นิ้ววิเศษที่ย่อ-ขยายตามต้องการ

    ตอนที่41 ที่ดินรกร้างทางทิศตะวันออก กับต้นแปะก๊วย白果

         เมื่อทำการจัดตกแต่งสนามเด็กเล่นกันเป็นที่พอใจแล้ว พวกเด็กๆก็อดไม่ได้ที่จะพูด และนำแบบแปลนสนามเด็กเล่นนี้มาอวดให้ ปู่ย่า ตายาย และบรรดาแม่ๆของพวกเขาได้ดูกันด้วย

         แต่สิ่งที่พวกแม่ๆเห็นแล้วมีสีหน้าที่แปลกไปก็คือตอนที่เห็นสนามที่มีพวกดินโคลน ดินทราย และบ่อน้ำเล็กๆนี่แหละ ถึงกับมองแรงไปยังบรรดาพ่อๆ พากันเสียวสันหลังวูบวาบกันเลย

         “โอ้..แล้วตรงนี้ ตรงนี้ และตรงนี้มันคืออะไรคะ และเล่นอะไรกันได้เหรอลูก”แม่ น้องเสาร์น้อยแกล้งถาม

        “นี่น่ะเหรอค่ะพวกนี้ก็…บลา…บลา….”เสาร์น้อยและพี่สาวโจวหวู่ บรรยาลักษณะของการเล่นอย่างเมามัน โดยลืมไปเลยว่าใครคือคนตั้งคำถามนี้

         “หรือก็คือการสอนให้เด็กๆมีบทเรียนความเลอะเทอะค่ะ”เสาร์น้อย

         “โอ้….บทเรียนหัดเลอะเทอะ??”แม่ อาสะใภ้ น้าสะใภ้

         “ใช่ค่ะ”สองสาวน้อย

         ลูกสาวต่างหัวเราะชอบใจและมีความสุข บรรดาพ่อๆก็ยิ้มแหยๆกันแล้ว อย่างจะเอามือปิดปากเจ้าตัวเล็กทั้งสองจริงๆเจื้อยแจ้งเป็นนกเลยพูดไม่หยุดจริงๆ

         “พ่อว่า พวกเราเอาแบบแปลนสนามเด็กเล่นไปเก็บก่อนนดีกว่าไหมครับ และไปดูสถานที่จริงที่จะวางสนามเด็กเล่นกันดีกว่านะ ว่าอย่างไรเด็กๆ”พ่อที่จะหนีไปจากตรงนี้ก่อน

        “ค่ะ” “ครับ”พวกเด็กๆ ต่างพากันเดินนำหน้าไปก่อนเลย

        “แว๊บ……”พ่อ อาเล็ก น้าชาย ก็ไวมากไม่แพ้พวกเด็กๆกันเลยคราวนี้

         “อ้าว เจ้าพวกลูกชายนี่ก็รีบร้อนตามลูกๆหลานๆไปได้ ไอ้พวกนี้ไม่รู้จักโตจริงๆมีลูกกันตั้งหลายคนแล้ว”ปู่ ส่ายตาให้กับพวกลูกชายของตัวเองกัน

         “จริง ไม่แปลกใจเลยทำไมเจ้าพวกลิงแสบมันเหมือนใครน่ะ”ตา พูดถึงพวกหลานชายทั้งหลาย

         “ก็เหมือนพ่อมันไงล่ะ”ตา ปู่ พูดออกมาพร้อมๆกันเลย

          “ฮ่า…ฮ่า….”ตา ปู่ ผู้ที่ไม่รู้เรื่องราวละเอียดอ่อนแบบย่า ยาย ก็พูดไปอีกแบบหนึ่งเท่าที่พวกท่านเห็นและเข้าใจไปกันเอง

         ย่า กับยายพากันส่ายหน้าไปมา เพราะพวกท่านรับรู้ว่าเหตุใดพวกลูกชาย ลูกเขยถึงรีบลุกลนขนาดนั้น จะไม่ให้รีบร้อนได้อย่างไร ก็บรรดาลูกสาว ลูกสะใภ้ตอนนี้เริ่มจะร้อนใจอยากจะทุบสามีกันหมดแล้ว ที่ไปตามใจสร้างบ่อดินโคลน ดินทราย และบ่อน้ำน้อยๆพวกนั้น 

