ในความเงียบสงัดที่โรยตัวเข้าปกคลุมโกดังร้างชานเมือง เสียงลมหายใจสั่นสะท้านของฉันดังสะท้อนก้องกังวานในโสตประสาทอย่างน่าอับอาย สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของคิรินจ้องตรงมาที่ฉัน แววตาที่เคยนิ่งสนิทดุจผิวน้ำแข็งขั้วโลกพลันสั่นไหวและไหวระริกด้วยกระแสอารมณ์ตระหนกใอย่างรุนแรงเมื่อเห็นท่าทางหวาดระแวงและก้าวถอยหลังกรูดหนีััจากเขา
"เกล..." น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาแ่เบากว่าทุกครั้ง มันปนเปไปด้วยความรู้สึกเ็ปบางอย่างที่พยายามจะซ่อนไว้ภายใต้สีหน้าเ็า
*เอาแล้วไงเกล... เมื่อกี้ยังเห็นเขาเป็ปีศาจขยี้ข้อมือคนอื่นจนกระดูกแตกละเอียดอยู่แท้ ๆ แต่พอสบตาเข้าจริง ๆ ทำไมแววตาหมาใหญ่ที่โดนเ้าของทิ้งมันถึงแวบขึ้นมาได้ล่ะเนี่ย?! บ้าจริง ยัยเกล! อย่าไปใจอ่อนให้มาเฟียธงแดงจอมโหดคนนี้นะ! มือคู่นั้นน่ะเพิ่งบดขยี้กระดูกคนมานะเว้ย!* เสียงในหัวของฉันกรีดร้องเตือนสติพัลวัน ขณะที่ร่างกายยังคงสั่นเทาและพยายามเบียดตัวชิดติดผนังโกดังปูนเย็นเยียบอย่างไร้ทางหนี
คิรินลดมือหนาที่ค้างอยู่กลางอากาศลงช้า ๆ กำปั้นของเขาขยับบีบเข้าหากันแน่นจนเส้นเืปูดโปนตามหลังมือขาวจัด เขาสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะหันหลังกลับไปสั่งการบอดี้การ์ดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดและเยือกเย็นดุจเดิม "ลีโอ... จัดการทุกอย่างตามที่ฉันสั่ง ส่วนพวกแก... เตรียมรถคันที่สอง ฉันจะพายายเด็กดื้อนี่กลับเพนท์เฮาส์ทันที"
"รับทราบครับบอส!" ลีโอโค้งรับคำสั่งอย่างนอบน้อม
คิรินไม่ได้หันมาจับหรือแตะต้องตัวฉันอีกเลย เขาเพียงแค่ก้าวเดินนำหน้าด้วยแผ่นหลังกว้างอันตึงเครียด เดินคุมระยะห่างราวกับกลัวว่าหากเขาเข้าใกล้มากกว่านี้ฉันจะสติแตกเตลิดหนีไป ฉันจำใจต้องก้าวเดินตามเงาร่างสูงใหญ่ของเขาไปขึ้นรถเอสยูวีสีดำคันหรูที่จอดรออยู่ด้านนอก ลมแม่น้ำยามค่ำคืนพัดปะทะผิวจนหนาวเหน็บ ทว่าความหนาวเหน็บในใจกลับทวีคูณยิ่งกว่าหลายเท่านัก
บรรยากาศภายในห้องโดยสารเงียบสนิทจนเกือบจะเรียกได้ว่าอึดอัดถึงขีดสุด คิรินทำหน้าที่เป็คนขับด้วยตัวเอง ลบล้างมาดบอสใหญ่ที่มีสารถีคอยบริการออกไปโดยสิ้นเชิง มือหนาจับพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว เสี้ยวหน้าคมคายดุจรูปสลักหินอ่อนเยียบเย็นและเคร่งขรึม สายตาจับจ้องไปที่ถนนด้านหน้าตรง ๆ ไม่ปรายตามามองฉันเลยแม้แต่น้อย ส่วนฉันก็นั่งตัวลีบชิดประตูรถด้านซ้าย กอดข้อมือขวาที่ปูดบวมและเริ่มเปลี่ยนเป็สีเขียวช้ำขึ้นมาจาง ๆ สายตามองออกไปนอกหน้าต่างดูแสงไฟข้างทางที่เบลอพร่าเพราะความสับสนอลหม่านในสมอง
