" แม่หนูหนิงทำต่อเถอะ ข้าจะออกไปดูเอง”
“จะไม่เป็การลำบากป้าหวงเหรอจ๊ะ ?”
ในขณะที่หนิงเยี่ยนพูด มือก็ยังห่อเกี๊ยวไปด้วย พอพูดจบก็เริ่มห่อเกี๊ยวอันใหม่ต่อไป
เมื่อวานอาหารที่คนงานกิน คือเนื้อตุ๋นกับหมั่นโถว ส่วนวันนี้เธอนึ่ง**ฮวาจ่วน 1 หม้อ พอเตรียมเสร็จก็มาห่อเกี๊ยวต่อ ให้พวกผู้ชายได้เปลี่ยนรสชาติอาหารบ้าง **花卷หมั่นโถวชนิดหนึ่งทำเป็รูปดอกไม้
เกี๊ยวเป็อาหารที่คนทางเหนือในปัจจุบันต้องเตรียมไว้ต้อนรับแขกที่มาที่บ้าน หากจะทำอาหารชนิดนี้ต้องใช้หม้อใหญ่ ๆ ที่คนในชนบทใช้ถึงจะทำออกมาได้อร่อย ตอนนี้หนิงเยี่ยนมีหม้ออย่างที่ว่าแล้ว มีโอกาสแบบนี้เธอจะทำมันอย่างดี
หวงชื่อเดินออกมาจากห้องครัว เห็นต้าหลี่ชื่อเดินเตร่อยู่ที่หน้าประตูรั้ว เสี่ยวหลี่ชื่อแบกร่างของสวีชื่อมาด้วย
หวงชื่อมองเห็นสวีชื่อที่ดูเหมือนไม่รู้สึกตัว หน้าก็เหลืองเหมือนเทียนไข แล้วาแบนศีรษะยังถูกขี้เถ้าก้นหม้อทาปิดาแไว้ ทำเอาใจของเธอเต้นดัง สวีชื่อเป็อะไรไป
“พวกท่านมาที่นี่ทำไม?”
“ฝากคนนอกอย่างเ้ารีบไปตามอีนังหนูตัวดีนั่นออกมาสิ แม่นางป่วย ให้นางมาดูแลแม่นาง!”
“นางป่วย ซ้ำแล้วบนหน้าผากยังมีาแใหญ่ ไม่ใช่ท่านบีบบังคับให้นางทำงั้นหรือ เหมือนกับที่ทำกับแม่หนูหนิงเยี่ยน ไม่กี่วันก่อนก็เกือบตายเพราะถูกท่านย่ำยี”
“เดี๋ยวก็โดน อย่ามาพูดสุ่มสี่สุ่มห้า!”
ต้าหลี่ชื่อเกือบบันดาลโทสะเพราะคำพูดของหวงชื่อ ไม่คิดว่านังอ้วนนี่จะกล้าขึ้นเสียงใส่เธอ เธอฟาดมือไปทางหวงชื่อ
“ตีข้าแล้ว ตีข้าแล้ว”
เมื่อเห็นต้าหลี่ชื่อลงมือเธอก็แหกปากะโออกมา ต้องรู้ไว้อย่างหนึ่งว่าที่อยู่ในลานบ้านเป็คนในหมู่บ้านทั้งนั้น ถ้าเกิดว่าแสดงความร้ายกาจออกมาแล้วโดนเห็นเข้า ยายเฒ่าหนิงคงต้องรับผิดชอบ
ประจวบเหมาะกับคนงานสองคนเดินมากินน้ำพอดี เมื่อพวกเขาได้ยินเสียงของหวงชื่อจึงรีบวิ่งมาดู
หนิงเยี่ยนที่อยู่ในครัวก็คอยสังเกตสถานการณ์อยู่ตลอด พอได้ยินเสียงของหวงชื่อ ก็รีบเดินออกมาพร้อมมีดทำครัว
ตอนนี้ทั้งสองกำลังฟัดกันนัวเนีย ผมของทั้งสองยุ่งเหยิงกระจัดกระจาย เสื้อผ้ายับยู่ยี่ไปหมด
หนิงเยี่ยนรีบทิ้งมีดในมือแล้วไปแยกทั้งสองออกจากกัน พอเหลือบไปเห็นหน้าที่ลำพองใจของต้าหลี่ชื่อ แววตาของหนิงเยี่ยนก็แสดงออกถึงความวุ่นวายใจ เธอเกิดมาไม่เคยพบใครหน้าด้านขนาดนี้ คิดไม่ออกเลยว่าจะจัดการยังไง ในหัวสมองตอนนี้มีแต่คิดวิธีฆ่าปิดปากคนเป็ร้อย ๆ วิธีลอยออกมา
“สวีชื่อเป็อะไรไป ทำไมท่านถึงแบกนางมาล่ะ?”
