เจียงมั่วเหลือบมองเด็กสาวคนนั้นแล้วยิ้ม "กู้หลิงเยว่เพิ่งบอกไปเองนะว่าฉันไม่เคยซ้อมเต้นมาก่อน แล้วตอนนี้มาบังคับให้ฉันเต้นแบบนี้ไม่คิดว่าแกล้งกันเกินไปหน่อยเหรอ?"
เด็กสาวถูกเจียงมั่วจ้องจนเริ่มทำตัวไม่ถูกทำไมคำพูดคำจาของยัยนี่มันฟังดูยียวนแบบนี้ เธอพยายามตั้งสติแล้วสวนกลับไปทันที "ถ้าเธอไม่เต้นแล้วพวกเราจะรู้ได้ยังไงว่าพื้นฐานเธออยู่ระดับไหน?"
เห็นแบบนั้นคนอื่น ๆ ก็รีบพูดเสริมขึ้นมาทันที "นั่นสิเจียงมั่ว ถ้าไม่ยอมเต้นพวกเราก็จัดคอร์สติวเข้มให้เธอไม่ถูกนะ!"
"ใช่แล้ว ในเมื่อเป็เด็กใหม่ก็ต้องทำตามคำสั่ง ไม่ใช่มาทำตัวถ่วงทีม!"
"คิดว่าสนิทกับเดือนโรงเรียนอย่างฉีอิ้นหรานแล้วทุกคนต้องยอมตามใจหรือไง?"
"ได้ยินมาตั้งนานแล้วว่าเจียงมั่วคนนี้อวดดีไม่ยอมคน ไม่รู้เหมือนกันว่ากู้หลิงเยว่ดึงยัยนี่เข้าชมรมมาทำไม?"
กู้หลิงเยว่ทำสีหน้าลำบากใจเล็กน้อยพลางส่งสายตาขอโทษขอโพยไปทางเจียงมั่ว "เจียงมั่ว เธอดูนี่สิ... แต่ที่พวกเธอพูดก็มีเหตุผลนะ ในเมื่อเธอยอมรับปากมาเป็แดนเซอร์ให้ฉันแล้ว ฉันก็อยากให้เธอร่วมมือกับพวกเราให้เต็มที่หน่อย"
เจียงมั่วแอบระอาใจอยู่ไม่น้อย ตอนอยู่โลกเดิมเธอเคยลงแข่งเต้นเยาวชนระดับประเทศแถมยังกวาดรางวัลมาหมดแล้วด้วยซ้ำ การที่กู้หลิงเยว่มาบีบเธอแบบนี้ไม่เท่ากับยื่นหน้ามาให้เธอตบจนหน้าหงายหรอกเหรอ? เพียงแต่เธอก็ไม่ได้เต้นมานานแล้ว ไม่รู้ว่าร่างกายจะยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้สักแค่ไหน
กู้หลิงเยว่เห็นเจียงมั่วนิ่งไป ก็คิดว่าอีกฝ่ายกลัวขายหน้า ยิ่งได้ใจบีบคั้นหนักขึ้น "ไม่เป็ไรหรอก ใคร ๆ ก็มีครั้งแรกกันทั้งนั้น ที่ทุกคนอยากให้เธอเต้นโชว์ก็เพราะหวังดีนะ เธอแค่แสดงท่าทางเท่าที่นึกออกอย่างมั่นใจก็พอแล้ว..."
พูดจบเธอก็หันไปมองคนอื่น ๆ ในห้องซ้อม แกล้งทำเป็หวังดีพูดฝากฝังกับคนอื่น "ทุกคนต่างก็เป็รุ่นพี่ในชมรมเต้นมานาน เจียงมั่วเพิ่งมาใหม่ ไม่ว่าใครก็เคยผ่านจุดนี้กันทั้งนั้น ต่อให้เดี๋ยวท่าเต้นของเธอจะดูตลกหรือแข็งทื่อไปบ้าง ฉันก็หวังว่าทุกคนจะไม่หัวเราะเยาะเธอนะ..."
