รถยุโรปคันหรูของเกดแล่นปราดเข้าจอดเทียบหน้าทางเข้าอันโอ่อ่าของ ‘The Elysium Club’ คลับส่วนตัวระดับพิเศษสุดที่สงวนไว้สำหรับมหาเศรษฐีระดับแนวหน้าของประเทศและสมาชิกทรงอิทธิพลเท่านั้น หญิงสาวก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าที่พยายามปั้นแต่งให้ดูสง่างามและมั่นคงที่สุดในชุดสูททำงานเข้ารูปสีเบจที่ตัดเย็บอย่างประณีต ทว่าภายใต้ภาพลักษณ์ของนักธุรกิจหญิงผู้แข็งแกร่ง หัวใจของเธอกลับเต้นระรัวและหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยก้อนหินนับพันตัน ความเหนื่อยล้าสะสมจากการอดนอนหลายคืนติดต่อกันเพื่อหาทางออกให้วิกฤตของบริษัทสะท้อนผ่านแววตาที่ซ่อนอยู่ใต้เครื่องสำอางชั้นดี
พนักงานเปิดประตูโค้งคำนับอย่างนอบน้อม กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมปรับอากาศกลิ่นไม้กฤษณาและดอกส้มลอยมากระทบจมูก มันควรจะเป็กลิ่นที่ให้ความรู้สึกหรูหราผ่อนคลาย แต่วันนี้มันกลับทำให้เกดรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ทุกย่างก้าวที่เธอย่ำลงบนพรมเปอร์เซียทอมือผืนหนานุ่มตามทางเดินที่ประดับด้วยโคมไฟระย้าคริสตัล ล้วนเต็มไปด้วยความกดดันและความหวาดหวั่น เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสติและความกล้าทั้งหมดที่มี ก่อนจะพยักหน้าให้พนักงานที่ยืนรออยู่หน้าประตูไม้บานใหญ่สลักลายวิจิตรของห้องรับรองพิเศษระดับสุดหรูหราพิเศษ
"เชิญครับคุณผู้หญิง มิสเตอร์กิตติธัชรออยู่ด้านในแล้วครับ"
เสียงคลิกของบานประตูที่เปิดออกเปรียบเสมือนเสียงปลดล็อกกรงขังที่พาเธอเข้าสู่แดนปะา เกดก้าวเท้าเข้าไปในห้องรับรองที่กว้างขวางและตกแต่งอย่างหรูหราฟู่ฟ่าเกินความจำเป็ โทนสีทองและแดงเข้มของห้องบวกกับแสงไฟสลัวสร้างบรรยากาศที่ทั้งลึกลับและกดดัน ที่มุมหนึ่งของห้อง บนโซฟาหนังแท้สีน้ำตาลเข้มสไตล์เชสเตอร์ฟิลด์ ปรากฏร่างของผู้ชายคนหนึ่งที่เธอเคยใช้ชีวิตร่วมด้วย... และเป็คนที่สร้างาแลึกที่สุดในชีวิตของเธอ
กิตติธัช อดีตสามีมหาเศรษฐีวัยกลางคน นั่งเอนหลังอย่างสบายอารมณ์ เขาสวมสูทสั่งตัดพิเศษสีเทาเข้ม ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนออกเผยให้เห็นความผ่อนคลายที่สวนทางกับสถานการณ์ ในมือของเขาแกว่งแก้วคริสตัลบรรจุไวน์แดงบ่มปีเก่าชั้นเลิศราคาแพงระยับ สายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจทอดมองมาที่เธอั้แ่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าที่ชำรุด
"มาตรงเวลาดีนี่ เกด" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงความเย้ยหยันดังขึ้นทำลายความเงียบ "นั่งก่อนสิ หรือว่าบริษัทใกล้จะล้มละลายจนยืนทรงตัวไม่อยู่แล้ว?"
