียงฟันกระทบกันอันเกิดจากการชักเกร็งบริเวณใบหน้าของชายชราดังอยู่ท่ามกลางความเงียบของราตรี สลับกับเสียงฉีกห่อวัคซีน... ห่อแล้วห่อเล่า และเสียงเข็มฉีดยาที่ถูกปักลงบนแขนขา รวมไปถึงร่างกายเหี่ยวย่นทุกๆ ส่วนซึ่งโผล่พ้นเสื้อผ้าออกมา...เข็มแล้วเข็มเล่า โดยที่หญิงสาวไม่คิดจะดึงมันออกแม้ว่าวัคซีนภายในหลอดจะซึมเข้าสู่เส้นเืและิัไปจนหมดแล้วก็ตาม
"แกจะต้องชดใช้...ที่ทำให้พ่อฉัน แม่ฉัน กับน้องชายฉัน... ต้องตาย"
น้ำเสียงนั้นสั่นสะท้านตรงข้ามกับมือเรียวบางที่ปักเข็มฉีดยาลงบนผิวเนื้อเหี่ยวย่นอย่างบ้าคลั่งเธอไม่สนใจหรอกว่าวัคซีนนรกนั่นจะเข้าไปในเส้นเืหรือกล้ามเนื้อขอแค่มันเข้าไปในร่างกายตาแก่คนที่ฆ่าครอบครัวของเธอก็พอ!!
"อึดจังนะครับ... โดนฉีดวัคซีนไปขนาดนั้นยังไม่ตายของเค้าดีจริงๆ น่าจะสร้างภูมิคุ้มกันได้หลายขุม"ดาวเหนือรีบวาร์ปตามนับเงินไปยืนอยู่ข้างเตียง ผิดจากหลายๆเคสก่อนหน้าที่เขาพยายามอยู่ห่างจากเหยื่อของเธอมากถึงมากที่สุดเพราะไม่อยากให้ภาพคนตายติดตา
"หึ...คงอย่างนั้นล่ะมั้ง" นับเงินหัวเราะในลำคอ เธอยังไม่เรียกเครื่องบันทึกออกมาเพราะอีกพักใหญ่ดวงิญญาของชายแก่จึงจะออกจากร่าง
เฮือก... เฮือก...
เสียงแปลกปลอมอย่างอื่นจากร่างชักเกร็งบนเตียงเริ่มดังประสานกับเสียงกระทบกันของฟัน มันคือเสียงจากความผิดปกติของระบบหายใจขณะที่บนิัทั่วร่างของชายชราในชุดนอนแบบพิจามัสลายเส้นตรงแนวตั้งสีเทาเริ่มมีเหงื่อผุดขึ้น พร้อมๆ กันกับที่มีผื่นสีแดงเป็ตุ่มเล็กๆ ปรากฏขึ้นจางๆ
"อยากพูดอะไรนะ พอแล้วงั้นเหรอยัง... ยังไม่พอหรอกตาแก่... ฉันซื้อวัคซีนของแกผ่านตลาดมืดมาเยอะนี่ยังฉีดได้ไม่ถึงครึ่งเลย" เธอคนนั้นหัวเราะปิดท้ายอย่างบ้าคลั่งก่อนจะปักเข็มฉีดยาหลอดสุดท้ายในมือลงบนคอของชายชราที่เวลานี้กำลังนอนปากเบี้ยวั์ตาเบิกกว้างอยู่ตรงหน้าเธอ
"ฉันซื้อมาเท่าไหร่น่ะเหรอ...ก็แค่พันเดียวเอง อ้อ... ฉันหมายถึงวัคซีนพันเข็มน่ะไม่ใช่ค่าวัคซีนต้นทุนต่ำนั่นหรอก"
มือเรียวบางคว้ากระเป๋าหนังแบบสะพายข้างใบเขื่องที่วางบนพื้นขึ้นมาเปิดก่อนจะเทวัคซีนที่เหลือออกมากองบนเตียงเตรียมฉีดเข้าร่างชายชราต่อเนื่องเหมือนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
"รุ่นพี่ได้ยินคุณลุงแกพูดอะไรไหมครับทำไมผมไม่เห็นได้ยินอะไรเลย" ดาวเหนืออดตั้งคำถามไม่ได้หลังจากที่เห็นฆาตกรสาวถามตอบอยู่คนเดียวมาั้แ่เมื่อครู่
"คงพูดอะไรไม่ได้แล้วล่ะใกล้ถึงเวลาแล้ว" นับเงินตอบคำถามของดาวเหนือก่อนจะเรียกเครื่องบันทึกภาพรูปลูกตาออกมาถือไว้ ทว่าตอนนั้นเอง...