*เงียบ... เงียบจนถ้ามดเดินตัดหน้ารถคงได้ยินเสียงฝีเท้าแน่นอนค่ะคุณผู้ช๊ม! นี่มันมาเฟียธงแดงระดับพรีเมียมชัด ๆ ไม่ใช่แค่ดุเดือดธรรมดา แต่รังสีอมหิตที่แผ่ออกมานี่ทำเอาแอร์ในรถที่เย็นอยู่แล้วกลายเป็น้ำแข็งขั้วโลกไปเลย ฉันลอบมองเขาแล้วรู้สึกอยากจะมุดรูหนีหายไปจากตรงนี้จริง ๆ ใครจะไปนึกว่าคิรินตอนฟิวส์ขาดจะน่ากลัวขนาดนั้น... แต่คิดอีกที เขาก็บ้าดีเดือดซ้อมไอ้กรซะแหลกละเอียดขนาดนั้นก็เพราะว่ามันบังอาจมาบีบข้อมือฉัน... หรือเปล่านะ?* ความคิดฟุ้งซ่านตีกันวุ่นวายจนกระทั่งรถยนต์เลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถส่วนตัวและพาเรากลับมาถึงเพนท์เฮาส์หรูในที่สุด
ประตูลิฟต์เปิดออกสู่ห้องโถงกว้างขวางของเพนท์เฮาส์ คิรินไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาเอื้อมมือมาคว้าข้อมือซ้ายของฉันข้างที่ไม่ได้ช้ำอย่างแ่เบาแต่แ่า ลากพาร่างของฉันตรงดิ่งเข้าไปในห้องนอนกว้างขวาง ก่อนจะกดบ่าของฉันให้นั่งลงบนขอบเตียงนอนคิงไซส์สีเทาเข้มอย่างอ่อนแรง
"นั่งรออยู่นี่ ห้ามขยับไปไหนเด็ดขาด" คิรินสั่งเสียงเข้มก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องนอนไปอย่างรวดเร็ว
ฉันนั่งอยู่บนเตียงหนานุ่ม ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความเหนื่อยล้าแล่นเข้าโจมตีร่างกายจนแทบประคองตัวไม่ไหว ข้อมือขวาที่โดนไอ้กรบีบเริ่มระบมเต้นตุบ ๆ ตามจังหวะหัวใจ ฉันนั่งกอดเข่าคุดคู้ตัวสั่นเทาด้วยความรู้สึกเปราะบางอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ภาพความเหี้ยมโหดในโกดังร้างยังคงหลอกหลอนอยู่ในหัว สลับกับภาพชายหนุ่มเอาแต่ใจคนเดิมที่มักจะกอดรัดและพ่นลมหายใจร้อนผ่าวใส่ซอกคอของฉันยามค่ำคืน
ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก้าวเดินกลับเข้ามาในห้อง คิรินเดินเข้ามาพร้อมกล่องยาในมือ เขาเปิดไฟโคมระย้าดวงเล็กข้างเตียงให้ความสว่างโทนอบอุ่นสีส้มสลัวขับเน้นใบหน้าหล่อเหลาให้ดูมีมิติคมชัดขึ้น ร่างสูงใหญ่นั่งลงบนเตียงข้างตัวฉัน วางกล่องยาลงแล้วเปิดออกเพื่อหยิบหลอดยาแก้ฟกช้ำและผ้าพันแผล
คิรินเอื้อมมือหนาหวังจะจับข้อมือขวาของฉันขึ้นมาทายา ทว่าทันทีที่ปลายนิ้วอุ่นร้อนของเขาแตะผิว ฉันสะดุ้งเฮือกและชักข้อมือหนีตามสัญชาตญาณความกลัวที่ยังคงค้างอยู่ ดวงตาคู่กลมของฉันจ้องมองเขาด้วยความหวาดระแวงอย่างปิดไม่มิด
มือของคิรินชะงักค้างอยู่กลางอากาศ แววตาคมปลาบวูบไหวด้วยความเ็ปลึกซึ้งอีกครั้ง ดวงตาคู่นั้นจ้องมองฉันนิ่ง ลมหายใจของเขาเริ่มหอบถี่ขึ้นด้วยความหงุดหงิดที่ระงับไม่อยู่
"คุณยังกลัวผมอยู่เหรอเกล?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามราบเรียบ ทว่าปนเปไปด้วยความสั่นเครือเล็กน้อย "กลัวว่าผมจะทำกับคุณเหมือนที่ทำกับไอ้เศษขยะนั่นงั้นสิ?"