กู้หลิงเยว่กำลังพูดอยู่เพลิน ๆ จู่ ๆ ก็สังเกตเห็นว่าสายตาของสมาชิกในทีมดูแปลกไป แต่ละคนจ้องมองไปข้างหลังเธอตาค้าง แถมบางคนยังเผยสีหน้าตกตะลึงในความสวยของเธอออกมาด้วย! เธอหันกลับไปด้วยความสงสัย ดวงตาเบิกกว้างขึ้นมาทันที เธอแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่ากำลังเห็นอะไรอยู่? ผู้หญิงที่รูปร่างอรชร ท่าเต้นพลิ้วไหว ทุกสีหน้าและรอยยิ้มชวนให้ลุ่มหลงคนนี้คือเจียงมั่วเหรอ? ใช่เจียงมั่วที่เพิ่งย้ายออกมาจากสลัมเฉิงจงชุนได้ไม่นานคนนั้นจริง ๆ เหรอ?
นิ้วมือของกู้หลิงเยว่จิกแน่นเข้าหากันทันที ยัยนี่เต้นเก่งขนาดนี้ แต่ทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่เคยบอกเลย? พอมานึกย้อนดูตอนนี้ กู้หลิงเยว่รู้สึกเลยว่าประโยคที่ตัวเองเพิ่งพูดไปว่า 'ต่อให้เดี๋ยวท่าเต้นของเจียงมั่วจะดูตลกหรือแข็งทื่อ ทุกคนก็อย่าหัวเราะเยาะเธอ' มันช่างน่าขำสิ้นดี!
กู้หลิงเยว่สูดหายใจเข้าลึก ๆ อยู่หลายรอบ ก่อนจะโพล่งขึ้นเสียงเข้ม "พอได้แล้วเจียงมั่ว หยุดเต้นได้แล้ว!"
เจียงมั่วได้ยินแบบนั้นก็หยุดชะงักลงทันที เธอเสยผมขึ้นเบา ๆ พลางปาดเหงื่อบนหน้าผากลวก ๆ แล้วหันไปยิ้มให้กู้หลิงเยว่ "ขอบคุณคุณหนูกู้ที่เห็นใจกันขนาดนี้นะคะ แถมยังอุตส่าห์กำชับทุกคนไม่ให้หัวเราะเยาะฉันด้วย"
สีหน้าของกู้หลิงเยว่ดูบิดเบี้ยวทันที เธอแอบใช้หางตาเหลือบมองคนอื่น ก็พบว่ามีบางคนแอบเอามือปิดปากขำคิกคักกันแล้ว ถ้าไม่มีคนอยู่ตรงนี้จำนวนมาก เธอคงลากเจียงมั่วออกไปซ้อมจนน่วมแน่!
เจียงมั่วไม่ได้หันไปมองกู้หลิงเยว่อีก เธอเดินไปหาที่ว่างนั่งลงแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแชตคุยกับใครบางคน
กู้หลิงเยว่โมโหจนตัวสั่น อวดดีเกินไปแล้ว! ในนี้มีเธอเป็เด็กใหม่แค่คนเดียว พวกรุ่นพี่ยังไม่ได้พัก แต่ยัยนี่กลับนั่งเล่นโทรศัพท์สบายใจอยู่คนเดียว รู้จักกฎระเบียบบ้างไหม?
กู้หลิงเยว่ส่งสายตาให้หลานเจียเจียที่อยู่ข้าง ๆ ซึ่งหลานเจียเจียก็เข้าใจความหมายทันที เธอเดินตรงไปหาเจียงมั่วก่อนจะก้มลงมองพลางพูดไปด้วย "เจียงมั่ว ในเมื่อเธอเต้นเก่งขนาดนี้ งั้นก็คงไม่ต้องเสียเวลาซ้อมอะไรมากมายหรอกมั้ง พวกเราเริ่มหิวน้ำกันแล้ว เธอช่วยไปซื้อน้ำมาให้พวกเราสักลังสิ!"
