การเดินทางของพวกเขาเริ่มต้นขึ้นใน่เช้ามืดขณะที่หมอกยังคงลอยปกคลุมไปทั่วูเา ซูลี่เดินเคียงข้างหลงเฟยอวิ๋นและหลิงชางซู
ร่างของเธอดูมั่นคงขึ้นหลังจากการตัดสินใจออกเดินทางแต่ในใจลึกๆ เธอยังคงรู้สึกไม่แน่ใจและสับสนเกี่ยวกับภารกิจที่รออยู่ข้างหน้า
“เฟยอวิ๋น” ซูลี่หันไปถาม ขณะเดินเคียงข้างกับหลงเฟยอวิ๋น“แล้วพวกเราจะไปที่ไหนก่อนล่ะ? มันจะเป็ทางที่ยาวไกลใช่ไหม?”
หลงเฟยอวิ๋นมองไปข้างหน้า ก่อนจะตอบด้วยเสียงที่นิ่งสงบ
“เราจะไปที่แดนเซียน ตอนนี้ต้องไปพบกับผู้าุโแห่งแดนเซียน เพื่อหาทางเพิ่มพลังให้เ้าแข็งแกร่งขึ้น”
“ผู้าุโเหรอ?” ซูลี่หรี่ตาลงเล็กน้อย“แล้วเขาจะช่วยข้าได้จริงๆ เหรอ? ข้า...ข้าไม่แน่ใจนะว่าควรทำตัวยังไง”
หลงเฟยอวิ๋นยิ้มบางๆ ให้กับคำถามของซูลี่ เขาหยุดเดินและหันไปมองเธอ
“อย่ากังวลเลย ซูลี่ผู้าุโท่านจะช่วยเ้าได้อย่างแน่นอน" หลงเฟยอวิ๋นตอบ
ชายหนุ่มพูดจบเขานิ่งไปสักพักแล้วกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"แต่การเดินทางนี้มีอันตรายมาก พวกเ้าต้องระวังตัวกันด้วย”
“อันตรายเหรอ?” ซูลี่ยักไหล่และหัวเราะเบาๆ
“ข้าเคยเจอเื่เลวร้ายที่สุดมาแล้วนะ" "อย่าลืมสิข้าต่อสู้กับชายชุดดำเมื่อวานนี้ ไม่เห็นจะยากเย็นอะไรเลย”
หลงเฟยอวิ๋นหัวเราะในลำคอ “เ้าก็มีความมั่นใจไม่เบาเลยนะ"
"แต่ระวังไว้หน่อย... โลกภายนอกมันไม่ได้มีแค่คนที่เ้าสามารถจัดการได้ง่ายๆหรอกนะ”
ระหว่างที่พวกเขากำลังพูดคุยไปก็มีเสียงฝีเท้าดังก้องเข้ามาในหูพวกเขาหยุดเดินและหันไปมอง
มีกลุ่มผู้ฝึกตนประมาณห้าคนเดินมาทางพวกเขาพวกเขาแต่งกายคล้ายกับผู้ฝึกตนจากสำนักชิงหยาง หน้าตาของพวกเขาดูไม่เป็มิตร
หนึ่งในกลุ่มผู้ฝึกตนยกมือขึ้นและพูดด้วยน้ำเสียงหยาบกระด้าง
“หยุดเถอะ พวกเ้ากำลังเดินทางไปไหน?”
หลงเฟยอวิ๋นยืนนิ่งเขารู้ดีว่าไม่ใช่เื่บังเอิญที่พวกเขามาพบกันในวันนี้
ซูลี่เงียบไปชั่วขณะ เธอจับอาวุธที่พกติดตัวมาเตรียมพร้อมแต่พอเห็นสีหน้าไม่ค่อยดีของกลุ่มผู้ฝึกตน ซูลี่ก็แกล้งยิ้มออกมา
“พวกเราแค่จะเดินทางไปท่องเที่ยว...” ซูลี่พูดพลางยักไหล่
“ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมพวกท่านถึงมาหาเรา...หรือว่าท่านจะมาชวนเรามีความสุขด้วยกัน?”
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งยิ้มเยาะ “เ้าเป็คนที่สามารถปลดผนึกพลังเทพสุริยะได้ใช่หรือไม่?”
