สรรพธาตุสังหารเทพ

    ตอนที่ 7 เรื่องราวของคู่รักเผ่าเทพและมาร

            "เอ่อ..นี่ลู่เหมยได้ยินเหมือนข้าไหม?" สวี่หยุนถามขึ้นด้วยสีหน้าแปลกใจ                "อะ..อืม.." ลู่เหมยกล่าวตอบด้วยสีหน้าเดียวกันกลับสวี่หยุน                "ข้าได้ยินเขาบอกว่าเป็นปู่ของลู่เหมย ลู่เหมยจำเสียงได้หรือไม่?" สวี่หยุนกล่าวถาม                "อืมม..ข้าจำไม่ได้ ท่านปู่เคยมาหาข้าและท่านแม่แค่ครั้งเดียวตอนที่ข้ายังเด็กมาก" ลู่เหมยพยามนึกถึงเสียงของท่านปู่แต่ไม่สามารถจำได้                "ลู่เหมยอยากไปหาท่านเลยไหม? หรือจะไปหาท่านพรุ่งนี้ดี? วันนี้ค่อนข้างมืดแล้ว" สวี่หยุนกล่าวพร้อมกระชับเอวของลู่เหมยแน่นขึ้น                "อืม..ท่านคิดว่าอย่างไร?" ลู่เหมยกล่าวออกมาพร้อมกอดตอบเด็กหนุ่ม                "หือ? ถ้าข้าบอกจะไปคนเดียวลู่เหมยจะยอมหรือ?" สวี่หยุนกล่าวหยอกล้อออกมาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน                "หืม?! ไม่ได้เด็ดขาด! ข้าจะไปกับท่านด้วย!!" ลู่เหมยหยิกแขนสวี่หยุนและกล่าวออกมาอย่างโกรธเคือง                "โอ้ย!! โถ่..ข้าแค่ล้อลู่เหมยเล่นนิดหน่อย" สวี่หยุนโอดครวญเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มกว้าง สวี่หยุนกอดลู่เหมยให้แน่นขึ้นและใช้มืออีกข้างลูบหัวลู่เหมยอย่างอ่อนโยน                "บู่ว..ข้าไม่ใช่เด็กแล้วนะ.." ลู่เหมยบุ้ยปากบ่นพึมพำออกมาพร้อมซุกหัวเข้าไปในอ้อมอกของเด็กหนุ่ม                สวี่หยุนเห็นท่าทีของลู่เหมยก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ สวี่หยุนเอื้อมมือไปลูบหัวลู่เหมยที่อยู่ในอ้อมกอดของสวี่หยุนพร้อมกล่าวออกมาว่า                "งั้นไว้ค่อยไปหาปู่ของเจ้าพรุ่งนี้เถอะ วันนี้ดึกแล้วหลังจากทำทุกอย่างตอนเช้าเสร็จแล้วเราค่อยไปหาท่านกัน ตกลงไหม?" สวี่หยุนกล่าวออกมาอย่างอ่อนโยนพร้อมรอยยิ้ม                "อื้ม!! " ลู่เหมยกล่าวตอบทั้งๆที่ยังซุกหัวอยู่ที่อกของเด็กหนุ่ม                สวี่หยุนหัวเราะออกมาเพราะท่าทางของลู่เหมยเล็กน้อยและก้มตัวลงยกข้าทั้งสองข้างของลู่เหมยขึ้นอยู่ในท่าโดนอุ้มที่น่ารักน่าเอ็นดู                "หวา!" ลู่เหมยอุทานออกมาพร้อมกอดคอของเด็กหนุ่มไว้แน่นในทันที                "เราไปนอนกันเถอะนายหญิง" สวี่หยุนยิ้มเลกน้อยพร้อมกล่าวออกมาอย่างอ่อนโยน                "...อืม.." ลู่เหมยกล่าวเสียงเบาพร้อมใบหน้าที่เขินอายอย่างมาก ลู่เหมยผงกหัวรับคำรับเล็กน้อยก่อนนำหัวไปพิงกับไหล่ของเด็กหนุ่ม
            "ว่าแต่นายหญิงหนักขึ้นหรือป่าวเนี่ย ท่านทำหลังข้าแทบหัก.." สวี่หยุนกล่าวหยอกล้อลู่เหมยออกมาทั้งๆที่จริงๆแล้วลู่เหมยตัวเบามากๆ
            "ก็ต้องโทษปลาย่างของบ่าวของข้านั่นแหละนะ" ลู่เหมยกล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มขี้เล่น ทำให้สวี่หยุนหัวเราะออกมาทันที...

