ชาวบ้านพึ่งจะรู้ตัวว่าต้องหนีสิ่งที่พวกเขาคิดไว้ มันไม่ได้จบแค่แม่ทัพตาย
พวกเค้ายังไม่รู้ตัวว่าตนนั้นได้กลายเป็ฏแล้วไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา
อีกต่อไป การตายของพวกเค้าจะเป็คุณงามความดีของอีกฝ่าย
ขบวนทัพแตกต่างคนต่างวิ่งหนีเหยียบทับกันเอง
เหตุการณ์ทุกอย่างอยู่ในสายตาหานอี้และครอบครัว
ทั้งสี่คนพึ่งจะเข้าใจ ทำไมหานอี้ถึงคล้ายคนบ้าจะหนีให้ได้
ตะคอกเสียงดังใส่พ่อ แม่ พี่ น้องไม่หยุดตอนนี้เข้าใจแล้วแต่ละคนวิ่งสุดกำลัง
พุ่งเข้าชนต้นไม้เล็กใหญ่ในป่าไม่หยุดพ่อแซงหานอี้ที่เป็คนนำก่อนหน้านี้
ด้วยความแข็งแรงของพ่อทำให้ความเร็วพวกเขาทิ้งห่าง
จากทุ่งสังหารไปเรื่อยๆป่าเขาแถวนี้มีหินใหญ่เป็อุปสรรค
ทำให้พวกเขาต้องเสียเวลาเปลี่ยนเส้นทางใหม่ตลอด
หนีได้ประมาณสองลี้มีกลุ่มทหารไล่ตามมาสองคน
ทางที่พวกหานอี้หนี มันทิ้งร่องรอยพวกต้นไม้ล้มเป็ทางสังเกตง่าย
“มากันแค่สอง เห็นพวกเราตั้งห้าคนยังคิดจะไล่ตามอีกรึชั่งมั่นใจนักนะ”
หานซีพูดแล้วก็หยุดเพราะยังไงผู้ไล่ย่อมเร็วกว่า
หานอี้ดึงสายธนูหวังจะยิงขาทหารทั้งสองแต่เขาก็ยังช้าไป
ทหารสองคนได้ประชิดตัวหานซีแล้วหานถงปาหินใส่คนที่เข้าใกล้หานซี
ทำให้เค้าต้องหลบหินหานซีใช้จังหวะนั้นแทงดาบเข้าที่ลำตัว
อีกคนเห็นเพื่อนถูกแทงจึงยกดาบหมายจะฟันหานซี
ก่อนที่เค้าจะฟันได้มีขวานบินเข้าไปตรงตาขวานปักอยู่ที่หัวตายคาที่
ทหารที่ถูกแทงยังไม่ตายทันทีเ้าอ้วนเลยฟาดด้วยกระบองของเค้า
“แย่แล้วแบบนี้เื่จะยิ่งบานปลายมั้ยเนี้ยยย...”
หานอี้หันไปดูต้นทาง
“ไม่ ไม่ ไม่มีคนเห็น รีบไปดีกว่า ไป”
พวกเขาหยิบดาบของทหารแล้วถ่างป่าเปิดทางหนีต่อไป ตกกลางคืน
ตัดกิ่งไม้มาทำที่พักช่วยกั้นไอเย็นจากหมอกน้ำค้างในป่าได้ระดับหนึ่ง
หานอี้นอนเอามือก่ายหน้าพากทบทวนเื่ราวในวันนี้
ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากเขาทำพลาดอีกแล้วที่ไม่ได้ใช้ระบบ
ค้นหาข้อมูลแม่ทัพโจรโพกผ้าเหลืองทั้งสองคน
หลังจากเขาค้นหาชื่อประวัติของเตงเมาก็ตรงตามที่ได้บันทึกในเว็บ
เตงเมาตายด้วยฝีมือเตียวหุยที่เขาไทเหียงสันตัวเขาเองก็รู้สึกผิดต่อเพื่อนบ้าน
ที่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลยเหตุการณ์ครั้งนี้น่าจะอยู่ปี ค.ศ. 184
ในรัชสมัยพระเ้าเลนเต้
“เราย้อนเวลามา หนึ่งพันแปดร้อยกว่าปีเลยหรอ”
มาไกลกว่าที่หานอี้คาดไว้มาก ตอนแรกเขาคาดว่าน่าจะอยู่่ ค.ศ.606-647
“ทีนี้จะเอายังไงต่อ กับชีวิต...ดี........”
มองคนในครอบครัวที่หลับหมดสภาพ แผลตามตัวที่วิ่งฝ่าดงหญ้า
ต้นไม้เล็กใหญ่วิ่งชนหมด หานอี้โกรธที่นำตนมาเจอกับเื่
แต่ใจหนึ่งก็โกรธไม่ลง หน้าตาแต่ละคนดูไม่ได้เลยไม่เหลือเค้าโครงเดิม
รอยช้ำ หน้าบวม มันก็ตลกอยู่ ถ้าตนไม่ได้มาอยู่ในร่างนี้พวกเค้าก็คง
“( !!! )”
เราได้มาเปลี่ยนประวัติศาสตร์ หรือป่าว........