เจียงมั่วไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเลยสักนิด เธอยังคงกดโทรศัพท์เล่นต่อไปอย่างไม่ใส่ใจ หลานเจียเจียที่เห็นแบบนั้นก็เริ่มมีน้ำโห พูดขึ้นมาด้วยความอารมณ์เสีย "เจียงมั่ว ฉันคุยกับเธออยู่นะ ได้ยินหรือเปล่า?"
แต่ถึงอย่างนั้นเจียงมั่วก็ยังคงทำเป็หูทวนลม และเมินเธอเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
หลานเจียเจียจึงก้มตัวลงตั้งใจจะกระชากโทรศัพท์จากมือเจียงมั่ว แต่เจียงมั่วเบี่ยงตัวหลบทันทำให้หลานเจียเจียเสียหลักเกือบหัวคะมำ ดีที่กู้หลิงเยว่ช่วยคว้าเอาไว้ได้ ไม่อย่างนั้นคงล้มกลิ้งไปแล้ว ทันใดนั้นคนอื่น ๆ ในห้องซ้อมก็พากันเดินมารุมล้อมด้วยท่าทางเอาเื่
"เจียงมั่ว ในเมื่อเข้ามาอยู่ในชมรมเต้นแล้ว เธอก็ควรจะเจียมตัวไว้บ้าง ว่าตัวเองอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร!"
"นั่นสิ นึกว่าเต้นเก่งแล้วพวกเราต้องต้องประคบประหงมเอาใจเธอหรือไง? ใช้ให้ไปซื้อน้ำก็ถือว่าให้เกียรติแล้วนะ!"
"ทำตัวกวนประสาทแบบนี้ ไม่รู้คุณชายฉีตาต่ำมาถูกใจเธอได้ยังไง? อยู่ที่นี่เธอหัดทำตัวว่าง่ายหน่อยดีกว่า"
เจียงมั่วกดส่งรูปสุดท้ายเสร็จถึงค่อยเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าอย่างไม่รีบร้อน ตอนลุกขึ้นยืนยังบิดี้เีหนึ่งที เธอปรายตามองคนพวกนั้นด้วยความรำคาญ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนือย ๆ ว่า "พูดจบกันหรือยัง?"
ทุกคนได้ยินแบบนั้นก็พากันอึ้งไปทันที
"พูดจบก็หลีกทาง จะได้เวลาเข้าเรียนแล้ว" ท่าทางและคำพูดของเธอดูไร้ความใส่ใจสิ้นดี ราวกับคำขู่ของคนพวกนี้เป็เพียงลมที่พัดผ่านหูไป
หลานเจียเจียบดขยี้ขวดน้ำในมือจนบี้แบน ก่อนจะกระทืบซ้ำลงใต้ฝ่าเท้าอย่างแรง "เจียงมั่ว เธอคิดว่าที่นี่คือที่ไหน?! คำเตือนเมื่อกี้จำใส่สมองไว้ซะ!"
เจียงมั่วยกนิ้วแคะหูด้วยความรำคาญใจ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเ็า "ฉันความจำไม่ดี หลีกไป!"
พอเธอตวาดขึ้นมาปุบปับ หลานเจียเจียที่ไม่ทันตั้งตัวก็ถึงกับสะดุ้งโหยงด้วยความใ
วินาทีต่อมา เจียงมั่วก็ผลักหลานเจียเจียกระเด็นไปด้านข้าง แล้วเดินทอดน่องออกไปอย่างสบายใจ ทว่า พอเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เธอก็ก้าวถอยหลังกลับมา สายตาจับจ้องขวดน้ำที่เพิ่งโดนหลานเจียเจียเหยียบแบนแต๊ดแต๋ใบนั้น เธอเตะส่ง ๆ ทีหนึ่ง ขวดน้ำนั่นก็ลอยละลิ่วตกลงถังขยะอย่างแม่นยำ แล้วเธอก็พูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่ดังพอให้ทุกคนได้ยินว่า "แถวบ้านฉันน่ะ การทิ้งขยะไม่เป็ที่เป็ทางต้องโดนปรับเงินนะ แล้วเธอรู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวเองเป็ขยะประเภทไหน?"
