บทที่ 14
เ้าก็จะมาลงมือหรือ?
ชายวัยกลางคนผู้นั้นขมวดคิ้วแน่นดวงตาเฉียบคมกวาดมองทั่วบริเวณอย่างระมัดระวังเพียงกวาดสายตาเพียงครั้งเดียวก็รับรู้ได้ในทันที...กลุ่มศพที่นอนแน่นิ่งอยู่เบื้องหน้าล้วนไร้ซึ่งร่องรอยการต่อสู้ที่ยืดเยื้อลมหายใจของพวกมันหยุดลงโดยไม่มีแม้แต่โอกาสจะขัดขืนหรือรับรู้ถึงความตายที่กำลังมาเยือน
มันสูดลมหายใจเย็นเยียบเข้าปอดอย่างยากลำบากสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงต่ำคล้ายพึมพำแต่ยังเปี่ยมด้วยแรงกดดัน
"นี่มันเื่อันใดกัน..."
ชายวัยกลางคนผู้นี้ เป็ยอดฝีมือผู้ผ่านสนามรบและสมรภูมินับไม่ถ้วนสายตาของเขาแม่นยำเฉียบคมยิ่ง เพียงชำเลืองมองแค่ครู่เดียว ก็พอจะเข้าใจได้ว่าการสังหารที่เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ มิใช่ฝีมือของคนธรรมดาแต่เป็ยอดฝีมือระดับสูงที่สามารถคร่าชีวิตคนทั้งกลุ่ม... โดยไร้สุ้มเสียงและไร้การเตือนใดๆ มาก่อน
ดวงตาของมันขยับเบา ๆเมื่อพบเห็นชายหนุ่มในชุดขาวสะอาดที่ยืนสงบนิ่งอยู่ไม่ไกลนักรัศมีที่แผ่ซ่านจากบุรุษผู้นั้นไม่ธรรมดา แม้เพียงยืนเฉย ๆยังให้ความรู้สึกสงบงันราวกับทะเลน้ำแข็ง ทว่าแฝงเร้นด้วยอำนาจอันเกินหยั่งถึงคล้ายพยัคฆ์ขาวที่หลับใหลแต่เพียงลืมตาขึ้นเมื่อใดจักกลืนกินสรรพสิ่งรอบกายในพริบตา
และไม่ห่างกันนัก...สตรีในชุดขาวอีกผู้หนึ่งกำลังปักผ้าใต้ต้นท้ออย่างเงียบสงบกลีบดอกท้อลอยปลิวตามแรงลมทว่าบรรยากาศรอบตัวนางกลับแปลกประหลาดจนทำให้ชายวัยกลางคนต้องลอบกลืนน้ำลายอย่างไม่รู้ตัว
แน่นอน... มันรู้ดีว่าสตรีผู้นี้คือใคร
คือ"ไป๋ซือเหนียง" เป้าหมายที่ได้รับคำสั่งให้มาตามหาในครั้งนี้!
หนึ่งเดือนก่อน ภารกิจที่ส่งคนออกมาจัดการนางล้มเหลวไม่เป็ท่ากลุ่มคนที่เดินทางมาทำภารกิจนั้นหายไปจากแผ่นดินราวกับไม่เคยมีตัวตนเหมือนถูกกลืนหายไปในทะเลลึก ไม่มีเงา ไม่มีแม้แต่ข่าวคราวนี่จึงเป็เหตุผลที่มันต้องมายังเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ด้วยตัวเองเพื่อตามหาความจริงที่ถูกกลบฝังเอาไว้…
ทว่าภาพตรงหน้ากลับเหนือกว่าที่มันคาดคิดราวกับฝันร้ายที่ไม่คาดฝันจะพบเจอในยามตื่น!
