“คุณยังไม่ได้บอกผมด้วยนะว่าเวลานี้คุณอายุเท่าไหร่แล้ว?” เขาเอ่ยขึ้น และดูจะให้ความสนใจกับปลายบุหรี่ที่ตัวเองสูบอยู่ขึ้นมา
“19...เดือนพฤศจิกายนนี่จะ 20 แล้ว”
“อายุขนาดนี้ก็โตพอที่จะออกจากบ้านได้แล้วนี่ แล้วคุณคิดจะทำอะไรต่อไปล่ะ?”
“ฉันกำลังคิดอยู่ว่า” ดานี่สูดลมหายใจลึก “คิดว่าจะตามพ่อไป พ่อไม่ควรจะต้องอยู่คนเดียวในขณะที่มันเกิดเื่อย่างนี้ขึ้นเลย”
“ถ้าจะมองด้วยสายตาของผู้ชายด้วยกันนะ ผมว่าคุณเข้าใจผิด เพราะเวลานี้มันก็มีพยานหลักฐานที่ยืนยันอยู่ว่าเขาเป็คนที่ประสบความล้มเหลวในชีวิตจริงๆ ทั้งในฐานะของความเป็พ่อและก็ในฐานะของความเป็คน ไอ้การที่คุณจะออกวิ่งไล่ตามเขาไปด้วยความสงสารความเห็นใจนั่น เท่ากับเป็การยืนยันในความเห็นที่เขามีต่อตัวเองให้มันเพิ่มขึ้น ผมจะบอกให้นะว่า คนเราทุกคนน่ะไม่ว่าจะเป็ผู้หญิงหรือผู้ชายก็ตาม บางครั้งมันจะต้องถึงเวลาหนึ่งที่้าจะอยู่ตามลำพังคนเดียว เพื่อจะได้คิดคลี่คลายในปัญหาต่างๆ ที่ตัวสร้างขึ้น ไม่้าให้มีใครเข้ามาพัวพันหรือเกี่ยวข้องด้วย และตอนนี้พ่อของคุณก็กำลัง้าและทำในสิ่งนั้นอยู่”
“ถ้าเช่นนั้นคุณก็คิดว่า ทางที่ดีฉันควรจะทำตามที่พ่อขอร้องใช่ไหม?” ดานี่ถามอย่างครุ่นคิด เพราะมองเห็นความเป็จริงตามเหตุผลที่เขาให้อยู่ “ปัญหามันก็มีอยู่เพียงประการเดียวเท่านั้น” เธอถอนหายใจ “ว่าฉันควรจะทำอะไรต่อไป? ลิวขอให้ฉันให้สัญญาว่าฉันจะต้องไม่เข้าไปเกี่ยวข้องในทุกเื่ที่เกี่ยวกับม้าอีก และมันเป็ความรู้อย่างเดียวที่ฉันมีเสียด้วยสิ”
“เออ...เคยมีใครพูดให้คุณฟังบ้างหรือเปล่า...เอ้อ...คุณชื่อดานี่ใช่ไหม?”
“ใช่ ย่อมาจากแดเนียล” เธอให้ความกระจ่าง
“ผมชอบชื่อคุณนะ” มาแชลล์ ทอมป์สันเอ่ยเบาๆ “เพราะว่ามันฟังเป็ผู้ดีดี เคยมีใครพูดให้คุณฟังหรือเปล่าว่าคุณน่ะเป็คนถ่ายรูปขึ้น?”
