ตอน 8 วาสนาจะพามาพบ
"ข้าต้องไปแล้วล่ะ..."หลินอีได้ยินเสียงฝีเท้าคนวิ่งตามมา นางหันกลับมาพูดกระซิบเบาๆ ส่อแววตาแห่งความกังวล อีกใจหนึ่งนางไม่อยากทิ้งเขาไว้ในสภาพแบบนี้เลย แต่เมื่อมันต้องเลือก นางก็ขอเอาตัวรอดซะก่อน ทว่าราวโชคชะตาบันดาลให้พบรัก เว่ยกวงที่กำลังสะลึมสะลือกลับมองเห็นหน้านางชัดเจนได้เพียงแว๊บเดียว แต่มันทำให้เขาจดจำนางไปได้ชั่วชีวิต
การพบนางครั้งนี้ นับว่าเป็ครั้งที่สาม ความรู้สึกที่พบนางแต่ละครั้งมันค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ จากครั้งแรกที่พบ ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว ครั้งที่สองกับรู้สึกแปลกใจ และพบนางครั้งนี้รู้สึก... มองนางต่างออกไป จริงๆแล้วสตรีเหมือนม้าดีดกะโหลกเช่นนาง ก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร มิหนำซ้ำยังมีใจเมตตาห่วงหาคนอีกต่างหาก
ฉือเว่ยกวงพยายามมองนางเดินจากไปด้วยสายตาที่เลือนราง ในใจของเขารู้สึกอยากพูดขอบคุณนางสักพันครั้ง "หากในอนาคตมีโอกาสได้พบกันอีกครา ข้าผู้นี้จะตอบแทนเ้าเป็อย่างดี"
ทว่าในขณะที่หลินอีรีบร้อนจะจากไป นางกลับทำปิ่นทองหล่นพื้นโดยไม่รู้ตัว ของสิ่งนั้นพอจะยืนยันตัวตนของนางได้ดี เพราะปิ่นนั้นสลักอักษรหยางไว้ที่ด้านท้าย... เว่ยกวงตะกายตัวเพื่อที่จะไปเก็บมันไว้กับตัว เขาหวังเพียงสักวันหากได้พบกันอีกจะคืนมันให้นาง
**********
"เร็วเข้า!! ทางนั้น!!!" ชายหลายคนะโเรียกพวก วิ่งตามจับหลินอีจนได้
ในที่สุดนางก็ไร้หนทางไปต่อ ถูกจับ...นำตัวขึ้นเกี้ยวมงคลเคลื่อนตัวสู่จวนฉือเร่งไปให้ทันฤกษ์มงคล
ณ จวนสกุลฉือ
"มาแล้ว... คุณหนูใหญ่สกุลหยางมาถึงแล้ว" ผู้ใหญ่ฝั่งเ้าบ่าวยืนรอต้อนรับอย่างใจจดใจจ่อ เพราะจวนจะถึงเวลามงคลอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนกังวลใจมากไปกว่านั้น คือเรือนไม้ของเว่ยกวงถูกปิดตายล้อคสนิทจากด้านใน ไม่ว่าสาวใช้จะร้องเรียกเท่าไหร่ก็ไร้เสียงตอบรับ
"ฮูหยินใหญ่เ้าคะ... แย่แล้ว... บ่าวคิดว่าคุณชายน่าจะไม่ได้อยู่ในเรือนเ้าค่ะ" สาวใช้ร้อนรนเพราะกลัวจะโดนโบย
"เป็ไปได้ยังไงกัน เว่ยเอ่อร์ของข้ารู้ธรรมเนียมดี หากขัดราชโองการจะถูกปะาเจ็ดชั่วโคตร เขาคงไม่ทำให้สกุลฉือสูญสิ้นแน่" ฮูหยินใหญ่กังวลใจนัก แต่พยายามเก็บอาการไม่ให้แสดงออกมาทางสีหน้า แต่นิ้วมือทั้งสองนั้นไม่อาจบดบังความกังวลได้ นางบีบมือจิกนิ้วจนอุ้งมือแดงเป็รอยจ้ำ
"ฮูหยินเ้าคะ... เ้าสาวรออยู่หน้าจวนกว่าครึ่งชั่วยามแล้ว... ตอนนี้ก็เลยฤกษ์มงคลแล้วเ้าค่ะ หากช้ากว่านี้เกรงว่า... สกุลฉือเป็อันผิดต่อราชโองการเ้าค่ะ" สาวใช้เข้าหาฮูหยินใหญ่อีกครั้ง
"ไม่ได้การ... ข้าจะปล่อยให้เกิดเื่แบบนี้กับสกุลฉือไม่ได้" ฮูหยินใหญ่ตั้งใจจะออกหน้ารับผลที่จะตามมาทั้งหมดนี้ด้วยตัวเอง
"ฮูหยินฉือ... มีอะไรที่ข้าผู้น้อยจางอี้ฉางพอจะช่วยเหลือได้หรือไม่" จู่ๆอี้ฉางก็เดินออกจากมุมอับสายตา... มือของเขาถือไหเหล้าไว้ตลอด ยกดื่มหลายอึกติดกันประหนึ่งมันเป็แค่น้ำเปล่า...