"รุ่นพี่ครับมีบางอย่างกำลังมา"
เสียงเตือนของดาวเหนือทำให้นับเงินหยุดการกระทำทุกอย่างของตัวเองเปลี่ยนเป็ยืนนิ่งจับััแปลกปลอมที่พุ่งเข้ามาอวดร่างในชุดสูทขาวอยู่ด้านนอกหน้าต่างห้องบนชั้น17 ของโรงแรมแห่งนี้
"หยุดเดี๋ยวนี้นะเ้าพวกยมทูตต่ำช้า!!"ชายในชุดสูทขาววาร์ปหายจากด้านนอกหน้าต่าง เข้ามาภายในห้องพักที่ทั้งดาวเหนือนับเงิน และฆาตกรสาวกับเหยื่อของเธอแออัดกันอยู่พร้อมกับเปล่งแสงสีรุ้งสว่างไปทั่วห้อง จนดาวเหนือถึงกับต้องหยีตามองผู้มาเยือน
"หึ... มาจนได้นะ"นับเงินดึงปากกาสีดำที่เหน็บอยู่ด้านในเสื้อสูทของเธอออกมาและเปลี่ยนให้มันกลายเป็เคียวสีดำขนาดใหญ่เกือบเท่าร่างบางของเธอสองมือกระชับด้ามเคียวตั้งท่าเตรียมต่อสู้ เพื่อแย่งชิงดวงิญญาเต็มที่
"ถอยไปดีกว่าน่าคุณหัวหน้ายมทูตผมไม่อยากจะทำร้ายผู้หญิงหรอกนะ"ชายร่างสูงในชุดสูทขาวเสมือนพึ่งออกจากโรงงาน และยังไม่ผ่านการซักพูดราวกับรู้จักมักจี่หญิงสาวเป็อย่างดี
"เสียใจด้วยนะฉันมันเป็พวกชอบทำร้ายผู้ชายซะด้วยสิ" นับเงินตอบพลางกลั้วหัวเราะตรงข้ามกับแววตาของเธอที่ดูยังไงก็ไม่ได้เจือความขบขันไว้แม้แต่นิดเดียว
"งั้นก็อย่ามาบีบน้ำตาอ้อนวอนขอิญญาของพวกเราคืนก็แล้วกัน!" อีกฝ่ายไม่พูดเปล่าแต่กางแขนขวาเรียกหอกสีขาวฝังเพชรคู่กายมาเตรียมพร้อมไว้ในมือด้วยเช่นกัน
"ดาวเหนือ! ดูเหยื่อไว้อย่าให้คลาดสายตา" นับเงินสั่งยมทูตหนุ่มรุ่นน้องเสียงเข้มตาจ้องเขม็งไปที่มารสูทขาว ซึ่งส่งเสียงโวยวายสวนขึ้นมาทันทีที่ได้ยินคำพูดของเธอ
"พวกเ้ามันต่ำช้าจริงๆกล้าเรียกดวงิญญาชั้นสูงเหล่านี้ว่าเหยื่อได้อย่างไรซ้ำยังพาพวกเขาไปกักขังทรมาน ไร้อารยะ"
คำพูดของคนสูทขาวทำเอาดาวเหนือถึงกับย่นหน้านี่หรือพวกมารที่เหล่ายมทูตกล่าวขวัญถึงว่าหลงตัวเองมั่นหน้าว่าพวกตนเป็ชนชั้นอารยะที่ใฝ่ในธรรม และเจริญกว่าเหล่าทวยเทพบนสรวง์
"คนชั่วย่อมต้องได้รับโทษ มันก็ถูกแล้ว"นับเงินตอบเสียงโวยวายแบบสั้น กระชับ ได้ใจความ แต่ทำเอาคนฟังเป็เดือดเป็ร้อนราวกับถูกไฟนรกโลกันตร์แผดเผาทั่วร่าง
"แก...บังอาจใส่ความดวงิญญาอันสูงส่งของพวกเรา ข้าไม่มีวันให้อภัยเด็ดขาด!วันนี้คือวาระสุดท้ายของแก!" ชายในชุดสูทขาวกระชับหอกด้วยมือข้างเดียวก่อนจะพุ่งเข้าใส่นับเงินทันทีใบหน้าของเขาแดงก่ำราวกับกำลังโกรธแค้นในสิ่งที่เธอพูด... ทั้งที่นั่นคือความจริง
"ก็เห็นพูดแบบนี้ทุกที"
ยิ่งได้ยินคำเย้ยหยันของนับเงินเขาก็ยิ่งโกรธเกรี้ยว เปลี่ยนมาจับหอกด้วยสองมือ ตั้งท่าจะพุ่งหลาวทะลวงร่างของเธอให้มลายหายเป็อากาศธาตุหมดสิ้นเสี้ยนหนามในสามวิ
เคร้ง!!
นับเงินตวัดด้ามเคียวฟาดใส่ด้ามหอกแล้วตีลังกากลับหลังข้ามหัวชายสูทขาวไปยืนอยู่ด้านหลัง หญิงสาวใช้คมเคียวจ่อคออีกฝ่ายไว้พร้อมกับร้องสั่งคู่หูของเธอ
"เ้านิล!ซัพพอร์ทดาวเหนือด้วย"
สิ้นเสียงสั่งการ เ้าของชื่อก็เลื้อยออกมาจากแขนเสื้อสูทของนับเงินปากคาบเครื่องบันทึกภาพรูปลูกตาเลื้อยแหวกอากาศเข้ามาพันแขนขวาของดาวเหนือเอาไว้
"ข้าไม่ยอมให้พวกแกทำแบบนั้นแน่!ข้าจะไม่ยอมให้พวกแกพาท่านผู้นั้นไปทรมานเด็ดขาด ปล่อยข้า!!"
