CONDO Ray
@Darin
“จะกลับบ้าน ให้ไปส่งไหม?”เข้าห้องมาพี่เรย์ก็ถามขึ้น
เป็เวลา 3 วันที่ ฉันไปเที่ยวพักผ่อนกับพี่เรย์ อีก 3วันฉันก็กลับบ้านใน่ปิดเทอม จู่ๆ เขาก็ขอไปส่งฉันที่บ้าน ใจหนึ่งฉันก็รู้สึกดีแต่อีกใจก็กลัวที่บ้านจะว่าเอาได้
ฉันที่คาดเดาใจพี่เรย์ไม่ได้ว่าเขาจะแสดงตัวตนอย่างไรให้ที่บ้านฉันรู้กันไว้ก่อนดีกว่า ...
“อือ ... ยังก่อนค่ะ รินอยากเล่าให้ที่บ้านฟังก่อน” ฉันปฏิเสธ
“ครับ รู้แล้ว” พี่เรย์ลูบหัวฉันเบาๆ ส่งถึงความเอ็นดูที่เขามีให้ฉัน
“พี่ ... เป็อะไรรึเปล่า!” หน้าตาพี่เรย์ดูซีดๆ ฉันเอามือไปอังที่หน้าผาก“ตัวร้อนจี๋เลย!!!”
“พี่ไม่เป็ไร แค่มึนหัวนิดหน่อย” เขาตอบกลับมาและเดินไปนั่งที่โซฟา
“พี่เรย์ลุก ไปโรงพยาบาลกับรินเดี๋ยวนี้” ฉันดึงแขนคนป่วยจอดื้อให้ลุกขึ้น
“ไม่เอา ไม่ไป รินก็หายาให้พี่กินก็พอ เดี๋ยวก็หาย” คนแก่นี่ดื้อไม่เบา
“ลุกค่ะ ... ไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นรินโกรธจริงๆ นะ”ฉันดึงแขนเขาอีกครั้ง เขาไม่ตอบอะไรกลับมา แต่ก็ยอมลุกไปกับฉันแต่โดยดี
โรงพยาบาล
@Darin
ฉันขับรถพาคนป่วยไปโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง คุณหมอตรวจเสร็จก็พบว่าเขาไข้ขึ้นสูงต้องนอนดูอาการสักคืนหนึ่ง
สาเหตุมาจากพักผ่อนน้อย เล่นน้ำ ตากแดดนาน จึงทำให้จับไข้ได้ดีที่ไม่เป็อะไรมาก แต่ก็ต้องเฝ้าดูอาการก่อน
“บอกแล้วว่าพี่ไม่เป็ไรมาก กินยาแล้วก็นอนพักที่บ้านก็ได้ เห็นไหมได้นอนเลยเนี่ย”คนป่วยบนเตียงบ่นพึมพำ
“นอนไปเลยค่ะ ไม่ต้องบ่น บ่นยังกะคนแก่ นอนที่โรงพยาบาลดีแล้วค่ะจะได้พักผ่อน ขืนนอนที่บ้านรินว่าพี่ไม่ยอมนอนหรอก” ฉันบ่นคนป่วยจอมดื้อที่ถูกพามายังห้องพักพิเศษ
“ไม่ได้บ่น ใครจะกล้าบ่น แล้วใครแก่ฮึ!”อีตาพี่เรย์ที่เป็คนแก่จอมดื้อ นั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วยตอนนี้เขาใส่ชุดที่ทางโรงพยาบาลจัดไว้ให้แล้ว
ฉันเดินมานั่งลงข้างๆ เตียงผู้ป่วย
“ก็คนแก่ที่กำลังป่วยอยู่นี่ไงคะ” พูดจบ อีตาพี่เรย์สายหื่นรวบตัวฉันให้ขึ้นไปนั่งข้างๆและกอดเอวฉันไว้อย่างหลวมๆ
“ยังป่วยอยู่นะคะ” ฉันรู้นิสัยความหื่นของเขาดี หลังจากคบกับเขามาได้เดือนหนึ่งอาการหนักหนาสาหัสขนาดไหนคิดดูสิคะ ป่วยอยู่แท้ๆ สายตาหื่นยังไม่ลดลงเลย
“มีคนบอกว่า ... หากอยากหายจากหวัดเร็วๆ ต้องแพร่เชื้อ ไข้จะได้ลดและหายเร็วขึ้นรินไม่อยากให้พี่หายไวๆ เหรอ” ดูคำพูดของคนป่วยสายหื่น
“พี่อยากเห็นรินป่วยไปด้วยหรือไง!?” ฉันทำหน้ามุ่ยดุคนป่วย