         เพราะถ้าพวกเด็กๆในลองหายไปที่สนามเด็กเล่นเหล่านี้แล้วรับรองเลยว่าสองแสบน้อยของบ้านจะมีสภาพแบบไหน พวกท่านเดาได้ล่วงหน้ากันเลย งานหนักตรงที่ต้องพาล้างตัวและซักเสื้อผ้านี่แหละ

        แต่ว่าพวกท่านและบรรดาแม่ๆไม่มีใครห้ามหรอก เพราะพวกท่านเองก็รู้ว่ามันคือการเรียนรู้ของพวกเด็กๆจริงๆ และมันก็ไม่ได้มีอันตรายอะไรแค่เลอะเทอะเปรอะเปื้อน มอมแมมเท่านั้นเอง!!

         “ทีนี้ก็เตรียมเสื้อผ้ากันเอาไว้ผลัดเปลี่ยนให้เยอะๆล่ะค่ะพี่สะใภ้”น้าสะใภ้

         “จริงค่ะ ตอนแรกที่ตัดเย็บเสร็จแล้วน่าจะพอแต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว”อาสะใภ้

         “เฮ้อ……”แม่ น้าสะใภ้ อาสะใภ้ พากันถอนหายใจแต่ก็มีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าพวกท่านกันหมด เมื่อนึกถึงความมอมแมมของสองสาวน้อยในเวลาที่ได้ออกไปซุกซนเต็มที่ และเสียงหัวเราะสนุกสนานของพวกเด็กๆ

         “บ่นแต่ก็พากันยิ้มนะลูกสะใภ้ และลูกสาวเนี่ย”ยาย

         “อย่าว่าแต่พวกแม่ๆของหลานๆเลย พอนึกถึงตอนที่พวกเด็กๆมอมแมมกลับมาก็พาอดที่จะยิ้มไม่ได้จริงๆนะ”ย่า

         “ใช่”ยาย

         ทางด้านพวกเด็กๆ และบรรดาเหล่าพ่อๆนั้นตอนนี้ก็พากันสำรวจพื้นที่ดินของพวกเรากันอย่างสนุกสนานกันเลย

         “จริงๆแล้วที่ดินของพวกเราไม่ได้มีแค่นี้นะลูก”พ่อ

         “เอ๋??”พวกเด็กๆ

         “เพราะว่าการเพาะปลูกนั้นต้องใช้เมล็ดพันธุ์เยอะมาก และบวกกับการที่เราต้องใช้น้ำเพาะปลูกในส่วนของการเกษตรมากพอสมควร เราจึงต้องทิ้งที่ดินบางส่วนไปเพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นมา”พ่อ

         “หมายความว่าที่ดินที่เราเห็นอยู่นี้ไม่ใช่ทั้งหมด”เสาร์น้อย

         “ใช่ครับลูกสาว”พ่อ

         “พ่อพาพวกเราไปดูตอนนี้เลยได้ไหมคะ นะคะ”เสาร์น้อย รีบบอกด้วยน้ำเสียงอันตื่นเต้นขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินแบบนี้

         “ได้ครับ”พ่อ

         “แล้วที่ดินที่ว่านี้มีทั้งของปู่กับของตาใช่ไหมคะพ่อ”เสาร์น้อย

         “ใช่ครับ”พ่อ

         “การเพาะปลูกรอบหน้าแน่นอนว่าพวกเราจะต้องกลับมาผลิกฟื้นที่ดินที่ทิ้งไปพวกนี้อย่างแน่นอน”พ่อ

         “ดีจังเลย แบบนี้เราก็มีพื้นที่ปลูกต้นไม้เยอะแยะเลย”พี่สาวโจวหวู่

         “แล้วที่ดินพวกนี้ครอบครัวของพวกเราทิ้งร้างไปนานหรือยังคะพ่อ”เสาร์น้อย

         “ประมาณร่วม 10 ปีได้ครับ”พ่อ

         “โอ้โฮ!!”พวกเด็กๆที่ได้ยินถึงกับตกใจกันไปเลยคิดว่าทิ้งร้างเพียงไม่กี่ปีแต่นี่เป็นสิบปีเลยทีเดียว

         “มันไม่คุ้มกับที่ลงแรง หรือลงเงินไปน่ะเด็กๆพวกเราเลยจำเป็นที่จะต้องตัดทิ้งส่วนนี้ไป”น้าชาย

