ในมิติวงกตที่ทับซ้อนกันเป็ชั้น ๆ เวลาไหลช้าลงราวสายน้ำที่ถูกขังไว้ในแก้วคริสตัล จวินเหรินยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่กลางห้วงว่างเปล่า ประกายแสงสีม่วงจาง ๆ ที่เคยหมุนวนรอบจิติญญาของเขากลับสั่นไหวไม่มั่นคงอีกครั้ง
เขาพยายามครั้งแล้วครั้งเล่า พยายามปล่อยวางความโกรธ ความแค้น ความเ็ปที่ฝังลึกถึงกระดูก แต่ทุกครั้งที่เขาปิดตา ภาพหอคอยัเก้าชั้นก็ผุดขึ้นซ้ำซาก ภาพเืของท่านพ่อ ท่านแม่ พี่สาว ภาพรอยยิ้มเ็าของอาจารย์หลี่ที่ทรยศ
‘ข้าอ่อนแอ... ข้าอ่อนแอเหลือเกิน หากข้าละทิ้งความแค้นไม่ได้ แล้วข้าจะมีค่าอยู่ที่ใดอีก?’
เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เืซึมออกมาเล็กน้อย แต่แม้แต่ความเ็ปทางกายก็ไม่อาจกลบความทุกข์ในใจได้
หลานฉิงอวี่ยืนมองจากระยะไกล สีหน้าเ็าไม่เปลี่ยนแปลง นางไม่ได้เอ่ยคำใด เพียงเฝ้าดูราวกับกำลังรอคอยบางสิ่ง
ทันใดนั้น เสียงหัวเราะใส ๆ ดังกังวานขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของมิติวงกต
"ฮิฮิ~ พี่ชายผู้นี้ทำหน้าตาเหมือนจะร้องไห้แล้วนะ!"
เด็กสาวตัวเล็กในชุดคลุมสีแดงเพลิงอ่อน ๆ ะโออกมาจากชั้นมิติข้าง ๆ ผมสีชาดราวเพลิงพลาญปลิวไสวตามการเคลื่อนไหว ร่างกายเล็กจิ๋วราวตุ๊กตา ดวงตากลมโตเป็ประกายสดใส ในมือขวาถือคฑาสั้นที่ปลายเป็ลูกไฟขนาดเล็กกำลังลุกโชนแต่ไม่ร้อนแรง
นางคือหยวนหลิง เด็กสาวผู้แอบฝึกวิถีเทวะนิรันดร์ด้วยตนเองโดยไม่ได้รับการรับรองอย่างเป็ทางการจากหลิงหว่านเซียน แต่ด้วยพร์และความฉลาดหลักแหลม นางสามารถ 'ครูพักลักจำ' ได้ถึงขั้นที่สามแล้ว
หยวนหลิงะโโลดเต้นรอบตัวจวินเหรินสองสามรอบ ก่อนจะหยุดยืนตรงหน้าเขา มือหนึ่งเท้าเอว อีกมือชี้คฑาไฟใส่จมูกเขา
"พี่ชายชื่ออะไรเหรอ? ข้าได้ยินมาว่าท่านอาจารย์หลิงหว่านเซียนรับศิษย์คนใหม่ ข้ามาแต่ไกลเลยนะ! อย่าทำหน้าเศร้าแบบนั้นสิ ข้าดูแล้วไม่สบายใจเลย!"
จวินเหรินเงยหน้าขึ้นมองเด็กสาวตรงหน้า ดวงตาที่เคยมืดมนพลันฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย
"เ้า... เ้าเป็ใคร? ที่นี่มิใช่สถานที่ที่เด็กน้อยควรมาหรอก"
หยวนหลิงบึ้งปาก ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนเกือบชนจมูกเขา
"เด็กน้อยอะไรกัน! ข้าชื่อหยวนหลิง อายุสิบสามแล้วนะ! แล้วพี่ชายชื่ออะไรล่ะ? หน้าตาหล่อเหลาขนาดนี้ ทำไมถึงทำหน้าตาเหมือนจะฆ่าตัวตายอยู่ได้?"
คำพูดตรงไปตรงมาของนางทำให้จวินเหรินชะงักไปชั่วขณะ เขาไม่เคยเจอผู้ใดที่พูดจาไร้เดียงสาและตรงไปตรงมาเช่นนี้ั้แ่มาอยู่ที่นี่
"ข้าชื่อจวินเหริน... และข้ากำลังฝึกวิถีเทวะนิรันดร์ แต่... ข้าทะลวงขั้นแรกไม่ได้เลยสักครั้ง"
หยวนหลิงเอียงคอ มองเขาด้วยดวงตากลมโต
"อ้อ~ เพราะพี่ชายยังยึดติดกับความโกรธ ความแค้นใช่ไหม? ข้าเคยได้ยินท่านอาจารย์บอกว่า วิถีนี้ต้องละทิ้งสิ่งที่ยึดเหนี่ยวที่สุดในใจ แต่พี่ชายละทิ้งไม่ได้ เพราะมันสำคัญกับพี่ชายมากใช่ไหม?"
จวินเหรินนิ่งเงียบ ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ
"ใช่... ข้าสูญเสียทุกอย่างไปเพราะความแค้นนั้น ข้าจะละทิ้งมันได้อย่างไร? หากละทิ้งแล้ว ข้าก็เหมือนตายทั้งเป็"
หยวนหลิงนั่งลงข้างเขา มือเล็ก ๆ วางคฑาไฟลงข้างตัว ลูกไฟที่ปลายคฑาค่อย ๆ ลดความร้อนลงจนเหลือเพียงแสงอุ่น ๆ
"ข้าไม่เข้าใจเื่สูญเสียอะไรพวกนั้นหรอก แต่ข้ารู้สึกได้ว่าพี่ชายเ็ปมาก... แต่พี่ชายรู้ไหม? การละทิ้งไม่ได้แปลว่าลืมเสียหมดสิ้นนะ"
นางเอียงคอมองเขาด้วยสายตาใสซื่อ
"บางที... การละทิ้งในวิถีนี้ อาจจะหมายถึงการวางความโกรธลงชั่วคราว เพื่อให้พี่ชายแข็งแกร่งขึ้น แล้วค่อยกลับไปเอาคืนด้วยพลังที่แท้จริง ไม่ใช่ด้วยความโกรธที่ทำให้พี่ชายอ่อนแอลงทุกวันแบบนี้"
คำพูดของเด็กสาวน้อยที่ไร้เดียงสาแต่ตรงไปตรงมาทำให้จวินเหรินสะดุ้งในใจราวถูกเข็มแทง
‘วางความโกรธลง... ชั่วคราว... เพื่อให้แข็งแกร่งขึ้น... แล้วค่อยกลับไปเอาคืน?’
หยวนหลิงยิ้มกว้าง ยื่นมือเล็ก ๆ มาจับแขนเขาเบา ๆ
"พี่ชายลองคิดดูสิ ถ้าพี่ชายแข็งแกร่งขึ้นจริง ๆ แล้วพี่ชายจะเอาคืนพวกคนเลวร้ายได้ง่ายกว่าเยอะเลยนะ! แต่ถ้าพี่ชายยังปล่อยให้ความโกรธกินใจแบบนี้ พี่ชายก็จะอ่อนแอลงเรื่อย ๆ จนวันหนึ่ง... แม้แต่ข้าก็อาจจะเอาชนะพี่ชายได้ง่าย ๆ เลยล่ะ!"
นางหัวเราะคิกคัก มืออีกข้างยกคฑาขึ้นหมุนเล่น ลูกไฟที่ปลายคฑาลุกโชนเป็รูปหัวใจเล็ก ๆ ก่อนจะดับลงอย่างน่ารัก
จวินเหรินมองเด็กสาวตรงหน้า ดวงตาที่เคยมืดมนค่อย ๆ มีประกายบางอย่างส่องขึ้น
‘บางที... เด็กน้อยผู้นี้อาจพูดถูกก็ได้’
เขาหลับตาลงอีกครั้ง คราวนี้มิได้พยายามบังคับตัวเองให้ลืมความแค้น แต่พยายาม 'วางมันลง' ชั่วคราว ราวกับวางดาบที่หนักอึ้งลงข้างตัว เพื่อหยิบดาบเล่มใหม่ที่คมกริบกว่าเดิมขึ้นมาแทน
ประกายแสงสีม่วงที่เคยสั่นไหวเริ่มหมุนวนช้า ๆ แต่แน่วแน่ขึ้น
‘ข้าจะวางความโกรธลง... ชั่วคราว... เพื่อให้ข้าแข็งแกร่งขึ้น... แล้ววันหนึ่ง ข้าจะกลับไปเอาคืนด้วยมือของข้าเอง’
ประกายนั้นค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้น กลายเป็เมล็ดดาวดวงเล็กที่ส่องแสงเจิดจ้าในจิติญญาของเขา
หยวนหลิงตาโต มองด้วยความตื่นเต้น
"พี่ชาย! ข้าคิดว่าพี่ชายทำได้แล้วนะ!"
จวินเหรินลืมตาขึ้น ดวงตาคู่คมฉายแววสงบนิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน
"ขอบคุณเ้า... หยวนหลิง ข้าคิดว่าข้าเห็นทางแล้ว"
เด็กสาวยิ้มกว้างจนแก้มป่อง ก่อนจะะโลุกขึ้นยืน
"ดีใจจัง! งั้นต่อจากนี้ ข้าจะมาหาพี่ชายบ่อย ๆ นะ! พี่ชายต้องฝึกให้เก่ง ๆ แล้ววันหน้าพาไปแก้แค้นด้วยกันเลย!"
นางโบกมือลา ก่อนจะะโหายเข้าไปในชั้นมิติข้าง ๆ ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะใส ๆ ดังก้อง
จวินเหรินมองตามหลังนางไปนิ่ง ๆ ก่อนจะหันกลับมานั่งขัดสมาธิอีกครั้ง
คราวนี้ ประกายเมล็ดดาวในจิติญญาของเขาเริ่มส่องสว่างขึ้นอย่างมั่นคง