แต่บุรุษชุดขาวอีกคนเล่า...? มันไม่รู้จักชายผู้นั้นแม้แต่น้อยแต่ััได้ถึงอำนาจบางอย่างที่ทำให้รู้สึกหนักอึ้งในอกั้แ่แรกเห็น
เหยียนไป๋เฉินใบหน้าเรียบนิ่งเฉกเช่นน้ำแข็งเขายืนเหม่อมองอีกฝ่ายด้วยแววตาเ็าต่างจากเมื่อครู่ที่สนทนากับไป๋ซือเหนียงโดยสิ้นเชิง ตอนนั้นเขาอ่อนโยน ราบเรียบ ราวกับบุรุษหนุ่มที่มากไปด้วยเมตตาแต่ในยามนี้ เขาคือแม่ทัพเหล็กแห่งชายแดนเหนือ บุตรแห่งเหยียนหลงอ๋อง!
สายตาของเขาคมกริบดุจคมดาบที่ส่องแสงสีเงินเย็นเยียบในยามราตรี
น้ำเสียงแข็งกร้าวทุ้มต่ำเอ่ยออกมา
"เ้า... หรือว่ามาที่นี่เพื่อลงมือกับฮูหยินและบุตรสาวของข้าอีกคนหรือ?"น้ำเสียงนั้นแ่เบาหากแต่แฝงไว้ด้วยพลังสังหารจนทั่วทั้งตรอกเงียบงันยิ่งกว่าเดิมแม้แต่ลมหายใจของชายวัยกลางคนเองยังชะงักไปชั่วขณะ
ก่อนจะกัดฟันข่มอารมณ์ตอบกลับด้วยความหงุดหงิดและขุ่นเคือง "ไม่ใช่เื่ของเ้า!"
ในใจมันเต็มไปด้วยความไม่พอใจที่สถานการณ์ไม่เป็ไปตามที่คาดคิดและมันยังไม่ทันประเมินอำนาจที่แท้จริงของชายชุดขาวเบื้องหน้าได้เลย…
แต่ยังไม่ทันสิ้นคำพูดนั้น
ภาพร่างของเหยียนไป๋เฉินที่อยู่ห่างไปหลายสิบจั้งพลันพร่าเลือนในสายตา ราวกับละลายหายไปในพริบตาก่อนจะปรากฏเบื้องหน้าอย่างไร้การเตือน!
ความเร็วระดับนี้... ชายวัยกลางคนไม่เคยพบเห็นมาก่อน!
แม้แต่นักยุทธ์ขอบเขตจันทราที่มันเคยประมือก็ไม่อาจเคลื่อนที่ฉับพลันได้ถึงเพียงนี้!
"ขอบเขต... ์!"
มันอุทานด้วยความตื่นตระหนก ทว่าไม่ทันสิ้นคำฝ่ามือหนึ่งก็พุ่งฟาดลงมาแล้ว!
ฝ่ามือนั้นเรียวยาว กระดูกขาวสะอาดดังหยกแฝงด้วยพลังปราณคล้ายเปลวเพลิงสีขาวเงียบงันแต่กลับบรรจุแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวราวอสนีบาตกระแสพลังอันมหาศาลพุ่งทะยานกวาดท้องฟ้าเบื้องบนจนหมู่เมฆเบียดเสียดหลีกทาง
ชายวัยกลางคนกัดฟันยกแขนขึ้นรับการโจมตี หมายจะผ่อนหนักให้เป็เบา
แต่ในชั่วเสี้ยวพริบตา...ร่างของมันกลับถูกฝ่ามือเดียวเหวี่ยงกระเด็นราวกับใบไม้แห้งถูกพายุโหมกระหน่ำ!
เสียงลมหวีดหวิวดังขึ้น พร้อมกับร่างที่พุ่งทะยานออกไปไกลกว่าสิบจั้งตกกระแทกลงบนถนนกรวดอีกเส้นหนึ่งจนฝุ่นคละคลุ้ง
"อึก!"
