“น้าหยวนอยู่ไหมคะ ฉันหลิวอี้เองค่ะ”
“จ้า เข้ามาเลยประตูไม่ได้ล็อก” น้าหยวนกล่าวอย่างใจดี
" ฉันเอาตะกร้ามาคืนค่ะ แล้วนี่ซาลาเปาฉันซื้อมาจากในอำเภอไม่ได้มากมายอะไร น้าอย่าเกรงใจเลยนะคะ "
“หนูพูดตัดบทไม่ให้น้าปฏิเสธเลย จริงๆ เลยเด็กคนนี้”น้าหยวนจำใจรับไว้
“พี่หลิวอี้ สวัสดีครับ / สวัสดีค่ะ”เอ้อหูเดินมาทักทายหลิวอี้พร้อมเด็กสาวคนหนึ่ง คงจะเป็ต้ายาพี่สาวเขา
“สวัสดีจ้าทั้งคู่ นี่ต้าหูใช่ไหม” เด็กสาวก้มหน้าเขินสงสัยจะเป็คนนี้อาย แล้วหลิวอี้ก็เข้าประเด็นที่มาวันนี้
“น้าหยวนค่ะ ฉันขอซื้อผักบ้านน้าสักเล็กน้อยได้ไหมคะ”
“เอาไปเลยก็ได้ ไม่ต้องซื้อหรอก มันไม่ได้มีราคาอะไรจะเอาอะไรบ้างล่ะจ๊ะ”
“ไม่ได้หรอกค่ะ ฉันขอพูดตรงๆ เลยนะคะผักที่น้าปลูกมันมากพอกับที่น้าทำผักดองส่งร้านสวัสดิการไหมคะ”
“มันเหลือมากกว่า น้าก็ไม่ได้ทำมากมายอะไรมันก็ไม่ใช่ว่าจะขายดี ผักนี้ก็เอาไว้กินเองบ้าง ดองขายบ้าง ให้คนอื่นบ้างมันไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงที่น้าจะให้หนูโดยไม่คิดเงิน”
“ฉันลองไปคุยกับร้านค้าสวัสดิการรัฐในอำเภอมาค่ะฉันอยากลองทำขายดูบ้างแต่จะไม่ส่งมาขายร้านในชุมชน เพราะฉันไม่อยากแย่งรายได้น้าฉันจะทำผักดองให้เขาไปลองดูรสชาติก่อนวันนี้เลยมาขอซื้อผักจากน้าค่ะ”
“เอาไปเลยจ้าไม่ต้องซื้อแล้วไม่ต้องคิดมากด้วยถ้าหนูทำอร่อยหนูควรขายที่นี่มากกว่าจะได้ไม่ต้องส่งไปไกลถึงในอำเภอ” น้าหยวนแนะนำ
“เื่ไม่อยากแย่งลูกค้ากันเองก็เื่หนึ่งค่ะอีกอย่างคืออำเภอคนเยอะไม่ได้ทำไร่ทำสวนด้วย มันน่าจะมีคน้ามากกว่าร้านค้าในชุมชนถึงแม้จะไม่ใช่หมู่บ้านเราที่เดียวแต่คนส่วนมากเขาก็ดองผักกินเองฉันเลยคิดว่าอำเภอเหมาะที่สุดแล้วค่ะ”
หน้าหยวนพยักหน้าเข้าใจ“แล้วจะใช้อะไรบ้างละ เอาผักอันไหนก็บอกน้า”
“ฉันต้องขอบคุณน้ามากเลยนะคะมีแต่เื่รบกวนพวกน้าตลอดเลย”
“ไม่เป็ไรหรอกน้าเองก็มีหนูเป็เพื่อนคุยเป็ครั้งเป็คราว ว่าแต่จะเอาอะไรบ้างเดี๋ยวน้าให้ต้าหูไปตัดให้”
“งั้นไม่เกรงใจแล้วนะคะ เอาผักกาด หัวไชเท้า แตงกว่าแล้วก็พริกค่ะ เอาไม่เยอะนะ แค่ดองใส่ไหเล็ก อย่างละ2 ไหก็พอ”
ต้าหูทำงานไวมากเด็กคนนี้เก่งมากจริงๆ แป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว ตะกร้าที่อีกใบที่เธอสะพายมาเกือบเต็ม
