ตอนที่ 14 ความคิดล้มเหลว
หลิงซานฉิงรู้สึกเฉยเมย แน่นอนว่านางไม่ใช่คนไร้เหตุผล ทว่าเหตุใดฟังคำพูดของหัวหน้าหมู่บ้านแล้วเหมือนกับกำลังล่อนางให้ติดกับเลยล่ะ ราวกับว่าหัวหน้าหมู่บ้านได้ตกลงกับแม่สามีเรียบร้อยแล้ว แม้คำพูดของหัวหน้าหมู่บ้านจะน่าฟัง แต่เมื่อคิดอย่างละเอียดแล้ว กลับอันตรายกว่าฉาซื่อถึงแปดเท่า!
แม้คำด่าทอของฉาซื่อจะไม่น่าฟังอยู่บ้าง ทว่าทุกคำพูดของหัวหน้าหมู่บ้านกลับดูสำคัญไปหมด
เสียงด่าทอของฉาซื่อหยุดลง หญิงชรามองมาที่หลิงซานฉิง “เ้าจะยอมไปจวนตระกูลอวี๋จริง ๆ รึ?” น้ำเสียงแหลมดังขึ้น
สายตาของคนทั้งคู่แทบจะมองมาที่หญิงสาวเป็ตาเดียว ราวกับรอดูปฏิกิริยาของนาง
หลิงซานฉิงกอดอก แล้วมองไปทางหัวหน้าหมู่บ้าน “หัวหน้าหมู่บ้าน ข้าพูดเมื่อไหร่รึว่าจะไปจวนตระกูลอวี๋เพื่อฉาจื่ออัน? ในเมื่อข้าแต่งงานเข้ามาในตระกูลฉา แล้วข้าจะไปทำอะไรที่จวนตระกูลอวี๋? ั้แ่โบราณนานมาผู้หญิงที่ดีควรมีสามีเพียงคนเดียว ท่านคิดว่าข้าจะไปตระกูลอวี๋เพื่อเสวยสุขและสะสางความสัมพันธ์กับฉาจื่ออันงั้นรึ?”
คำพูดนี้ชาญฉลาดอย่างมาก และหักล้างคำพูดของหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อแสดงจุดยืนของตัวเอง อีกทั้งยังให้คนนอกที่แอบฟังได้รู้ว่า เพื่อฉาจื่ออันแล้ว นางจะไม่เป็ผู้ที่รักตัวกลัวตายแน่นอน
หัวหน้าหมู่บ้านมิอาจไปต่อได้ จึงส่งสายตาให้กับฉาซื่ออย่างลับ ๆ
ฉาซื่อทรุดตัวลงกับพื้น เอามือตบพื้นพลางร้องไห้ฟูมฟายไม่หยุด “พวกเ้าฟังคำพูดนางสิ? หากไม่ใช่เพราะเ้าทำหมั่นโถวออกไปขาย จะมีคนโดนวางยาพิษรึ? หากจื่ออันไม่ได้ทำเพื่อความปลอดภัยของเ้า เขาจะออกหน้ารับโทษแทนได้อย่างไร?”
“ลูกสามของข้าช่างโง่นัก สนใจแต่ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยา เขาอยู่ในคุกจะคิดได้อย่างไรว่านังตัวซวยผู้นี้ไม่สนใจเขาเลย ไม่มีความยุติธรรมแล้วสินะ นังผู้หญิงต่ำช้าไร้มนุษยธรรม! เหตุใดลูกสามต้องแต่งงานกับเ้าด้วย...”
หากไม่ใช่เพราะหลิงซานฉิงขายหมั่นโถว ฉาจื่ออันคงไม่ถูกคนอื่นใส่ร้าย แต่หากไม่มีใครไปขวางทาง หมั่นโถวนั้นก็จะขายดี และจะมีปัญหาขึ้นมา?