คงไม่มั่ง พวกเค้าสี่คนเป็แค่คนตัวเล็กไม่มีข้อมูลบันทึกในพงศาวดาร
ไม่มีผลต่อเื่สามก๊กแน่นอน
กำลังพยายามหลับอยู่แต่ภาพสังหารยังคงติดตา
“สามพี่น้องดอกท้อ แม่ง...โหด..วะเพื่อตำแหน่งสังหารคนเป็ว่าเล่นเลย”
แต่พอหานอี้คิดดีๆมันก็เป็เื่ปกติของยุคนี้ตนต่างหากที่ยังปรับตัวไม่ได้
ดวงก็ดีเหลือเกินจุดปะทะโจรโพกผ้าเหลืองกับหัวเมืองต่างๆก็มีตั้งเยอะ
ทำไมต้องมาเจอสามคนนี้ด้วย หานอี้ส่ายหัว
ตนที่เคยเกิดในยุคปัจจุบัน มันดีที่สุด...แล้ว............หลับเพราะความเหนื่อยล้า
ตื่นเช้ามาทุกคนช่วยกันหาของกินตามป่า กินเสร็จนั่งปรึกษาหารือ
ตกลงกันได้ว่าจะไม่กลับเมืองปักเป๋งไม่สามารถกลับไปเจอหลายครอบครัว
ที่สูญเสีย ปล่อยให้ชาวบ้านเข้าใจว่าพวกตนเสียชีวิต
และมีความเป็ไปได้ที่ทางราชการจะมีสอบสวนผู้ร่วมขบวนการ
ทางครอบครัวค่อนข้างโดดเด่นตอนฝึกซ้อม จึงตัดสินใจเดินทางลงใต้
ยี่สิบหกวันมาถึงเมือง เพงงวน มณฑลกิจิ๋ว ระหว่างเดินทางมีแต่ข่าว
าฏผ้าเหลือง ข่าวจริง ข่าวเท็จ มีให้ฟังตลอดทาง
รวมไปถึงการเข้าจับกุมผู้เกี่ยวข้อง ข้าราชการใช้โอกาสนี้กำจัดฏ
ทำผลงานได้เลื่อนตำแหน่งหลายราย
ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง โต๊ะข้างๆพวกหานอี้ กำลังพูดคุยเื่
“ทางเมืองหลวงได้ส่งกองทัพหลวงมาปราบโจร มีนายพลทั่วสารทิศ
บางพื้นที่พวกโจรพ่ายแพ้ ของยอมสวามิภักดิ์ บ้างคนได้ให้รายชื่อพวกฏแก่เ้าหน้าที่อย่างลูกชายคนรองตระกูลหม่า”
“ใช่ ข้าก็ได้ยินเื่นี้ ได้ความดีความชอบกันไม่น้อยเลย...”
“แล้วลูกชายคนโตตระกูลใช่ละ ได้ข่าวว่าพากองทัพหลวงกับเ้าเมือง
ไปถึงที่ซ่องสุมพวกโจร พวกโจรไม่ทันตั้งตัวตายไปสามพันกว่าคน”
“แล้วทั้งสองคนไม่โดนข้อหารึ ที่ไปเกี่ยวข้องกับพวกฏ”
คนที่นั่งฟังอีกโต๊ะถาม
“ทั้งสองคนก็ให้เหตุผลเหมือนกัน เข้าไปเพื่อล้วงข้อมูลพวกเค้ายอมเสี่ยงอันตรายเพื่อแผ่นดิน”
“จริงรึ? เ้าเชื่อไหม”
“ไม่รู้ซิ...เบาหน่อย เดียวสองตระกูลนั้นได้ยิน”
การพูดคุย ซุบซิบของชาวบ้าน หานอี้และครอบครัวได้ยินทุกคำ
เราอยู่เมืองนี้นานไม่ได้แล้วต้องหาทางข้ามแม่น้ำไปฝั่งนู่นให้เร็วที่สุดละ
คืนนี้หาโรงเตี๊ยมพักก่อน ค่อยออกจากเมืองตอนเช้า
.................................................................................
ณ ท่าเรือเมืองเพงงวน พวกหานอี้นั่งรอคิวขึ้นเรืออยู่นาน
“เรือมาแล้วลูกค้า เชิญ.....” เสียงเด็กท่าเรือ
พวกหานอี้ลุกขึ้นยืน กำลังจะเดินขึ้นเรือ
“พวกเ้าหยุด! นายน้อยตระกูลอ้วนจะขึ้นเรือก่อนพวกเราขุนนางมีราชการต้องไปทำ ถอยไปซะ”
มีเด็กผู้ชายอายุประมาณสิบสี่ปีเดินนำหน้า ลูกน้องตามหลัง
แต่งตัวคล้ายทหารเ้าเมือง อาวุธดาบ ธนู มีครบ
“เ้าก็ไม่ต้องไปคุยกับพวกมันมาก ไล่ๆไปให้พ้นข้ารำคาญ”