“ขอบคุณมากคะน้า ต้าหู เอ้อหู พี่ไปก่อนนะพรุ่งนี้บ่ายๆ พี่มาหานะ อย่าลืมนัดเราล่ะ”
หลิวอี้ปั่นจักรยานไปทางขึ้นูเาเธอคงต้องเอาจักรยานไปฝากไว้ที่กลุ่มงานพี่โม่คุนก่อน วันนี้แค่ขึ้นไปเก็บเม็ดพุดกับลูกหยางเหมยเพิ่มนิดหน่อยเท่านั้น เมื่อถ้าถึงกลุ่มงานเธอก็เห็นโม่คุนแล้ว
“พี่โม่คุนคะ ฉันฝากจักรยานไว้หน่อยได้ไหมคะฉันจะขึ้นเขาแป๊บหนึ่งค่ะ”
“ได้ซิ เดี๋ยวเอาไปพิงไว้ที่ต้นไม้ตรงคันนานั้นน่ะจะได้ไม่ตากแดด”
หลิวอี้เอาจักรยานมาตามที่บอกเจียงชิงหยวนก็เดินมาหาเธอ
“ฉันว่าจะแอบเรียกพี่มาคุยด้วยพอดี เย็นนี้หลังเลิกงานแล้วพี่แวะไปบ้านเหยาหน่อยนะคะฉันมีของจะให้พี่กิน”
“โอ้!!! ของกินเหรออะไรอ่ะ ทำไมเธอใจดีกับพี่จัง”เจียงชิงหยวนแปลกใจเพราะตอนนี้ข้าวยากหมากแพงหากินลำบากแต่เด็กคนนี้จะเอาของกินมาให้เขาเนี่ยนะ
“ฉันรบกวนใช้งานพี่ชิงหยวนก็ต้องตอบแทนซิคะฉันขึ้นูเาก่อนนะต้องเก็บของนิดหน่อย”
“จะแบกตะกร้าหนักๆ ไปด้วยเนี้ยนะเอาไว้นี่แหละเดี๋ยวพี่หาถุงผ้าให้ เห้!!!! จื่อหานเอาถุงผ้ามาไหม”
เซียวจื่อหานเดินมาตรงที่สองคนยืนอยู่หน้าตาไร้อารมณ์“ไม่ได้เอามา”
“แล้วจะเดินมาทำไมะโบอกก็ได้ละมั้ง” ทำไมเื่ง่ายๆต้องทำให้ยากไอ้เพื่อนคนนี้
เซียวจื่อหานมองหน้าหลิวอี้ส่วนหลิวอี้ทำหน้าเป็ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพูดคุยของเพื่อนรักคู่นี้
“แต่แกเอามา” เซียวจื่อหานเดินไปตรงต้นไม้อีกต้นใกล้ ๆเทของเจียงชิงหยวนออก แล้วเดินเอาถุงผ้ามาให้หลิวอี้ ก่อนจะหันหลังไปทำงานต่อ
เจียงชิงหยวน “……”
หลิวอี้ “……”
พอได้ถุงผ้าแล้ว หลิวอี้ก็รีบเดินไปหาเม็ดพุดก่อนเพราะอยู่ไกลกว่าเสร็จแล้วระหว่างทางลงเธอก็เดินเก็บลูกหยางเหมยไปเรื่อย ๆ จนถึงข้างล่างทางลงูเาเธอจะดองไว้เยอะหน่อยจะได้ให้พ่อเธอชิมด้วย
พอลงมาแล้วเอาของเทใส่ตะกร้าที่ฝากไว้แล้วรีบปั่นจักรยานกลับบ้านเหยาโดยทันทีเพราะสิ่งที่เธอทำมาเยอะมากกลัวจะไม่ทันเวลาเลิกงานของฝ่ายผลิตพอถึงสำนักงานก็เอาจักรยานไปคืนแบกตะกร้าผักเดินกลับไปบ้านเหยาเอาลูกเหมยหยางที่เก็บไว้คราวก่อนกับวันนี้มาล้างให้สะอาดแล้วพึ่งไว้ที่ลานบ้านให้มันแห้ง
“เอาอะไรมาเยอะแยะ จะดองหมดเลยหรือไง” ลี่หยงร้องทัก