ฉาซื่อไม่ยอม และหัวหน้าหมู่บ้านยังคงแสร้งทำเป็คนดีอยู่ข้าง ๆ “สะใภ้สาม คำพูดของแม่สามีเ้าแม้จะดูหยาบคายเล็กน้อย แต่ก็ยังมีความจริงอยู่บ้าง ไม่ว่าจะด้วยอารมณ์หรือเหตุผล เ้าก็ควรไถ่ตัวอาสามออกมาให้ได้ และตอนนี้คนเดียวที่เต็มใจพูดด้วยได้ก็คือคุณชายรองเท่านั้น” เขายังกล่าวต่ออีกว่า
“โชคดีที่คุณชายรองสนใจเ้า หากเ้าไปจวนตระกูลอวี๋ จะยังน้อยใจอยู่อีกรึ ไม่เพียงแต่เ้าจะอยู่อย่างเสวยสุขเท่านั้น แต่ที่สำคัญที่สุดคือเ้าสามารถแลกอาสามออกมาได้ เ้าจะทนดูลูกน้อยของเ้าเติบโตขึ้นโดยไม่มีพ่อรึ? "
ครั้นเห็นว่าเหตุผลอันแห้งแล้งของเขาไม่สามารถโน้มน้าวใจนางได้ เขาก็หงายไพ่แสดงอารมณ์ออกมา
เพราะความเห็นแก่ตัวของนางที่ทำให้เจี่ยนเจี่ยนไม่มีพ่อ ผู้หญิงเช่นนี้จะไม่กลายเป็นักโทษไปชั่วนิรันดร์ในสายตาของญาติพี่น้องหรือไง?
แต่ละคำพูดของหัวหน้าหมู่บ้านแฝงไปด้วยจุดมุ่งหมายที่จะให้นางไปจวนตระกูลอวี๋ให้ได้ หากอวี๋ซิ่งเหวินไม่ได้บงการเื่นี้ ให้ตายอย่างไรนางก็ไม่เชื่อ
หลิงซานฉิงเผยแววตาเ็าออกมา เ็าจนไม่เหมือนกับผู้หญิงไปเสียแล้ว หัวหน้าหมู่บ้านถูกนางจ้องจนประหม่า แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะส่งสายตาไปทางฉาซื่อ
หลิงซานฉิงคร้านจะดูพวกเขาทั้งสองแสดงละครแล้ว อีกอย่างรอบ ๆ ยังก็มีผู้ชมคนอื่น ๆ อยู่ด้วย “ไม่ว่าอย่างไรข้าจะไม่ไปที่จวนตระกูลอวี๋อย่างเด็ดขาด ยามนี้พวกเ้าไม่คิดว่าจะล้างมลทินให้กับฉาจื่ออันได้อย่างไร แต่คิดจะให้ข้าไปที่จวนตระกูลอวี๋ลูกเดียว พวกเ้ามีเจตนาอะไรกันแน่? หัวหน้าหมู่บ้าน เ้ามีเจตนาอะไรกันแน่?”
หัวหน้าหมู่บ้านที่ถูกนางมองจนประหม่าเมื่อครู่ เมื่อได้ยินเช่นนี้ก็ตอบไม่ได้ไปชั่วขณะ สิ่งสำคัญที่สุดในใจของฉาซื่อก็คือลูกชายของนาง นางฟังความจากหัวหน้าหมู่บ้านเพียงข้างเดียวเมื่อครู่ ทว่าเมื่อถูกหลิงซานฉิงถามต่อหน้าคนมากมายในยามนี้ นางก็คิดหาคำโกหกไม่ได้ไปชั่วขณะ
หลิงซานฉิงรู้ว่าหญิงชรากำลังจะร้องไห้และสร้างปัญหาอีกครั้ง นางจึงเอ่ยขึ้นอย่างเ็า “เชิญพวกเ้าออกไป อย่ามาขัดขวางข้าคิดวิธีช่วยคน”
ฉาซื่อนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ก้าวเดินมาข้างหน้า “เ้าพูดว่าอะไรนะ? เ้าสามารถคิดหาวิธีช่วยจื่ออันออกมาได้จริง ๆ รึ?”
แม้หัวหน้าหมู่บ้านจะแสร้งทำเป็ไม่สนใจ แต่กลับตั้งใจฟังเป็อย่างดี
หลิงซานฉิงรู้สึกสมเพชในใจ ก่อนจะตอบออกมาด้วยท่าทางผ่อนคลาย “แน่นอน ลูกชายของเ้าถูกคนใส่ความ ตราบใดที่ถูกใส่ความก็จะต้องหาหลักฐานเจอแน่นอน เพียงแต่มีปัญหาด้านเวลา” สายตานางเ็า “เมื่อเป็เช่นนี้ เ้ายังจะช่วยคนนอกมาสร้างปัญหาในบ้านข้าอีกหรือไม่?”