            สวี่หยุนอุ้มลู่เหมยเดินมาถึงกระท่อม เปิดประตูแล้วก้าวเข้าไปอย่างอ่อนโยนเรากับกลัวว่าเด็กสาวแล้วอ้อมอกเป็นสิ่งสวยงามที่แตกหักได้ง่าย..สวี่หยุนวางลู่เหมยอย่างเบามือพร้อมใช้มืออีกข้างลูบหัวลู่เหมยไปด้วย สวี่หยุนนำผลไม้ไปวางให้อ้ายสุ่ยเพิ่ม 2 ผลและเดินกลับมานอนเกิดลู่เหมยก่อนที่ทั้งคู่จะจมสู่ห้วงแห่งการหลับใหล
         -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
            "เฮ้อ..หนุ่มสาวคู่นี้ช่างน่าเวทนานัก...ไยสวรรค์ต้องกำหนดโชคชะตาให้ทั้งคู่ช่างเหมือนกับลูกชายข้ากัน..." ชายชราผมและเคราสีขาวบริสุทธิ์กำลังยืนมองสัญลักษณ์บางอย่างกล่าวออกมาพร้อมเสียงถอนหายใจ ชายชรามีสีหน้าโศกเศร้าราวกับกำลังนึกถึงเรื่องราวบางอย่างในอดีตก่อนจะมีแววตามุ่งมั่นขึ้นมาเหมือนตัดสินใจอะไรได้สักอย่าง..
            "ครั้งนี้ข้าจะช่วยให้พวกเจ้าสมหวังโดยที่ไม่ลำบากเหมือนลูกชายข้าอีกแล้ว" ชายชรามีสีหน้ามุ่งมั่นเต็มเปี่ยมก่อนจะกล่าวออกมา
            "เจ้าหนุ่มน้อย..หากเจ้ารักหลานของข้าจริงๆ ข้าหวังว่าเจ้าจะผ่านเรื่องทั้งหมดไปได้..ทุกอย่างข้าจะให้เจ้าและหลานของข้าตัดสินใจ" ชายชรากล่าวเสียงเบาออกมาพร้อมกับปิดตาลงช้าๆ...
         -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
            รุ่งเช้ามาถึงคราวนี้สวี่หยุนตื่นขึ้นมาก่อนลู่เหมยแต่เขาไม่ได้ลุกไปหรือเปลี่ยนท่าเลยแม้แต่นอน สวี่หยุนแค่นอนกอดลู่เหมยพลางมองเด็กสาวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
            เวลาผ่านไปสักพัก ลู่เหมยก็พึมพำออกมาเล็กน้อยและค่อยๆเปิดตาขึ้นมาโดยที่ยังงัวเงียอยู่..
            "ตื่นแล้วหรอนายหญิง" สวี่หยุนกล่าวหยอกล้อลู่เหมยเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน
            "ฮืม? อืม..ข้าตื่นแล้วบ่าวของข้า.." ลู่เหมยกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้างและสวมกอดสวี่หยุน
                    สวี่หยุนหัวเราะออกมาเล็กน้อย พร้อมกล่าวหยอกล้อออกมาอีก..