“โอะ... พี่ผิดไปแล้วคราบ ... ใครจะกล้าให้เมียป่วยล่ะ ... แล้วนี่หมอจะมาตรวจกี่โมงครับ” อีพี่เรย์คลายอ้อมกอดออก และปล่อยให้ฉันนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงแต่ยังคงกุมมือฉันอยู่
“อีกหน่อยคุณหมอคงมา และจับคงจับพี่ฉีดยาแน่นอนค่ะ” ฉันตอบคำถาม
ไม่นานอยากที่พูดไว้ พยาบาลคนสวยก็เดินเข้ามาพร้อมกับคุณหมอสุดหล่อและเข็มที่เอาไว้จัดการกับคนป่วยสายหื่นจอมดื้อที่นอนอยู่บนเตียง
“คนป่วยเป็ไงบ้างครับ?” คุณหมอสุดหล่อเดินเข้ามาพร้อมกับพี่พยาบาลสุดสวยที่ถือถาดอุปกรณ์เดินตามหลัง
“สบายดีครับหมอ ... ไม่ฉีดยาได้ไหมครับหมอ?” อีตาพี่เรย์ กลัวเข็มฮ่า ฮ่า ฮ่า ฉันรู้ความหลับอีกอย่างของเขาแล้ว
“ไม่ได้ครับ คุณมีไข้สูง และจำเป็ต้องได้รับอย่าฆ่าเชื้อ”คุณหมอสุดหล่อที่ไม่ยอมคนป่วยพี่พยาบาลคุณสวยที่เตรียมเข็มฉีดยาเสร็จก็ยื่นส่งถึงมือหมอ
“นอนและหันหลังมาครับ” คุณหมอสุดหล่อ ออกคำสั่งกับคนป่วย
“พี่เรย์คะ!” ฉันที่เห็นคนป่วยจอมดื้อดูอิดออด จึงทำเป็ดุใส่ เพื่อให้เขาทำตามที่หมอสั่งอีตาพี่เรย์จึงยอมนอนลง
คุณหมอสุดหล่อดึงกางเกงผู้ป่วยลงจนเห็นแก้มก้น และทิ่มเข็มเข้าให้
“อึ!” เสียงอีตาพี่เรย์ที่รู้สึกเจ็บจากการถูกเข็มทิ่มก้นดังเบาๆ ฉันล่ะอดขำความกลัวเข็มของคนแก่จอมดื้อคนนี้ไม่ได้
“เสร็จแล้วครับ” คุณหมอสุดหล่อตบไปที่ตูดอีพี่เรย์เบาๆ เข้าให้และดึกกางเกงกลับตามเดิม
อีพี่เรย์เอียงตัว มองหมอตาเขียวปัดพร้อมกับที่เอามือลูบก้นตัวเองไปด้วย
“รอดูอาการอีกสักคืน หากไข้ลด พรุ่งนี้ก็สามารถกลับบ้านได้แล้วครับ”คุณหมอสุดหล่อส่งยิ้มให้อีตาคุณเรย์สายหื่น ทำเอาเขาต้องเบือนหน้าซบหลงกับหมอน“ครับ” เสียงที่ลอดออกมาดังเบาๆ
ฉันอดขำไม่ได้จริงๆ จากที่กลัวเข็มแล้ว ยังมีหมอให้กลัวด้วย
“ขอบคุณคุณหมอมากนะคะ” ฉันยิ้มให้คุณหมอสุดหล่อที่กำลังเดินออกจากห้อง ทิ้งพี่พยาบาลสุดสวยที่กำลังยิ้มแฉ่งให้ฉัน และหันไปขำใส่คนป่วยจอดื้อ
“อีก 4 ชั่วโมงพี่จะกลับมาเช็กอาการอีกครั้งนะคะ ตอนนี้ก็ให้คนไข้นอนพักผ่อนไปก่อน”พี่พยาบาลสุดสวยพูดเสร็จก็เดินตามคุณหมอสุดหล่อออกไป
“เป็ไงคะ หายซ่ายัง” ฉันแซวคนป่วยที่กำลังนอนน้ำตาเล็ดอยู่บนเตียงหลังจากหมอและพยาบาลจากไป อีตาพี่เรย์ก็กลับมานอนหงายมองหน้าฉัน และจับมือฉันแน่น
“รินใจร้าย” คนป่วยขี้อ้อน
“ใจร้ายยังไงคะ? ... รินว่าพี่เรย์ต่างหากที่ใจร้าย แกล้งรินบ่อยๆฟ้าดินเลยลงโทษ” ฉันมองหน้าคนป่วย
“นี่ไง ใจร้ายชัดๆ พี่ป่วยอยู่รินยังซ้ำเติมพี่ไม่ใจร้ายจะให้เรียกว่าอะไร” ดูคนป่วยขี้อ้อน
“นอนได้แล้วค่ะ เดี๋ยวไข้ไม่ลดนะ” มือของฉันลูบไปที่ศีรษะของคนป่วยจากนั้นก็ก้มจูบเบาๆ ที่หน้าผาก
จุ๊บ....
