และใบรายชื่อที่ถูกสุ่มจับขึ้นได้มาก็คือ..“Dantură Tepes”
ทันทีที่ได้เห็นกลุ่มของเกษมทั้งกลุ่มพลันตาลุกวาวขึ้น “เย้!!” พวกเขาโห่ร้องดีใจสุดขีด เว้นเพียงสตีฟและมิทาจิที่ไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อน ๆ ถึงต้องดีใจขนาดนี้
หลังจากนั้นทุกคนต่างได้ทยอยกันเดินออกจากหอประชุมจนเหลือดันทัวร์แค่เพียงคนเดียว เพราะชาชาเดียร์ถูกวาร์ปส่งกลับที่พักทันทีหลังจากเรียนจบ
บนถนนที่ปูด้วยหินอ่อนสีขาวเส้นเดิมที่ทอดยาว กลับมีละอองฝนโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าทั้งๆ ที่แดดกำลังจ้าอยู่ จึงทำให้ปรากฏสายรุ้งสีอ่อน ๆ อยู่เบื้องหน้า..
“นี่เพื่อน ๆ เราสงสัยทำไมพวกนายถึงต้องดีใจที่ไม่ต้องทำเวรขนาดนั้นด้วยล่ะ?” สตีฟเอ่ยถามด้วยใบหน้าสุดฉงน
“ก็เพราะว่า สองวันที่ผ่านมาพวกเราเป็คนทำเวรหมดเลยยังไงล่ะฮ่า ๆ ๆ ” เกษมตอบพลางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
และในที่สุดนินจาสาวก็ได้รับความกระจ่างในเื่นี้เสียที“อ๋อ.. ที่มิทาจิเจอพวกคาซาเมะซังทั้งสองวันติด ๆ หลังจากที่ฝึกวิชาเสร็จก็เพราะพวกคาซาเมะซังทำเวรนี่เอง..”เธอเอ่ยพร้อมกับนำกำปั้นทุบไปที่ฝ่ามืออีกข้างพลางพยักหน้างึกๆ
“ดีแล้ว ๆ วันนี้จะได้ไม่ต้องมีเื่ประหลาด ๆ เกิดขึ้นกับพวกเราอีก”มีสท์ยิ้มออกมาอย่างโล่งอก ก่อนที่จะถามขึ้นต่อด้วยน้ำเสียงสดใส “นี่ ๆ แล้วที่คุณเวิร์ดพูดเมื่อกี้เื่เป้าหมายของการมาเรียนที่มหาลัยนี้น่ะทำไมพวกนายถึงมาเรียนกันหรอ?”
ซึ่งจากคำถามนั้นก็ทำให้โสตหันขวับไปในทันทีตอบในทันที“เธอรู้มั้ย?” ชายหูกางเกริ่นด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น จนเพื่อน ๆ จับจ้องมาที่เขาและพร้อมฟังอย่างตั้งใจ
“ครอบครัวของฉันน่ะทำกิจการเกี่ยวกับห้องสมุดแล้วมันก็มีหนังสืออยู่สองเล่มที่ฉันอยากจะอ่านมาก ๆ เล่มแรกเป็เื่เกี่ยวกับกลุ่มคนที่เรียกว่าออร์การ์เดี้ยน หรือ ผู้พิทักษ์ของเหล่าออแกเนียน แม้จะยังไม่เคยเจอตัวจริงแต่ฉันได้ยินมาว่าพวกเขาเท่มากๆ เลยล่ะ แถมบางคนยังมีที่อยู่อาศัยเป็ดินแดนในตำนานอีกด้วยนะ” เขาเล่าต่อด้วยโทนเสียงเดิมซึ่งดูแล้วโสตินทรีย์น่าจะสนใจเื่พรรค์นี้เอามาก ๆ
“ส่วนอีกเล่มก็คือตำนานเกี่ยวกับการกำเนิดออแกเนียนว่ากันว่าพวกเราน่ะเกิดมาจากพระเ้า ที่ฉันเคยได้ยินแม่เล่ามาคือพระเ้าเป็ผู้มอบอวัยวะพิเศษให้กับเราเช่น เทพโพไซดอนซึ่งเป็เทพแห่งท้องทะเล ท่านประทานไตวิเศษมาให้เราโดยปกติแล้วหน้าที่ของไตภายในร่างกายของเราก็คือรักษาสมดุลน้ำและแร่ธาตุต่าง ๆ ซึ่งมันก็ไปสอดคล้องกับที่ปกรณัมกรีกเอ่ยถึงความสามารถของเทพเ้าโพไซดอนที่สามารถควบคุมน้ำได้อย่างอิสระจึงทำให้เกิดเป็แินี้ขึ้นมายังไงล่ะ” ทายาทแห่งตระกูลสดับฟังเล่าด้วยความกระตือรือร้น
“แล้วก็ยังมีเื่เกี่ยวกับลำดับชั้นของออแกเนียนด้วยแต่ฉันก็ยังไม่รู้อะไรมากไปกว่านี้หรอกนะ เพราะแม่ของฉันยังไม่อนุญาตให้อ่านตำราสองเล่มนี้จนกว่าฉันจะผ่านการศึกษาที่มหาวิทยาลัยออแกเนียนได้เนี่ยแหละคือเหตุผลของฉัน” โสตเผยเหตุผลของเขาก่อนจะส่งต่อคำถาม “แล้วของเธอล่ะมีสท์?”
