หนึ่งจอดรถหน้าคอนโดของใบหลิวในช่วงหัวค่ำ หลังเขาดับเครื่องยนต์ใบหลิวก็ไม่ได้รีบร้อนจากไปอย่างเคยเพราะรู้ดีว่าวันนี้พวกเขามีเรื่องต้องคุยกัน
“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง”
“พี่เต็มใจครับ” คำตอบสั้น ๆ ทำให้หญิงสาวยิ้มบาง “พี่เองก็... ขอบคุณนะที่อนุญาตให้พี่ได้รู้จักกับครอบครัวของหลิวมากขึ้น”
ใบหลิวหันมาสบตารุ่นพี่หนุ่ม จู่ ๆ คำพูดของเรวัตที่ว่าหากเธอเจอคนที่รักก็ขอให้เธอมีความสุขกับคนที่เลือกก็ผุดขึ้นมา บางทีเขานี่แหละที่เป็นคนคนนั้นของเธอ ระยะเวลาสามปีไม่น้อยเลยกับการพยายามจีบคนใจแข็งที่ไม่ชินกับการถูกรักอย่างเธอ
“ป๊าดูชอบพี่นะคะ”
“จริงเหรอ แต่พี่ว่าต้นมากกว่ามั้งที่ชอบพี่น่ะ” แม้จะพูดอย่างนั้น แต่น้ำเสียงของเขาแฝงด้วยความโล่งใจอย่างปิดไม่มิด
“ต้นก็ชอบด้วยเหมือนกันค่ะเพราะมีเพื่อนเล่นเพิ่มมาอีกคน” เธอจำท่าทางดีอกดีใจของน้องชายตอนที่รุ่นพี่หนุ่มไม่ปฏิเสธเขาได้ขึ้นใจ เพราะเธอกับพี่ชายแยกย้ายกันไปเรียนตอนที่เขาเริ่มโตพอดี ต้นเลยไม่ค่อยมีเพื่อนเล่น
หนึ่งหัวเราะเบา ๆ พลางทอดสายตามองหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ด้วยแววตาอ่อนโยน เวลาสามปี... จากรุ่นน้องปีหนึ่งที่เอาแต่เดินหนีเขากลายเป็นผู้หญิงที่ยอมให้เขาไปรับไปส่งจนในที่สุดก็มีวันที่เธอยอมพาเขาไปรู้จักคนในครอบครัวจนได้
หัวใจเขาเต้นแรง “หลิว พี่มีอะไรจะบอก”
“คะ”
หนึ่งสูดหายใจเข้าลึก แววตาพลันเปลี่ยนมาจริงจัง “จริง ๆ หลิวก็น่าจะรู้มานานแล้วว่าพี่คิดยังไง พี่ตามจีบหลิวมานาน รุ่นพี่รุ่นน้องในคณะ แม้แต่อาจารย์ก็รู้กันหมด...”
พูดถึงตรงนี้เขาก็หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ “แต่วันนี้พี่จะทำให้มันเป็นทางการสักที”
“พี่รักหลิวนะ” เขาพูดพลางมองเข้าไปในดวงตาคู่สวย
สองแก้มอิ่มแดงเรื่อทันตาเห็น ใบหลิวก้มมองมือตัวเองครู่หนึ่ง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้สึกอะไรกับเขา แต่เพราะรับปากกับใครบางคนเอาไว้ว่าจะตั้งใจเรียนเลยไม่เคยปล่อยให้ความรักเข้ามาแทรกแซงเลยแม้แต่ครั้งเดียว
แต่วันนี้เธอได้รับอนุญาตให้รักได้แล้ว
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นแล้วคลี่ยิ้มอ่อนโยน “รู้มั้ยคะว่าพี่ดื้อแล้วก็ช่างตื๊อมาก แต่เพราะพี่เป็นอย่างนั้นเลยมีเราสองคนในวันนี้...”
“วันที่หลิวเปิดใจให้พี่และตัวเอง”
“หมายความว่า...” ดวงตาของหนึ่งเป็นประกาย แม้จะพอเดาคำตอบของเธอได้ แต่เขาก็ต้องการได้ยินจากปากของเธออยู่ดี
ใบหลิวพยักหน้าช้า ๆ “หลิวรับรักพี่ค่ะ”
“จริงเหรอ”
“จริงสิคะ”
หนึ่งยิ้มกว้างที่สุดเท่าที่ใบหลิวเคยเห็น “ขอบคุณนะครับ”
“แต่...” ใบหลิวดันแผงอกที่เคลื่อนเข้ามาใกล้อย่างมีความหมายแล้วเอ่ยขออย่างตรงไปตรงมา “เรื่องอย่างว่ารอให้หลิวเรียนจบก่อนนะคะ”
“ได้สิครับพี่เข้าใจ เรื่องแค่นี้เอง” ชายหนุ่มยักไหล่อย่างไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ “แต่นอกเหนือจากนั้น... ก็อย่าใจร้ายกับพี่นักเลยนะครับ”
ร่างเล็กหัวเราะเบา ๆ แล้วพยักหน้าอนุญาต หนึ่งจึงทำตามที่ตั้งใจเอาไว้ต่อทันที ริมฝีปากหนาประทับลงบนกลีบปากบางของหญิงคนรักอย่างอ่อนโยน
การรอคอยอย่างยาวนานกว่าสามปีของเขาสิ้นสุดลงในวินาทีนี้เอง
...