“หายงอนยังค่ะ คนป่วย” ฉันมองหน้าคนป่วยที่ยิ้มรอ มืออีตาพี่เรย์รั้งคอฉันให้เข้าหาอย่างไว
“อือ~”ริมฝีปากคนป่วยประทับลงบนริมฝีปากของฉัน บทจูบที่ทำเอาหัวฉันขาวโพลน ลิ้นของเขาเข้าไปสำรวจโพรงปากของฉันตวัดลิ้นไปมา และดึงม้วนลิ้นของฉันเข้าออก ร่างกายของเขายังร้อนภายในปากของเขาก็มีไอร้อนๆ ส่งเข้าปากของฉัน ให้ความรู้สึกอีกแบบ
มือของเขาก็ไม่เสียเปล่ากอดร่างของฉันในทับลงบนร่างของเขาพร้อมอีกข้างขย้ำไปที่ก้นของฉันแรงๆ ไม่หยุด
นี่!!!มันโรงพยาบาลนะ .... ฉันที่ได้สติ ดันตัวและถอนจูบออก
“ไม่เอาค่ะ ... นี่มันโรงพยาบาลนะคะพี่เรย์อยากเห็นรินติดไข้หรือไงฮึ!” ฉันทำเสียงดุใส่คนป่วยสายหื่น
อีตาคุณเรย์จอมหื่นเขาไม่สนใจสิ่งที่ฉันพูด ซุกไซร้ซอกคอฉันแล้วขบเม้มเบาๆจนฉันขนลุกไปทั้งตัว มือฉันที่กำเสื้อเขาไว้แน่นทั้งสองข้างถูกมือเขานำพาไปที่หว่างขาและก็เจอเข้ากับลูกชายของเขาที่มันไม่ได้ป่วยเหมือนพ่อมันสักนิดเดียว
“รักษาให้หน่อย” สายตาอ้อนวอนของคนหื่นแสนเ้าเล่ห์มองตาฉัน
“ไม่ พี่ต้องพักได้แล้ว!” ฉันส่ายหัวปฏิเสธเสียงแข็ง
“นี่มันโรงพยาบาลนะคะ!!!” เสียงฉันดุเข้าให้อีกครั้งและพยายามที่จะดันตัวเองให้ลุกขึ้น
แต่มีหรือที่อีตาพี่เรย์สายหื่นจะยอมเขายังคงกระชับกอดฉันแน่นและซุกไซ้ซอกคอของฉัน “นะคราบเด็กดี” เสียออดอ้อนดังขึ้น
ฉันต้องใจแข็ง จะตามใจเขาในเื่นี้ ในทุกที่ ที่เขา้าไม่ได้!!!
“ไหนว่ากลัวรินป่วย กลัวรินไม่สบาย ยังจะมาแพร่เชื้อใส่รินทำไม!”ฉันเริ่มโกรธคนป่วยจริงๆ
“ปล่อยรินค่ะ” ฉันเสียงแข็งใส่ ใจหนึ่งก็สงสารแต่ก็จะตามใจแบบเด็กๆ ไม่ได้ แก่จนอายุปูนนี้แล้วยังระงับอารมณ์ตัวเองไม่ได้มันหน้าตีจริงๆ
“จะปล่อย หรือไม่ปล่อยค่ะ!” อีตาพี่เรย์จอมดื้อที่ยังไม่ยอมปล่อย
“หากไม่ปล่อย ...” ฉันที่ยังพูดไม่ทันจบ
“ปล่อยแล้ว ... ปล่อยแล้ว ...” เขาก็คลายอ้อมกอดและดันตัวฉันให้ลุกขึ้น “พี่ก็แค่อ้อนเมียแค่เนี่ย แทนที่เมียจะเห็นใจเมียกลับไม่เห็นใจ ปล่อยให้ลูกชายพี่ปวดระบมมันทั้งคืนไปเลย!” สรุปใครควรงอนกันเนี่ย!
อีตาพี่เรย์เ้าเล่ห์เล่นใช้ไม้งอนใส่ฉัน พลิกตัวนอนตะแคง ไม่พูดกับฉัน
เฮ้ย~ ฉันละเหนื่อยกับตาแก่จอมหื่นจริงๆ
“นอนนะคะ กลับบ้านแล้วรินจะตามใจ” มือขอฉันลูบผมเขาเบาๆ ปลอบใจคนป่วย แต่คนป่วยกับเล่นไม่พูดกับฉันซะงั้น
ฉันทำเป็ไม่สนใจ ปล่อยให้คนป่วยจอมหื่นงอนต่อไป และเขาก็หลับไปโดยไม่รู้ตัวคงเพราะฤทธิ์ยาที่ทำให้คนป่วยนอนอย่างง่ายดาย
ผ่านไปเกือบ 4 ชั่วโมงคุณหมอสุดหล่อและพยาบาลสุดสวยก็เดินเข้าห้องมาตรวจคนไข้อีกรอบ และคนไข้ก็ยังไม่ตื่น
คุณหมอใช้เครื่องมือตรวจการเต้นของหัวใจ และพยาบาลก็เช็กอุณหภูมิร่างกายไม่นานก็เสร็จ
“ไข้ลดแล้วนะครับ พรุ่งนี้ก็กลับได้” คุณหมอสุดหล่อยิ้มให้ฉันจากนั้นก็เดินออกจากห้อง
“อาหารเย็นและยาจะมาเวลาหกโมงเย็นหากคนไข้ตื่นอย่าลืมให้ทานด้วยนะคะ”พยาบาลสุดสวยบอกรายละเอียดให้ฉันทราบก่อนจะเดินจากไป
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ” ฉันกล่าวขอบคุณพี่พยาบาลและหันไปมองคนป่วยที่นอนอยู่บนเตียง
อือ ... พี่เรย์ยังไม่ตื่น และนี้ก็เพิ่งจะสี่โมงเย็นฉันที่ไม่ได้เตรียมอะไรมา จึงตัดสินใจกลับคอนโด
กลับมาคงตื่นพอดี
ห้องพิเศษ โรงพยาบาล เวลา หกโมงเย็น
@Ray
เมียหาย!!!
ผมตื่นขึ้นมา่เวลาหกโมงเย็นได้ มองไปรอบๆ ไม่เห็นริน เธอหายไปไหน
“ตื่นแล้วหรือคะ?” เสียงพยาบาลเดินเข้ามาพร้อมรถเข็นที่มีอาหารและยา
“เมียผมไปไหนครับ?” ผมถามหาเมียกับพยาบาล
“เธอกลับไปเก็บของค่ะ เดี๋ยวคงมา ตื่นก็ดีแล้วค่ะจะได้ทานข้าวและทานยา อาการของคุณไม่เป็อะไรมาก พรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้แล้วค่ะ”นางพยาบาลที่ดูแลผมอธิบายเสร็จก็เดินออกไป
หลังพยาบาลออกไปผมโล่งอก นึกว่ารินจะทิ้งผมไป คนไม่สบายคนป่วยนี้คิดเรื่อยเปื่อย และทำตัวเป็เด็กได้ไร้สาระจริงๆ ผมไม่อยากจะเชื่อเลยจนมาเจอกับตัว
ผมที่ไม่ยอมกินข้าว และรอเมียมาป้อน
“จะทุ่มแล้วยังไม่กลับมา!” ผมเริ่มบ่นกับตัวเอง นั่งพิงหัวเตียงและหยิบมือถือขึ้นมา เพื่อที่จะกดหาเธอ
มองดูหน้าจอ ... อือ ... โทรดี หรือไม่ดี ผมชั่งใจอาการเหมือนคนถูกทิ้ง
เอี๊ยด~ ....เสียงประตูถูกเปิดออก ผมมองตามเสียงที่ได้ยิน
ตึก ตึก ตึก เสียงฝีเท้าที่ทำเอาผมลุ้น
“ตื่นแล้วหรือคะ?”ใบหน้าที่ผมเฝ้ารอมาเกือบจะสองชั่วโมงก็โผล่เข้ามา
“ไปไหนมา!?” คำถามห้วนๆ ของผมดังขึ้น ทั้งๆ ที่รู้ว่าเธอไปไหนแต่ก็ยังถาม
“ไปเก็บของมาเฝ้าใครก็ไม่รู้” เธอค่อนขอดผมทันทีและเดินไปยังชั้นเก็บของ โดยที่ไม่มองผม
สายตาเธอที่มองผมทำเอาใจสลายได้เลย มันเหมือนคนจะถูกทิ้งจริงๆ!!!