เกดกัดริมฝีปากแน่นจนรู้สึกเจ็บ เธอพยายามข่มอารมณ์โกรธที่พุ่งสูงขึ้นมาั้แ่ประโยคแรก ร่างบางเดินไปทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม รักษาระยะห่างและท่าทีให้สงบนิ่งที่สุด "เกดไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำถากถางของคุณค่ะ คุณกิตติธัช คุณบอกว่ามีข้อเสนอที่จะช่วยบริษัทของเกด เกดถึงยอมมา"
กิตติธัชหัวเราะในลำคอ วางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าช้าๆ "ใจร้อนเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ แต่ก็นั่นแหละ คนที่กำลังจะจมน้ำตาย มักจะตะเกียกตะกายคว้าทุกอย่างที่ลอยผ่านมาเสมอ... แม้กระทั่งมือของคนที่เธอเคยบอกว่าชาตินี้จะไม่ขอพึ่งพาอีก"
เขาโน้มตัวมาข้างหน้า ประสานมือไว้บนเข่า สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่พยายามแข็งกร้าวของเกด "ฉันได้ข่าวเื่สภาพคล่องของบริษัทเธอแล้วนะ หนี้สินรุงรัง คู่ค้าธุรกิจเตรียมฟ้อง ธนาคารก็ปฏิเสธการปรับโครงสร้างหนี้... น่าสมเพชจริงๆ ผู้หญิงเก่งที่เคยประกาศปาวๆ ว่าจะยืนหยัดด้วยตัวเองได้ สุดท้ายก็ไปไม่รอด ถ้าไม่มีฉันคอยหนุนหลัง เธออุตส่าห์ดิ้นรนแทบตาย สุดท้ายก็กำลังจะหมดตัว"
คำพูดของเขาเหมือนมีดแหลมคมที่กรีดลงบนาแสดของเกด เธอรู้ดีว่าทุกคำที่เขาพูดคือความจริงอันโหดร้าย บริษัทที่เธอสร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงกำลังจะพังทลายลงต่อหน้าต่อตา แต่สิ่งที่ทำให้เธอเ็ปและโกรธเกรี้ยวที่สุดไม่ใช่การยอมรับความล้มเหลวทางธุรกิจ หากแต่เป็สิ่งที่กิตติธัชจงใจพาดพิงถึงในประโยคถัดมา
"แล้วไอ้ผัวเด็กของเธอไปไหนซะล่ะ? อ้อ... ลืมไป" กิตติธัชเหยียดยิ้มมุมปาก แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลนอย่างเปิดเผย "ไอ้เด็กเมื่อวานซืนหน้าตาดีวัยยี่สิบเก้าคนนั้น มันก็เป็ได้แค่ 'ของเล่นแก้เหงา' บนเตียงของเธอเท่านั้นแหละ พอถึงเวลาวิกฤตคอขาดบาดตายแบบนี้ มันมีปัญญาช่วยอะไรเธอได้บ้าง? มันมีเงินสักกี่ล้านมาอุดรอยรั่วให้เธอ? หรือมันเก่งแค่เื่บนเตียง ครางเสียงหวานประจบประแจงหลอกกินเงินแม่หม้ายไปวันๆ!"
"หยุดพูดพล่อยๆ นะ!" เกดตบโต๊ะดังปัง เสียงของเธอสั่นพร่าด้วยความโกรธจัดที่ถูกจุดะเิ "ภัทรไม่ได้เป็อย่างที่คุณพูด! เขาเป็คนดีและพยายามช่วยเกดทุกทาง คุณไม่มีสิทธิ์มาดูถูกสามีของเกด!"
"สามี?" กิตติธัชเลิกคิ้วสูงอย่างประหลาดใจแกมเยาะเย้ย "เธอเรียกไอ้เด็กนั่นว่าสามีได้เต็มปากเต็มคำเลยเหรอ? ผู้ชายที่ไม่มีปัญญาแม้แต่จะปกป้องผู้หญิงของตัวเองตอนที่กำลังจะล้มละลายน่ะนะ? ตื่นจากความฝันโลกสวยได้แล้วเกด โลกแห่งความเป็จริงมันขับเคลื่อนด้วยเงินและอำนาจ ไม่ใช่เื่บนเตียงอันเร่าร้อนหรือความรักปัญญาอ่อนของวัยรุ่น!"