            "วันนี้นายหญิงจะให้บ่าวกอดนายหญิงทั้งวันเลยหรือไม่?" สวี่หยุนกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม
            "หืม? ไม่ได้หรอกนะบ่าวของข้าอ้ายสุ่ยจะไม่มีข้าวกินนะ" ลู่เหมยกล่าวหยอกล้อเด็กหนุ่มกลับ
            สวี่หยุนได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมาโดยทันทีพร้อมกับก้มหัวไปจุมพิตหน้าผากของลู่เหมยเล็กน้อย
            "ไปกันเถอะวันนี้เราต้องไปลองดูท่านปู่ของลู่เหมยกัน" สวี่หยุนกล่าวพร้อมรอยยิ้มพร้อมยกเด็กสาวที่อยู่ในอ้อมอกขึ้นนั่ง สวี่หยุนจัดให้และเสื้อผ้าให้ลู่เหมยเสร็จสรรพก็พาลู่เหมยไปเก็บผลไม้ให้อ้ายสุ่ยหลังจากนั้นจึงไปดื่มนํ้าล้างตัวกันที่ลำธาร วันนี้ทั้งคู่กินปลาย่างกันอย่างสนุกสนาน
            "อืม..บ่าวของข้าช่างทำปลาย่างได้อร่อยจริงๆ ข้ากินมาเป็นปีแล้วยังไม่เบื่อเลย" ลู่เหมยกล่าวออกมาพร้อมกัดปลาย่างไปคำใหญ่
            "หืม? ไม่ใช่เพราะท่านนายหญิงไม่เคยกินอะไรมาเลยเกิน 10 ปีหรอกหรือ?" สวี่หยุนกล่าวหยอกล้อออกมา
            "ฮึ! ไม่ใช่สักหน่อย!" ลู่เหมยกล่าวออกมาอย่างโกรธเคืองพร้อมกัดปลาย่างไปอีกคำ
            สวี่หยุนเห็นดังนั้นก็หัวเราะออกมาเล็กน้อย..หลังจากกลับบ้านไปหาอ้ายสุ่ยที่กำลังมองทั้งคู่ด้วยสีหน้าคาดหวังบางอย่าง...นั่งก็คือผลไม้นั่นเอง
            "ฮิฮิ เจ้าน่ารักจังเลยอ้ายสุ่ย อยากได้ผลไม้นี่ไหม?" ลู่เหมยกล่าวออกมาพร้อมกับส่ายผลไม้ที่อยู่ในมือไปมา อ้ายสุ่ยเห็นดังนั้นก็รีบผงกหัวอย่างรวดเร็วทันที
            "งั้นข้าจะให้ผลไม้กับเจ้าถ้าเจ้าหมุนตัว 3 รอบเจ้าคิดว่ายังไง?" ลู่เหมยกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้างราวกับกำลังสนุกกับการแกล้งสัตว์เลี้ยง..และสัตว์เลี้ยงที่น่าสงสารนั่นก็คืออ้ายสุ่ยนั่นเอง..อ้ายสุ่ยได้ยินดังนั้นก็รีบหัวตัว 3 รอบทันทีด้วยความรวดเร็ว
            "ดีมาก! เอาล่ะนี่คือผลไม้ของเจ้า" ลู่เหมยยื่นผลไม้สีฟ้าให้อ้ายสุ่ย เมื่อเต่าน้อยอ้ายสุ่ยเห็นดังนั้นก็ตาเป็นประกายทันทีพร้อมกับกระโดดไปกินผลไม้อย่างรวดเร็ว..ไม่กี่วินาทีต่อมาผลไม้ก็หายไปทั้งลูกแล้ว...