"นี่เ้า... รู้ได้อย่างไร... " ฮูหยินและสาวใช้ใมาก
"เดิมที... ข้านั้นแค่ตั้งใจจะมาร่วมยินดี และส่งนางเป็ครั้งสุดท้าย... ไม่คิดเลยว่าสตรีที่ข้ารักจะได้แต่งกับชายที่ละเลยนางได้ถึงเพียงนี้... "
"ข้าจางอี้ฉางแม้จะเมามายเสเพล ไร้ประโยชน์ แต่จะไม่ยอมให้สตรีของข้าเสียหน้าเป็อันขาด หากข่าวลือแพร่สะพัดออกไปว่านางโดนเ้าบ่าวทิ้งร้างให้รอเก้อหน้าจวน นางจะรู้สึกอับอายเพียงใด!!" อี้ฉางเสนอตัวปลอมเป็เ้าบ่าวจำเป็...เพียงชั่วคราว เพื่อจะได้แต่งกับนางที่รักสักครั้ง
"เช่นนั้นข้าคงต้องยืมแรงคุณชายจาง ลำบากท่านแล้ว" ฮูหยินใหญ่รู้สึกโล่งใจราวยกูเาออกจากอก นางไม่ถือสาเื่นอกรีตนี้ ฮูหยินเร่งเตรียมชุดแดงสวมให้อี้ฉางอย่างรวดเร็ว... ครั้งนี้เ้าบ่าวสวมหน้ากากทองปิดหน้าเพื่อปกปิดตัวตน
ณ หน้าจวนฉือ
"เอ้า เร็วเข้า ทุกท่าน... เ้าบ่าวพร้อมมารับตัวเ้าสาวแล้ว" เ้ากรมพิธีกล่าวลั่นวาจาเปิดงานมงคล แม้จะเลยฤกษ์งามยามดีมาเพียงเล็กน้อยก็ไม่เป็ไร
"เหตุใด... เ้าบ่าวจึงสวมหน้ากากทองรูปปีศาจเล่า..." แขกในงานต่างสงสัย และพูดจาท้วงติงกันเสียงดัง
"อะฮ่า... ใจเย็นลงก่อนทุกท่าน เว่ยเอ่อร์ของข้าไม่ได้ตั้งใจจะบดบังใบหน้าให้ดูไร้เกียรติ แต่หน้ากากทองชิ้นนี้เป็ของที่ฝ่าาประทานให้เมื่อครั้งที่เอาชนะศึกาได้ครั้งแรก เว่ยเอ่อร์จึงอยากสวมมันไว้เพื่อแสดงถึงความกล้าหาญ บ่งบอกว่าบุตรข้าคู่ควรแก่คุณหนูใหญ่สกุลหยางเพียงใด " ฮูหยินพูดแก้ต่างให้เ้าบ่าวตัวปลอมอย่างดิบดี จนแขกในงานคล้อยตาม ลุกขึ้นปรบมือให้แก่ความชาญฉลาดและใส่ใจลึกซึ้งได้ถึงขนาดนี้
เมื่อทุกอย่างดูราบรื่นเข้าที่ดี ฮูหยินรีบเข้าหาแม่ทัพเล็ก กระซิบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น
"ห่ะ!! ต้องเกิดเื่กับท่านแม่ทัพใหญ่แน่!! ฮูหยินไม่ต้องกังวล ข้าจะตามหาท่านแม่ทัพให้เจอจนได้!!" แม่ทัพเล็กใมาก เขาเร่งออกตามหาเว่ยกวงเดี๋ยวนั้นเลย กระทั่งไปพบเว่ยกวงนั่งจมกองเืในตรอกร้าง ร่างกายสะบักสะบอมจวนจะสิ้นใจ
ทว่าแม่ทัพเล็กเองก็ยังพอมีความเฉลียวฉลาดอยู่บ้าง... เขาพาร่างอาบเืของเว่ยกวงกลับไปยังจวนเล็กๆของเขาเพื่อทำการรักษา ปกปิดเื่นี้ให้เงียบเชียบมากที่สุด เพราะเขาไม่้าให้ฝ่าารู้ว่าผู้ที่แต่งกับคุณหนูหยางมิใช่เว่ยกวง และไม่้าให้ฝ่ายศัตรูชะล่าใจรับรู้ถึงอาการาเ็สาหัสของผู้บัญชาการของชิงเป่ย
**********
"หยางหลินอี... อย่างน้อยชาตินี้...ข้าก็ได้สมหวังกับเ้า แม้จะอยู่ในนามผู้อื่นก็ตาม แต่ข้านั้นรู้ดี ว่าข้าจางอี้ฉางได้แต่งกับหยางหลินอีตามใจปรารถนา" อี้ฉางสุดแสนพึงใจ เขาคิดเื่ที่น่ายินดีนี้ในใจผู้เดียว แววตาของเขาจ้องมองนางผ่านหน้ากากทองลายปีศาจนั่นแทบไม่กระพริบ เขาจำใส่ใจไว้เป็อย่างดีว่านับั้แ่นี้ไปตนได้แต่งนางที่รัก และนับนางเป็เมียเดียว