“ว้าว..สุดยอดไปเลยนะเหตุผลของนายเนี่ย” ดิอินวิซิบิลิตี้พูดพลางเผยอมยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปาก“ส่วนของฉันน่ะหรอ เหตุผลง่าย ๆ เลยก็คือลุงของฉันนี่แหละเพราะระหว่าง่การเรียนการสอนนี้งานเขาค่อนข้างจะยุ่ง ๆ หน่อย แล้วเกษมล่ะ?” เธอถามต่อ
“ก็เหตุผลเดียวกับเธอนั่นแหละเพราะพ่อของฉันน่ะสิ ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงอยากให้ฉันได้เข้ามาเรียนที่นี่เหมือนกันเคยถามไปแล้วก็ไม่ยอมตอบ” ชายหน้าจืดผู้ไร้แว่นเล่าอย่างเซ็ง ๆ พลางถามคนต่อไป“แล้วนายล่ะโจเซฟ?”
“พ่อของฉันบอกว่าอยากให้ฉันกับอลันมาค้นหาตัวเองที่มหาลัยฯแห่งนี่น่ะทุกวันนี้พวกเราก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกันว่าพ่อ้าจะสื่ออะไร เห้อ..”หนุ่มเดรดล็อคพูดพลางยกมือขึ้นมาเกาหัวแกร่ก ๆ “เอ้อ!.. แล้วซีรินญาล่ะ”โจเซฟหันไปหาหญิงสาวที่เดินตีคู่มากับเขา
“เดี๋ยว ๆ ขอขัดจังหวะหน่อยนะ เรายังไม่รู้ฉายาของเธอเลยเธอฉายาอะไรหรอ?” มีสท์ผู้ชื่นชอบที่จะได้รู้ฉายาของคนอื่นเป็ชีวิตจิตใจพูดแทรกขึ้นมาอย่างตื่นเต้น
ซึ่งสาวชาวสเปนิชก็ได้ยิ้มหวานกลับพลางทำท่าทางบอกไบ้ให้ม่านหมอกดูอยู่ครู่ใหญ่
แต่จนแล้วจนรอดมีสท์ก็ยังเดาไม่ออกอยู่ดี“ขอใช้ตัวช่วยหน่อยยย” สาวผมเปียพูดลากเสียงพลางมองไปยังโจเซฟด้วยแววตาละห้อย
“มา ๆ ๆ ” ซีเชโญ่ผู้พี่รับคำอย่างรวดเร็ว และดูเหมือนเขาจะตั้งใจเป็พิเศษ
ซีรินญ่าเริ่มออกท่าทางอีกครั้ง.. โดยเริ่มแรกเธอเปลี่ยนจากการเดินธรรมดาเป็การเดินกึ่งะโพร้อมกับแกว่งแขนทั้งสองข้างสลับกันหน้าหลัง และยิ้มด้วยใบหนน้าที่มีความสุข
“อืม.. ยากแหะ”หนุ่มเ้าของทรงผมเดรดล็อคคิดพลางนำมือขึ้นมาลูบคาง “ร่าเริง?” เขาพยายามเดา
แต่ก็น่าจะยังไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องหญิงสาวในชุดระบำฟลามิงโกส่ายหน้าก่อนจะเริ่มการบอกไบ้ด้วยท่าทางต่อไป เธอโบกมือไปมาซ้ายขวาเหมือนกับว่าเป็การแสดงการบอกลา
“บ๊ายบาย?..” เ้าของสมญาขาแห่งปาฏิหาริย์ยังคงพูดสิ่งที่เขาคิดออกไปเรื่อยๆ “ร่าเริง.. บ๊ายบาย..”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ซีรินญ่าก็ฉีกยิ้มหวานขึ้นมาในทันทีก่อนที่เธอจะทำสัญลักษณ์มือโดยใช้นิ้วชี้จีบเข้าใกล้ ๆ กับนิ้วโป้งบวกกับแสดงออกทางสีหน้าทำนองว่า ‘อีกนิดเดียวมาถูกทางแล้ว!’