            "เอาล่ะอ้ายสุ่ยน้อยเจ้าอยากกินอีกลูกไหม?" ลู่เหมยกล่าวออกมาพร้อมแกว่งผลไม้ในมือทันที แล้วก็เหมือนเทปที่นำมากอซํ้าเพราะดวงตาของอ้ายสุ่ยเป็นประกายและรูปผงกหัวทันที
            "งั้นคราวนี้เจ้าต้องยื่นมือมาให้ข้า ตกลงไหม?" ลู่เหมยยิ้มกว้างก่อนจะกล่าวออกมา อ้ายสุ่ยรีบยื่นมืออันสั้นจิ๋วออกไปบางบนมือของลู่เหมยทันที
            "้เก่งมากเลยอ้ายสุ่ย! เอ้านี่ผลไม้ของเจ้า" ลู่เหมยกล่าวพร้อมกับยื่นผลไม้ให้กับอ้ายสุ่ย..ไม่กี่วินาทีต่อมาผลไม้ก็หายไป..อ้ายสุ่ยกระโดดโลดต้นอย่างดีใจเล็กน้อยก่อนจะหดหัว ขาและแขนเข้าไปในกระดองราวกับอย่างนอนแล้ว...
            สวี่หยุนเห็นดังนั้นก็อดส่ายหัวออกมาพร้อมหัวเราะอยู่ในใจ ราวกับว่าลู่เหมยไม่ได้กำลังเลี้ยงเต่าอยู่เลยสักนิดแต่กำลังเลี้ยงสนุขอย่างไงอย่างงั้น
            "อ้ายสุ่ยอิ่มแล้วงั้นเราไปหาท่านปู่ของเจ้ากันเถอะ" สวี่หยุนกล่าวออกมา
            "อื้ม!!" ลู่เหมยผงกหัวและรีบเดินมาจับมือกับสวี่หยุนทันที
            ทั้งคู่เดินไปยังเนินเขาที่มีซากปรักหักพังโบราณอยู่ในทันที เมื่อทั้งคู่เดินมาถึงก็รีบตรงเข้าไปในประตูบานที่ 2 ที่ทั้งคู่ยังไม่เคยเปิดทันที..ถึงแม้สวี่หยุนจะดูสีหน้าสงบราบเรียบแต่จริงๆแล้วเขากำลังระวังตัวเป็นอย่างมากเพราะไม่มีเหตุผลอะไรจะบอกได้ว่าเขาคนนั้นคือปู่ของลู่เหมยจริงๆ..ทั้งสองหยุดยืนอยู่หน้าประตูศิลาก่อนสักพักสวี่หยุนจึงกล่าวออกมา
            "พวกเรามาหาท่านแล้ว ไม่ทราบว่าจะให้พวกเราเข้าไปยังไง?" สวี่หยุนตะโกนออกมา
            เสียงที่เคยได้ยินในจิตใจก็ดังขึ้นมาอีกครั้งในจิตใจของทั้งสองทันที
            'ข้ารู้ว่าพวกเจ้าทั้งสองต่างยังเป็นกังวลว่าข้าคือปู่ของนางจริงหรือไม่ งั้นข้าจะบอกอะไรสักอย่างให้พวกเจ้าฟังละกัน..' เสียงของชายชราใสกระจ่างแต่ก็เต็มไปด้วยความเก่าแก่โบราณ ฟังแล้วให้ความรู้สึกผ่อนคลายและเป็นมิตรเป็นอย่างมาก
            'นานมาแล้วข้ามาลูกชายอยู่คนหนึ่ง..ลูกชายของข้าเป็นถึง 4 ขุนพลเทวะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดได้รับพลังสือทอดมาจากหนึ่งในสัตว์เทวะทั้ง 4 เป็นผู้ที่แข่งแกร่งที่สุดในใต้หล้าเป็นรองแค่เพียงคนหยิบมือเท่านั้น..และเป็นลูกชายที่น่าภาคภูมิใจที่สุดเพียงคนเดียวของข้า..แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อยามเขาได้รับมอบหมายงานจากจักรพรรดิของดินแดนให้จัดกองกำลังไปสังหารองค์หญิงของเผ่ามารที่กำลังจะเดินทางข้ามดินแดนไปยังดินแดนอีกดินแดนหนึ่งในดินแดนมาร...'