เสียงโวยวายของคนสูทขาวเรียกให้ดาวเหนือหันไปมองเ้าของเสียงซึ่งเวลานี้กำลังพยายามดิ้นรนที่จะพาตัวเองไปให้ถึงเตียงของ'ท่านผู้นั้น' จนเืสีดำไหลซึมออกมาจากแผลบริเวณคอที่ถูกคมเคียวบาด
"เร็วเข้าดาวเหนือได้เวลาแล้ว!" นับเงินสั่งซ้ำเสียงเข้มเมื่อเห็นยมทูตฝึกหัดหนุ่มน้อยยังหันรีหันขวางเก้ๆ กังๆ ทำอะไรไม่ถูก
"เอ่อ... ครับๆ นายยัง แชปแมนโอเวอร์โดสวัคซีนเสียชีวิต... คอนเฟิร์มเคส"หนุ่มน้อยเลียนแบบคำพูดและท่าทางของรุ่นพี่สาวทว่าเมื่อเห็นดวงิญญาชายชราลุกจากร่างขึ้นมานั่งกุมหัวใจเขาก็กลับมายืนงงในดงวัคซีนเหมือนเดิม
ฟ่อออออ!
เ้านิลชำเลืองมองดาวเหนือนิดหนึ่งมันส่งเสียงคล้ายขัดใจในความเชื่องช้าของเขา แล้วพุ่งตัวไปรัดคอดวงิญญาชายชราไว้จนอีกฝ่ายถึงกับร้องลั่น
"โอ๊ย!! ชะ... ชะ...ช่วยด้วย... นี่มานอาไรอีกเนี่ย แกมาบีบคอช้านทำไม ขะ... ขะ...แค่นี้ช้านก็จะขาดใจตายยูแล้ว"
ยิ่งชายชราร้องโวยวาย เ้างูก็ยิ่งรัดคอเขาแน่นขึ้นราวกับมีความแค้นส่วนตัวกันมาก่อนทำเอาดาวเหนือจำต้องรีบพาทั้งสองวาร์ปไปยังปากทางเข้านรก ก่อนที่นายยังจะเสียชีวิตรอบสองเพราะถูกงูรัดคอจนขาดอากาศหายใจ
"ฝากด้วยนะครับขอบคุณครับ" ยมทูตฝึกหัดดาวเหนือส่งตัวชายชราให้ผู้คุมสูทแดง พลางถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดจนภารกิจสำคัญล่ม
ฟ่อ... ฟ่อ...
เสียงเ้านิลแลบลิ้นแปล่บๆดังอยู่ข้างหูดาวเหนือเรียกสติหนุ่มน้อยให้หวนคิดถึงหัวหน้ายมทูตสาวซึ่งไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็ตายร้ายดีอย่างไรบ้างแต่ถ้าให้เขาเดาล่ะก็... เธอคงเอาชนะมารบ้าเืนั่นได้สบายๆ อยู่แล้วยกเว้นเสียแต่ว่า...
ฟ่ออออออ...
เสียงของเ้านิลดังขึ้นอีกมิหนำซ้ำมันยังเลื้อยพาดบ่ามาตั้งท่าจะรัดคอดาวเหนืออีกด้วย!!
"โอเคๆ ไปแล้วๆจะไปเดี๋ยวนี้แหละ!!" ดาวเหนือบอกมันแล้วรีบวาร์ปพาตัวเองกับเ้างูกลับขึ้นมาบนโลกมนุษย์ ภายในห้องพักชั้น 17ของโรงแรมหรู 5 ดาวอีกครั้ง
และนั่นทำให้ดาวเหนือพบว่า...มีพวกมารสูทขาวเพิ่มขึ้นมาอีกนับสิบตน แสงสว่างสีรุ้งของพวกมันเจิดจ้าไปทั่วทั้งห้องจนเขาแทบมองไม่เห็นสิ่งต่างๆรอบตัวหรือแม้แต่หัวหน้ายมทูตสาว ตรงข้ามกับเ้านิลที่เคยชินกับแสงสว่างทุกชนิดต่างจากงูธรรมดาทั่วไปบนโลก
ฟ่อออออ...!!
มันพุ่งตัวออกจากไหล่ของดาวเหนือพร้อมกับพ่นพิษใส่เหล่ามารตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว จนพวกมันวาร์ปหลบกันพัลวันนั่นเองที่ทำให้ดาวเหนือสังเกตเห็นใครคนหนึ่งที่นอนทรุดอยู่กับพื้นตรงนั้น
"รุ่นพี่!!"