และเธอก็ไม่รอช้าที่จะไบ้ต่อหญิงสาวผมลอนนำเอาท่อนแขนมาประสานกันไว้บริเวณอกและโยกไปมาเหมือนกับคุณแม่กำลังเลี้ยงเด็กน้อย
“ร่าเริงบ๊ายบาย.. ร่าเริงบ๊ายบาย..อุ้มเด็ก..” โจเซฟหลับตาปี๋เพื่อตั้งสมาธิในการคิด “ร่าเริง.. หลั่นล้า..บ๊ายบาย..” เขาพึมพำ ๆ อยู่สักครู่ โดยมีเพื่อน ๆ ทุกคนกำลังช่วยกันลุ้นคำตอบ
จนกระทั่ง.. “หลั่นล้าบาย.. ลัลลาบาย!” เ้าหนุ่มเดรดล๊อคะโโพล่งขึ้นมา ทำเอาเพื่อน ๆ สะดุ้งกันไปเป็แถบๆ ยกเว้นซีรินญ่าที่ยกนิ้วโป้งให้อย่างชื่นชมและเป็การเฉลยไปในตัวด้วยว่าคำตอบนั้นถูกต้องแล้ว!
“ว้าววว! ลัลลาบายที่แปลว่าเพลงกล่อมเด็กสินะ ซีรินญ่า สไมเลสเดอะลัลลาบาย (Lullaby) เก๋มากเลยเราชอบฉายานี้จัง น่าร้ากกกก..” ม่านหมอกผู้ซึ่งชอบการแนะนำตัวแบบเต็มเป็ชีวิตจิตใจพูดขึ้นด้วยความร่าเริงสุดๆ
“แล้วทำไมเธอถึงมาเรียนที่นี่ล่ะ”สาวผมเปียถามต่อพลางหยิบกระดาษกับปากกายื่นให้ “คราวนี้ไม่ต้องไบ้แล้วล่ะ ฮ่าๆ ๆ ๆ ” เธอแอบเย้าเล็กน้อยตามนิสัย
ซีรินญ่ายิ้มหวานก่อนจะรับอุปกรณ์สองชิ้นไปโดยเธอเขียนเพียงประโยคสั้น ๆ ลงบนกระดาษและยื่นกลับไปให้มีสท์
“้าฝึกการควบคุมพลัง”ดิอินวิซิบิลิตี้กระจายสารให้เพื่อน ๆ ฟังจนทุกคนได้รับรู้ทั่วกัน
“แล้วน้องนินจาล่ะ?” เกษมพูดพลางมองไปยังเด็กสาวชาวญี่ปุ่น
พลันน้องหนูวัยแรกแย้มก็ได้หันหน้าไปมองคาซาเมะซังอย่างรวดเร็วจนทำให้ผมยาวเส้นสลวยที่เรียบรื่นของเธอสยายออกพลางส่งกลิ่นหอมสะอาดโชยไปทั่วบริเวณ“มันเป็ภารกิจของหมู่บ้านน่ะค่ะ มิทาจิบอกอะไรมากกว่านี้ไม่ได้หรอกนะคะ ขอโทษด้วยค่ะ”นินจาสาวพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มก่อนที่จะส่งต่อคำถามลูกโซ่“แล้วสตีฟซังล่ะคะ”
แต่ยังไม่ทันที่สตีฟจะอ้าปากตอบ..
โคร่มมมมมมม ! ! !
อยู่ก็เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นบริเวณด้านหน้ากลุ่มของเกษม!