“แชะ แชะ แชะ แชะ”
เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นไม่ขาดสาย บัณฑิตใหม่ในชุดครุยต่างผลัดกันถ่ายรูปกับครอบครัวและเพื่อนฝูงอย่างครึกครื้น ใบหลิวมองภาพเหล่านั้นและพลอยมีความสุขไปด้วย แต่มันก็ดันไปกระตุ้นให้เธอนึกถึงความทรงจำแย่ ๆ เหตุการณ์หนึ่งขึ้นมาพอดี
... คือตอนที่เธอเรียนจบมัธยมปลายซึ่งเป็นวันที่ไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไร แค่นึกถึงก็อดเสียดายไม่ได้แถมรูปครอบครัวที่ถ่ายร่วมกันในวันนั้นก็น้อยเหลือเกิน
เมื่อรู้ตัวว่าเผลอให้อารมณ์แง่ลบเข้าครอบงำเธอก็ชะงักแล้วปัดมันทิ้งทันทีแล้วนึกย้อนไปถึงเรื่องเมื่อปีก่อนแทน
วันนั้นคนที่สวมชุดครุยไม่ใช่เธอแต่เป็นแฟนหนุ่ม ส่วนเธอเป็นเพียงคนที่คอยยืนข้าง ๆ เขาเท่านั้น บรรยากาศวันนั้นเต็มไปด้วยความสุข ครอบครัวของเราสองคนพากันมาแสดงความยินดีอย่างพร้อมหน้า
และวันนี้... ก็เป็นทีของเธอบ้างที่จะได้อยู่ท่ามกลางความสุขนั้น
“ยิ้มหน่อยครับคนสวย” เสียงแฟนหนุ่มกับภาพที่เขาโบกมือไปมาเพื่อเรียกความสนใจจากเธอทำให้ใบหลิวที่เผลอเหม่อไปครู่หนึ่งสะดุ้งเฮือกแล้วรีบฉีกยิ้มตามคำสั่ง
“เหนื่อยเหรอครับ” หนึ่งเดินเข้ามาหาแล้วซับหน้าเช็ดเหงื่อให้แฟนสาวอย่างเอาใจใส่
“นิดหน่อยค่ะ” ใบหลิวตอบพลางหันไปมองรอบ ๆ
ป๊า แม่ พี่ชาย น้องชายอยู่กับพร้อมหน้า ความสำเร็จของเธอในวันนี้ไม่มีใครหายไปจากภาพเลยแม้แต่คนเดียว แม้แต่แม่เองก็มีสีหน้าอ่อนโยนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใบหลิวยิ้มให้พวกเขาทีละคน ก่อนที่สายตาจะไปหยุดที่เรวัต
วันนี้ป๊ายืนห่างออกไปเล็กน้อย เขายังคงสวมเสื้อสีเชิ้ตสีเข้มกับกางเกงสแลคเข้าชุดกันอย่างเคย ใบหน้าคมวันนี้มีริ้วรอยแห่งวัยปรากฏขึ้นจาง ๆ เส้นผมที่เคยดำสนิทก็เริ่มมีหงอกสีขาวมากกว่าครั้งก่อน กาลเวลาค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงชายวัยกลางคนคนนี้อย่างเงียบงัน
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย...
คนทั้งคู่สบตากัน เรวัตยิ้ม... มันเป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน ใบหลิวกัดริมฝีปากเบา ๆ แต่ยังคงยิ้มตอบเขา
หนูเรียนจบตามที่ป๊าบอกแล้วนะคะ
คำพูดนี้เธอยังไม่มีโอกาสได้บอกออกไป ทั้งสองส่งความรู้สึกผ่านสายตาโดยไม่มีใครสังเกตเห็น ไม่มีคำพูดใดถูกเอ่ยออกมา แต่ต่างก็เข้าใจกันเป็นอย่างดี
“หลิวมาทางนี้หน่อยครับ”
เรวัตพยักหน้าเบา ๆ ใบหลิวจึงหันไปตามเสียงเรียกของแฟนหนุ่มอย่างเชื่องช้า