ผมมี APP จากดาวโลก

    แจกข้าวผัดกุ้ง

    แจกข้าวผัดกุ้ง

             เพเนียสเดินต่อเข้าไปยังห้องพักรวมเปิดประตูเข้าไปยังคงดูวุ่นวายอยู่เช่นเดิมไม่ต่างจากที่เขามาถึงเมื่อเช้า  ตอนนี้เพวิสนั่งคุยอยู่กับทีมงานคนหนึ่งซึ่งเรื่องก็ไม่พ้นเรื่องนั้นนั่นแหละ

    “พี่เพวิส เอ่อผมไม่ได้มารบกวนเวลาใช่ไหม” ตอนแรกเพเนียสก็สองจิตสองใจจะเดินเข้าไปเลยไหมหรือจะรอให้ทั้งคู่คุยกันจบก่อนแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินเข้าไปแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ตัวข้างพี่ชายพร้อมก้มหัวให้คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพี่ชายเล็กน้อยเป็นการทักทายและรวบขออนุญาตด้วย

    “ไม่รบกวนหรอกพี่นอสเป็นฝ่ายดูแลเรื่องเสื้อผ้าน่ะ พี่นอสครับ นี่เพเนียสน้องชายผมครับ”

    “สวัสดีครับพี่นอส”

    “สวัสดีครับน้องเพเนียสถืออะไรมาด้วยเยอะแยะครับเนี่ย”ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งผิวขาวใสเอ่ยทักทายออกมาพร้อมรอยยิ้มไม่ได้มีอาการไม่พอใจที่เขาเข้ามาขัดตอนที่กำลังคุยงานอยู่แต่อย่างใดจริงๆเพวิสได้ทดลองชุดจากโปรแกรมภาพโฮโลแกรมไปแล้วแต่ตอนนี้กำลังนั่งเลือกอีกทีก็เท่านั้น เพราะดูเหมือนมีหลายชุดที่เข้ากับเขาได้ดีเลยให้เจ้าตัวตัดสินใจเองอีกที

    “อ้อข้าวเย็นครับ ผมทำมาให้พี่เพวิสน่ะครับ เลยถือโอกาสทำมาเผื่อคนอื่นๆด้วย ถ้าพี่นอสยังไม่กินข้าวเย็นช่วยรับไปสักกล่องด้วยนะครับวันนี้ผมทำข้าวผัดกุ้งมา รับรองความอร่อยเลย” เพเนียสว่าก่อนจะชูถุงอาหารขึ้นให้ดูอีกทีแล้ววางลงข้างตัวโดยมีพี่ชายช่วยอีกแรง

    “อาถ้าอย่างงั้นก็ขอบใจล่วงหน้าเลยก็แล้วกันนะครับ” นอสเอ่ยพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ แต่ในหัวยังงงๆอยู่ข้าวผัด? คือชื่อของอาหารปรุงประกอบใช่ไหมนะเอามาเยอะขนาดนี้เลยหรือ หมดนี่คือมากกว่าค่าตัวขึ้นแสดงของเพวิสแล้วไหม

    “เรามาคุยกันต่อเถอะครับพี่นอสพี่จะได้ไปพักด้วย เห็นว่าต้องจัดการเรื่องชุดอีกหลายคน” เพวิสว่าขึ้นก่อนจะชวนอีกคนให้เข้าเรื่องงานต่อ จริงๆนอสก็ไม่ได้ดูแลแค่เรื่องชุดหรอกยังรวมไปถึงโชว์ของศิลปินบางคนด้วยถึงแม้ศิลปินส่วนใหญ่จะจัดการตัวเองเตรียมตัวเตรียมโชว์มาพร้อมแล้วแต่ก็ยังมีนักร้องมือใหม่ที่ไร้สังกัดแบบเพวิสอีกสามสี่คนที่ไม่ได้มีมืออาชีพจัดการให้ดังนั้นแล้วเรื่องพวกนี้ทางผู้จัดงานเลยต้องส่งคนเข้ามาจัดการให้เรียบร้อยเพื่อที่การแสดงตลอดทั้งงานจะออกมาดีที่สุด (แต่ละวันมีการแสดงอยู่ที่ 6ชม. เริ่มตั้งแต่ 16.00-22.00 น.)