“ไม่ได้ตั้งใจเอามาเยอะเลย น้าหยวนตัดมาให้หน่ะซิวันนี้คงไม่ได้ดองหรอกผักเยอะ ทำพรุ่งนี้ดีกว่า”
หลิวอี้เอาผักไปเก็บให้ห้องเก็บของก่อนแล้วเธอก็มาดูแป้งตอนนี้แป้งขึ้นฟูแล้วหลิวอี้เอาแป้งสาลีกับเกลือใส่ก้อนแป้งก่อนหน้านี้นวดผสมให้เข้ากันแล้วเติมน้ำนวดให้แป้งเข้ากันหลิวอี้เช็ดโต๊ะจนสะอาดนำแป้งมานวดต่อบนพื้นโต๊ะ โดยนวดก้อนแป้งขึ้น-ลงในลักษณะยืดแป้งออกแล้วดึงเข้า สลับกับคลึงก้อนแป้งไปมาเพื่อให้แป้งเนียนนวดประมาณ 10 นาทีจนแป้งนุ่มมือและเนียนเข้ากันดีคลึงแป้งเป็ก้อนกลม เก็บแป้งให้เรียบร้อย หลิวอี้เอาผ้าชุบน้ำบิดหมาดมาคุมไว้พักแป้งไว้อีกครั้ง
“แกนี่ลูกรักเ้าแม่หนี่วาหรือเปล่าทั้งที่ฉันแทบไม่เคยเห็นแกทำอะไรแบบนี้เลย ทำไมแกทำได้ดีเหมือนคนทำเป็ประจำ”ลี่ิพิงประตูยืนกอดอกดูน้องสาวทำครัว
“ไม่ทำใช่ว่าจะทำไม่เป็ตอนฉันยังเด็กกว่านี้ฉันก็หัดทำแล้วพี่ไม่เห็นเองมากกว่า”
“ฉันไม่เถียงกันแกล่ะว่าแต่ผักนี่เถอะเสียดายถ้าใช้ไม่หมด จะเอากลับบ้านเหรอ”
“ไม่อ่ะ พี่เอากลับซิ”
“ไม่ฉันไม่เอากลับไปหรอก พอย่าเห็นก็จะมาถามใครให้มาหลังจากนั้นก็จะถามไม่เลิกว่าไม่เอามาอีกเหรอ ใครจะหาเื่ใส่ตัว”
“เดี๋ยวพี่ชิงหยวนมาตอนเย็นฉันจะถามเขาละกันว่าที่บ้านยุวปัญญาชนมีไหดองผักไหมให้พวกเขากินดีกว่าเหลือทิ้งนะ” ถือว่าเป็ผลพลอยได้ละกันนะ จริงๆหลิวอี้ก็ไม่อยากทำแบบนี้แต่ถ้าเอามาจากที่บ้านของอะไรเล็กแค่ไหนหายไปจากสายตาแม่เฒ่าเกาจำได้หมดคงเอามาไม่ได้
“ทำไมดูแกสนิทกับคนพวกนี้จังเมื่อก่อนฉันไม่เคยเห็นแกคุยกับพวกเขาเลย” ลี่ิขมวดคิ้ว
หลิวอี้เลยต้องเล่าเื่ที่เจียงให้ชิงหยวนสืบข่าวให้และเล่าเื่ที่พวกเค้าเคยช่วยไว้ที่สำคัญเจียงชิงหยวนอาจจะมีประโยชน์ถ้าทำความรู้จักไว้ลี่ิก็ไม่ได้ติดใจอะไรเพราะน้องเขาไม่ได้ทำตัวนอกลู่นอกทางน้องสาวคงคิดดีแล้วกับการเลือกใครเป็เพื่อน
พอกะเวลาว่าแป้งได้ที่แล้วหลิวอี้ก็เอาแป้งมากดอากาศออกเล็กน้อยใช้ไม้คลึงรีดแป้งให้เป็แผ่นสี่เหลี่ยมตามขนาดของโต๊ะ เอาแปรงจุ่มน้ำทางบาง ๆแล้วค่อย ๆ ม้วนแป้งจนสุด ตัดเป็ชิ้นขนาดเท่าๆ กันได้10 กว่าชิ้นแล้วเอาไปพักไว้อีกรอบ
“ปกติพี่กินซาลาเปาได้มากสุดกี่ลูกเหรอ”หลิวอี้กำลังใช้ความคิดคำนวณหมั่นโถว
“ถ้าขนาดเท่าที่ซื้อมาวันนี้ 3-4 ก็อิ่มมากแล้ว”