คนงานที่มาดื่มน้ำตามมาทันเห็นหนิงเยี่ยนใช้มือหิ้วเอายายแก่ร่างอ้วนทั้งสองแยกออกจากกันพอดี
แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความใ น่ะ...น่ะ..นี่ใช่ผู้หญิงจริง ๆ เหรอ ?
หนิงเยี่ยนส่งสายตาเ็า พอเห็นว่าสวีชื่อถูกเสี่ยวหลี่ชื่อแบกมาจึงถามถึงสาเหตุ
“จะเป็อะไรได้ล่ะ ก็ป่วยนะซี”
ต้าหลี่ชื่อมือสั่นแล้วตอบกลับอย่างสงบเสงี่ยม
“ป่วย?”
ไม่ได้โง่นะก็เห็นชัด ๆ ว่าบนหัวสวีชื่อมีแผล ใครในหมู่บ้านก็รู้ว่ายายแก่ต้าหลี่ชื่อน่ะชอบทรมานคน
ป้าหวงเมื่อมองไปที่หนิงเยี่ยน ในแววตาก็มีแต่ความเห็นอกเห็นใจ หนิงเยี่ยนสู้อดทนพยายามให้ชีวิตเธอดีขึ้น แต่ก็ถูกคนมารังควานครั้งแล้วครั้งเล่า เดิมทีป้าหวงนึกอิจฉาหนิงเยี่ยนอยู่ในใจ ขึ้นเขาก็ล่ากวางได้ ดวงก็ดี อะไรก็มีพร้อมแล้ว
พอถึงตอนนี้ในใจไม่เพียงแต่เลิกอิจฉาแต่ยังเต็มไปด้วยความเห็นใจที่หนิงเยี่ยนมีครอบครัวแบบนี้ มีเงินแล้วยังไง..สุดท้ายก็มาโดนขูดรีด ฉกฉวย
“ป่วยก็ไปหาหมอสิ มาทำอะไรกันที่นี่ ?หรือว่าการเป็สะใภ้ตระกูลหนิงต้องทำงานหนักเหมือนวัวเหมือนม้า ต้องขายลูกสาวลูกชายกิน แต่พอป่วยขึ้นมาก็ไม่มีปัญญาไปหาหมอแบบนี้”
หวงชื่อยืนยืดอก มือเท้าสะเอวพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาจนหมด
จะเอาสวีชื่อที่หมดสติแบกใส่หลังมาทำไมกัน ถ้าไม่ใช่เพราะจะมาเอาเงินค่ารักษาจากหนิงเยี่ยน?การได้เจอย่าแบบต้าหลี่ชื่อ นับว่าหนิงเยี่ยนดวงซวยจริง ๆ
“อีนังไร้ค่านั่นออกมาจากท้องของสวีชื่อ ในตัวนางก็มีเืของสวีชื่อ ตอนนี้จะให้นางดูแลแม่ตัวเองเสียหน่อย มีปัญหาอะไร ?”
“………”
เลี้ยงมา 20 ปี พูดออกมาได้
เ้าของร่างกายนี้มีชีวิตอย่างไร.... ั้แ่พ่อจากไปเธอก็ถูกย่ำยี หยามเกียรติ อาศัยพร์ของเธอให้ทำงานสกปรก งานที่ต้องใช้แรงทั้งหมดเพื่อเลี้ยงครอบครัว ถึงแม้หลังจากถูกทำมิดีมิร้ายเธอเริ่มเลอะเลือน แต่งานที่เธอทำใน่เวลา 2-3 ปีนั้นก็เพียงพอที่จะเลี้ยงปากท้องคนในครอบครัวให้อยู่อย่างมั่นคงได้เป็ 10 ปี
มองไปที่ร่างของสวีชื่อที่สลบไปเพราะเสียเืมาก
หนิงเยี่ยนหลับตาสูดหายใจเข้าลึก เธอเดินไปหาเสี่ยวหลี่ชื่อทีละก้าว แล้วตรวจดูาแของสวีชื่อ
“หึ,ถ้าฆ่าคนก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิต,พอดูาแนี้แล้ว แผลมันนานจนใกล้จะตกสะเก็ดแล้วเพิ่งแบกมา ซ้ำยังไม่ยอมใส่ยา ดูแล้วคงจะตั้งใจตี ถ้าไปแจ้งความ ท่านทั้งสองคนใครจะเป็คนรับผิด ?