     

             ข้าวกล่องนอกจากหญิงสาวพนักงานต้อนรับและนอสที่ได้รับไปหลังจากนั้นคนอื่นที่แวะทักทายเพวิสบ้างก็กลับออกไปพร้อมข้าวคนละกล่องพร้อมกับเพวิสที่นำไปมอบให้กับคุณผู้ดูแลงานที่เขาเจอกันเมื่อตอนเช้าที่มีลุกไปดูหน้างานตอนซ้อมของทุกคนอย่างจริงจังเขาก็เอาข้าวผัดกุ้งไปให้พวกเขาไว้อีกสี่กล่องอย่างหวาดๆเล็กน้อยเพราะเขาเป็นเพียงนักร้องไร้ชื่อเสียงคนหนึ่ง จะเอาข้าวไปให้คนที่มีหน้าที่ตำแหน่งที่สูงกว่าจะเป็นการดูถูกอีกฝ่ายหรือไม่แต่ก็คิดเอาไว้ว่าน้องชายทำมาตั้งเยอะ ก็ให้คนอื่นที่ทำงานหนักได้กินเถอะส่วนเขาเหลือไว้กินเองแค่สองกล่อง กับน้องชายอีกกล่องก็พอ

     

    “โอ้กำลังกินข้าวกันอยู่เหรอครับเนี่ย ผมไม่ได้มารบกวนเวลาส่วนตัวใช่ไหม”ห้องส่วนตัวขนาดย่อมที่แยกออกมาจากห้องรวมศิลปินถูกคนทั้งสองที่เป็นหัวหอกควบคุมการจัดงานเข้ามาใช้งานอย่างเป็นส่วนตัวในเวลาพักเช่นนี้ ทั้งสองเลยได้เปิดข้าวกล่องที่เพวิสนักร้องหน้าใหม่เอามาให้กินอย่างเอร็ดอร่อยพวกเขาเองยังไม่ได้กินอาหารปรุงประกอบทุกมื้อเลยแต่นี่นักร้องหน้าใหม่นั่นถึงขนาดมีมาแจกคนอื่นตั้งเป็นสิบๆกล่อง ถ้ารวยขนาดนั้นแล้วจะมาเป็นนักร้องให้เหนื่อยทำไมนอนดูตัวเลขในบัญชีที่วิ่งเพิ่มขึ้นไม่ดีกว่าหรือ กลับมาที่คนตรงหน้านี้ก่อนคนที่เปิดประตูเข้ามาใหม่ เป็นชายหนุ่มอายุไม่เกิน 40 หนึ่งในผู้สนับสนุนการจัดงานของพวกเขานั่นเอง  (เทียบกับดาวโลก ก็อายุ 23 ปี)

    “อาคุณคีเฟอร์นั่นเอง เชิญนั่งก่อนค่ะ ไม่คิดว่าคุณจะมาดูงานด้วยตัวเองนะคะเนี่ย”ฝ่ายหญิงที่ชื่อเอ็มม่า กินข้าวไปได้ไม่ถึงครึ่งกล่องรีบวางอาหารลงทันทีแล้วลุกขึ้นไปต้อนรับผู้ที่เข้ามาใหม่ ส่วนชายอีกคนอย่างดันเต้ที่กำลังกินข้าวอยู่ถึงจะไม่ได้ลุกตามเธอ แต่เขาก็วางมือจากช้อนตักข้าวไว้ก่อนแล้วหันไปพยักหน้าทักทายชายหนุ่มเล็กน้อยอย่างให้ความสำคัญอยู่เช่นกัน

    “พอดีขับยานผ่านมาทางนี้น่ะครับเลยแวะมาดูงานซะหน่อย” ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าคีเฟอร์ตอบออกไปพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ

    “เช่นนี้นี่เองคุณคีเฟอร์อยากจะดูความเรียบร้อยของงานก่อนไหมคะ ฉันจะได้พาไปดูตอนนี้ทุกอย่างเตรียมไว้พร้อมหมดแล้วค่ะ วิดีโอโฮโลแกรมของแต่ละการแสดงก็เรียบร้อยดีไม่มีปัญหาเรื่องเสียงก็ออกมาดีแน่นอน รับรองสู้กับผู้จัดงานอีกสองวันได้แน่ค่ะ”เธอยังคงสรุปงานออกมาให้หนึ่งในผู้สนับสนุนงานครั้งนี้ฟังหลังจากที่เชิญเขานั่งร่วมโต๊ะแล้วชายหนุ่มตรงหน้าถึงจะยังอายุน้อย แต่กลับเป็นถึงเจ้าของบริษัทเว็บเกมพนันออนไลน์ที่มีชื่อเสียงมากไหนจะกำไรที่ทำได้ในแต่ละเดือนอีก ไม่ใช่แต่ละเดือนสิต้องบอกว่าแต่ละจะไฟท์ดีกว่าตอนแรกเธอก็ไม่คาดหวังด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายจะตกลงเป็นผู้สนับสนุนในงานครั้งนี้เพราะอย่างไรงานระดับนี้เขาอาจจะมองข้ามไปก็ได้

    “ไม่ล่ะครับที่คุณอัปเดตให้คนของผมดูเรื่อยๆก็เพียงพอแล้วผมก็แค่แวะมาดูด้วยตาตัวเองก็เท่านั้นนี่ถือเป็นงานแรกที่บริษัทของผมสนับสนุนในวงการเพลงเลยนะครับหวังว่าคุณจะไม่ทำให้ผมผิดหวังนะ” คีเฟอร์หรี่ตาถามเสียงต่ำมองทั้งสองที่นั่งฝั่งตรงข้าม

    “แน่นอนครับรับรองว่าจะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน” ดันเต้ที่ตำแหน่งสูงกว่าเอ็มม่าเล็กน้อยรีบตอบรับอย่างหนักแน่นจะให้ผิดพลาดได้ยังไงกันล่ะ นอกจากผู้สนับสนุนรายใหญ่คนนี้แล้วยังมีอีกสองสามรายที่ก็ใหญ่และกดดันเขาอยู่อีกเช่นกัน

    “ก็ดีครับว่าแต่ผมเข้ามารบกวนเวลาส่วนตัวพวกคุณ...”

    “ไม่เลยค่ะนี่เป็นเพียงเวลาพักค่ะ จริงๆแล้วถ้าไม่รังเกียจคุณคีเฟอร์จะร่วมกินข้าวกับพวกเราเลยก็ได้นะคะเราได้ข้าวผัดมาตั้งสี่กล่องแหนะ” ผู้จัดงานเอ็มม่าว่าขึ้นอย่างเร่งรีบพร้อมกับจับวางข้าวกล่องๆใหม่มาไว้ตรงหน้าชายหนุ่มอย่างเบามือ

    “โอ้ที่นี่เลี้ยงดีจังเลยนะครับเนี่ย มีอาหารปรุงประกอบกินด้วย” คีเฟอร์แซวออกมาขำๆแต่คนฟังกลัวว่าเขาจะคิดไปถึงเรื่องเงินทุนที่เอามาใช้โดยเปล่าประโยชน์อย่างการเลี้ยงอาหารหรูแบบนี้หรือเปล่า ก็ต้องรีบอธิบายทันที

    “จริงๆเราไม่ได้เลี้ยงหรอกครับมีนักร้องที่ขึ้นเวทีวันของเราคนหนึ่งเอามาให้น่ะครับ เห็นว่าน้องชายเขาเป็นคนทำอะไรนี่แหละครับดูที่หน้ากล่องสิครับติดชื่อช่องสตรีมไว้ด้วย”

    “อาอย่างนี้นี่เอง” คีเฟอร์พนักหน้ารับ แล้วก็ไม่ได้เอ่ยอะไรต่อจ้องมองแต่ข้าวกล่องตรงหน้าที่ติดโลโก้บ่งบอกถึงที่มาของข้าวไว้ด้วยจริงๆอย่างไม่ได้สนใจอะไรมาก