ซูลี่หัวเราะเบาๆ “ใช่แล้วอย่างไร ไม่ใช่แล้วอย่างไร" ซูลี่เว้นจังหวะการพูดไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อ
"คนที่ดูชั่วๆเยี่ยงพวกเ้าคงมาไม่ดีเป็แน่”เธอพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
หลิงชางซู มองซูลี่ด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความระมัดระวังก่อนจะหันไปพูดกับกลุ่มผู้ฝึกตน
“หากพวกเ้าคิดจะขัดขวางการเดินทางของพวกเราข้าจะไม่ยอมปล่อยให้พวกเ้าไปง่ายๆ”
ผู้ฝึกตนจากสำนักชิงหยางเริ่มเผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“ก็ลองดูว่าข้าจะจับตัวพวกเ้าไปรับรางวัล กับท่านเ้าสำนักได้ไหม”
ซูลี่ยิ้มบางๆ “รางวัลเหรอ? น่าสนใจ...แต่ข้าไม่คิดว่าพวกเ้าจะได้รางวัลอะไรจากตัวข้า”
เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็วหลงเฟยอวิ๋นออกมาปกป้องซูลี่ในทันที
เขาเคลื่อนไหวรวดเร็วและแม่นยำทุกการโจมตีของเขาเต็มไปด้วยพลังที่ไม่อาจต้านทานได้
กลุ่มผู้ฝึกตนจากสำนักชิงหยางพยายามป้องกันตัวเองแต่พวกเขากลับไม่สามารถทัดทานพลังของหลงเฟยอวิ๋นได้เลย
“เฟยอวิ๋น! ระวังด้านข้าง!” ซูลี่ะโเตือนขณะที่เห็นการโจมตีจากข้างหลัง
หลงเฟยอวิ๋นหลบทันทีและหันกลับมามองซูลี่ พร้อมกับยิ้มเล็กน้อย
ซูลี่หัวเราะเบาๆ แล้วหยิบกระบี่ขึ้นมาเตรียมพร้อม่เวลาที่เธอต้องทำหน้าที่ของตนเองมาถึงแล้ว
“ข้าจะช่วยท่านเอง”เธอพูดอย่างมั่นใจ แต่ หลิงชางซู ฉุดดึงเธอเอาไว้
“ไม่ต้องไปหรอก ไม่เห็นเหรอไง พวกมันนอนให้เกลื่อน”หญิงสาวมองตามที่พี่ชายเธอชี้ พร้อมบ่นงึมงำๆ
“ไม่ได้แสดงฝีมือเลย”
การต่อสู้จบลงอย่างรวดเร็วพวกผู้ฝึกตนจากสำนักชิงหยางถูกจัดการอย่างราบคาบหลงเฟยอวิ๋นมองไปที่ซูลี่และหลิงชางซู
แล้วพยักหน้ารับ
“ ไม่ต้องถึงมือพวกเ้าหรอก ข้ามีหน่าที่ปกป้องพวกเ้าอยู่แล้ว”
ซูลี่ยิ้มแล้วพูดเบาๆ “สงสัยการเดินทางครั้งนี้จะไม่ง่ายเท่าไหร่จริงๆ”
เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความขี้เล่น แต่ก็พร้อมที่จะเผชิญกับสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า
หลงเฟยอวิ๋นยิ้มตอบ แต่ในดวงตาของเขามีความกังวลแฝงอยู่ “ใช่มันไม่ง่าย...นี่เป็แค่จุดเริ่มต้น”
ซูลี่มองไปข้างหน้าดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความมั่นใจ และการเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางที่ยากลำบาก
การเดินทางของพวกเขายังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางูเาที่สูงตระหง่านและหมอกหนาทึบที่ทำให้มองเห็นได้ไม่ไกลนัก
เสียงฝีเท้าของทั้งสามคนดังก้องในความเงียบสงบ
หลงเฟยอวิ๋นเดินนำหน้าอย่างมั่นคง เขาไม่พูดอะไรมากแต่ทุกการเคลื่อนไหวของเขาล้วนระแวดระวัง
หลิงชางซูเดินเคียงข้างซูลี่ช่วยสังเกตการณ์รอบตัวและคอยเตือนภัยหากเกิดสิ่งผิดปกติขึ้น
เขามักจะหลบซ่อนความกังวลไว้ภายในไม่ให้ซูลี่เห็นแต่บ่อยครั้งที่เขามองไปยังหลงเฟยอวิ๋นด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความสงสัย
ซูลี่หันไปมองทั้งสองคน "เฟยอวิ๋น... ท่านพี่ชางซู...พวกเราจะเจออะไรในแดนเซียนเหรอ?"