“ถ้างั้นพี่เคยกินข้าวอิ่มไหม เวลากินข้าวที่บ้าน หมั่นโถวมันเล็กกว่าซาลาเปาครึ่งหนึ่งเลยนะ”
“ไม่อิ่มหรอก แต่ก็ได้น้ำแกงผักช่วยก็พอได้ดีกว่าไม่มีอะไรกิน” ลี่ิตอบแบบไม่แยแสอะไรมากมาย
ระหว่างที่รอแป้งหลิวอี้ก็ชวนลี่ิไปล้างผักด้วยกันผักกาดน่าจะดองได้3 ไหใหญ่ได้เลย น้าหยวนให้มากเยอะมากส่วนหัวไชเท้าก็เยอะมากพอกัน แตงกวาไม่เท่ากับสองอย่างที่เพิ่งล้างแต่ก็เยอะหลิวอี้เอาขิงมาล้างด้วย ตอนนี้จากผักที่มีเธอคิดผักดองได้แค่ 5 อย่าง
จัดการเสร็จแล้วเธอก็มานึ่งหมั่นโถวต่อให้ไฟแรงเพื่อให้หมั่นโถวฟู แล้วนึ่งต่อกะเวลา 1 เค่อ [1] หลิวอี้ก็ลุ้นเหมือนกันว่าการทำหมั่นโถวครั้งแรกจะเป็ยังไง
“เมื่อไหร่จะกินได้ อยากลองดูแล้วว่าเป็ยังไง”หมั่นโถวเริ่มส่งกลิ่นหอมออกมา ลี่ิก็อยากจะคอยดูฝีมือน้องสาวตอนนี้เขาพรวนหน้าดินให้น้องเสร็จแล้วรอแค่เื่ผักดองจะเป็ยังไงต่อก็จะหาพันธุ์ผักมาปลูกให้น้องสาว
“ใกล้แล้ว ฉันขอถามอะไรหน่อยซิพี่คุ้นเคยกับพี่สะใภ้ใหญ่หรือเปล่า” หลิวอี้หลอกถามข้อมูล
“ไม่ค่อยได้ยุ่งกันเท่าไหร่ ถามทำไม”
“ไม่มีอะไรมากหรอกแค่สงสัยน่ะคนที่อ่อนแอไม่มีปากมีเสียงแบบนี้สามีไม่ได้อยู่ด้วยเลยปีหนึ่งเจอไม่กี่ครั้งทางครอบครัวเขาปล่อยลูกสาวมาแต่งกับพี่ชายเราได้ยังไงอยู่คนเดียวกับญาติสามีไม่มีคนข้างกาย มันน่าจะลำบากมาก”
“แม่สื่อแนะนำมาเราไม่รู้หรอกว่าครอบครัวเขาจะห่วงไหมแต่คิดว่าไม่เพราะญาติทางพี่สะใภ้ไม่เคยมาหาเลย ั้แ่แต่งเข้ามา นี่ก็2ปีกว่าแล้ว”ลี่ิพูดตามความจริงไม่มีอารมณ์ร่วมใดๆ เหมือนไม่ได้พูดถึงพี่สะใภ้ตัวเอง
“เข้าใจล่ะนี่ละฉันถึงไม่อยากแต่งงานถ้าเจอบ้านแบบบ้านเราฉันคงหนีไปโดดน้ำแล้ว”หลิวอี้แกล้งขำ
ตอนนี้หมั่นโถวสุกเรียบร้อยแล้วเปิดฝานึ่งออกหมั่นโถวสีขาวนวลแป้งขึ้นฟูพอสมควรแต่ไม่เหมือนที่เธอเคยทำขนาดเท่ากำปั้นเธอแค่นี้ก็นับว่าดีมากแล้วยุคนี้ไม่มียีสต์ไม่มีผงฟูได้แค่นี้ก็โอเคหลิวอี้หยิบให้ลี่ิกิน
“อื้ม อร่อยแป้งนุ่มกว่าที่บ้านทำเยอะเลย มีรสหวานนิด ๆด้วยไม่ฝืดคอเลย”
“ก็นี่มันแป้งสาลี ถ้าที่บ้านทำก็คงไม่ใช่แป้งนี้หรอกถ้าใช่ก็ต้องผสมอย่างอื่นอยู่ดี”หลิวอี้ตลกในท่าทางของพี่ชายแต่มันก็ทำให้เธอมีความตั้งใจมากขึ้นว่าที่บ้านควรได้กินของดีๆบ้าง
[1] 1 เค่อ เท่ากับเวลา 15 นาที