ฉาซื่อชะงักไปครู่หนึ่ง จู่ ๆ หัวหน้าหมู่บ้านก็มาหานางและบอกว่าฉาจื่ออันจะถูกปล่อยตัว ตราบใดที่นางเกลี้ยกล่อมคน แต่ตอนนี้หลิงซานฉิงสามารถหาวิธีที่จะช่วยเหลือลูกชายของนางได้ เช่นนั้นนางควรจะสร้างปัญหาต่อไปอยู่หรือไม่?
ฉาซื่อไม่รู้เลยสักนิดว่าหลิงซานฉิงใช้โอกาสนี้รีบเดินไปที่ห้องนอนและปิดประตูดังปังทันที
ฉาซื่อถึงกับอับอาย แต่เพื่อให้ฉาจื่ออันกลับมาโดยเร็วที่สุด นางจึงระงับความไม่พอใจไว้ และเมื่อหันหลังกลับ นางจึงได้ตระหนักว่าลูกสะใภ้อีกสองคนกำลังยืนดูความสนุกอยู่หน้าประตู และไม่รู้จักเข้ามาช่วยเหลือนาง
นางรีบเดินไปหาอย่างรวดเร็วและหยิกไปที่แขนคนหนึ่ง “นังต่ำต้อยทั้งสองคนไม่รู้จักเข้ามาช่วยข้าแต่รู้จักดูความสนุก ยังไม่รีบไสหัวไปอีก!”
ฝีปากที่ชั่วร้ายนั้นในที่สุดก็พ่นคำด่าออกมา สะใภ้ใหญ่กับสะใภ้รองที่ถูกหยิกก็ไม่กล้าที่จะโต้แย้ง จึงรีบหลบออกไปทันที
ทันทีที่หลิงซานฉิงกลับมาถึงห้อง นางก็เห็นเจี่ยนเจี่ยนยืนอยู่หน้าประตู พลางกะพริบตาปริบปริบมองมาที่นาง แต่สายตากลับมองเลยไปด้านหลังนางโดยไม่ส่งเสียงใด ๆ เขามองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหมุนตัววิ่งไปที่โต๊ะ เทน้ำสองแก้วอย่างเงอะงะ และนำน้ำแก้วหนึ่งยื่นให้นาง ส่วนอีกแก้วหนึ่งถือเอาไว้เอง “อือ อืออือ...อาอา”
แม้เขาจะไม่ร้องไม่โวยวาย และไม่ถามอะไรออกมา ทว่าเด็กน้อยที่กำลังถือแก้วน้ำอีกแก้วอยู่ไม่เห็นร่างของฉาจื่ออัน แววตาที่สดใสก็เจือไปด้วยความกังวล พลางกะพริบตามองมาที่นาง
หลิงซานฉิงดื่มน้ำไปอึกใหญ่ รู้สึกสดชื่นขึ้นมาเล็กน้อย นางก้าวไปข้างหน้าอุ้มเจี่ยนเจี่ยนไว้ในอ้อมแขน ถือแก้วน้ำอีกใบไว้แล้วดื่มลงไปจนหมด “เจี่ยนเจี่ยน เ้าได้ยินเมื่อครู่นี้แล้วใช่หรือไม่ แม่ก็จะไม่ปิดบังเ้าแล้ว" พ่อของเ้าถูกคนไม่ดีจับตัวไป”
มือเล็ก ๆ ของเจี่ยนเจี่ยนคว้าเสื้อด้านหน้าของนางไว้ เด็กน้อยมีน้ำตาคลอเบ้า พลางส่ายหน้าและชี้ไปที่ประตู “อาอา ... “
“เ้าอยากให้ข้าไปช่วยเขา?” นางมองเจี่ยนเจี่ยนพยักหน้า แล้วจึงอุ้มเขาเดินไปที่เตียงและนั่งลง “มีข้าอยู่ คนร้ายไม่กล้าทำอะไรพ่อเ้าหรอก ข้าจะรีบพาเ้าคนซื่อบื้อนั่นกลับมาโดยเร็ว เมื่อเขากลับมาเมื่อใด เ้าก็เทน้ำให้เขาดื่มอีกครั้ง ดีหรือไม่?”