"ฉัน... ฉันเปล่า..." ฉันอ้อมแอ้มตอบพลางก้มหน้าหลบสายตาคมกริบที่เหมือนจะทะลุเข้ามาในใจ "ฉันแค่... ทำเองได้ค่ะ คุณไม่ต้องลำบากหรอก"
"ส่งมือมา" คิรินสั่งเสียงเข้มขึ้น แฝงกระแสสั่งการดุดันตามนิสัยจอมบงการ
"ไม่ต้อง... ฉันบอกว่าฉันทำเองได้ไง!" ฉันยังคงดื้อรั้นและพยายามหดข้อมือหนีเข้าไปใต้เสื้อโค้ตตัวใหญ่
*เพล้ง!*
เสียงหลอดยาทารอยช้ำถูกปัดตกหล่นลงบนพื้นตามอารมณ์ที่ะเิออกของบอสมาเฟีย คิรินขบกรามแน่นจนเป็สันนูน ดวงตาสีเข้มฉายประกายกร้าวและเต็มไปด้วยกระแสอารมณ์บีบคั้นพุ่งพล่าน เขาขยับตัวเข้าหาฉันอย่างรวดเร็วจนแผ่นอกกว้างปะทะหน้าอกของฉัน กลิ่นน้ำหอมไม้สนซีดาร์ปนเปกับกลิ่นอายความโกรธเกรี้ยวและหวงแหนฟุ้งกระจายจนฉันสมองตื้อ
"เกลิตา! อย่าคิดจะทำตัวห่างเหินกับฉัน!" คิรินตะคอกเสียงต่ำแต่น่ากลัวชวนใจสั่น เขาใช้มือหนาข้างหนึ่งคว้ากุมข้อมือซ้ายของฉันรวบตรึงไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างช้อนเข้าที่เอวบางแล้วกดร่างของฉันลงนอนราบไปกับที่นอนหนานุ่มทันทีโดยไม่ให้ตั้งตัว!
"ปล่อยนะ! คุณคิริน! คุณจะบ้าอำนาจไปถึงไหน?!" ฉันร้องโวยวายพยายามดิ้นรนสลัดตัวหนี ทว่าร่างกายสูงใหญ่ดุจกำแพงหินของเขากลับทาบทับลงมาจนขยับเขยื้อนไม่ได้ ขาเรียวของฉันโดนขาแกร่งของเขาเบียดแทรกกลางแยกออกกว้างอย่างบงการและ
"บ้าอำนาจงั้นเหรอ?" คิรินเค่นยิ้มเย็นะเื ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกโด่งรั้นแตะคลอเคลียข้างแก้มร้อนผ่าวของฉัน ลมหายใจร้อนระอุของเขาเป่ารดผิวเนื้อจนฉันสั่นสะท้าน "ฉันเพิ่งจัดการไอ้กรเสร็จสรรพเพื่อปกป้องคุณ... แต่สิ่งที่ฉันได้รับตอบแทนคือสายตาหวาดกลัวเหมือนฉันเป็ปีศาจร้ายกระหายเืจากปากของคุณเนี่ยนะเกล?!"