“ก็แล้วนั่นน่ะมันหมายความว่าอะไรล่ะ?” อีกครั้งหนึ่งที่ความระแวดระวังเกิดขึ้นในน้ำเสียง
“ก็หมายความว่า เวลาที่คุณถ่ายรูปแล้วมันออกจะสวยน่ะสิ” นิ้วยาวๆ ของเขาชี้ไปที่เรือนผมที่ตัดสั้น “ถ้าไม่นับเอาเื่ผมกับเสื้อผ้าของผู้ชายที่คุณสวมอยู่แล้วละก็ ใบหน้าคุณเหมาะมากที่จะเป็แบบถ่าย คุณอาจจะเป็นางแบบก็ยังได้นะ แม้ว่าจะมีผู้หญิงสาวๆ ที่กำลังอยู่ในวัยสะพรั่งอย่างคุณมากมายจะวิ่งเข้าหาอาชีพนั้นอยู่ก็เถอะ”
“นี่คุณกำลังจะเสนอให้ฉันเป็นางแบบกับเขาอีกคนหนึ่งด้วยอย่างนั้นใช่ไหม?” ดานี่ถามมองหน้าผู้ชายคนที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าอย่างแคลงใจ
“อ๋อ ผมสามารถจะพาคุณเข้าช่องได้ถูกทางเลยเชียวล่ะ” เขาตอบโดยมิได้ลังเลใจเลยแม้แต่น้อย
“ก็แล้วไอ้ช่องทางที่คุณว่านั่นน่ะมันควรจะเป็แบบไหนล่ะ? ไปหาคุณที่อพาร์ตเม้นต์ตอนเที่ยงคืนเพื่อให้คุณนั่งสเก๊ทช์ภาพหรือไง” เธอถามอย่างเยาะหยัน
“คุณนี่เป็คนใจร้อนพอๆ กับมีคารมคมกล้าเชียวนะ” เขาพูดหัวเราะๆ
“ฉันอาจจะไม่ใช่ผู้ดีตีนแดงก็จริง แต่ก็ไม่ถึงกับโง่เง่าหรอก คุณทอมป์สัน”
“เรียกผมว่ามาร์แชลล์ดีกว่า” เขารีบกล่าวแก “และผมก็จะเรียกคุณว่าแดเนียล ไอ้การที่คุณจะไปใช้เวลาค่ำกับผมที่อพาร์ทเม้นน่ะมันไม่ใช่เื่ที่ผมคิดอยู่ในใจหรอก แม้จะรู้ว่ามันเป็เื่ที่คุ้มค่ามากก็ตาม เพียงแต่ว่าผมมีแผนการที่ดีกว่านั้นมาก ซึ่งบางทีถ้าบาร์เรทท์ คิง เขารู้เข้าเขาอาจจะไม่ชอบไปด้วยก็ได้ แต่ผมคิดว่าทั้งคุณทั้งผมจะต้องชอบแน่”
“คืออะไรล่ะ?”
เขาก้มลงมองนาฬิกาข้อมือเรือนทองคำ ซึ่งมีทั้งคุณค่าและราคาแพงเช่นเดียวกับเสื้อผ้าที่สวมอยู่
“ถึงเวลาที่นางพยาบาลจะเข้ามาแล้ว และห้องของคุณก็ถูกสั่งห้ามเยี่ยมอย่างเด็ดขาด เพราะฉะนั้น ตอนนี้ผมคงไม่มีเวลาพอที่จะอธิบายอะไรให้คุณฟังได้ทั้งหมดหรอก พรุ่งนี้เช้าคุณจะออกจากโรงพยาบาลแล้วใช่ไหม”
“ใช่” ดานี่ผงกศีรษะรับ รู้สึกสงสัยท่าทีลับลมคมในของเขา ขณะเดียวกันก็ใคร่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ในใจ