“เห้ออ.. ขอถอนคำพูดที่บอกว่าวันนี้จะไม่เกิดเื่ประหลาด ๆ ” สาวผมเปียยกสันมือขึ้นแตะที่หน้าผากพลางถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย
ซึ่งกลุ่มของเกษมก็ได้เดินมาเรื่อยๆ จนถึงจุดเกิดเหตุ ทั้ง ๆ ที่พวกเขานั้นไม่มีใครอยากพบเจอกับเหตุการณ์นี้เลย แต่จำใจต้องเดินผ่านเพราะเป็ทางกลับหอพัก
เมื่อมองไปที่ต้นตอของเสียงอันอึกทึกพวกเขาก็ได้พบเข้ากับไทรซ์และไบซ์ กำลังรุมต่อสู้อยู่กับชายผิวสีดำนิล ผมของเขาเกือบสกินเฮดและมีสีขาวโพลนลามมาถึงหนวดเคราตามร่างกายมีรอยแผลเป็แทบจะทุกอณูราวกับผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชน เขาแต่งกายด้วยชุดที่ทำมาจากหนังของสัตว์นานาชนิดไม่ว่าจะเป็ผ้าเตี่ยวที่ประดับประดาไปด้วยขนนกอีแร้ง ปลอกข้อมือที่ทำมาจากหนังจระเข้รองเท้าสีดำขลับอันมาจากหนังควายป่า ส่วนท่อนบนนั้นเปลือยเปล่าแต่ก็มีสร้อยเชือกคล้องคอโดยมีงาช้างอันเล็กห้อยติดอยู่หากมองคร่าว ๆ แล้วเขามีรูปร่างที่สูงใหญ่กำยำยิ่งกว่าไทรซ์เสียอีกความสูงโดยประมาณนี่ไม่น่าจะต่ำกว่าสองเมตร
“สงสัยพี่บึ้กเคราขาวนั่นต้องไปทำอะไรเ้าโพซิเออร์ไว้แหง ๆ ” โจเซฟคาดเดาเหตุการณ์ ซึ่งมันก็น่าจะเป็จริงอย่างที่หนุ่มเดรดล็อคว่า
“เกษม นายมองเห็นหรือเปล่าว่าอวัยวะพิเศษของชายคนนั้นคืออะไร ขนาดโดนทั้งไทรซ์และไบซ์รุมอยู่แต่ดูเหมือนคู่สองพี่น้องยังสู้เขาไม่ได้เลย”มีสท์ถามแกมให้เกษมใช้พลังของเขาดูอวัยวะพิเศษของชายที่แต่งกายชุดชนเผ่า
ทายาทตระกูลสืบสายั์ตราพยายามเพ่งสายตาไปยังชายผิวสีนิลแต่ก็ไม่เป็ผล “แปลกแฮะ.. ฉันไม่เห็นอวัยวะส่วนไหนของเขาเรืองแสงเลยแต่ฉันคิดว่าเขาจะต้องใช้พลังของอวัยวะพิเศษแน่ ๆ เพราะไม่อย่างนั้นคงจะรับมือกับทั้งไทรซ์และไบซ์อย่างสบาย ๆ แบบนั้นไม่ได้หรอก แต่ทำไมฉันถึงมองไม่เห็นอะไรเลยนะ!?” เดอะไซท์สตีลเลอร์เริ่มผิดหวังในความสามารถของตัวเองเป็ครั้งแรก
“เอ.. อาจเป็เพราะคาซาเมะซัง ยังใช้พลังของอวัยวะพิเศษได้ไม่คล่องด้วยล่ะมั้งคะ”มิทาจิออกความเห็น
ซึ่งเป็ขณะเดียวกันกับที่ไทรซ์กำลังพุ่งหมัดตรงไปยังใบหน้าอันตายด้านไร้ความรู้สึกของชายร่างั์“ฉันจะอัดหน้านิ่ง ๆ ของแกให้กรามเบี้ยวไปเลย!”