หลงเฟยอวิ๋นหันมามองด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ “ในแดนเซียน... เ้าต้องเข้ารับการทดสอบการผ่านด่านทั้งห้าเขต"
"และ แน่นอนว่าก่อนจะถึงแดนเซียน เ้าต้องเจอกับปีศาจมากมายที่รอเ้าอยู่ที่ เขตหุบเขาหมื่นเมฆา เ้ากลัวหรือไม่”
ซูลี่ส่ายหน้าอย่างไม่มั่นใจ แม้จะมีความลังเลในใจแต่การเดินทางนี้ถือเป็ทางเดียวที่เธอต้องทำ
"ข้าจะพร้อม ข้าต้องผ่านมันไปได้แน่ๆ"
หลิงชางซูหัวเราะเบาๆ เขาหันไปหาหลงเฟยอวิ๋น
" เ้าก็เป็พี่ชายคนหนึ่งแล้วนะ จำไว้ว่าต้องระวังหลังให้น้องสาวดีๆ"เขาเน้นย้ำว่าน้องสาว
หลิงซางซูรู้สึกถึงความสนิทสนมของซูลี่ และ หลงเฟยอวิ๋น จึงเกิดอาการหวงน้องสาวบุญธรรมขึ้นมา
เขาไม่ชอบที่ซูลี่จะชอบพอกับคนที่ยังไม่รู้ที่มาชัดเจนถึงแม้เขาจะช่วยพวกเราไว้หลายครั้งก็เถอะ
“ข้าจะดูแลพวกท่านเอง”หลงเฟยอวิ๋นตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง
เขาไม่ได้คิดอะไรกับคำพูดที่แฝงนัยของหลิงชางซูแต่รู้ดีว่าหวงน้องสาวบุญธรรมก็เป็เื่ธรรมดา
ระหว่างทางที่เดินไปซูลี่มักจะหยอกล้อกับหลิงชางซูเพื่อคลายความเครียดที่เธอรู้สึกอยู่
"ท่านพี่ข้าเริ่มหวงแหนข้าแล้วสิ"ซูลี่พูดด้วยรอยยิ้มขำๆ ขณะมองดูหลิงชางซูที่ยังคงจับตามองผู้คนรอบๆอย่างระมัดระวัง
"ข้าแค่ไม่อยากให้เ้าตกอยู่ในอันตราย"หลิงชางซูพูดในลำคอ ท่าทางอายๆ แต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงความรัก ความห่วงใยที่มีให้ซูลี่ได้
"ข้าไม่ใช่เด็กแล้วนะท่านพี่"ซูลี่หัวเราะเบาๆ
"ข้าจะเข็งแกร่งขึ้นข้าจะไม่ทำให้พวกท่านต้องกังวล" ซูลี่พูดด้วยท่าทางมั่นใจพร้อมเกาะแขนหลิงชางซูเอาไว้
หลิงชางซูมองซูลี่ด้วยความรู้สึกที่ซ่อนเร้นในใจความรักที่เขามีต่อเธอไม่เคยเป็แค่ความรู้สึกของพี่น้องมาั้แ่ต้น
แม้ว่าเขาจะพยายามปกปิดมันเอาไว้ในใจ แต่มันกลับยิ่งยากที่จะละเลยเขารู้ดีว่าความรู้สึกนี้มันลึกซึ้งเกินกว่าจะเพียงแค่เป็ห่วง
แต่เขาก็ไม่สามารถพูดออกไปได้ในตอนนี้เพราะกลัวว่าจะทำให้เธอต้องตกอยู่ในความลำบากใจ
เขาเดินเคียงข้างซูลี่อย่างเงียบๆ หลีกเลี่ยงการมองเธอเกินไปพยายามไม่ให้ความรู้สึกที่เขามีมันแสดงออกมา
ซูลี่้าการสนับสนุนจากเขาในฐานะพี่ชาย ไม่ใช่ความรักแบบที่เขา้า
“ซูลี่.. ทำให้ได้ตามที่พูดล่ะ”หลิงชางซูตอบซูลี่ออกไปสั้นๆ
ในขณะที่หลงเฟยอวิ๋นเดินอยู่ข้างๆ ก็ยังคงเงียบไม่พูดอะไรราวกับว่าเขาเข้าใจในสิ่งที่ทั้งสองกำลังเผชิญ