เกดกำหมัดแน่น เล็บที่ตกแต่งมาอย่างดีจิกลงบนฝ่ามือจนห้อเื เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมสติที่กำลังเตลิด เธอมาที่นี่เพื่อรักษาชีวิตของบริษัทและพนักงานนับร้อย ไม่ใช่เพื่อมาทะเลาะเื่ส่วนตัว "ถ้าคุณเรียกเกดมาเพียงเพื่อด่าทอและเยาะเย้ย งั้นเกดขอตัวค่ะ" เธอทำท่าจะลุกขึ้น
"เดี๋ยว" น้ำเสียงทรงอำนาจสั่งการ พร้อมกับที่กิตติธัชล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบเช็คเงินสดมูลค่าหนึ่งพันล้านบาทที่เซ็นชื่อและระบุตัวเลขเรียบร้อยแล้ววางลงบนโต๊ะ เลื่อนมันไปตรงหน้าเกดช้าๆ
ตัวเลขหลักพันล้านบนเช็คใบนั้นมีจำนวนมหาศาล... มหาศาลพอที่จะเคลียร์หนี้สินทั้งหมด จ่ายเงินเดือนพนักงานทุกคน และต่อลมหายใจให้บริษัทของเธอกลับมายืนหยัดได้อย่างมั่นคงอีกครั้งโดยไม่ต้องกู้ยืมใคร เกดเบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงด้วยความหวังที่วาบขึ้นมาในความมืดมิด ชั่วขณะหนึ่ง เธอแทบจะลืมความโกรธเกรี้ยวไปสิ้น
"เช็คใบนี้ ฉันเซ็นให้เธอเปล่าๆ เพื่อพยุงบริษัททั้งหมดของเธอทันที" กิตติธัชเอนหลังพิงโซฟา มองปฏิกิริยาของเกดด้วยสายตาของผู้ชนะ "ไม่ต้องทำสัญญากู้ยืม ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย และไม่ต้องคืนเงินฉันแม้แต่บาทเดียว ถือซะว่าเป็น้ำใจจากอดีตคนเคยรักกัน"
เกดเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างไม่เชื่อสายตา "คุณ... ้าอะไรแลกเปลี่ยน? นักธุรกิจเขี้ยวลากดินอย่างคุณ ไม่มีทางให้เงินก้อนใหญ่ขนาดนี้ฟรีๆ แน่"
กิตติธัชแสยะยิ้ม รอยยิ้มที่ทำให้เกดรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว "ฉลาดมาก สมกับที่เคยเป็เมียฉัน... ใช่ ฉันมีข้อแลกเปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆ"
เขาลุกขึ้นยืน เดินอ้อมโต๊ะมาหยุดยืนอยู่ข้างเก้าอี้ของเธอ ก้มตัวลงมาใกล้จนเกดได้กลิ่นสุราผสมกลิ่นน้ำหอมฉุนจัดที่ชวนคลื่นไส้ เสียงกระซิบของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความตัณหาที่น่ารังเกียจ
"ข้อเสนอของฉันคือ... เธอต้องกลับมานอนกับฉัน"
ดวงตาของเกดเบิกโพลง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาป
"เธอต้องมาเป็ 'อีตัวลับๆ' ของฉัน เวลาที่ฉัน้า ไม่ว่าที่ไหน หรือเมื่อไหร่... แลกกับเงินก้อนนี้ แน่นอนว่าเื่นี้จะต้องปิดเป็ความลับ ห้ามให้เหมยหลิงรู้เด็ดขาด เธอเองก็คงไม่อยากให้ไอ้ผัวเด็กของเธอรู้เหมือนกันใช่ไหมล่ะ? ต่างได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เธอได้เงินไปกอบกู้บริษัท ฉันได้ร่างกายที่ฉันยังไม่เบื่อ... เป็ไง? ข้อเสนอสีเทาที่คุ้มค่าสุดๆ เลยว่าไหม?"
"เพียะ!!"
ฝ่ามือของเกดฟาดลงบนใบหน้าของกิตติธัชอย่างแรงจนหน้าเขาหันไปตามแรงตบ หญิงสาวผุดลุกขึ้นยืน ตัวสั่นเทิ้มไปด้วยความโกรธ ความรังเกียจ และความอัปยศอดสูที่พุ่งทะลักจนขีดสุด ดวงตาของเธอแดงก่ำ น้ำตาแห่งความโกรธคลอเบ้า
"สารเลว! คุณมันต่ำทรามที่สุด!" เกดตวาดเสียงสั่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความขยะแขยง "คุณคิดว่าเงินสกปรกของคุณจะซื้อฉันได้เหรอ? คุณคิดว่าฉันจะยอมลดตัวลงไปทำเื่พรรค์นั้นเพื่อแลกกับเงินของคุณงั้นสิ?! ฉันไม่มีวันทรยศภัทร! ฉันรักเขา และเขาก็มีค่ามากกว่าคนไร้หัวใจและเห็นแก่ตัวอย่างคุณล้านเท่า! เก็บเงินของคุณไปลงนรกซะเถอะ!"