หลังจากคำนับฟ้าดินเสร็จ พิธีมงคลของบ่าวสาวถือเป็ที่สิ้นสุด ถึงเวลาที่บ่าวสาวต้องเข้าห้องหอ มีหรือที่ฮูหยินจะยอม นางดักรอไว้อยู่แล้ว จับพวกเขาแยกออกจากกันอย่างลับๆในขณะที่แขกในงานต่างดื่มสุราเคล้าคลุ้งไปด้วยอารมณ์รื่นเริง
ั้แ่นั้นเป็ต้นมา แม้หลินอีจะขึ้นชื่อว่าเป็ภรรยารองแห่งจวนแม่ทัพ จางอี้ฉางผู้นี้ก็ไม่ยอมวางมือ เขาพยายามวอแวหาทางติดต่อหลินอีตลอด ในขณะที่ฉือเว่ยกวงกึ่งเป็กึ่งตายเร้นกายในจวนแม่ทัพเล็ก ก็มีอี้ฉางที่คอยอยู่เป็เพื่อนนางมิให้เหงาใจ นอกจากนี้เขายังตามใจนาง ยินดีติดตามไปทุกหนทุกแห่ง ฮูหยินฉือเห็นว่า... อย่างไรอี้ฉางก็เป็ผู้ช่วยให้สกุลฉือรอดพ้นจากคราวิกฤต นางจึงปล่อยให้เขาเข้าออกจวนฉือได้อย่างเสรี และหลินอีเอง...นางไม่เคยถามหาผู้เป็สามีแม้แต่ครั้งเดียว และในเวลาเดียวกันทุกคนในจวนต่างเข้าใจว่า ฉือเว่ยกวงกลับไปยังด่านรบโดยไร้คำลา ซึ่งนั่นเป็เื่ปกติที่เขากระทำั้แ่ไหนแต่ไร ดังนั้นการเงียบหายไปของเว่ยกวง จึงไม่ได้ทำให้ผู้ใดเอะใจ
เริ่มแรกเดิมทีสกุลฉือมิได้เคร่งธรรมเนียมกับหลินอีมากนัก เพราะนางมิได้เป็ที่โปรดปรานของผู้ใด เมียหนึ่งเมียสองต่างอยู่กันฉันพี่น้อง ปรองดองผูกมิตร ไมตรีนี้มีให้กันไม่เคยขาด
**********
ณ ตลาดกลางเมือง
"อี้ฉาง... ข้าขอโทษท่านด้วยที่คราวนั้นข้าเข้าใจท่านผิดไป " จู่ๆหลินอีก็กล่าวขอโทษขอโพย พูดมันขึ้นมา มิให้ผู้ฟังได้เตรียมตัว อี้ฉางที่กำลังยกชาดื่มแทบสำลัก
"คราวใดหรือที่เ้าจงใจกล่าวถึง... แม้นข้าและเ้าจะไร้วาสนา... แต่ข้านั้นกลับพบพานเ้าได้ทุกยามเช้าค่ำ" คุณชายเ้าสำราญบัดนี้เปลี่ยนไปเป็คนละคน แม้วาจาจะหวานย้อย คารมเป็เลิศเหนือบุรุษ เขากลับยินดีใช้มันกับนางเพียงผู้เดียว
"ก็ตอนที่ท่านพยายามจะ... จะ...จะปลุกปล้ำข้าในหอคณิกา!!" หลินอีพูดอย่างหน้าไม่อาย มิหนำซ้ำยังเน้นเสียงพูดโผงผาง ราวกับว่ากำลังป่าวประกาศเื่น่าอับอายนี้ให้ผู้คนได้ทราบท้วนหน้า
"หยุดนะ นี่เ้าพูดอะไรของเ้า..." อี้ฉางทำหน้าเหว๋อ รีบวางจอกน้ำชา ยกมืออุดปากนางเบาๆ ก่อนจะหลุดยิ้มออกมา พลางหัวเราะเบาๆ
"หลินอี... จู่ๆข้ากลับรู้สึกว่าเ้าต่างจากเมื่อก่อนมาก ราวกับว่าเปลี่ยนไปเป็คนละคน... หลินอีที่อยู่เบื้องหน้าข้าไม่หวงตัว ไร้กฎไม่เคารพธรรมเนียม และที่ประหลาดไปมาก คือเ้า... ทำตัวราวกับว่าไม่เคยมีใจให้ข้ามาก่อน... ทั้งที่รักของเรานั้นเคยเอ่อล้นปานจะแทรกร่าง" อี้ฉางพูดจางึมงำตัดพ้อออกมาด้วยความน้อยใจ