จนกระทั่งประตูห้องซ้อมปิดลง หลานเจียเจียถึงเพิ่งได้สติ เธอมองตามประตูไปด้วยความโกรธแค้นระคนน้อยใจ "หลิงเยว่ เธอได้ยินไหม? เจียงมั่วมันด่าฉันว่าเป็ขยะ!"
กู้หลิงเยว่ดูใจลอยไปหน่อย เหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่จึงพูดปัดไป "ยัยนั่นดูถูกเธอขนาดนี้ เธอก็หาโอกาสเอาคืนทีหลังสิ ยังไงเวลาที่อยู่ในชมรมเต้นก็ยังอีกนาน"
หลานเจียเจียพยักหน้ารับคำ ก่อนจะเดินไปร้องไห้ฟูมฟายฟ้องสมาชิกคนอื่นต่อ ในขณะที่กู้หลิงเยว่ค่อย ๆ คลายหมัดที่กำแน่นออก ฝีมือการเต้นของเจียงมั่วร้ายกาจมากจริง ๆ ถ้าต้องขึ้นเวทีเดียวกัน ดีไม่ดีเธออาจจะโดนแย่งซีนเด่นไปหมด ไม่ได้การ เธอต้องหาวิธีจัดการ
หลังจากคาบเรียนรู้ด้วยตนเองของห้องแปดสิ้นสุดลง ซือหานเฟยก็เดินตรงเข้ามาหาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เธอยืนอึกอักอยู่หน้าโต๊ะของเจียงมั่วพักใหญ่กว่าจะยอมเอ่ยถามเสียงเบา "เจียงมั่ว ฉันได้ยินมาว่าเธอเข้าชมรมเต้นของกู้หลิงเยว่เหรอ?"
เจียงมั่วพยักหน้าตอบ "อืม"
"งั้น...งานฉลองโรงเรียนเดือนหน้า ห้องเรายังขาดการแสดงอีกรายการหนึ่ง เธอพอจะเก็บไปคิดดูหน่อยได้ไหม?" ซือหานเฟยเอ่ยอย่างมีความหวัง "ถ้ายังไม่มีใครส่งการแสดงเข้าประกวด พวกเราคงต้องขึ้นไปท่องกลอนกันบนเวทีแน่ ๆ ..."
เจียงมั่วนิ่งคิดทบทวนดู เื่นี้ไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงอะไรสำหรับเธออยู่แล้ว "ได้สิ เดี๋ยวฉันเก็บไปคิดดู"
ตอนนั้นเอง จู่ ๆ หนังสือเล่มหนึ่งก็ตกลงบนโต๊ะของเจียงมั่วเสียงดังตุบ พอหันไปมองก็เห็นฉีอิ้นหรานทำหน้าหงุดหงิดเพราะเพิ่งตื่นนอน ท่าทางดูฉุนเฉียวสุด ๆ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเ็า "ไปเข้าชมรมเต้นของกู้หลิงเยว่ทำไม?"
เจียงมั่วยิ้มขำ แววตาทอประกายหยอกล้อ ก่อนจะตอบคำถามนั้นของเขา "ก็แค่...อยากไปเล่นสนุกกับกู้หลิงเยว่ดูสักหน่อย"
ฉีอิ้นหรานจ้องหน้าเจียงมั่วอยู่นาน เหมือนจะดูไม่ออกว่าเธอคิดอะไรอยู่ สุดท้ายก็เลยสั่งเสียงห้วนทิ้งท้ายไว้คำเดียว "ห้ามไปเด็ดขาด!"
ซือหานเฟยเหลือบมองทั้งสองคนสลับกันไปมา ราวกับจู่ ๆ เธอก็เข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาทันที...