๔
ตู้มี่เจียว
ชั่วสองก้านธูปเหล่าชายฉกรรจ์ดูเหมือนจะจับสังเกตถึงจีเก้อซูได้ นางไม่พยายามอำพราง ทั้งตัวยืนกอดอกผิวปากราวกับมาชมนกชมไม้
ชายฉกรรจ์เป็มือลอบสังหารมีทั้งหมดสามสิบคน การแต่งกายไม่คุ้นว่ามาจากอาณาจักรนี้ หรือว่าพวกมันมาจากนอกอาณาจักร?
มีพวกชาวเขาแต่งตัวคล้ายกัน แต่ยังฟันธงไม่ได้ว่านักฆ่าไก่อ่อนพวกนี้มาจากนอกอาณาจักรจริง ถ้าตระกูลเศรษฐีว่าจ้างคนจากต่างแดนน่าสนใจนัก คิดดูดีๆ การจะสาวมาถึงตัวของผู้จ้างวานคงเป็ไปอย่างยากลำบาก
อาณาจักรมู่หรงกว้างใหญ่เพียงไร รอบนอกก็หาได้ต่างกัน ตัวหัวหน้าคือชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่และบุรุษวัยกลางคนผอมบางหัวล้าน วรยุทธอยู่ในระดับล่างเท่านั้น
ถ้านางแสดงฝีมืออันร้ายกาจให้พวกมันได้เชยชม เช่นนั้นพวกมันจะต้องกอดกันร้องไห้ระงมหามารดาแน่นอน จีเก้อซูนางร้ายของเื่นี้จะ ขอยืมความแมรี่ซูของตู้มี่เจียวมาสักพักแล้วกัน
“เห้ยพวกแกดูเหมือนจะมีเทพธิดาหลงป่ามาว่ะ” ชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่มองจีเก้อซูด้วยความหื่นกระหายไม่ต่างจากบุรุษทั้งหลาย
ชายร่างผอมสีหน้ากระตือรือร้นยิ่ง สายตาโลมเลียหญิงสาวั้แ่หัวจรดเท้าด้วยความหยาบโลน ทำให้หว่างคิ้วจีเก้อซูขมวดไม่พอใจ
“แม่นางหากเ้ายอมอยู่นิ่งๆ ให้พวกข้าเล่นสนุกบางทีพวกข้าอาจปล่อยเ้าให้มีลมหายใจก็ได้หึๆๆๆ ”
“เห้ยเอาใหญ่เลยนะแก!!”
“ฮ่าๆๆ ลูกพี่ของขาดมาหลายปีแล้วพอเจอสาวงามที่หาได้ยากอย่างนางต่อให้ใช้เงินมาล่อใครจะอดใจไหว”
วาจาหยาบโลนของกลุ่มชายฉกรรจ์เอ่ยถึงหญิงสาวที่ยืนกอดอก ทว่ารอยยิ้มจีเก้อซูกลับผุดขึ้นลั่นขำออกมา “ฮ่าๆๆ ”
ไม่คิดว่าพวกนี้จะโง่งมถึงขั้นนี้ นอกจากจะไม่สังเกตวรยุทธของนางแล้วยังพูดจาหยาบคายต่อหน้านางอีก เหล่าชายฉกรรจ์หยุดชะงักท่าที
“หัวเราะอะไรกัน หรือว่าแม่นางเองก็อยากมาสนุกกับพวกข้า? ” ชายร่างผอมเอ่ยจรดสายตาไม่ละวางจากร่างอรชร
“สนุก? ดูเหมือนว่าพวกเ้าจะโง่งมจนน่าตายจริงๆ ข้าไม่รู้ว่าพวกเ้านั้นเอาตัวรอดมาถึงทุกวันนี้ได้ยังไง” ฝ่ามือหญิงสาวสะบัดเพียงแค่ ครา เดียวร่างถึงยี่สิบกว่าร่างพากันปลิดปลิวชนต้นไม้จนหักโค่น เหลือไว้แค่ชายฉกรรจ์สองคนที่ยืนอึ้งกิ้มกี่ราวกับหินที่ถูกสาป
จีเก้อซูเข้าประชิดทั้งคู่พลางบีบคอยกตัวขึ้นสูงเหนือจากพื้น เรี่ยวแรงอันมหาศาลทำให้พวกเขาไม่อาจต่อต้านนางได้
“อึก!!” พยายามแกะมือบอบบางออกแต่ไม่สามารถทำอันใดได้นอกจากถูกนางทารุณ ใครจะคิดเล่าว่าคุณหนูตระกูลจีผู้แสนอ่อนแอจะมีวรยุทธแข็งกล้า
“บอกมาว่าใครคือผู้ว่าจ้างเ้าให้มาทำร้ายข้าหากไม่ยอมเอ่ยข้าจะไม่ยอมปล่อยจนกว่าพวกเ้าจะยอมปริปาก” จีเก้อซูเผยสีหน้าเปลี่ยนเป็อำมหิต
พวกมันจ้องมองการกระทำของหญิงสาวอย่างตกตะลึง แม้จีเก้อซูจะมีนิสัยร้ายกาจแต่ที่คาดไม่ถึงคือนางมีวรยุทธทั้งยังแข็งแกร่งอีกด้วย
“ที่แท้ อั๊ก!!” ชายฉกรรจ์ร่างสูงจ้องจีเก้อซูั์ตาเขียวคล้ำ
จีเก้อซูเพิ่มแรงบีบคอจนสีหน้าทั้งคู่ซีดจางจนไร้สีเื “หากเ้าไม่บอกภายในห้าเค่อเ้าก็จะต้องกลายเป็ศพ!!”
“ข้า ข้ายอมแล้ว!” มันเอ่ยอย่างยากลำบาก แต่นางก็ได้ปล่อยสองชายฉกรรจ์ พวกมันสำลักอากาศไอค่อกแค่ก คราวนี้เป็ครั้งแรกที่นางรู้สึกว่าตัวเองเลวร้าย
ถ้าหากทำตามที่พูดจริงไม่ต้องสงสัยเลยว่านางต้องกลายเป็ตัวร้ายอย่างเต็มตัวแน่ๆ
หญิงสาวเท้าสะเอวมองสองชายฉกรรจ์ราวกับเงาสะท้อนของมดปลวก “สารภาพมา!”
“ข้า ข้าบอกแล้วๆ เป็เศรษฐีโฉวที่จ้างวานพวกเรา”
เศรษฐีโฉว!? อย่างที่คิดไว้ นางทำการปล่อยตัวพวกมันไป การไว้ชีวิตพวกมันแน่นอนว่ามีจุดประสงค์ ราวหนึ่งก้านธูปที่ชายฉกรรจ์วิ่งหนีเตลิดเปิดเปิง หากนักฆ่ารับจ้างพวกนี้รู้อยู่ก่อนว่าคุณหนูเล็กมีวรยุทธ พวกมันคงไม่คิดที่จะเสี่ยงรับงานนี้แน่
หลังจากหญิงสาวสะกดรอยตามพวกนักฆ่ารับจ้าง แหล่งกบดานพวกมันอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงด้วยความเร็วของผู้ฝึกยุทธ ปลายเท้าแตะก็ถึงถิ่นที่ตั้งรังนักฆ่ารับจ้าง
มันตั้งตรงมุมอับสายตายากต่อการสังเกตเห็น ขอชมเชยแล้วกันนะที่สามารถหาที่หลบซ่อนได้มิดชิด จีเก้อซูลอบตามทั้งคู่โดยไม่ให้รู้ตัว
ภารกิจของพวกมันล้มเหลว พวกมันจึงต้องถูกขับไล่ออกจากที่นี่ แต่นางหาได้มาดูเื่ราวไร้สาระ แต่เพื่อมาหาแหล่งกบดานของพวกมัน จีเก้อซูนางพบสิ่งที่ตน้าแล้วจึงถอยร่นออกมาโดยเร็วเพื่อไม่ให้เป็เป้าและถูกจับได้
ต่อไปตนมุ่งหน้าสู่สำนักเทพอย่างไวว่องที่สุด ณ กลางหุบเขาเพื่อสวมบทเป็ตู้มี่เจียว ต้นแบบนางเอกผู้ขาวบริสุทธิ์ดุจดอกบัว
นางรู้สึกวุ่นวายมากแต่เพื่อทุกคนแล้วตนมีแต่จะเอ่ยว่าทำได้ กระทั่งเปลี่ยนร่างมาเป็ตู้มี่เจียวก็ไม่คิดจะปริปากบ่น
สำนักนำโดยเ้าสำนักตู้คง เขาคืออาจารย์ข้าเองตำแหน่งสำคัญอย่างเ้าสำนักก็ต้องอาศัยเขาเนี่ยแหละ เขาสวมบทเป็ทั้งเ้าสำนักและบิดาของตู้มี่เจียว องค์รัชทายาทมู่หรงจิ่นเหยียนหลงใหลในตู้มี่เจียวยิ่งนัก เขาย่อมส่งคนมาหานางที่หุบเขาแทบทุกวันแน่
ท่านอาจารย์ก็คงต้อนรับขับสู้องค์รัชทายาทอย่างดี เพื่อรอคอยการกลับมาของบุตรสาวที่ปลีกตัวไปบำเพ็ญเพียร
ระยะทางระหว่างมาเองก็หาได้ลำบากผู้ฝึกยุทธเช่นนาง ร่างบางพุ่งทะยานทางขึ้นเขา สำนักเทพนั้นตั้งอยู่กลางหุบเขาลำไพร สำหรับคนธรรมดาเวลาเดินทางสามเดือนกว่าจะลากสังขารถึง แตกต่างจากนางที่สามชั่วยามก็ลุถึงที่หมาย
และนี่คือความแตกต่างของคนธรรมดากับผู้ฝึกยุทธ จีเก้อซูเห็นกระท่อมอยู่ใกล้นิดเดียวแล้วจึงรีบผึ่งเข้าไป จะสาวเวลานานไม่ได้ ภายในนั้นมีหีบสมบัติชุดสีขาว หน้ากากหนังมนุษย์ถูกจัดแจงเอาไว้เรียบร้อยเสร็จสรรพ
หญิงสาวปลดอาภรณ์สีแดงสดที่คุณหนูเล็กตระกูลจีมักจะใส่เป็ประจำมานุ่งขาวแปะหน้ากากหนังมนุษย์ พลางหยิบผ้าบางปกปิดครึ่งหน้าผันเปลี่ยนเป็ใบหน้าอ่อนโยนประหนึ่งดอกบัวขาวของตู้มี่เจียวอย่างไม่น่าเชื่อว่านางจะงดงาม
ตู้มี่เจียวแสนสูงส่งงามสง่าเปิดทางใต้ดินที่เชื่อมต่อไปยังสำนักเทพ ห้องหนังสือปรากฏชายวัยกลางคนกำลังนั่งพนักพิงเก้าอี้ตรวจอักษร
แต่ทันใดได้มีศิษย์สำนักกลับลนลานเข้ามาโดยพลการ “บังอาจข้ากำลังทำกิจธุระแต่เ้ากลับเข้ามาโดยพลการเ้ายังอยากมีหัวอยู่บนบ่าอยู่หรือไม่”
“ขออภัยด้วยขอรับท่านเ้าสำนักมีข่าวด่วนจากหน่วยข่าวกรองว่าคุณหนูกลับจากการบำเพ็ญตนแล้วขอรับ”
ชายวัยกลางคนหูผึ่งะโจากเก้าอี้นั่งลงกระชากคอเสื้อ “มี่เอ่อร์กลับมาแล้วงั้นเหรอ? ”
“ขอรับ”
“รออะไรอยู่เล่ารีบไปจัดเตรียมอาหารให้นางสิ นางน่าจะหิวโหยไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว”
ตู้มี่เจียวประหนึ่งนางเซียนผู้สูงส่งแห่งสำนักเทพ ลำพังแค่นางขยับเขยื้อนก็สามารถทำให้ทั้งอาณาจักรมู่หรงปั่นป่วน
หญิงสาวโด่งดังอย่างแท้จริง ได้รับทราบข่าวว่าคุณหนูเล็กตระกูลจียังถึงขั้นริษยาตู้มี่เจียว หากได้ยินข่าวสารของนางคงจะอกแตกตายแล้วกระมัง
“คุณหนูกลับมาแล้ว!”
“รบกวนพวกเ้าพาข้าไปพบท่านพ่อที” น้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยนเปล่งวาจา สาวใช้คำนับรับด้วยความปลื้มปริ่ม โอกาสที่พวกนางได้รับใช้ตู้มี่เจียวนั้นยากยิ่ง แต่บรรดาคนใช้ทั้งหมดต่างรู้สึกโชคดีที่มีโอกาส
“รับทราบเ้าค่ะคุณหนู”
เปิดประตูเลื่อนเข้ามาแม่นางชุดสีขาวดุจพระจันทร์งามเร้นเยื้องกรายมาอย่างอ่อนหวาน “คารวะท่านพ่อตู้มี่เจียวกลับมาแล้ว”
“มี่เอ่อร์!?!”
“ท่านพ่อ”
ชายวัยกลางคนกอดรัดตู้มี่เจียวราวกับนางเป็บุตรสาวแท้ๆ ของตน ตู้คงสำรวจหญิงสาวก็ยินดีที่นางไร้รอยขีดข่วนใดให้เห็น
“พ่อดีใจที่เ้ากลับมา”
“มี่เอ่อร์ไม่ต้องเป็ห่วงพ่อจะปกป้องเ้าตราบชั่วนิจนิรันดร์ องค์ชายมักมากนั่นพ่อได้กันเขาไว้ให้ห่างจากลูกแล้ว”
“ท่านพ่อ”
“!?!”
ตู้มี่เจียวเอ่ยสิ่งที่ทำให้ผู้เป็พ่อจิตใจจมดิ่ง “นี่เ้าพูดจริงรึ! เ้าจะบรรลุเป็เซียนกลับคืนสู่ฟ้าแล้ว!? ” ชายวัยกลางคนแทบพยุงตัวเองไม่อยู่
หญิงสาวเผยแววตาลำบากใจอยู่ไม่น้อย ทำอย่างไรได้นางแทบจะสะกดพลังที่ล้นทะลักนี่ไม่ไหวอีกต่อไป “ท่านพ่อลูกนั้นเนรคุณที่ไม่อยู่ดูแลสำนักเทพกระทั่งจนแก่เฒ่า”
“มี่เอ่อร์หาใช่ความผิดเ้าเป็พ่อเองที่มีลูกประเสริฐเช่นนี้ ท่านเซียนเห็นแก่เ้าที่จิตใจดีงามขาวดั่งดอกบัวจึงมารับเ้าคืนสู่ฟ้า”
บุรุษสวมผ้าแพรได้ยินสายตามองผ่านช่องแคบ บทสนทนาระหว่างบิดาและบุตรถูกล้วงความลับแล้วจึงรีบนำข่าวนี้ไปรายงานผู้เป็นายทันที
ตู้คงหันขวับทางด้านที่เคยปรากฏร่างบุรุษสวมผ้าแพร ชายวัยกลางคนยิ้มกว้าง อีกไม่นานมี่เอ่อร์ย่อมหลุดพ้นจากโลกมนุษย์อันแสนวุ่นวายนี่แล้ว องค์รัชทายาทมักมากจะทำเช่นไรได้
นางคิดว่าตู้คงจะเปลี่ยนกะกับบ่าวสักคนเพื่อจัดการในเื่ที่เหลือ นอกจากนี้ความลับระหว่างพวกเราจะไม่ถูกเผยแพร่ออกไป แต่ดูเหมือนว่าเขาคิดว่าตนเองแสดงสมบทบาทเกินกว่าที่ทำใจมอบบทนี้ให้ใครอื่น ภารกิจนางร้ายก็คงล้มเหลวแน่ถ้าหากขืนให้อาจารย์ทำตามใจ
หญิงสาวเคร่งเครียดขึ้นถนัดตา อีกด้านตู้คงรู้สึกคันคะเยอกับชุดน่ารำคาญนี่จนแทบจะอยากแยกเขี้ยวฉีกเป็ชิ้นๆ แต่ด้วยความหยิ่งทระนงตนทำให้ต้องรักษาหน้าเอาไว้ไม่ให้ขายหน้าบุตรี
ตู้มี่เจียวมีชื่อเสียงอย่างมาก นางมีฉายาว่าเทพธิดาจำแลง ด้วยแรงใจแรงศรัทธาในแผ่นดินนี้ นางจึงเปรียบเสมือนเซียนหญิงผู้สูงส่งปราศจากกลิ่นคาวโลกีย์ ต่อหน้าความบริสุทธิ์ของตู้มี่เจียวล้วนแล้วไร้ใครอื่นใดเทียบเทียม หากแต่ว่าช่างน่าเสียดายที่นางจะไม่มาปรากฏตัวให้เห็นอีกต่อไป
เขานั่งลงพนักเก้าอี้สีหน้าเคร่งขรึมขึ้น นางหารือกับตู้คงจนกระทั่งเ้าตัวเอ่ย “เข้าใจแล้ว” และปล่อยบุตรีกลับห้องไปพักผ่อน
องค์รัชทายาทมู่หรงจิ่นเหยียนยามรับทราบข่าวสารที่สายข่าวนำมาบอกเล่า ร่างสูงกลับลมหืดขึ้นคออารมณ์ขุ่นมัวรู้สึกเกลียดชังตู้คงที่ไม่ยอมห้ามบุตรี “บิดาประสากระไร!!”
“ข้าก็อยากจะรู้นักว่าถ้าข้าไม่ยอมใครจะขัดขวางข้าได้”
หากไม่ติดข้องเกี่ยวกับงานราชสมภพ รับรองว่าสำนักเทพต้องถึงคราวล่มสลายแน่