            เมื่อชายชราเล่ามาถึงตรงนี้ก็ทำให้สวี่หยุนเริ่มสังหรณ์ใจแปลกๆและเริ่มคาดเดาความเป็นได้แปลกๆขึ้นมา...
            'หลังจากลูกชายของข้าตั้งกองทัพเพื่อจะไปโจมตีกองทัพขององค์หญิงเผ่ามารพร้อมกับวางแผนการต่างๆมากมายให้มีเปรียบในการรบ..แต่กับกลายเป็นว่าทันทีที่ลูกชายของข้าเห็นองค์หญิงของเผ่ามารก็ตกหลุมรักในทันที พร้อมสั่งถอนทัพกลับโดยที่ทหารคนไหนไม่ถอยกลับเขาก็จะฆ่ามันทันที..ลูกชายของข้าเดินเข้าไปในกองทัพของมารโดยลำพัง ขอเข้าพบเจ้าหญิงอย่างกล้าหาญไม่ว่าจะมีใครมาทำร้ายเขา เขาก็จะไม่ตอบโต้เพียงแค่ป้องกันตัวเท่านั้น'
            'จนในที่สุดองค์หญิงของเผ่ามารที่เป็นคนจิตใจงดงามอยู่แล้วก็รู้สึกเวทนาชายหนุ่ม..นางจึงเชิญเขามาอยู่ด้วยระหว่างทางในการเดินทางไปยังอีกดินแดนด้วยกันกับเผ่ามาร..ถึงแม้จะมีเสียงคัดค้านมากมายแต่ด้วยฐานะขององค์หญิงเผ่ามารทำให้ไม่มีใครกล้างัดข้อกับนาง..'
            'เวลาผ่านไปชายหนุ่มได้เดินไปทางไปกับเผ่ามารตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือน เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้พูดคุยกับองค์หญิงเผ่ามารจนในที่สุดทั้งสองก็ได้มีใจให้กันและหนีตามกันไป..ลูกของข้าพานางมาพบข้า..ถึงแม้ตอนแรกข้าจะไม่พอใจเป็นอย่างมากแต่เมื่อมองเห็นนิสัยและจิตใจของหญิงสาวทำให้ข้าทำได้ยอมรับมัน..'
            'ต่อมาลูกชายข้าและองค์หญิงเผ่ามารได้เดินทางไปยังดินแดนมารเพียงลำพังเพียงเพื่อไปคุกเข่าขอร้องจักรพรรดิมารเพื่อสู่ขอองค์หญิงเผ่ามาร ตอนแรกจักรพรรดิมารไม่พอใจเป็นอย่างมากและได้ด่าทอเขาไปมากมายแต่ก็ไม่กล้าทำอะไรเขาเนื่องจาก ศักดิ์ฐานะ พลังและที่สำคัญที่สุดคือลูกสาวของมันเป็นคนเลือกด้วยตัวเอง จักรพรรดิมารหวาดกลัวที่จะเกิดสงครามขึ้นมาเนื่องเพราะผู้สืบทอดแห่งอสูรเทวะ เพราะในตอนนั้นถึงมารและเทพจะไม่ถูกกันแต่ก็ยังไม่ได้เป็นศัตรูกันโดยสมบูรณ์เพราะต่างฝ่ายต่างไม่อยากเกิดการสูญเสียขึ้น...'
            'ลูกชายข้าคุกเข่าอยู่ที่หน้าพระราชวัง จักรพรรดิมารเป็นเวลา 1 เดือนเต็มโดยไม่ลุกไปไหนเลย..สุดท้ายจักพรรดิมารก็ยอมใจอ่อนแต่ก็มีเงื่อนใขคือต้องให้ทั้งคู่หลบหนีไปอาศัยอยู่ในแดนระดับตํ่า เพราะจักรพรรดิมารกลัวจะเกิดการเข้าใจผิดระหว่างเทพและมาร..ทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบสุขในแดนระดับตํ่าแห่งหนึ่ง..จนองค์หญิงเผ่ามารเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมา..'