เขาล้วงมือลงไปในกระเป๋าเสื้อ ซึ่งมีซองบุหรี่ทองคำบรรจุไว้ แต่ครั้งนี้เขากลับหยิบนามบัตรออกมาส่งให้
“พอคุณออกจากโรงพยาบาลพรุ่งนี้เช้า โทรศัพท์ไปหาผมเลย เราจะได้ปรึกษาหารือกัน” เขายิ้มกว้างจนเห็นไรฟัน “เอาที่ร้านอาหารร้านไหนก็ได้ที่คุณเลือกเอง” เขาหลิ่วตาให้เมื่อจะก้าวออกไปทางประตู “แล้วก็จะเป็การดีที่สุด ถ้าคุณจะไม่เอ่ยถึงเื่ที่พบกับผมให้บาร์เรทท์ คิงฟังตอนที่เขาเข้ามาเยี่ยมคุณ”
“ฉันไม่มีทางจะพบกับเขาหรอก เพราะฉะนั้นมันก็ไม่มีทางที่เขาจะได้รู้อยู่แล้ว” ดานี่ตอบอย่างมั่นใจ
“อ้าว...นี่คุณยังไม่รู้หรอกหรือ?” คิ้วเข้มๆ ขมวดเข้าหากันอย่างจะเยาะ “ว่าที่นี่น่ะมันเป็โรงพยาบาลเอกชนที่แพงที่สุด ที่คุณคิงเขาเลือกให้คุณมาพักรักษาตัว เพราะฉะนั้นคุณแน่ใจได้เลยว่าเขาจะต้องมาเยี่ยมคุณแน่ ก่อนที่คุณจะออกจากโรงพยาบาลพรุ่งนี้”
และกับะเิลูกสุดท้ายที่เขาหย่อนไว้ มาร์แชลล์ ทอมป์สันก็เดินออกไปจากห้อง ดานี่ได้แต่โกรธเกรี้ยวอยู่เพียงลำพัง เมื่อไม่มีใครเป็เครื่องรองรับอารมณ์ของเธอได้ เธอก็กระแทกตัวลงนอนบนเตียง ครุ่นคิดอยู่ว่า จะพูดจากับบาร์เรทท์ คิงอย่างไรดีเมื่อเขาเข้ามาเยี่ยมเธอ เงินก้อนใหญ่ที่ยังซุกอยู่ใต้หมอนเหมือนจะให้ความมั่นใจว่า เธอจะไม่ต้องตกอยู่ในสภาพที่จะได้รับการบริจาคทานจากใครอีกต่อไป และเธอจะกราบเรียนเื่นี้ให้กับคุณคิงผู้ยิ่งใหญ่ได้รับทราบไว้ด้วย
“อ้อ...ตื่นแล้วสินะคะ รู้สึกเป็ยังไงบ้าง?” นางพยาบาลในชุดเครื่องแบบสีขาวเดินตัวตรงเข้ามาในห้องรอยยิ้มฉาบอยู่บนใบหน้า
ดานี่ตกอยู่ในภวังค์แห่งความแปลกใจ แต่แล้วก็เรียกสติกลับคืนมาได้ เธอก็ตอบว่า
“ฉันสบายดีค่ะ ขอบคุณ”
นางพยาบาลลงมือวัดปรอท จับชีพจร และตรวจความดันตามหน้าที่อย่างเงียบๆ
“คุณหลับเลยเวลาทั้งอาหารกลางวัน อาหารค่ำมาแล้วนะคะ” นางพยาบาลเอ่ยขึ้นเมื่อจดบันทึกรายงานอาการของดานี่ลงไว้อย่างเรียบร้อยแล้ว “อยากทานแซนด์วิชกับนมสักหน่อยไหมล่ะคะ?”