หมั่บ.. หมัดอันน่าสะพรึงของเดอะบอดี้การ์ดผู้พี่ถูกหยุดได้อย่างสบายๆ ด้วยมือเพียงข้างเดียว ราวกับมันเบาดุจปุยนุ่น
“แค่นี้เองหนะหรอ?” ชายผิวนิลเอ่ยด้วยเสียงนิ่งเรียบ พร้อมจ้องมองไปยังแววตาที่กำลังตื่นตะลึงของไทรซ์
ทางด้านฟาน เดอร์อาร์มผู้น้องเมื่อเห็นว่าพี่ชายกำลังพลาดท่าเธอก็ไม่รอช้าที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ “งั้นลองนี่!!” หญิงสาวในชุดเชิ้ตสีเทาเหวี่ยงแขนของเธอที่ได้กลายสภาพเป็ค้อนปอนด์ขนาดมหึมาเข้าไปโจมตีพี่บึ้กชาวแอฟริกันด้วยความดุดัน!
ผึ่บ.. แล้วก็เป็อีกครั้งที่เขาหยุดการจู่โจมของคู่ต่อสู้ได้อย่างสบายๆ ด้วยฝ่ามือเปล่า ๆ อีกข้างหนึ่งที่ว่างอยู่ และนั่นมันแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนถึงความห่างชั้นของระดับฝีมือ
แววตาของเ้าเคราขาวที่จ้องมองมานั้นราวกับคนที่กำลังดำดิ่งสู่ห้วงแห่งความมืดที่ไม่ว่าใครเผลอไปสบเข้าก็ต้องพบเจอกับความสิ้นหวังจนอธิบายไม่ถูก
“เปลี่ยนโครงสร้างของแขนให้เป็ไปดั่งใจนึกงั้นหรอ..ก็น่าสนใจดีหนิ แต่ก็ยังต้องฝึกอีกเยอะ” หนุ่มที่ร่างกายเต็มไปด้วยรอยแผลเป็เอ่ยด้วยเสียงโทนเดียวที่ไม่มีสูงขึ้นหรือต่ำลง
ก่อนที่เขาหันไปหาโพซิเออร์ที่กำลังนั่งร้องไห้จนตัวสั่นงันงก“ทีหลังอย่าจ้างไอ้สวะพวกนี้มาเป็คนคุ้มครองล่ะ” ชายผู้แข็งแกร่งเอ่ยขึ้นพลางเหวี่ยงบอดี้การ์ดทั้งสองพี่น้องให้ไปกองอยู่รวมกันโคร่ม!!
“ชิ! ถ้าใช้ ‘ไอ้นั่น’ ตอนที่ถูกคุณเวิร์ดลดพลังแบบนี้มีหวังถึงขั้นตายแน่ ๆยอมโดนมันซัดไปก่อนแล้วค่อยไปเอาคืนตอนพลังกลับมาครบร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ได้วะ..”ไทรซ์ผู้กำลังต้องโทษจากคุณเวิร์ดในกรณีทำร้ายอลันต่อหน้าคนที่ไม่ใช่ออแกเนียน คิดในใจพลางพุ่งตัวไปอยู่ด้านหน้าเพื่อปกป้องน้องสาวและผู้ที่อยู่ในการดูแลของเขา
ชายผิวนิลก็ได้เดินเข้าไปใกล้ราวกับเป็ยมทูตที่มารับิญญาของทั้งสามเขาเงื้อหมัดอันน่าผวาขึ้นมาหวังจะสั่งสอนผู้ไม่เจียมตัวให้ตระหนักถึงพลังของออแกเนียนจากดินแดนกาฬทวีป“ขอฝากกำปั้นนี้ไว้เป็บทเรียนให้กับพวกแกก็แล้วกัน”
ฟึ่บ.. ในขณะที่หมัดของเขากำลังถูกทิ้งลงไปยังเป้าหมาย..