            สวี่หยุนได้ยินดังนั้นก็ขนลุกโดยทันที..ทำไมเขาจะไม่เข้าใจความขัดแย้งของเผ่าเทพกับเผ่ามาร? ทั้งคู่เป็นศัตรูกันมาเป็นระยะเวลานานมากๆแล้วตั้งแต่ในอดีตอันห่างไกล...
            'หลังจากทั้งคู่ให้กำเนิดบุตรีขึ้นมา 2 ปี..โชคชะตาก็เล่นตลกเพราะมีหนึ่งในผู้สืบทอดพลังจากสัตว์อสูรเทวะที่เป็นคู่แข่งกับลูกชายข้ามาเห็นพอดี..หลังจากนั้นทั้งดินแดนเทพและมารก็กลายเป็นโกลาหลทันที ลูกชายข้าและองค์หญิงเผ่ามารยอมให้เผ่าเทพจับโดยไม่ขัดขืนแต่แลกกับการไม่ฆ่าบุตรของทั้งสอง...สุดท้ายจบลงด้วยการบุตรีของทั้งสองถูกคุมขังที่จุดศูนย์กลางของแดนเทพ ลูกชายข้าถูกบังคับให้ทำงานกับจักรพรรดิของดินแดนแลกกับชีวิตของบุตรี องค์หญิงกลับไปยังเผ่ามารของตนด้วยนํ้าตานองหน้าเพราะเผ่าเทพกลัวเกิดสงครามเลยไม่ได้ทำอะไรกลับนาง...'
            พอชายชราเล่ามาถึงตรงนี้ทั้งสวี่หยุนและลู่เหมยต่างก็รู้สึกโศกเศร้าขึ้นมาโดยทันที...ไม่ยุติธรรม! แค่ต่างเผ่าพันธุ์ก็ไม่สามารถรักกันได้? ช่างไร้สาระยิ่งนัก! สวี่หยุนกล่าวอยู่ในใจ
            'สุดท้ายเพราะเห็นแก่ลูกชายและลูกสะใภ้ของข้า...ข้ายอมละทิ้งกายเนื้อและอาสาเป็นผู้ปกป้องห้องขังที่จุดศูนย์กลางของดินแดนเทวะทั้ง 4 ดินแดน..เพราะกลัวว่าจะมีคนมาทำร้ายลังแกหลานของข้า...หลังจากนั้นได้ไม่นานองค์หญิงเผ่ามารก็กลับมายังที่นี่เพียงลำพังและขอข้าเพื่อที่นางจะได้พบลูกสาวของนาง..ข้ายอมเอาผนึกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของดินแดนเทพมาผนึกห้องที่ข้าทิ้งวิญญาณตัวเองไว้เพื่อให้นางได้มีเวลา 4-5 ปีในการอยู่กับลูกสาวของนาง..'
            ชายชราหยุดคำพูดลงไปเล็กน้อยเพราะสังเกตเห็นนํ้าตาของลู่เหมย..ชายชรารู้สึกเจ็บปวดใจเป็นอย่างมากแต่ก็ทำได้แต่ถอนหายใจเงียบๆ
            สวี่หยุนโอบกอดลู่เหมยไว้แน่นพร้อมกับลูบหัวนางอย่างอ่อนโยนแต่ในใจของเขามีแต่ความโศกเศร้า..เทพ? มาร? มีแต่พวกบัดซบ!
            'องค์หญิงไม่เผ่ามารไม่สามารถพาลูกสาวของนางไปจากห้องผนึกได้ไม่งั้นมันจะแจ้งเตือนทั้ง 4 ดินแดนเทวะในทันที...'
         -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------