มันกระอักโลหิตสีคล้ำออกมาเต็มปาก สีหน้าซีดเผือดแขนขวาที่เพิ่งใช้รับฝ่ามือของเหยียนไป๋เฉินนั้นปรากฏรอยแตกร้าวทั้งแนวเส้นเอ็นภายในแทบขาดสะบั้น เืสดซึมออกมาตามิัจนเปียกชุ่มไปทั้งแขนาแเหวอะหวะจากแรงกระแทกยังคงคุกรุ่นด้วยพลังปราณของคู่ต่อสู้ที่แฝงอยู่...ทำให้ทุกย่างก้าวของมันเจ็บแสบจนแทบล้มทั้งยืน
ชายวัยกลางคนกัดฟันแน่น ใบหน้าเหยเกด้วยความเ็ปแต่ยังพยายามฝืนลุกขึ้นมาดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่แม้แต่น้อย…
“ต้องรีบหนี!” ชายวัยกลางคนกัดฟันคำรามต่ำ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกไม่อาจปิดบังความหวาดกลัวที่ไหลวาบขึ้นมาในหัวใจได้อีกต่อไปร่างของมันสะบัดฉับพลันพร้อมกับวิชาตัวเบาขั้นสูงถูกเร้นขึ้นในพริบตาเดียว!
ฝ่าเท้าเหยียบลงบนพื้นถนน เสียงกระทบแทบไม่ได้ยินแม้แต่น้อยร่างของมันพลันกลายเป็เงาดำจาง ๆ พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วประหนึ่งภาพเงาที่ฉีกขาดจากตัวตนเดิมหลบเลี่ยงอาคารบ้านเรือนและกำแพงสูงใหญ่ประหนึ่งิญญาไร้ร่างก้าวย่างของมันรวดเร็วยิ่งกว่าสายฟ้าผ่าฟากฟ้าข้ามกำแพงเมืองซั่งหลินในพริบตาเดียว!
ทว่าก็ยังช้ากว่าร่างเงาสีขาวที่ไล่ตามหลังมาเพียงเสี้ยวลมหายใจ
เงาร่างของเหยียนไป๋เฉินที่เคยสงบนิ่งภายในตรอกเหม่ยฮวาบัดนี้พลันพุ่งทะยานออกจากเมืองด้วยความเร็วเหนือจินตนาการเขาเคลื่อนไหวประหนึ่งลำแสงสีขาววูบหนึ่งที่ทิ่มแทงผ่านม่านหมอกในยามราตรีเงาร่างเคลื่อนที่ไปตามแนวหลังคา ราวกับคลื่นพลังขาวโพลนที่ไหลบ่าอย่างไม่มีวันหยุดยั้งปราณ์ที่เคลื่อนไหวแฝงไว้ด้วยพลังอันเยียบเย็นกดทับจนแม้แต่หิมะที่ปลิวล่องอยู่กลางอากาศยังหยุดนิ่งไปชั่วขณะหนึ่ง
เสียงฝีเท้าที่เบาหวิวของชายวัยกลางคนกลับกลายเป็เสียงหัวใจเต้นกระหน่ำด้วยความหวาดกลัว มันหลบหนีอย่างหัวซุกหัวซุนร่างกายเปียกโชกไปด้วยเหงื่อเย็น ไม่กล้าแม้แต่จะหันหลังมอง!
แต่ไม่ว่าจะเร่งฝีเท้าเท่าใดเสียงกดดันของพลังปราณจากผู้ไล่ล่ากลับยังคงกระชั้นชิดราวกับเงามัจจุราชที่ไม่อาจหลบเลี่ยง
เสียงหนึ่งดังแว่วมาจากเื้ั
“หนีไม่พ้น...”
น้ำเสียงนั้นแ่เบา แต่กลับกระแทกดวงจิตให้สะท้านเย็นไปทั้งร่าง
และในที่สุดร่างสีขาวของเหยียนไป๋เฉินก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าพุ่งลงมาจากยอดต้นไม้ดั่งพยัคฆ์ทะยานลงจากยอดเขาฝ่ามือหนึ่งตวัดคว้าคอของชายวัยกลางคนไว้แน่น ก่อนจะยกขึ้นอย่างง่ายดายราวกับหิ้วลูกไก่ตัวหนึ่ง