เขารู้ว่าเส้นทางข้างหน้าไม่ง่ายเลยแต่เขาก็มั่นใจในตัวซูลี่ว่าต่อให้ต้องเจออุปสรรคใหญ่แค่ไหน เธอก็จะผ่านมันไปได้
การเดินทางยังคงเต็มไปด้วยความท้าทาย หลังจากผ่านป่าและหุบเขาลึก
พวกเขาพบกับอีกหนึ่งกลุ่มของผู้ฝึกตนที่ดูเหมือนจะมาจากสำนักอื่น
กลุ่มนี้แสดงออกถึงความไม่พอใจต่อการเดินทางของพวกเขา โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าซูลี่ถือครองพลังเทพนกฟีนิกส์ในตำนาน
"พวกเ้าไปไหน?" เสียงเรียกดังขึ้นจากทางข้างหน้ากลุ่มผู้ฝึกตนสวมชุดคลุมสีดำเข้มตัดกับสีน้ำเงิน
พวกเขายืนอยู่ในทางที่ไม่มีทางเลือกอื่นให้พวกเขาหลีกเลี่ยง
หลงเฟยอวิ๋นยืนนิ่งและยิ้มบางๆ"ถ้าพวกท่าน้าจะขัดขวางการเดินทางของเรา ก็ลองดูสิ"
ซูลี่เตรียมตัว และยิ้มกว้างให้กับผู้ฝึกตน
"เฮ้อ พวกท่านคิดว่าข้าจะยอมให้พวกท่านทำตามใจได้เหรอ?" น้ำเสียงของเธอเจือไปด้วยความท้าทาย
ขณะที่เธอจ้องมองผู้ฝึกตนที่อยู่ข้างหน้า การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็วหลงเฟยอวิ๋นเคลื่อนไหวรวดเร็วอย่างไร้ที่ติ
ขณะที่ซูลี่ทำหน้าที่ของตนเองในการปกป้องระหว่างทาง โดยใช้พลังที่ยังไม่สเถียรของเธออย่างระมัดระวัง
หลิงชางซูดูแลด้านหลังอย่างมีประสิทธิภาพและคอยระวังภัยจากทุกทิศทาง
หลังจากการต่อสู้จบลง ซูลี่ยืนนิ่ง พร้อมมองไปข้างหน้า"มันจะยังมีมากกว่านี้อีกใช่ไหม?"
หลงเฟยอวิ๋นมองไปยังซูลี่ พร้อมพยักหน้าช้าๆ "ใช่"เขาตอบสั้นๆเพียงเท่านี้
ซูลี่หันไปมองพี่ชายบุญธรรม "ท่านพี่... ข้าหิวแล้ว ท่านหิวไหม"
หลิงชางซูยิ้ม และมองซูลี่อย่างเอ็นดู
" การหยุดพักในป่าลึกเช่นนี้ไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก เ้าอดทนอีกนิดนะ"
ซูลี่เบ้ปากและพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ หลงเฟยอวิ๋นเดินเข้ามาหาหญิงสาวแล้วโยนผลลูกท้อให้เธอ
“หิวก็กินนี่ก่อนเถอะ ผลไม้นี้จะช่วยเพิ่มพลังให้เ้าด้วย”
ผลลูกท้อนี้ หญิงสาวรับใช้ของเ้าแม่หวังมู่ได้ให้เขาไว้หลังจากที่เขาได้ช่วยเธอจากปีศาจงูดำ
เธออาจชอบพอเขาอยู่บ้าง ถึงเวียนมาส่งผลไม้ลูกท้อเป็ประจำทุกวันเขาหาได้ใส่ใจ
เขายกผลไม้ให้เหล่าสหายเซียนเพื่อใช้บำเพ็ญตบะ เหลือเก็บไว้เพียงผลเดียว
เพื่อจะลองชิมรสชาติของมันว่าอร่อยเพียงได หาใช่อยากได้ตบะเพิ่มขึ้นเพราะเขาเชื่อว่าตบะที่ได้มาสมควรได้มาจากการพยายามฝึกตน
