ตอนที่ 45 เพื่อนข้างห้อง
เฉินอันหลานคว้าเสื้อสูทแล้วเดินลงจากบันไดสถานีตำรวจมา ตอนที่เดินออกมาด้านนอก รถของเฉินหยินชิงก็มาจอดรออยู่ก่อนแล้ว เมื่อคนขับรถเห็นคุณชายของเขาปรากฏตัวขึ้นก็รีบลงมาเปิดประตูให้เฉินอันหลานในทันที“เชิญครับ คุณชายสาม”“ลำบากหน่อยนะ”เฉินอันหลานโน้มตัวเข้ามานั่งในรถก็พบกับเฉินหยินชิงที่นั่งอยู่ข้างใน“เปลี่ยนเสื้อผ้าซะ”ชายหนุ่มรับถุงเสื้อผ้าจากผู้เป็นพี่มาโดยไม่พูดอะไร ภายในถุงนั้นเป็นเสื้อสูทใหม่เอี่ยมอ่องสามตัวกับกางเกงขายาวและเสื้อเชิ้ต แม้แต่กางเกงชั้นในก็ถูกพับรวมอยู่ในนั้นด้วย“นายเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะ” เฉินหยินชิงก้าวลงจากรถเพื่อให้น้องชายมีพื้นที่ในการผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเฉินอันหลานรับคำแล้วหันมาจัดการถอดชุดของตัวเองออก“นายมีความสัมพันธ์อะไรกับคนตระกูลเอสเตงั้นเหรอ?” เมื่อเฉินอันหลานเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว เฉินหยินชิงก็กลับเข้ามาในรถ“ไม่มีอะไร แค่เพื่อนข้างห้องเท่านั้น”“ห้องตัวเองไม่ยอมอยู่ แต่ดันไปนอนอยู่บนเตียงของเพื่อนข้างห้องเนี่ยนะ?”เฉินอันหลานนำเสื้อผ้าชุดเก่าใส่กลับลงไปในถุงแล้วจึงหันมาจัดแจงเสื้อสูทของตัวเองให้เรียบร้อย พลางเอ่ยตอบพี่ชายไปด้วย“ตอนที่เข้าไปดื่มชาในห้องเขา ผมดันทำเข็มกลัดที่พี่ใหญ่ให้มาหาย ผมไม่อยากรบกวนคนอื่นก็เลยขอเข้าไปหาด้วยตัวเอง”“แค่เข้าไปหาเข็มกลัดจำเป็นต้องถอดกางเกงด้วยเหรอ?” เฉินหยินชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาเฉินอันหลานรู้ดีว่าคำแก้ตัวของเขาฟังไม่ขึ้น ชายหนุ่มหยุดชะงักไปเล็กน้อยตอนที่ได้ยินน้ำเสียงของพี่ชาย ทว่าไม่นานเขาก็กลับมาพับแขนเสื้อต่ออย่างแนบเนียน“พี่รอง ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะครับ”“เขารู้เพศรองของนายไหม?”“ไม่ครับ”“นอนหลับอยู่บนเตียงของเขาแต่ก็ยังไม่ถูกล่วงรู้เหรอ?”“พี่รอง ผมยังไม่อยากคุยเรื่องนี้ครับ” เฉินอันหลานพูดพร้อมกับนำเอกสารที่ได้จากเจียงหยางออกมายื่นให้กับเฉินหยินชิง“พี่มีเส้นสายในแวดวงการเมืองนี่ครับ ผมรบกวนให้พี่ช่วยเอานี่ให้ผบ.เซ็นได้ไหมครับ?”เฉินหยินชิงมองเอกสารในมือน้องชายเงียบ ๆ อยู่นานสองนาน สุดท้ายจึงยื่นมือออกไปรับมันมา คุณชายรองตะกูลเฉินพลิกดูเอกสารในมือรอบหนึ่งก่อนจะหันไปมองหน้าเฉินอันหลาน“ฉันว่าไม่ต้องเซ็นต์อะไรหรอก นายไปลาออกกับผบ.