         “ถึงจะเสียดายพื้นที่ดินการเพาะปลูกแค่ไหนแต่ว่าเงินลงทุนของพวกเรานั้นมีน้อยเกินไป”อาเล็ก

         พวกเด็กๆตั้งใจฟังเรื่องราวที่ดินที่ว่าพวกนี้กัน และสอบถามกลับไปบ้างเป็นบางครั้งอย่างสนใจกันมากๆ

         “ตรงทางเลี้ยวด้านหน้าก็ถึงแล้วเด็กๆ”พ่อ

         “ค่ะ” “ครับ”พวกเด็กๆ

         เมื่อเดินเท้ามาถึงที่ดินที่ละทิ้งไปแล้ว พวกเด็กๆก็ต้องพากันมองอย่างตื่นเต้นถึงกับต้องรีบพูดออกมากันเลยว่า

        “ตรงบริเวณนี้พวกผมก็เคยมาเดินนี่ครับพ่อ แต่ไม่คิดว่าจะเป็นที่ดินของบ้านพวกเราด้วยนะครับ”พี่ใหญ่โจวซาน

         “ใช่ๆ”พวกพี่ชาย

         “ตอนนี้พวกเราก็รู้กันแล้วนะ”พ่อ

         “ครับ”พวกพี่ชาย

         “ที่ดินตรงนี้จะติดกับทางเดินส่วนสาธารณะของหมู่บ้านที่จะออกไปทางทิศตะวันออกด้วยนะเด็กๆ”พ่อ

         “โอ้ติดถนนเสียด้วย ถือว่าที่ดินพวกนี้ไม่เลวเลยแฮะ”เสาร์น้อย บ่นพึมพำคนเดียว

         “คนอื่นๆมองว่าเป็นป่า เลยไม่คิดจะสนใจเดินตัดผ่านกัน”พี่รองโจวซื่อ

         “จริง”พวกพี่ชาย ต่างก็พากันพูดคุยถึงเส้นทางเดินในหมู่บ้านเจียวจิ้นของพวกเรากันด้วย

         "แสดงว่าที่ดินพวกนั้นก็ไม่รกมากจนเดินไม่ได้น่ะสิใช่ไหมพี่ชาย”เสาร์น้อย ที่ได้ยินพวกพี่ชายพูดคุยว่าเคยเดินผ่านมาแล้วก็สอบถามอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจจากที่เห็นในระยะสายตานี้มันบอกไม่ได้หรอกว่าด้านในจะรกหรือไม่รกกัน

         “ก็เหมือนกับป่ารอบหมู่บ้านพวกเรานั่นแหละน้องเสาร์น้อย แต่จะมีพวกต้นหญ้าต่างๆขึ้นเยอะหน่อยเพราะคนอื่นๆเขาไม่ค่อยเดินผ่านกัน คงเป็นเพราะว่าพวกผู้ใหญ่บางบ้านรู้ว่าคือที่ดินส่วนตัวของบ้านเราน่ะ”พี่ใหญ่โจวซาน

         “อ้อ..”เสาร์น้อย

         “ถ้าแบบนี้จะต้องเจอของดีแน่นอนเลย”เสาร์น้อย ตาเป็นประกายวิบวับขึ้นมาทันที ขอให้เจอทรัพย์สมบัติในป่าอีกและแถมมันเป็นที่ดินของครอบครัวของเธอด้วยยิ่งดีใหญ่เลย

        “พวกพี่ตอนแรกๆไม่เคยหวังอะไรเลยนะ แค่เดินผ่านทางและมองหาผักป่า หรือเห็ดบ้าง แต่ตอนนี้น้องเสาร์น้อยสามารถ…”พี่รองโจวซื่อ

        “ปี้ว….ปี้ว….”พวกพี่ชายทุกๆคนต่างก็ส่งสัญลักษณ์นิ้วทำท่าเดียกับเสาร์น้อยกันหมด

        “เพียงน้องเสาร์น้อย ชี้นิ้ววิเศษไปรอบนี้พี่เชื่อว่าพวกเราจะต้องเจอของดีแน่นอนล่ะ”พี่ซานเยวี่ย