เกดหมุนตัวเตรียมจะก้าวออกจากห้องที่น่าขยะแขยงนี้ให้เร็วที่สุด ทว่าเสียงหัวเราะเย้ยหยัน ของกิตติธัชกลับดังตามหลังมา มันไม่ใช่เสียงหัวเราะของคนที่โกรธเคืองที่ถูกตบหน้า แต่เป็เสียงหัวเราะของผู้ล่าที่กำลังมองดูเหยื่อดิ้นรนในกับดัก
"ความรักงั้นเหรอ? ศักดิ์ศรีงั้นเหรอ?" กิตติธัชหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับมุมปากที่มีเืซึมออกมาเบาๆ สายตาจ้องมองแผ่นหลังที่สั่นเทิ้มของเกด "เธอจะเอาความรักไปจ่ายเงินเดือนพนักงานเป็ร้อยชีวิตได้ไหม? เธอจะเอาศักดิ์ศรีไปค้ำประกันไม่ให้ธนาคารยึดบ้านยึดรถของเธอได้หรือเปล่า?"
เกดชะงักฝีเท้า มือที่กำลังเอื้อมไปจับลูกบิดประตูสั่นระริก
กิตติธัชเดินเข้ามาใกล้ ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเธอโดยไม่ััตัว แต่รังสีแห่งอำนาจและความกดดันแผ่ซ่านจนเกดรู้สึกอึดอัดแทบขาดใจ เขาโน้มริมฝีปากเข้ามาใกล้ใบหูของเธอ กระซิบด้วยน้ำเสียงเ็าและเืเย็นที่สุด
"ฉันให้เวลาเธอตัดสินใจแค่ยี่สิบสี่ชั่วโมงเท่านั้น... เกด"
คำพูดของเขาดังก้องอยู่ในโสตประสาท เหมือนการนับถอยหลังของะเิเวลา
"ถ้าพรุ่งนี้เวลานี้ เธอไม่เซ็นรับข้อเสนอของฉัน... บริษัทของเธอจะถูกฟ้องล้มละลายทันที พนักงานร้อยกว่าชีวิตของเธอจะต้องตกงาน ครอบครัวของพวกเขาจะไม่มีข้าวกิน และเธอ... จะไม่เหลืออะไรเลยแม้แต่ชิ้นดี"
กิตติธัชถอยห่างออกไป จัดคอเสื้อของตัวเองให้เข้าที่ ก่อนจะเดินสวนเธอไปเปิดประตูห้องรับรองพิเศษอย่างใจเย็น "คิดดูให้ดีนะคนสวย ระหว่างการเสียสละตัวเองมาครางใต้ร่างฉันแค่ไม่กี่ชั่วโมงเพื่อรักษาทุกอย่างไว้... กับการกอดไอ้เด็กนั่นไว้แน่นๆ แล้วพากันลงนรกไปพร้อมกับลูกน้องของเธอทั้งหมด... เวลาเดินแล้วนะ พรุ่งนี้ฉันจะรอฟังคำตอบ"
ชายวัยกลางคนเดินจากไป ทิ้งให้เกดยืนนิ่งงันอยู่หน้าประตูที่เปิดอ้า ร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ความหนาวเหน็บแล่นปราดเข้าไปถึงกระดูกสันหลัง หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลรินลงมาอาบแก้ม
ภาพพนักงานนับร้อยที่ทำงานหนักเพื่อบริษัท ภาพของภัทรที่โอบกอดเธอด้วยความรัก และเงื่อนไขอันแสนอัปยศของกิตติธัช ตีวนอยู่ในหัวจนปวดร้าวไปหมด
เวลา 24 ชั่วโมง... กับทางเลือกระหว่างความหายนะของคนหมู่มาก... หรือการขายิญญาและทรยศต่อหัวใจตัวเองให้ตกลงสู่หุบเหวสีดำที่ไม่มีวันปีนกลับขึ้นมาได้อีกตลอดกาล...