เลือดเซียน ภาคหนึ่ง ตำนานคริสตัลสีเทา

    ถิ่นใครถิ่นมัน

    เมืองปูเจ๊กเทียนและเมืองยะลาเป็นมิตรภาพไทยจีน วันหนึ่งชายชาวยะลาต้องการกระโดดข้ามไปยังจีน ชายผู้นี้เป็นหนุ่มวัยกะเตาะพยายามทำตัวเป็นกิ้งกือได้พบไม้หน้าสาม ตีสามง่ามสลบตนเองเป็นกิจวัตรที่เทือกเขาแอลป์แห่งใหม่ เมื่อหนุ่มวัยกะเตาะตื่นนอนมาอย่างตื่นเต้น ก็กระโดดไปลาวแล้วไม่เจอปูเจ๊กเทียนจึงนั่งเครื่องบินโบอิ้งไปจีนเพื่อพบปูเจ๊กเทียนที่นอนอยู่บนกิ่งไม้ของต้นเข็มสีแดง เมื่อหนุ่มวัยกะเตาะมาพบเจอ จึงเอาน้ำร้อนจากกาน้ำรูปแท่งสี่เหลี่ยมเทสาดใส่ร่างกาย ปูเจ๊กเทียนสะดุ้งสะด้านง่วงนอนจนตื่นลุกขึ้นมาเห็นหนุ่มวัยกะเตาะและทันใดนั้นสายตาปูเจ๊กเทียนปรับสภาพการมองเห็นให้แน่ชัด จึงตกใจกลัว หนุ่มวัยกะเตาะนามว่ามนตรี เป็นผู้นำของยะลา ที่มักจะทะเลาะกับปูเจ๊กเทียนเป็นประจำเรื่องรบกวนถิ่น ปูเจ๊กเทียนอยากจะถีบหน้ามนตรีเพราะมนตรีวางแผนที่จะยึดครองปักกิ่งของจีน  การปะทะกันก็เกิดขึ้น  เมื่อมนตรีใช้พลังหน้าแข้งวิ่งชนตึกในเมืองปักกิ่งเป็นรูไปหลายตึก สักพักตึกก็พังถล่มทลาย ปูเจ๊กเทียนไปขอร้องชาวหมู่บ้านให้รวมกำลังต่อต้านมนตรีโดยเป็นทหารสองร้อยคนมาช่วยกันป้องกันประเทศ  กระสุนปืนลูกซองได้ปล่อยจากปากกระบอก ไปสู่เป้าหมาย แต่ทว่ามนตรีเป็นมนุษย์ประหลาด  กระสุนไม่สามารถทำอะไรเขาได้ เขาเลยหัวเราะและประกาศศักดาให้ชาวโลกรู้ว่า เขาจะแต่งงานกับชาวอินเดีย บนต้นไผ่ที่เนปาล และเหนือท้องฟ้า ปูเจ๊กเทียนเอาค้อนของเล่นมาทุบหัวนายทหารเป็นการลงโทษที่ทหารไม่สามารถหยุดยั้งนายมนตรีได้ เขาจึงเสียทหารไปหมด เหลือแต่ตัวปูเจ๊กเทียนเองที่ยังพอจะเสียบไม้แขวนเสื้อโผล่คอวงกลมของหลานชายในภาคหน้า  มนตรีปล่อยพลังคลื่นเต่า และปูเจ๊กเทียนปล่อยตด พลังทั้งสองปะทะกันอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ปูเจ๊กเทียนเลยเป่าขลุ่ยไม้ไผ่ของชนชาติจีน เขาชนะมนตรีไปหนึ่งต่อสาม เพราะเพลงที่เขาเป่าเป็นเพลงห่วยบรมจนมนตรีเอามือทั้งสองข้างอุดหู ฟังไม่ได้ เขาจึงเหงาตาย กลายเป็นเศษเนื้อเศษอาหารหมา ความสงบสุขได้เกิดขึ้นอีกครั้ง เพียงแต่ชาวบ้านต้องขับไล่ปูเจ๊กเทียนให้ไปที่อื่นเพราะเสียงขลุ่ยไม้ไผ่