        “ใช่ๆ และพวกพี่จะช่วยมองดูไม่ให้คลาดสายตาแม้แต่ต้นเดียวเลยนะ”พี่ซื่อเยวี่ย

         “ที่ดินที่ทิ้งพวกนี้ คงจะมีสักต้นสองต้นล่ะที่จะทำรายได้หรือทำให้เราอิ่มท้อง”พี่หว่านช่าง

         “ใช่ๆ พวกเรารีบไปสำรวจที่ดินกันเถอะ”พี่หว่านหว่าน

         “ไปเลย”พวกพี่ชาย

         พวกพี่ชายพากันเดินนำหน้าน้องสาวสองคนไปก่อนเลย บรรดาพ่อๆ กับน้องสาวก็เดินตามอีกทีหนึ่ง

         “พี่สาวตื่นเต้นจังเลย พวกเราจะเจอต้นผลไม้อะไรอีกนะ”พี่สาวโจวหวู่

         “เสาร์น้อยเองก็เดาไม่ถูกเหมือนกันนะพี่สาวแต่เชื่อว่าต้องมีแน่นอน ที่ดินออกกว้างใหญ่ขนาดนี้มันจะต้องมีของดีหลุดรอดมาถึงมือเราล่ะต่อให้อยู่ลึกใต้ดินแค่ไหนเสาร์น้อยจะปี้ว..ปี้ว…ขุดมันโผล่ขึ้นมาเหนือพื้นดินให้หมดเลย”เสาร์น้อย

        “น้องสาวเก่งมากๆ”พี่สาวโจวหวู่

         สองสาวน้อยพากันเดินจูงมือกันมาตลอดทางด้วยเท้าของตัวเองไม่ได้ให้พ่อ น้าชาย หรืออาเล็กช่วยอุ้มแม้แต่น้อยเลย

         “ถึงแล้วเด็กๆ”พ่อ ตะโกนบอกพวกพี่ชายให้หยุด

        “ครับ”พวกพี่ชาย

         “ที่เราเห็นก็คือบริเวณนี้ทั้งหมดจนสุดปลายทางเดินส่วนกลางของหมู่บ้านทิศตะวันออกมาลูก และจรดสุดไปก่อนจะถึงชายแม่น้ำสายย่อยด้านในป่าประมาณ 2-3 กิโลได้”พ่อ

         “ว้าว…”พวกเด็กๆ

         “งั้นพวกเราก็เริ่มจากจุดนี้นี่แหละค่ะพ่อ ไม่ต้องไปตั้งต้นไกลเลย เพราะตรงนี้ก็เขตที่ดินพวกเราอยู่แล้วเดินเลาะไปเรื่อยๆค่ะ ถึงแค่ไหนก็แค่นั้นเอาไว้พรุ่งนี้พวกเรามาสำรวจกันเพิ่มเติมอีกก็ได้”เสาร์น้อย

         “ได้ครับ”พ่อ

         พวกเด็กๆ กับคุณพ่อทั้งสามพากันเดินเข้าเขตที่ดินที่โดนทิ้งไว้นานมากแล้ว พวกท่านมีไม้กิ่งยาวๆคอยเคลียร์ทางสำหรับบริเวณไหนที่มีต้นหญ้า ดอกหญ้ารกมากจนเกินไป

         “เสาร์น้อยขอลองตรงจุดนี้ก่อนได้ไหมคะ ขอจัดการพวกต้นหญ้าสูงๆเป็นช่วงๆพวกนี้ให้เล็กลงหน่อยจะได้สะดวกขึ้นเวลาเดินเข้าไป”เสาร์น้อย

         “ตกลง”ทุกๆคน

        “ปี้ว…ปี้ว…..”เสาร์น้อยเองไม่ได้รอช้า รีบส่งนิ้ววิเศษทั้งสิบของตัวเองไปทันทีที่เป้าหมายอยู่ที่ต้นหญ้า ในแถบนี้ทั้งหมดให้ต้นมันสูงแค่เพียงฝ่ามือเล็กๆของเสาร์น้อยก็พอแล้ว

        “ว้าว……”พวกพี่ชาย

        “ต้นหญ้าพวกนั้นหายไปหมดเลย หดเหลือต้นนิดเดียว”พี่ใหญ่โจวซาน

         “แบบนี้มันสะดวกที่สุดเลย พวกเราเห็นด้านล่างได้ทั้งหมดแล้ว”พี่รองโจวซื่อ

         “ดูนั่นสิตรงนั้นมีเห็ดเยอะแยะเลย”พี่ซานเยวี่ย

         “จริงด้วยขอนไม้พวกนั้นมีแต่เห็ดจริงๆ”พี่ซื่อเยวี่ย

         “พวกเราไปช่วยกันเก็บดีกว่านะครับจะได้กินผัดเห็ดกันมื้อเย็นนี้เลย”พี่หว่านช่าง”