ทันใดนั้น! ก็ได้มีแสงสีน้ำเงินสว่างวาบขึ้น ก่อนจะกลายเป็เอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีช ที่สาม ที่ปรากฏกายขึ้นมาราวกับเป็เทวดาผู้ช่วยชีวิตของสองพี่น้องตระกูลฟานเดอร์ อาร์ม ไว้
“ทำไมถึงมีเื่กันอีกแล้ว? คุณไทรซ์ คุณไบซ์ ฟาน เดอร์ อาร์ม.. คุณโบมานี่ คูปาควาชี่( Bomani Kupakwashe )” ชายชุดทักสิโด้ขยับโบว์ไทด์สีน้ำเงินของเขาเล็กน้อยก่อนพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความเย็นะเื
“ได้เลยในเมื่อไม่ยอมฟังกันอย่างนี้ ผมจะเริ่มทำการทดสอบพวกคุณทุกคน.. ณ! บัด! นี้!!” เอ็ดเวิร์ด สปีช ที่สามลั่นวาจาของเขาจนมันก้องกังวานไปทั่วทั้งมหาวิทยาลัย
“การทดสอบครั้งนี้จะเกี่ยวกับวิชาการใช้ชีวิต! โจทย์ก็คือห้ามทุกคนใช้พลังให้ผู้อื่นรู้ในสถานที่สาธารณะโดยพวกคุณสามารถฝึกการใช้พลังได้แค่ภายในห้องฝึกในหอพักของพวกคุณและห้องฝึกต้นไม้เท่านั้นถ้าหากใครพบเห็นว่ามีคนที่ใช้พลังในที่ที่ไม่ใช่ห้องฝึกให้แจ้งผมโดยคนที่ใช้พลังจะถูกลบคะแนนและคะแนนส่วนนั้นจะไปเพิ่มให้ผู้แจ้งโดยคะแนนที่ลบจะขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของการใช้พลังพวกคุณสามารถทำทุกวิถีทางเพื่อหลอกล่อคนอื่น ๆ ให้เผลอใช้งานพลังของอวัยวะพิเศษได้”โดยการลั่นวาจาของคุณเวิร์ดในครั้งนี้ก็เหมือนเป็การบังคับนักศึกษากลายๆ ว่าไม่ให้พวกออแกเนียนวัยรุ่นเห่อใช้พลังของอวัยวะพิเศษก่อเื่วุ่นวายอีก
“ส่วนใครที่ได้คะแนนสูงที่สุดผมจะมีรางวัลมอบให้ แต่ถ้าใครที่ได้คะแนนไม่ผ่านเกณฑ์คุณอาจจะต้องใช้เวลาอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้นานกว่าคนอื่นโดยคะแนนเริ่มต้นทุกคนจะมีหนึ่งร้อยคะแนน และในกรณีนี้ คุณไทรซ์ คุณไบซ์ คุณโบมานีจะถูกลบไปก่อนคนละห้าสิบคะแนน! การทดสอบนี้จะเริ่มั้แ่วันนี้เป็ต้นไปจนกว่าผมจะประกาศหยุดการสอบ” เอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีช ที่สาม อธิบายเกี่ยวกับการทดสอบผ่านทางอวัยวะพิเศษของเขาซึ่งทำให้นักศึกษาทุกคนได้รับทราบโดยทั่วกันว่าการสอบได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
“และรางวัลสำหรับผู้ชนะก็คือคุณจะสามารถขอสิ่งของอะไรก็ได้จากผมหนึ่งอย่าง ผมจะเสกมันให้คุณเอง” ชายผู้คุมกฎไม่ลืมที่จะกล่าวถึงรางวัลสุดพิเศษเพื่อสร้างแรงจูงใจในการทำบททดสอบ
หลังจากพูดจบคุณเวิร์ดก็เดินมาหาเกษมในทันที “กรณีของคุณในการสอบครั้งนี้คือคุณห้ามใช้พลังในการสังเกตอวัยวะพิเศษคนอื่น โดยให้ใช้สายตาปกติในการสังเกตแทน”เมื่อพูดจบชายมาดผู้ดีก็ไขว้มือทั้งสองข้างไว้ด้านหลังพลางเดินจากไปอย่างสง่าผ่าเผยหลังจากนั้นกลุ่มนักศึกษาจำนวนหนึ่งที่มุงดูเหตุการณ์อยู่ก็ได้แยกย้ายกันกลับที่พัก
แต่ไม่ใช่ไทรซ์ที่ยังคงยืนชี้หน้าใส่โบมานี่อยู่ “ถ้าพลังของฉันครบร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่างแกน่ะไม่คณามือฉันหรอก!”เขาะโอย่างไม่สบอารมณ์
“พลังที่ข้าใช้ไปเมื่อกี้ ยังไม่ถึงยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์เลยด้วยซ้ำ”ชายผิวนิลตอบข่มกลับด้วยเสียงใหญ่โทนต่ำโทนเดิม พลางหันหลังเดินจากไปโดยไม่สนใจสองพี่น้องตระกูลฟานเดอร์ อาร์ม เลยแม้แต่น้อย