แน่นอนว่าเจี่ยนเจี่ยนได้ยินหมดทุกคำ เขาอยู่แต่ในห้องมาตลอด ฉาซื่อคนบ้าคนนั้นไม่รู้จักควบคุมตัวเองเลย
หากเปลี่ยนเป็เด็กบ้านธรรมดา เกรงว่าคงจะร้องไห้วิ่งออกไปหาพ่อนานแล้ว แต่เจี่ยนเจี่ยนยังคงอยู่ในห้อง และยังรินน้ำสองแก้วให้เมื่อเห็นนางกลับมา ราวกับว่าเด็กน้อยได้มาคอยปลอบประโลมนางแทน
เจี่ยนเจี่ยนมีน้ำตาคลอเบ้าอยู่ ทว่าเขาไม่ปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ออกมาตรง ๆ เขากะพริบตาส่งเสียง “อือ...อืออือ?” คล้ายกับว่าอยากยืนยันว่านางจะนำฉาจื่ออันกลับมาจริง ๆ หรือไม่
หลิงซานฉิงก้มลงจูบที่เปลือกตาของเด็กน้อย และยิ้มออกมาอย่างเบาใจ “เ้าคนซื่อบื้อนั่นดูไม่เหมือนคนโชคร้ายอะไร เขาจะโดนคนไม่ดีทำร้ายได้อย่างไร เขาแค่แกล้งคนไม่ดี ปล่อยให้พวกเขาคิดว่าตัวเองชนะ และในที่สุดเขาก็จะตีคนไม่ดีให้กลัวจนเยี่ยวเล็ด แบบนี้มันจะไม่ดีกว่าสอนบทเรียนให้คนไม่ดีหรอกรึ เ้าว่าจริงหรือไม่ เจี่ยนเจี่ยน?” พูดจบ นางก็ยิ้มออกมา
นางมิอาจเผยท่าทางยุ่งยากกังวลใจออกมาได้ กลุ่มคนของฉาซื่อกำลังรอเห็นความอับอายของนางอยู่ และหวังให้นางคิดหาวิธีไม่ได้ สุดท้ายก็เพื่อที่จะให้นางไปจวนตระกลูอวี๋ด้วยตัวเองเพื่อไถ่ตัวฉาจื่ออันออกมา
ก่อนที่ฉาจื่ออันจะไป เขาอยากให้นางดูแลเจี่ยนเจี่ยนให้ดี บางทีเ้าคนซื่อบื้อนี่อาจจะตั้งใจยอมรับชะตากรรมจริง ๆ ไม่ใช่ว่านางไม่เคยทำเื่เช่นนี้ แต่เด็กน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนนาง บัดนี้กำลังรอฉาจื่ออันกลับมาอย่างมีความหวัง
จุดเปลี่ยนของเื่ทั้งหมดอยู่ที่ตัวนาง หากนางยอมรับชะตากรรมหรือไกล่เกลี่ย เช่นนั้นนางจะถูกผู้อื่นบงการเข้าจริง ๆ
เมื่อเจี่ยนเจี่ยนเห็นว่านางไม่กังวล ก็คิดว่าเื่นี้คงไม่ร้ายแรงอย่างที่ฉาซื่อพูด เขาจึงค่อย ๆ สงบลง
ณ จวนตระกูลอวี๋
แม้ฉาจื่ออันจะถูกจับไปแล้ว แต่อวี๋ซิ่งเหวินกลับไม่วางใจเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้ผู้นำตระกูลอวี๋กำลังเอามือไพล่หลังยืนอยู่ข้างหน้าเขา ทั้งยังเดินกลับไปกลับมาในบ้านด้วยสีหน้าไม่พอใจ “ซิ่งเหวิน ที่ฉาจื่ออันติดคุกในคราวนี้ คงไม่พ้นเกี่ยวข้องกับเ้าใช่หรือไม่?”