หนิงเยี่ยนกวาดสายตามองไปทั่วร่างของต้าหลี่ชื่อ และเสี่ยวหลี่ชื่อ
อยากเอาเปรียบเธอ แต่ใครจะได้เปรียบเสียเปรียบยังไม่รู้เลย
การช่วยสวีชื่อนั้นเป็เื่ที่จำเป็ต้องทำ เพราะเื่บุญคุณที่สวีชื่อให้กำเนิดเธอมา และยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้จะมาเกิดเื่กับสวีชื่อไม่ได้ การสอบขุนนางนั้นใกล้เข้ามาแล้ว ถ้าหากสวีชื่อตาย หนิงเชียนฉือต้องไว้ทุกข์อย่างน้อย 1 ปี
ถ้าอยากจะมีชื่อเสียงเป็ที่รู้จักก็ต้องรีบหน่อย จะให้น้องชายสุภาพบุรุษสุดหล่อของเธอรอไม่ได้หรอก
“เ้าพูดอะไรของเ้า แผลบนหัวนี่นางก็ไปชนของนางเอง”
พอฟังที่หนิงเยี่ยนพูด ต้าหลี่ชื่อก็กลัวตัวสั่น เธอนั้นไม่รู้กฎหมายแต่ก็เคยได้ยินจากตอนไปดูงิ้วมาเหมือนกันว่า หากฆ่าคนต้องชดใช้ด้วยชีวิต
ถ้าสวีชื่อตายขึ้นมา........
“ชนเองหรือไม่ชนเอง สำนักราชการจะชันสูตร แค่ดูเขาก็รู้แล้ว”
ที่หนิงเยี่ยนว่ามาก็โม้ทั้งนั้น ถ้าการชันสูตรศพในยุคนี้เก่งขนาดนั้น ยอดตุลาการซ่งฉือคงไม่ได้ถูกจารึกชื่อกันพอดี
“เ้า.......”
“ย่า ถ้าไปหาหมอทันเวลา แม่ข้าไม่เป็อะไรหรอก”
“งั้นเ้าจะทำเซ่ออะไรอยู่ รีบไปเรียกท่านอาจารย์ซวีมาสิ”
“ย่า ข้าเอาเงินไปสร้างบ้านหมดแล้ว ถ้าหากตามหมอก็ต้องใช้เงิน”
“........”
ต้าหลี่ชื่อนั้นไม่อยากออกเงิน แต่สถานการณ์แบบนี้จะปล่อยให้สวีชื่อตายไม่ได้ ถ้าหากตายก็จะแย่เอา
“นางสะใภ้รอง รีบไปเอาเงินมาสิ”
“........”
เสี่ยวหลี่ชื่อเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว มองไปที่ต้าหลี่ชื่ออย่างไม่เชื่อสายตา เงินของตระกูลก็อยู่กับยายแก่หมดจะให้เสี่ยวหลี่ชื่อไปเอาเงินมาจากไหน
“งะ..เงินของบ้านเราก็อยู่กับท่านหมด”
“หา?”
เสี่ยวหลี่ชื่อสบตายายแก่ ตัวก็สั่นเทิ้มด้วยความกลัวแล้วพูดต่อ
“สะใภ้เช่นข้าจะไปเอาเงินมาจากไหน”
ว่าจบก็เอาร่างของสวีชื่อทิ้งลงกับพื้นแล้วหนีกลับบ้านอย่างรวดเร็ว
“รีบแบกแม่เ้ากลับเข้าไปสิ”
ต้าหลี่ชื่อทิ้งประโยคนี้ไว้แล้วก็จากไป เธอไม่ออกเงินค่ารักษาให้ แล้วก็จะไม่เอาคนป่วยกลับบ้านไปด้วย ที่บ้านไม่มีใครว่าง เพราะฉะนั้นหน้าที่ปรนนิบัติดูแลก็คงต้องยกให้นังหนิงเยี่ยนไป
พอต้าหลี่ชื่อกลับไป หวงชื่อก็รีบไปตามหมอ โชคดีที่ท่านอาจารย์ซวีอยู่บ้านพอดี
……
……
พอออกมาไกลจากบ้านของหนิงเยี่ยน ยายแก่ต้าหลี่ชื่อจึงรู้สึกสบายใจขึ้นมานิดหน่อย ไปบ้านอินังไร้ประโยชน์นั่นทีไร ก็ถูกปั่นหัวจนโมโหเกือบตาย อินังหนิงเยี่ยนนี่มันตัวซวย ั้แ่เกิดมาก็ทำให้ซวยตลอด
เดินมาได้ครึ่งทางก็เห็นเสี่ยวหลี่ชื่อถือถุงเงินออกมาด้วย ตอนนี้เธอโกรธจนไม่รู้จะอธิบายยังไง โกรธยิ่งกว่าฟืนไฟ
ที่แท้อินังนี่มันแอบซ่อนเงินไว้ ท่าทางจะอยากลองดี สงสัยว่ายังเข้มงวดไม่พอสินะ
เสี่ยวหลี่ชื่อเสียวสันหลังไปหมด ปากหนา ๆ แหว่ง ๆ ของเธออ้าค้าง จนฟันเหลือง ๆ ที่เต็มไปด้วยหินปูนโผล่ออกมา
ทำเอายายแก่ต้าหลี่ชื่อสะอิดสะเอียนจนแทบอยากจะอาเจียน พลางปิดจมูกแล้วรีบพูดออกไป
“ไสหัวไป!”
พูดจบก็กลับเข้าบ้าน
พอยายแก่ต้าหลี่ชื่อลับหลังไป เสี่ยวหลี่ชื่อจึงคลายความกดดันลง
...................