เลยดีกว่า” “ยังไม่ใช่ตอนนี้ครับ ผมต้องการสถานะตำรวจเพื่อไปสะสางเรื่องหนึ่งก่อน”“เพื่อเด็กผู้ชายบนเขานั้นน่ะเหรอ?”“เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีนะครับ”“อันหลาน นายต้องตั้งสติได้แล้วนะ” สีหน้าของเฉินหยินชิงไปเปลี่ยนทันที เขามองหน้าน้องชายพร้อมกับพูดขึ้นด้วยความไม่พอใจ“เด็กคนนั้นเป็นเด็กในอุปการะของนาย ที่ผ่านมานายปฏิบัติต่อเขาอย่างดีเสมอมา ถึงเวลานี้เขาจะจากไป แต่นายไม่จำเป็นต้องทำเรื่องเสี่ยงตายเพื่อเขา”เฉินอันหลานก้มหน้าลงแล้วเอ่ยตอบ “ผมเป็นคนขอให้เขาย้ายเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยในเมืองหวากัง ถ้าไม่ใช่เพราะความเห็นแก่ตัวของผม เขาคงไม่ต้องตาย”“เหอะ” เฉินหยินชิงแค่นหัวเราะ“อย่าลืมสิว่านายมีครอบครัวอยู่นะ อย่างมากที่สุดเด็กคนนั้นก็เป็นแค่คนนอก นายจะเอาชีวิตไปแลกเพื่อเขาทำไม หึ เด็กคนนั้นน่ะ ลองให้เขาปีกกล้าขาแข็งดูสิ ลองให้เขาได้รู้เพศรองของนาย หรือลองให้นายไม่สามารถให้ในสิ่งที่เขาต้องการได้ดูสิ ถึงตอนนั้นเขาก็คงเลือกที่จะจากนายไปอย่างไม่ลังเลเหมือนกัน”“ผมรู้ครับ”“พ่อแม่ทำไม่ดีต่อนาย แต่นายยังมีฉันและพี่ใหญ่ ไม่เห็นจำเป็นต้องพาตัวเองไปเจ็บปวดเพื่อคนนอกเลยนี่”เฉินอันหลานก้มหน้าลงโดยไม่พูดอะไรเฉินหยินชิงรู้อยู่แก่ใจดีว่าเปล่าประโยชน์ที่จะโน้มน้าว พวกเขาสามคนพี่น้องอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เล็กจนโต เขาเองในฐานะพี่ชายคนหนึ่งของเฉินอันหลานย่อมรู้ดีว่าน้องชายของตนมีนิสัยอย่างไร ลองให้เขาได้ตัดสินใจเรื่องอะไรไปแล้วจะไม่มีใครมาเปลี่ยนใจเขาได้อีก เฉินหยินชิงขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจเท่าใดนัก แต่เมื่อห้ามไม่ได้ สุดท้ายจึงได้แต่ปิดเอกสารในมือลงแล้วสั่งให้คนออกรถ“วันนี้อย่าเพิ่งกลับห้องเลยนะ ฉันเปิดห้องในโรงแรมไว้ให้นายแล้ว ไปอยู่ที่นั่นสักสองสามวันก็ได้”“ผมไม่เป็นไรครับ...”“ถ้าไม่อยากให้พี่ใหญ่รู้ว่านายไปทำอะไรบนเรือล่ะก็ ฟังฉัน”“...”“หลังจากให้คนจัดการเรื่องเอกสารแล้ว ฉันจะให้คนเอาไปให้ วันนี้นายไม่ต้องทำอะไรแล้ว อันหลานเชื่อฟังฉันแล้วไปนอนพักผ่อนที่โรงแรม รอจนถึงพรุ่งนี้ฉันจะไม่ห้ามนายอีก”เฉินหยินชิงหันไปมองน้องชายที่นั่งอยู่ด้านข้าง“ถ้าตกลงก็ตอบกลับมาหน่อย”รอจนกระทั่งได้ยินเสียงตอบรับกลับมา เฉินหยินชิงก็เหยียดยิ้มอย่างพอใจ เขาปรายตามองน้องชายของตัวเองเล็กน้อย หลังจากเห็นว่าเขาไม่มีท่าทีต่อต้านอีกจึงได้วางใจและบอกคนขับรถให้มุ่งหน้าไปยังโรงแรมที่จองไว้