         “ไปเลย”พี่หว่านหว่าน

         พวกพี่ชายพากันตรงไปช่วยเก็บเห็ดที่เห็นขึ้นไม่ไกลกันมากในแต่ละจุดชัดเจนมากขึ้นเพราะด้วยที่หญ้า และต้นไม้ที่รกๆบนพื้นดินได้ถูกเสาร์น้อยจัดการย่อขนาดลงให้เล็กแบบที่เท้าเหยียบย่ำเหมือนสนามหญ้าได้เลย

         “สองสาวน้อยของพ่อจะไปช่วยพวกพี่ชายเก็บเห็ดไหมลูก”พ่อ

         “ไม่ค่ะพ่อ”สองสาวน้อย

         “หลานสาวเหนื่อยแล้วเหรอ”น้าชาย

         “ถ้าเหนื่อยไปนั่งพักตรงทางด้านโน้นกันก่อนไหม รอพวกพี่ชายพวกหนูเก็บเห็ดเสร็จแล้วค่อยเดินสำรวจที่ดินกันต่อ”อาเล็ก

         “เสาร์น้อยไม่ได้เหนื่อยหรอกค่ะ แต่ว่าจะสำรวจต้นไม้ต้นอื่นๆก่อนค่ะ”เสาร์น้อย

        “อ้อ…”พ่อ อาเล็ก น้าชาย

        เสาร์น้อย พาพี่สาวโจวหวู่เดินสำรวจบริเวณแถวนี้เพื่อรอพวกพี่ชายไปด้วย แบบไม่เร่งรีบ เดินสำรวจพื้นที่ห่างจากพวกพี่ชายสัก 200-300 เมตรเห็นจะได้เสาร์น้อยก็หยุดเดินและมองเศษใบไม้ที่ตกบนพื้นดินพวกนี้อย่างฉงน

         เสาร์น้อยขมวดคิ้วน้อยๆมองใบไม้พวกนี้อย่างคุ้นตา และหยิบขึ้นมาดูใกล้ๆ พร้อมกับเริ่มที่จะตื่นเต้นและเงยหน้ามองต้นไม้ต้นนี้ที่ใบไม้คุ้นตาเหล่านี้ตกอยู่แถวนี้ 

          “ใช่จริงๆด้วย!!”เสาร์น้อย ที่มือยังถือใบไม้ปริศนานี้อยู่พอเงยหน้ามองขึ้นไปที่ต้นของมันก็ทำให้กับดีใจเป็นอย่างมากและกระโดดขึ้นอย่างดีใจ

         “น้องเสาร์น้อย ต้นนี้มันคือต้นอะไรกันเหรอน้องสาวถึงได้ดีใจมากขนาดนี้”พี่สาวโจวหวู่

         “ดูนี่สิคะ ดูใบพวกมันสิคุ้นตาทุกๆคนบ้างไหมคะลักษณะคล้ายพัดแบบนี้”เสาร์น้อย

         ไม่ใช่เพียงแค่พี่สาว และบรรดาพ่อๆที่ได้ยินเสียงอันตื่นเต้นดีใจของเสาร์น้อย พวกพี่ชายที่อยู่ไม่ไกลก็ได้ยินเช่นกันต่างพากันทิ้งเห็ดไว้ทีหลังและพากันวิ่งมารวมตัวกับน้องสาวและพ่อกันทันที

         “น้องเสาร์น้อย มีอะไรเหรอ??”พวกพี่ชาย รีบตะโกนถามด้วยความตื่นเต้น เพราะต่างคิดกันว่าน้องเสาร์น้อยคงจะเจอของดีเข้าแล้ว

         “น้องสาวของพวกเราบอกว่าเจอต้นไม้ที่คุ้นตา โดยเฉพาะใบของต้นไม้ต้นนี่มีลักษณะคล้ายใบพัด ใครพอจะนึกออกบ้างครับ”พ่อ