“ท่านเอาลูกท้อมาจากไหนกัน มันช่างหวานอร่อยยิ่งนัก”หญิงสาวถามพลางกัดผลไม้ฉ่ำนั้นไปด้วย
“ลูกท้อในสวนเ้าแม่หวังมู่น่ะ”เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ
ซูลี่ได้ยินแบบนั้นก็ตาโต
“ท่านไปเอามาได้อย่างไรข้าเคยได้ยินมาว่าลูกท้อของเ้าแม่หวังหมู่ช่วยเพิ่มตบะเซียนให้สูงขึ้นได้”
ยังไม่ทันพูดจบแสงสีทองก็สว่างขึ้นจากตัวซูลี่เธอััได้ถึงร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป จุดสีแดงปรากฎบนหน้าผากของเธอ
เผยให้รับรู้ว่าเธอได้เข้าสู่วิถีเซียนแล้ว ถึงจะเป็เซียนระดับล่างแต่มันก็ทำให้หญิงสาวดีใจที่ไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรนักก็ได้มาซึ่งวิถีเซียน
“มีคนให้มา” เขายังตอบสั้นๆเช่นเดิมและไม่ได้ใกับการเข้าสู่วิถีเซียนของซูลี่เลยแม้แต่น้อย
แต่หลิงชางซู กลับอ้าปากค้างแอบใเล็กๆกับการเปลี่ยนแปลงของน้องสาว
“เ้ามีของดีทำไมเพิ่งเอาออกมา มีให้ข้าบ้างไหม” หลิงชางซูกล่าว พร้อมยื่นมืออกไปขอหลงเฟยอวิ๋นบ้าง
“ไม่มีแล้ว” เขาตอบเพียงเท่านั้น
“เ้าให้น้องสาวข้า แต่เ้าไม่ให้ข้าบ้างเ้าคิดว่ามันไม่ลำเอียงมากไปเหรอ” หลิงชางซูยังคงตื๊อไม่เลิก
“ข้าไม่มีแล้วจริงๆถ้าเ้าอยากได้วันหลังถ้าข้ามีข้าจะเก็บไว้ให้เ้า” หลงเฟยอวิ๋นพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“เ้ารับปากแล้วนะ อย่าผิดคำล่ะ” หลิงชางซูพูดกลับด้วยน้ำเสียงที่เสียดายอย่างยิ่ง
“อือ” หลงเฟยอวิ๋นพยักหน้า
“ให้ข้าด้วย ให้ข้าอีกนะ” ซูลี่รีบบอกหลงเฟยอวิ๋นนางกำลังติดใจการได้มาซึ่งวิถีเซียนแบบง่ายๆ
ชายหนุ่มหันกลับมามอง จ้องเธออย่างจริงจัง
“ซูลี่ ถ้าเ้า้าพลังเพิ่มขึ้น เ้าต้องใช้ความพยายามของเ้าเอง”
ซูลี่หน้างอและพูดกลับไป
“ถ้าเช่นนั้นท่านให้ลูกท้อนี้กับข้าทำไมล่ะ”
“ก็เ้าหิว” คำตอบของหลงเฟยอวิ๋นทำให้ซูลี่ะเิอารมณ์ออกมา
“ท่านบ้าไปแล้วเหรอ ใครเขากินลูกท้อวิเศษนี้ดับความหิวกันของวิเศษเช่นนี้ท่านทำเหมือนมันคือผลไม้ป่าที่ท่านเด็ดระหว่างทางและโยนให้ข้ากิน”
“มันต่างกันเช่นไร ตอนนี้เ้าก็อิ่มแล้วไม่ใช่หรือ” เขาถอนหายใจยาวๆแล้วกล่าวต่อ
“เ้าไม่ต้องสนใจถึงพลังวิเศษของมันนักหรอกการได้มาซึ่งพลังที่ฉาบฉวยแบบนี้ มันไม่ทำให้เ้าแข็งแกร่งขึ้นหรอกซูลี่
แค่เ้าอิ่มความพิเศษของลูกท้อนี้ก็ทำหน้าที่มันอย่างสมบูรณ์แล้ว”
หลงเฟยอวิ๋นพูดก็เดินนำหน้าออกไปทิ้งให้สองพี่น้องมองตามหลังไปอย่างนับถือใจของเขา