เมื่อถูกส่งเข้ามาภายในห้องมืดที่มีแสงสว่างอยู่เพียงแค่เลือนราง ก่อนที่ภานุจะได้หันไปทักท้วงกับเจ้าหน้าที่หนุ่มที่เดินมาส่งเขา ชายคนนั้นก็ได้ปิดประตูต่อหน้าเขาและจากไปเสียแล้ว และแน่นอนว่าประตูนั้นได้ถูกล็อกเอาไว้อย่างแน่นหนาและมันทำมาจากโลหะชั้นดีทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถออกไปได้ บริเวณกำแพงและผนังห้องนอกจากรูระบายอากาศเล็กๆ ที่พอจะให้แสงผ่านแล้วก็ไม่มีอย่างอื่น
ทำให้การหลบหนีออกจากห้องนี้นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ อย่างไรก็ตามชายหนุ่มก็ไม่มีทางเลือกอยู่ดี เพราะต่อให้เขาหนีไปเขาก็ไม่มีทางที่จะหนีพ้นจากเอื้อมมือเจ้าหน้าที่อยู่ดี แถมเรื่องนี้ยังอาจถึงหูพ่อแม่เขาและทำให้พวกเขาพลอยเดือดร้อนไปด้วย
“เห้อ…”
ภานุถอนหายใจออกมาอย่างเหน็ดเหนื่อย ก่อนที่จะนั่งลงที่เก้าอี้ซึ่งถูกเตรียมเอาไว้สำหรับเขา เขาหลับตาลงก่อนที่จะเปิดตาขึ้นมาอีกครั้ง และได้สังเกตสิ่งที่ชายหนุ่มมองไม่เห็นในตอนที่เข้ามาภายในห้องตอนแรก
ในมุมห้องที่แสงน้อยที่สุดนั้นมีร่างของเจ้าหน้าที่คนหนึ่งนั่งคอพับอยู่ ชุดเครื่องแบบของเขามันเปื้อนไปด้วยเลือดก่อนที่ภานุจะสังเกตเห็นสีหน้าอันสิ้นหวังและหมดอาลัยตายอยากของชายคนนั้น ชายคนนี้คือเจ้าหน้าที่ขี้ขลาดที่พยายามจะหลบหนีจากหน้าที่ที่สถานีรถไฟ ดูเหมือนเขาจะถูกซ้อมอย่างหนักเพราะความผิดของเขา
“หวัดดี”
ภานุลองทักทายเจ้าหน้าที่คนนั้นดู อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่คนนั้นกลับนิ่งและไม่ตอบสนองราวกับร่างกายของเขาที่อยู่มุมห้องนั้นไร้วิญญาณ นั่นยิ่งทำให้ภานุรู้สึกตึงเครียดเพราะชายหนุ่มคิดว่าเจ้าหน้าที่คนนี้ได้ตายไปแล้ว อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมานั้นเจ้าหน้าที่ที่หมดอาลัยตายอยากคนนั้นก็ได้มีการเคลื่อนไหว สีหน้าของเขาเริ่มแสดงอารมณ์เศร้าออกมาก่อนที่จะเริ่มพึมพำอะไรบางอย่างด้วยเสียงกระซิบที่ภานุไม่มีทางได้ยิน น้ำตาของเขาหลั่งไหลออกมาพร้อมๆ กัน มันเป็นภาพที่ดูเหมือนกับใครคนหนึ่งได้สูญเสียสิ่งสำคัญในชีวิตของเขาไป
ในขณะที่ภานุต้องการจะพยายามสื่อสารกับชายคนนั้นประตูก็ได้ถูกปลดล็อกจากด้านนอกโดยใครบางคนก่อนที่มันจะค่อยๆ ถูกเปิดออก
“เอี๊ยด! ”
เสียงของโลหะเสียดสีกันทำให้ภานุรู้สึกเสียวฟันเล็กน้อย ซึ่งน่าจะเกิดจากประตูโลหะที่กำลังเปิด ปรากฏร่างของชายร่างอ้วนมันไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นคนที่ภานุเคยเจอก่อนหน้านี้แล้ว นั่นคือผู้หมวดร่างอ้วนที่พยายามจ้องมองเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เขามาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ร่างยักษ์สองคนที่ดูเหมือนจะเป็นบอดีการ์ดของเขา
“ฮี่ๆ”
ผู้หมวดอ้วนยิ้มยิงฟันพร้อมกับส่งเสียงแปลกๆ ฟันสีเหลืองสลับดำที่เหมือนจะเกิดจากคราบของสาหร่าย ทำให้ภานุรู้สึกขนลุกเมื่อมองไปที่มัน