         “ใบไม้เหมือนพัด??”พวกพี่ชายเอ่ยขึ้นพร้อมๆกันขึ้นมาทันทีและพยายามครุ่นคิดความรู้และประสบกาณ์ที่ผ่านมาของพวกเขาว่าต้นอะไรกันที่ใบเหมือนพัด

         “มันคือต้นอะไรนะ”พี่หว่านหว่าน

         “มันคุ้นๆมากๆเลยนะแต่นึกไม่ออกน่ะ”พี่หว่านช่าง

         “ใช่ๆ”พวกพี่ชาย ยังคงพยายามต่อไป

         แต่เสาร์น้อยหันมาทางพ่อ อาเล็ก และน้าชายที่พวกท่านตอนนี้ดูท่าทีแล้วคงจะนึกออกกันแล้วว่าต้นนี้มันคือต้นอะไรกัน และท่าทางพวกท่านก็คงจะตื่นเต้นไม่แพ้กับเธอในตอนนี้เลย

         “พวกพี่ชายไม่ต้องคิดแล้ว เสาร์น้อยบอกให้เลยว่ามันคือต้นแปะก๊วยอย่างไรล่ะ อาหารสมุนไพรที่ร้านขายยารับซื้อด้วยนะ”เสาร์น้อย

         “ต้นแปะก๊วย!!”พวกพี่ชาย

         “จริงด้วยมันคือต้นแปะก๊วยที่ปู่กับตาเคยสอนว่าใบของมันจะเหมือนกับพัดอันเล็กๆ”พี่ใหญ่โจวซาน

         “ต้นจริงๆของมันคือแบบนี้เหรอ”พี่รองโจวซื่อ

         “ใบของพวกมันเหมือนพัดจริงๆล่ะดูสิทุกๆคน”พี่ซื่อเยวี่ย

         “แบบนี้พวกเราก็มีต้นแปะก๊วย เพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวด้วยใช่ไหมครับ”พี่ซื่อเยวี่ย

         “ใช่”พี่ชายคนอื่นๆ ต่างบอกด้วยความตื่นเต้นและมีรอยยิ้มกันถ้วนหน้า พากันสังเกตรอบต้นของมันโดยเฉพาะใบที่มีเอกลัษณ์บอกดูได้ง่าย

         “พวกเราโชคดีจริงๆล่ะเด็กๆที่มีต้นแปะก๊วยที่โตขนาดนี้ แต่จะมีกี่ต้นกัน”พ่อ

          “จริงด้วย”พวกพี่ชาย

          “อันนั้นไม่ต้องไปใส่ใจเลยค่ะทุกๆคน มีแค่ต้นนี้ต้นเดียวก็พอแล้ว ต้นอื่นเสาร์น้อยจะจัดการให้เองค่ะ แต่ตอนนี้ขอจัดการเจ้าต้นนี้ก่อนให้มันขยายดอกและผลให้เรายลโฉมสักหน่อย”เสาร์น้อย

         “ปี้ว…..ปี้ว…..”เสาร์น้อย ใช้นิ้ววิเศษล็อคเป้าไปที่ต้นแปะก๊วยข้างหน้าตัวเองทันทีไม่รอช้า เพื่อขยายในส่วนต่างๆของต้นให้ได้รับพลังวิเศษจากนิ้ววิเศษนี้ เพียงไม่นาน จากที่ใบขึ้นบางตาก็ ขึ้นเต็มไปหมด พร้อมกับมีดอก และออกผลกันอย่างต่อเนื่องจนเต็มต้นไปหมดเลย

        เมื่อทำให้มันสุกงอมได้ที่แล้วเสาร์น้อยก็ปล่อยมือลงทันที พวกพี่ชาย และบรรดาพ่อๆต่างก็มองกันอ้าปากค้างเท่านั้น

         “ทุกๆคนคะพวกเรามาช่วยกันเก็บเม็ดแปะก๊วยกัน”เสาร์น้อย

         “ตกลง”พวกพี่ชาย 

         “สงสัยผมว่าพวกเราไปเอารถกับตะกร้ามาใส่ก่อนดีกว่าไหมครับพี่ใหญ่”อาเล็ก

         “จริงสิ น้องชายทั้งสองไปจัดการนะพี่จะอยู่ดูแลพวกเด็กๆเอง”พ่อ

         “ครับพี่ใหญ่” “ครับพี่เขย”อาเล็ก น้าชาย

         ใต้ต้นแปะก๊วยต้นใหญ่ต้นนี้ก็เหลือเพียงพ่อกับพวกเด็กๆเท่านั้นที่คอยเก็บลูกแปะก๊วยมากองรวมๆกันใส่ใบไม้ใบใหญ่ที่ทำเป็นกรวยห่อใส่กันเอาไว้คนละอัน