แซนด์วิชกับนม ดานี่ซ่อนรอยยิ้มตรงมุมปากไว้ ถ้านางพยาบาลจะเสนอว่าให้เธอดื่มนมกับคุ้กกี้ เธอก็คงไม่อาจจะพูดจาให้กระจ่างลงไปได้ ว่านางพยาบาลผู้นั้นทำท่าเหมือนกำลังพูดอยู่กับเด็กเล็กๆ ไม่ใช่คนที่โตแล้วอย่างเธอ แต่อย่างไรก็ตาม คำเสนอนั้น ก็ทำให้เธอนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองออกจะท้องว่างอยู่
“ค่ะ ฉันกำลังหิวอยู่เหมือนกัน” ดานี่ตอบอย่างยอมรับ
“งั้นฉันจะรีบเตรียมให้ค่ะ” นางพยาบาลตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเดินกลับออกไป และเพียงไม่กี่นาทีก็กลับเข้ามาอีกครั้ง พร้อมกับถาดอาหาร และชี้ให้ดานี่ดูปุ่มที่ติดไว้ข้างเตียง เสริมว่า “ถ้าคุณนอนไม่หลับ หมอสั่งยานอนหลับไว้ให้แล้วนะคะ อีกสักครู่ฉันจะเข้ามาเก็บถาดอาหารค่ะ”
เมื่อนางพยาบาลออกจากห้องไปแล้ว ดานี่ก็แก้กระดาษห่อแซนด์วิชออก และเริ่มลงมือรับประทานอย่างหิวโหย ขณะเดียวกันก็กางหนังสือพิมพ์ออกเพื่ออ่านบทความที่เขียนอยู่ใต้ภาพของเธอ
ใน 2-3 ย่อหน้าแรกเธออ่านข้ามๆ ไป ทั้งนี้เนื่องจากเป็รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนเช้า และกับการแนะนำอย่างสั้นๆ เกี่ยวกับสถิติในชัยชนะที่ เดอะ โร้คได้ทำไว้ และกับการาเ็ที่มันได้รับ ซึ่งทำให้ต้องพลาดรายการแข่งขันนัดสำคัญๆ ไป
แซนด์วิชที่กำลังกล้ำกลืนอยู่เหมือนจะไร้รสชาติขึ้นมาทันใด เมื่อเธออ่านคำให้สัมภาษณ์ของแมนนี่ เกี่ยวกับเื่เมื่อเช้านี้ ซึ่งเขากล่าวถึงว่า ทางวิ่งนั้นอยู่ในสภาพที่ดีมาก และเดอะ โร้คเองก็ไม่ได้แสดงให้เห็นเลยว่าจะมีวี่แววจากการาเ็ครั้งสุดท้ายอยู่ และเขาได้สรุปลงตรงที่ว่า เหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้น่าจะเนื่องมาจากเ้าม้าสายเืตรงตัวนี้ก้าวพลาดก็เป็ได้ ดานี่รู้สึกตีบตันขึ้นมาในลำคอเมื่ออ่านมาถึงตรงที่จ๊อคกี้ประจำตัวของมันได้สรรเสริญถึงความมีน้ำอดน้ำทนของเดอะ โร้คที่มันสามารถประคองตัวตัวอยู่ได้ ไม่ถึงกับล้มลงซึ่งจะทำให้าแต้องกระทบกระเทือนมากไปกว่าที่ได้รับอยู่แล้ว ซึ่งเท่ากับเป็การช่วยให้ตัวเขาได้รอดพ้นอันตรายมาด้วย แต่กระนั้น ดานี่ก็พอจะรู้ว่า การที่เดอะ โร้คไม่ล้มนั้น มันเกี่ยวข้องอยู่กับการที่กระดูกข้อเท้าแตกด้วย
ได้มีการสรุปรายละเอียดย่อๆ เกี่ยวกับอาชีพเลี้ยงม้าแข่งของพ่ออยู่ด้วย และเลยไปถึงเื่ที่เขาต้องออกจากการเป็จ๊อคกี้เนื่องจากน้ำหนักตัวเกินพิกัด นอกจากนั้นก็มีความเห็นของเ้าหน้าที่สนามที่ดานี่เคยรู้จักที่เอ่ยถึงเธอว่าเป็เด็กสาวที่อ่อนไหว ค่อนข้างเ้าอารมณ์ ซึ่งก็น่าจะเป็เพราะเหตุนี้เองที่ทำให้เธอทำร้าย บาร์เรทท์ คิง เข้าตอนที่รู้ว่าสัตวแพทย์จำเป็ต้องฆ่าเดอะ โร้คให้ตาย ด้วยไม่อยากเห็นมันต้องทนทุกข์ทรมานต่อไป