    “เอาเป็นว่าขอบคุณสำหรับข้าวนะครับผมไม่กวนพวกคุณแล้ว แล้วเจอกันใหม่ครับ” มาไวไปไวแถมตอนออกไปยังหยิบกล่องข้าวที่มอบให้เขาแล้วออกไปด้วยยิ้มๆปล่อยให้แค่สองคนในห้องมองหน้ากันตาปริบๆ ข้าวอีกกล่องที่คิดว่าจะตุนไว้กินรอบดึกปลิวไปแล้ว

    “คนละครึ่งกล่องก็แล้วกันนะ”ฝ่ายดันเต้เป็นคนเอ่ยออกมา ซึ่งอีกคนก็พยักหน้ารีบทันทีนึกเสียดายที่การซ้อมมีแค่วันนี้แล้วก็พรุ่งนี้เท่านั้นไม่รู้ว่าจะได้กินอาหารปรุงประกอบฟรีๆแบบนี้อีกไหม อร่อยอะ

     

             ในสวนข้างโดมจัดแสดงช่วงสองทุ่มแบบนี้ไฟถูกเปิดสว่างไปทั่วทุกถนนทางเดินรอบๆชายหนุ่มเดินออกมาจากโดมที่ยังวุ่นวายอยู่แม้จะเป็นเวลาเลิกงานของพนักงานทั่วไปแล้วก็ตามเดินตามทางเดินที่เชื่อมถึงกันมาที่นี่อีกครั้งหลังจากที่เขาพึ่งจะออกไปจากที่นี่ช่วงกลางวันเจอม้านั่งตัวหนึ่งที่ร้างผู้คนชายหนุ่มเลยหยุดเดิน แล้วก็ทิ้งตัวนั่นลงทันที

    “ข้าวผัดอย่างงั้นเหรอจะอร่อยสักแค่ไหนเชียว” คีเฟอร์ว่าขึ้นกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเปิดฝากล่องข้าวออกกลิ่นข้าวผัดตีอวนเข้ามาเต็มหน้าเขาเลยทีเดียวถึงแม้ตอนแรกกล่องจะไม่ได้กันกลิ่นออกได้ เขาก็พอได้กลิ่นมันบ้างตอนที่ถือเดินมาแต่นี่กลิ่นมันเข้มข้นมากกว่าเดิมหลายเท่ากระตุ้นความยากอาหารของเขาได้เป็นอย่างดีทีเดียว เฟอร์เองถือได้ว่าเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะอยู่พอสมควรได้กินอาหารปรุงประกอบมาตั้งแต่จำความได้แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังสลับกันไปกับอาหารสังเคราะห์อยู่ดีและส่วนใหญ่ก็จะกินที่บ้านหรือไม่ก็ร้านอาหารเพื่อดื่มด่ำกับรสชาติของอาหารได้เต็มที่เขาไม่เคยกินอาหารปรุงประกอบแบบใส่กล่องมากินข้างนอกแบบนี้มาก่อนเลยมันดูเป็นการลดคุณค่าของอาหารยังไงก็ไม่รู้ แต่ก็อย่างว่า ถ้าอร่อยจริงกินที่ไหนมันก็ยังคงเป็นของแพงอยู่ดี

     

             หลังจากได้เปิดกล่องข้าวแล้วคีเฟอร์ก็ไม่อาจหยุดมือข้างที่ถือช้อนที่ตักข้าวผัดเข้าปากลงได้ เขากินไปเรื่อยๆเคี้ยวให้ละเอียดเหมือนที่เคยทำมีราดน้ำปลาพริกตามที่แนะนำไว้ข้างห่อบรรจุน้ำปลาพริกบอกไว้ยิ่งได้รสชาติขึ้นกว่าเดิม ทั้งเข้มข้นขึ้นและยังเพิ่มความเผ็ดเปรี้ยวเข้ามาอีกด้วยทำให้การกินข้าวผัดของเขาวันนี้ท่ามกลางสวนที่มีส่องสว่างจากดวงไฟนั้นอร่อยอย่าบอกใครเลยทีเดียว