อย่างไรก็ตามเมื่อผู้หมวดอ้วนคนนั้นเหลือบไปเห็นเจ้าหน้าที่ที่นั่งโชกเลือดอยู่มุมห้องรอยยิ้มของเขาก็หุบลงพร้อมกับคิ้วขมวดเข้าหากันในทันที ภานุสังเกตได้ว่าบรรยากาศรอบตัวของผู้หมวดอ้วนนั้นเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนกับตอนแรกที่เขายิงฟันให้ชายหนุ่ม
“เอาตัวมันออกไป! ”
ผู้หมวดอ้วนออกคำสั่ง ก่อนที่ชายร่างยักษ์คนหนึ่งที่ยืนอยู่เบื้องหลังเขาจะขยับและเดินเข้าไปแบกร่างของเจ้าหน้าที่คนนั้นซึ่งไม่มีการขัดขืนและดิ้นรนเกิดขึ้นแม้แต่น้อย ร่างของเจ้าหน้าที่คนนั้นถูกโยนเหมือนกับโยนขยะออกไปนอกห้องมืด ก่อนที่ประตูจะค่อยๆ ถูกปิดลงและนั่นเป็นภาพสุดท้ายที่ภานุจะได้เห็นภาพของชายคนนั้น
“หวัดดีพ่อหนุ่มจากโรงเรียนทหาร วันนี้เธอเป็นเหมือนวีรบุรุษจริงๆ เธอฆ่าผู้ร้ายไปทั้งหมดห้าคน และทำให้หมดสติไปหนึ่งคน โดยใช้เพียงแค่ปืนรุ่น S-21 เท่านั้น…”
ผู้หมวดกล่าวขึ้นพร้อมๆ กับที่เขานั่งลงที่เก้าอี้ซึ่งอยู่ตรงข้ามเขา โดยมีโต๊ะตัวหนึ่งคั่นกลางเอาไว้ ก่อนที่บอดีการ์ดร่างยักษ์จะยืนอยู่เบื้องหลังซึ่งให้ความรู้สึกกดดันอยู่ไม่น้อยจริงๆ
“ผมแค่โชคเท่านั้นครับ ฮ่าๆ และผมไม่คิดว่าตัวเองจะเหมาะสมกับคำว่าวีรบุรุษอะไร”
ภานุพยายามตอบให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด ซึ่งมันก็ออกมาดีกว่าที่เขาคิดเอาไว้มาก ผู้หมวดร่างอ้วนเอามือทั้งสองข้างของมันเท้าโต๊ะเอาไว้ก่อนที่รอยยิ้มของมันจะค่อยๆ หุบลงและกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“จริงๆ วันนี้แกต้องตายไปแล้ว เพราะแกบังอาจมาแย่งผลงานของหน่วยเราไป แกน่ะโชคดีนะที่ดันไปรู้จักกับแม่สาวคนนั้น ฉันล่ะหงุดหงิดจริงๆ ที่วันนี้ดันทำอะไรไม่ได้ตามใจชอบเพราะอำนาจของตระกูลเธอ! ”
“แม่สาว? ”
ภานุกล่าวออกมาด้วยสีหน้าสับสน เขาไปรู้จักคนมีอำนาจแบบนั้นตอนไหนกัน แต่ยิ่งกว่านั้นเจ้าหน้าที่คนนี้คิดจะฆ่าเขาเพียงเพราะแย่งผลงานของมันนี่มันจะไร้สาระเกินไปแล้ว
เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางสับสนของภานุผู้หมวดอ้วนก็ไม่ได้รู้สึกต้องการจะอธิบายอะไรให้ภานุเข้าใจสักนิดเดียว มันกลับกล่าวเรื่องอื่นต่อ
“มาเข้าประเด็นกัน! แม้ว่าพวกฉันจะทำอะไรกับชีวิตแกไม่ได้ แต่หากเราจะทำกับเพื่อนสนิทหรือครอบครัวของแกมันก็มีหนทางอีกหลายทาง…”
ภานุอึ้งไปทันทีดูเหมือนเจ้าหน้าที่คนนี้จะเข้าขั้นเลวระยำไปแล้ว เขาไม่คิดเลยว่าสิ่งที่ประชาชนหรือพวกผู้ใหญ่มักจะพูดกันว่าเจ้าหน้าที่หน่วยพลเรือนนั้นมันไม่มีอะไรดี มันเพียงอยู่กินภาษีของพวกเขาไปวันๆ อย่างไรก็ตามมาในวันนี้มันไม่ใช่เพียงแค่เรื่องที่พวกเขาพูดกัน แต่มันเลวร้ายยิ่งกว่านั้นเสียอีก
“คุณต้องการอะไร…”
สีหน้าของภานุเปลี่ยนเป็นเย็นชา มันเป็นครั้งแรกที่เขาเจอกับผู้ใหญ่นิสัยเสียเช่นนี้ตั้งแต่เกิดมา มันค่อนข้างเปิดโลกกว้างให้เขามากเลยทีเดียว
“มันมีอะไรมาก…แกเพียงยกเครดิตที่สังหารพวกผู้ร้ายให้ฉัน และปิดมันเป็นความลับซะ! หากแกพยายามจะบอกเรื่องนี้กับใครบางทีวันรุ่งขึ้นบ้านญาติแก หรือเพื่อนๆ ของแกอาจจะเกิดไฟไหม้ก็ได้…”