แม้จะเป็ประโยคถามไถ่ แต่น้ำเสียงกลับเยือกเย็นสุขุม อวี๋ซิ่งเหวินพ่ายแพ้ต่อตระกูลฉา เื่นี้เขารู้มาแล้วเมื่อวาน แค่ก่อเื่วุ่นวายไปชั่วขณะเท่านั้น ทำเพียงไม่สนใจก็จบแล้ว ทว่าตอนนี้อีกฝ่ายได้ก่อเื่จนไปถึงศาลาว่าการ หากเป็คนอื่นนั้นคงไม่เป็ไร แต่คนคนนั้นคือฉาจื่ออัน
อวี๋ซิ่งเหวินพ่ายแพ้ ย่อมต้องเอาเกียรติของตัวเองกลับมา จึงไม่สนใจว่าจะเป็ฉาจื่ออันหรือไม่ “ท่านพ่อ ตระกูลฉาผิดสัญญาก่อน แม้ข้าจะไม่รับเงินห้าร้อยตำลึง แต่ข้าก็ไม่ยอมให้ใครมาล้อเล่นเช่นนี้ เื่ในคราวนี้เป็เพียงการสอนบทเรียนให้แก่พวกเขาก็เท่านั้น เพื่อให้พวกเขาไม่กล้าเมินใส่ตระกูลอวี๋อีก”
และที่สำคัญที่สุด แม้หลิงซานฉิงผู้หญิงคนนั้นจะมีความสามารถอีกเพียงใด ก็คงไม่สามารถพาคนออกไปจากศาลาว่าการได้ อีกทั้งหัวหน้าหมู่บ้านก็คงไปบ้านตระกูลฉาตามคำสั่งของเขาแล้ว ด้วยนิสัยของฉาซื่อ คงแทบอยากจะเอาผู้หญิงคนนั้นมาแลกกับลูกชายตัวเองทันที เมื่อเป็เช่นนี้ ผู้หญิงคนนั้นจะต้องมาที่จวนตระกูลอวี๋อย่างเชื่อฟัง ภายใต้การกดดันของฉาซื่อกับหัวหน้าหมู่บ้านแน่นอน
เมื่อได้ยินดังนั้น ความโมโหที่สั่งสมมานานก็ะเิออก “เ้านะเ้า ตระกูลอวี๋ขาดเงินห้าร้อยตำลึงหรือว่าเ้าขาดผู้หญิงกันแน่ เหตุใดถึงเอาแต่อยากได้หลิงซานฉิง? เ้าก็รู้ความสัมพันธ์ระหว่างฉาจื่ออันกับสวีเจี้ยนไป๋ดี หากคนในตระกูลฉาฮึดสู้ขึ้นมาและรายงานเื่นี้ เ้าหรือข้าจะรับผิดชอบได้? เหตุใดเ้าถึงได้แยกแยะลำดับความสำคัญไม่ออกสักที?” น้ำเสียงเคร่งขรึมเต็มไปด้วยคำตำหนิ
อวี๋ซิ่งเหวินได้สติขึ้นมาจากคำพูดบิดา เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่กลับไม่สนใจ “ท่านพ่อ หากตระกูลฉากล้าทำก็คงบอกอาจารย์สวีในตอนที่หาเงินห้าร้อยตำลึงไม่ได้ไปนานแล้ว คงไม่รอมาจนป่านนี้หรอก ฉาจื่ออันเป็คนยืนหยัดในเหตุผล เมื่อครั้งแรกไม่ได้ขอร้องอาจารย์สวี ครั้งที่สองก็คงจะไม่ขอร้องเช่นกัน ท่านพ่อ ท่านไม่ต้องกังวลหรอก หลังจากที่หลิงซานฉิงมาที่บ้านของเราครั้งนี้ ข้าจะไม่ไปหาเื่ฉาจื่ออันอีก”
หากไม่มีหลิงซานฉิง เขาก็คงไม่แม้แต่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับตระกูลฉา
นายอำเภอมีแววตาเคร่งขรึม เขารู้นิสัยของฉาจื่ออันอยู่บ้าง อีกฝ่ายมีความสามารถและความรู้แท้จริงบางอย่าง แต่ก็เพราะเรียนหนังสือมากไป จึงถูกความชอบธรรมในหนังสือเ่าั้ครอบงำไว้ มุ่งมั่นเพียงเรียนหนังสือ ยืนหยัดในหลักเหตุผล และคงไม่ทำเื่การใช้เส้นสายแน่นอน ไม่เช่นนั้น คงหางานตำแหน่งข้าราชการทำได้ไม่ยากจากความสัมพันธ์ที่มีต่ออาจารย์สวี
เมื่อคิดถึงเื่นี้ สีหน้าของเขาก็อ่อนลงเล็กน้อย และหันไปย้ำกับบุตรชาย “จะไม่มีครั้งต่อไปอีก”
นี่คือความโล่งใจ! อวี๋ซิ่งเหวินถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ไม่ว่าเขาจะก่อเื่มากแค่ไหน อย่างไรก็เป็เพราะว่านายอำเภอสนับสนุนเขา แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ควรทำให้บิดาไม่พอใจ ไม่เช่นนั้นคงจะตัดสินปล่อยตัวฉาจื่ออันไป หากเป็เช่นนั้นเขาจะไม่ล้มเหลวหรือไงกัน