    “ไหนดูซิใครที่ทำอาหารปรุงประกอบได้ขนาดนี้ แต่ใจดีทำมาแจกกัน” กินข้าวหมดแล้วแต่เขาพึ่งจะมาสนใจฝากล่องที่มีติดสติกเกอร์ไว้ไม่รอช้ารีบเปิดคอนโทรลแบนด์แล้วค้นหาช่องที่บอกไว้ทันที

    “ไอ้เด็กเมื่อตอนเที่ยงที่อยากจะลักพาตัวเรานี่นา”เขาเจอกับหน้าเจ้าเด็กคนนั้น ที่มานั่งคุยกับเขาอยู่นานสองนานทั้งๆที่ก็รู้ว่าสัตว์ทั่วไปยังไงก็คุยกับคนไม่รู้เรื่องอยู่แล้วแต่ก็ยังดันทุรังจะทำความรู้จักกับเขาอยู่ดี ช่างไม่ระวังตัวไว้บ้างเลยถ้าเจอกับสัตว์จริงๆสักตัว ป่านนี้คงได้แผลจนต้องร้องไห้รีบวิ่งแจ้นไปหาหมอแล้วว่าแต่ตอนนั้นเขาน่าจะขู่ให้กลัวสักหน่อยนะต่อไปจะได้ไม่กล้าไปเล่นกับสัตว์แปลกหน้าอีก

    “เก่งเหมือนกันแฮะตัวแค่นี้” เขาไล่เปิดดูคลิปย้อนหลังไปยิ้มๆ ก่อนจะชมอีกฝ่ายออกมา

    “อะนี่เป็นค่าข้าวผัดกล่องนี้ก็แล้วกัน” คีเฟอร์เอ่ยอยู่คนเดียวยิ้มๆก่อนจะกดโดเนทครั้งใหญ่ให้ไป การดูวิดีโอคลิปย้อนหลังก็ต้องเสียเงินเข้าชมอยู่แล้วปกติคนเลยไม่ได้คิดจะโดเนทเท่าไหร่ถ้าไม่ได้ชื่นชอบจริงๆถึงจะดูย้อนหลังแต่ก็มีปุ่มโดเนทเหมือนเดิมเขาใจดีจ่ายค่าข้าวด้วยโดเนทเป็นฟาร์มไก่ หรือราคา 5,000 เครดิตเลยทีเดียว ถือว่าเยอะมากๆสำหรับแค่ดูย้อนหลัง

    “ก็ดูอร่อยกว่าหญ้าที่นายคิดจะเอาให้ฉันกินล่ะนะฮึๆๆ” คิดไปถึงช่วงที่อีกคนมองซ้ายขวาจะหาหญ้ามาให้เขาแล้วก็ตลกดีถ้าเขาเป็นวอมแบตที่หิวหญ้าจริงก็คงไปหากินเองได้ไหมแต่ว่าพอพูดแล้วไอ้เจ้าถั่วชิ้นสี่เหลี่ยมที่ยื่นมาให้เขาตอนแรกก็หอมน่ากินอยู่นะถ้าตอนนั้นเขาไม่กลัวว่าจะมีพิษก็คงงับเข้าปากไปแล้ว

     

    “คิดยังไงถึงได้ทำข้าวมาเยอะขนาดนี้ไม่เหนื่อยแย่เลยหรอ พี่บอกว่าให้กลับไปพักไง”เพวิสเอ็ดน้องชายออกมาหลังจากที่เอาข้าวเกือบทั้งหมดไปแจกคนนั้นคนนี้ไปแล้วเหลืออยู่นี่เขาก็กำลังนั่งกินอยู่เพื่อเพิ่มพลังงาน เหลือขึ้นซ้อมอีกแค่รอบเดียวแล้วต้องซ้อมให้เข้ากับแดนเซอร์ด้วย ถึงเขาจะไม่ได้เต้นแต่อย่างน้อยก็ต้องจำบล็อกกิ้งการแสดงให้ดีเพราะยังมีต้องเดินไปด้านนั้นด้านนี้ของเวทีเพื่อให้ใกล้ชิดกับคนดูด้วย