     

    ##

     

         “เจ้าแปะก๊วยนี่เอาไปทำอะไรกินได้บ้างคะพ่อ”เสาร์น้อย เองก็ช่วยพวกพี่ชายเก็บลูกแปะก๊วยเช่นกัน แต่ไม่สำคัญเท่ากับต้องรู้เมนูอาหารจานอร่อยจากพวกมันนี่แหละสำคัญต่อใจจริงๆ 

         “จริงด้วยค่ะพ่อทำของอร่อยๆได้หลายอย่างไหมคะ”พี่สาวโจวหวู่ เองก็รีบถามเช่นกัน

          “ฮ่า…ฮ่า….เจ้าตัวตะกละน้อยของพ่อ ย่อมทำได้หลายอย่างเช่นผัดกับหอมใส่พริกสดเข้าไป ผัดรวมกับเห็ดที่พวกพี่ชายของลูกเก็บมาก็อร่อยมากด้วยนะ”พ่อ

        “เอื๊อก….เอื๊อก…..”สองสาวน้อย มองหน้าพ่อและกลืมน้ำลายด้วยความอยากกินถึงแม้จะไม่เคยกินมาก่อนก็ตาม

         “อ้อ…เอาไปคั่วกับเกลือแกะกินเล่นก็อร่อยมากๆด้วยนะครับ”พ่อ

         “เอื๊อก….เอื๊อก…..”สองสาวน้อย

         “ใจเย็นๆครับลูกสาว พ่อรับรองว่าวันนี้พวกลูกจะต้องได้กินแน่นอน แต่ต้องช่วยกันแกะเอาเมล็ดแปะก๊วยออกอีกด้วยนะ”พ่อ

         “ได้ๆค่ะ พวกเราจะช่วย”เสาร์น้อย

         “เราจะต้องได้กินเจ้าแปะก๊วยวันนี้แน่นอนค่ะ”พี่สาวโจวหวู่

         พ่อได้แน่มองหน้าลูกสาวตัวน้อยทั้งสองอย่างเอ็นดู แค่เพียงพูดลูกสาวก็พากันน้ำลายไหลกันแล้ว นี่ถ้าได้เห็นได้กลิ่นจะขนาดไหนกัน วันนี้คงจะกินอิ่มพุงป่องอีกตามเคยแต่มื้อเย็นจะกินมากมายก็ไม่ได้เดี๋ยวจะไม่ย่อยจะเป็นผลแย่มากกว่าดี 

    ******

    รายการอาหารที่พ่อของน้องเสาร์น้อยบอกเกริ่นมา

    ผัดผักหอมแปะก๊วย

    ผัดผักรวมแปะก๊วย

    ผัดผักกาดพริกตำใส่วุ้นเส้น

    แปะก๊วยอบเกลือ

    ************

         เสาร์น้อยกับพวกพี่ๆพากันมาสำรวจที่ดินของตระกูลที่โดนทิ้งกันมาตั้งเป็นสิบปี และแน่นอนว่ามันคุ้มค่าที่เข้าไปสำรวจจริงๆ เมื่อเจอกับต้นแปะก๊วยที่สามารถนำไปขายเป็นรายได้เพิ่มให้กับครอบครัวได้อีกทางหนึ่งด้วย และเก็บเป็นเสบียงเพิ่มสำหรับครอบครัวเพิ่มอีกหนึ่งอย่างที่มีสรรพคุณเป็นสมุนไพรอาหารได้เป็นอย่างดีอีกด้วยสำหรับแปะก๊วย

    ########

    เอกสารอ้างอิง

    ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก :

    https://baike.baidu.com/item/%E7%99%BD%E6%9E%9C/853977

    https://zhuanlan.zhihu.com/p/161299062

    https://www.douguo.com/ingredients/%E7%99%BD%E6%9E%9C

     



    คล้ายกับเรื่องนิ้ววิเศษที่ย่อ-ขยายตามต้องการ ที่คุณอ่าน