    “ไม่เหนื่อยหรอกครับแค่นี้เอง พี่ต่างหากที่เหนื่อย เดี๋ยวก็ต้องซ้อมอีก” เพเนียสส่ายหน้าตอบยิ้มๆ

    “อืม”เพวิสไม่ได้ว่าอะไรแค่ส่งยิ้มตอบน้องชายน้อยๆ แล้วรีบกินข้าวที่เหลือให้หมด

    “อ้อใช่ๆวันนี้ผมเจอวอมแบตที่สวนด้วยแหละ ตัวอ้วนสมบูรณ์มากเลยนี่ผมว่าจะเข้าไปจับตัวมันแล้วเชียว ว่าจะหาอะไรให้มันกินด้วยซ้ำ แต่มันกลับ...”พร้อมด้วยฟังน้องชายเล่าประสบการณ์เจอกับวอมแบตที่อาศัยอยู่ในสวนด้วยตามธรรมชาติแล้วเป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะมาอยู่ที่นี่ ถ้าไม่มีคนมาปล่อยทิ้งก็อาจจะเป็นสัตว์เลี้ยงของใครสักคนที่ออกมาเดินเล่นหรือไม่ถ้าโหดร้ายกว่านั้นมันอาจพลัดหลงมาก็ได้ซึ่งไม่มีข้อไหนที่คิดไปถึงว่ามันอาจจะไม่ใช่สัตว์จริงๆเลยด้วยซ้ำ ก็ใช่สิร่างสัตว์ของเผ่าบีสต์ที่ไหนจะแปลงร่างแล้วมาเดินเล่นในสวนกันล่ะ เอ๊ะ หรือว่าจะมีแต่พวกเขาแค่ไม่รู้

     

             หลังจากที่เพวิสซ้อมเสร็จก็พาน้องน้องชายกลับมาที่ห้องพักในโรงแรมตอนนี้เที่ยงคืนเข้าไปแล้ว แต่พวกเขากำลังวิดีโอคอลหาที่บ้านอยู่เทียบกับที่บ้านแล้ว ตอนนี้ที่นั่นเป็นเวลาสี่โมงเย็น

    “เป็นไงบ้างลูกถูกใจไหม” เพเรน่าถามออกมาเมื่อพาเดินทัวร์ดูตึกที่สร้างใหม่ วันนี้คือกำหนดส่งมอบงานแล้วแต่ว่าลูกชายทั้งสองไม่อยู่เลยต้องใช้วิธีนี้แทนวิศวกรผู้คุมงานพาสองสามีภรรยาเดินดูงานส่วนเพเรน่าและสิวัชก็โทรหาลูกชายเพื่อดูงานไปพร้อมๆกัน

    “ก็เรียบร้อยดีนะครับแล้วเรื่องน้ำล่ะครับแม่ เปิดน้ำทุกชั้นพร้อมกันยังไหลได้เร็วอยู่ไหมครับ” เพวิสถามออกมาเมื่อพ่อกับแม่พาเดินตรวจงานในทุกๆชั้นแล้วตอนนี้ก็กำลังยืนอยู่ที่ชั้นดาดฟ้าของโรงงานส่วนของดาดฟ้าฝั่งหนึ่งว่างโล่งสามารถให้ยานส่วนตัวขนาดเล็กลงจอดได้ส่วนอีกฝั่งมีถังเก็บน้ำอยู่หลายถัง มีทั้งส่วนที่ใช้ทั่วไปแล้วก็มีไว้ใช้ในส่วนอาหารก็จะมีระบบกรองอีกชั้นที่ต้องถามเรื่องนี้ไว้เพราะต้องได้ใช้ตลอดทั้งส่วนของการกรองและการไหลของน้ำจะต้องดีไม่ทำให้งานส่วนอื่นล่าช้า

    “เรียบร้อยดีครับรับรองไม่มีปัญหาแน่นอน” ผู้ดูแลงานที่เดินนำตรวจงานเอ่ยออกมายิ้มๆเพื่อให้ลูกค้าได้เชื่อมั่นในฝีมือเขาและบริษัทได้

    “งั้นก็ดีครับแล้วระบบไฟล่ะครับ” เพวิสยังสอบถามต่อ เรื่องน้ำไฟถือว่าเป็นสิ่งสำคัญเพราะตอนนี้ยังไม่ได้ลงเครื่องจักรต่างๆ เลยไม่อาจรู้ได้แน่ชัดว่าไฟพอใช้ไหมแต่จากที่คาดไว้นั้นก็ถือว่าไม่มีปัญหาอะไร

    “ทุกๆห้องของอาคารนี้แยกส่วนของระบบไฟกันอยู่แล้วครับถึงแม้ว่าห้องหนึ่งเกิดไฟฟ้ามีปัญญาขึ้นกะทันหันห้องอื่นยังสามารถเดินเครื่องทำงานได้ปกติ ส่วนไฟฟ้ามีเพียงพอแน่นอนครับและได้ติดตั้งเครื่องสำรองไฟไว้แล้ว หากไม่ได้ใช้ไฟปกติเลยเครื่องสำรองไฟสามารถทำให้เครื่องจักรทำงานอยู่ได้ 5 วันครับ นี่คืออ้างอิงจากที่คุณบอกข้อมูลประมาณการใช้ไฟฟ้าไว้ตอนแรก”

    “อา ครับแต่ผมยังอยากรู้อีกสองสามเรื่อง อย่าง...”เพวิสยังคงสอบถามต่อไปอีกเกือบสิบนาทีได้ทุกอย่างถึงได้ลงตัวสามารถตกลงและส่งมอบงานให้แก่ผู้ว่าจ้างได้อย่างเสร็จสมบูรณ์อาคารแห่งนี้ถือว่าเรียบร้อยแล้วทั้งหมด เหลือก็แต่ซื้อเครื่องจักรเข้ามาเติมเต็มก็เท่านั้นซึ่งก็ไม่ต้องรอนาน เพราะนี่ก็มีกำไรอีกส่วนแล้วหลังจากได้เงินก้อนแรกมาใช้ยิ่งหลังๆมานี้เพิ่มกำลังการผลิตขึ้นอีก 30% ก็ทำให้มีเงินเข้ามากอยู่เช่นกัน

    “อยากกลับบ้านไปดูของจริงเร็วๆจังนะครับ” หลังจากวางสายไปแล้วเพเนียสก็ว่าขึ้นอย่างตื่นเต้นกลับไปบ้านรอบนี้ก็คือมีความเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างแล้ว

    “เดี๋ยวไม่กี่วันก็ได้เห็นแล้วน่านี่พี่ก็ดูๆเครื่องจักรไว้หลายรุ่นหลายยี่ห้อเลยนะ เอาไว้ว่าหลังจากวันเรากลับบ้านค่อยสั่งซื้อให้บริษัทไปส่งให้เราจะได้ตรวจสอบเองด้วย” เพวิสว่าออกมาถึงเรื่องเครื่องจักร เขายังไม่ได้ซื้อหรอกแต่มีกำหนดไว้แล้ว นี่ก็พึ่งจะตัดเงินของครึ่งเดือนนี้ไปเอง เอาไว้ลงทุนต่ออีกราคารวมๆที่ดูไว้ คาดว่าจะเพียงพออยู่เช่นกัน

    “ดีครับจะได้เริ่มลงมือขายสินค้าใหม่ๆได้แล้ว ผมอยากเปิดการขายแบบใหม่แล้วนะ”เพเนียสว่าอย่างดีใจทั้งแผนการใหม่ของเขาที่ได้ปรึกษาพี่ชายไว้ก่อนหน้าหรือสินค้าเมนูใหม่ๆจะได้เริ่มทำเสียทีอีกไม่กี่วันหรอก รอเขากลับบ้านก่อนเถอะ

     

    คล้ายกับเรื่องผมมี APP จากดาวโลก ที่คุณอ่าน