"ฮึก... ก็คุณทำรุนแรงขนาดนั้น..." น้ำตาเ้ากรรมเริ่มรื้นขึ้นมาคลอดวงตาด้วยความเปราะบางทางอารมณ์สะสม "ฉันกลัว... ฉันไม่รู้ว่าวันไหนที่คุณโกรธขึ้นมา คุณจะทำแบบนั้นกับฉันด้วยหรือเปล่า..."
คำสารภาพแ่เบาปนเสียงสะอื้นไห้ของฉันทำให้คิรินชะงักไป แววตาคมกริบสั่นสะท้านอย่างเห็นได้ชัด ความโกรธเกรี้ยวในตอนแรกมลายหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงความหงุดหงิดปากแข็งและความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะลบล้างความกลัวในใจของฉันออกไปให้หมดสิ้น
"เด็กโง่..." คิรินครามต่ำในลำคอ แววตาแปรเปลี่ยนเป็ดำมืดเย้ายวนและร้อนรุ่มด้วยเพลิงราคะที่ปะทุขึ้น "ฉันบอกแล้วไงว่าคุณเป็ของฉัน... ของเล่นชิ้นโปรดที่ฉันรักและถนอมยิ่งกว่าอะไร ดีแต่ปากดีแซะฉันในหัวล่ะสิ พอเจอของจริงเข้าหน่อยทำเป็สั่นกลัว... มานี่ ฉันจะแสดงให้เห็นเองว่า 'ด้านมืด' บนเตียงของฉันมันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คุณคิดหรอก!"
พูดจบ คิรินไม่รอช้า เขาโน้มตัวลงมาบดจูบริมฝีปากของฉันอย่างรวดเร็วและรุนแรง จูบนี้เต็มไปด้วยการบงการ ดุดัน และเอาแต่ใจเพื่อเป็การลงทัณฑ์ความดื้อรั้นของฉัน เรียวลิ้นร้อนชื้นสอดแทรกเข้ามาในโพรงปากหวานอย่างรวดเร็ว ทะลวงไล้ต้อนปลายลิ้นของฉันให้ยอมจำนนและพัวพันกับเขาอย่างดุเดือด เสียงลมหายใจหอบถี่และเสียงครางอื้ออึงในลำคอของฉันเริ่มดังขึ้นเมื่อรสจูบที่เปี่ยมด้วยอารมณ์ดิบเถื่อนขยี้เอาสติสัมปชัญญะของฉันให้เตลิดเปิดเปิง
*เอาแล้วไงเกล... คราวนี้แดงของจริง แดงแป๊ดไม่มีไฟเขียวเลยจ้า! เสื้อผ้าเสื้อยืดกางเกงยีนส์ตัวเก่งของฉันโดนมือหนาฉีกกระชากและปลดเปลื้องออกทีละชิ้นอย่างรวดเร็วจนปลิวหายไปในเสี้ยววินาทีเดียว ผิวเนื้อเปลือยเปล่าปะทะแอร์เย็นเฉียบในห้องจนต้องรีบขยับเข้าหาไออุ่นจากเนื้อกายหนาแกร่งของเขา ร่างกายเ้ากรรมนี่ก็สับปลับสิ้นดี ปากบอกกลัวแต่ร่างกายกลับตอบสนองความร้อนแรงของเขาซะงั้น!* เสียงในหัวของฉันกรีดร้องโวยวายปนยอมรับชะตากรรมเมื่อมือหนาลูบไล้บีบเค้นเต้าทรวงอวบหยุ่นชูชันล้นมือนิ้วอย่างแรงจนเนื้อกายนุ่มสั่นระริก
คิรินถอดเสื้อเชิ้ตสีดำของตัวเองทิ้งไปเผยให้เห็นแผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามงามสง่าและรอยแผลเป็จาง ๆ จากอดีตที่เพิ่มเสน่ห์ดิบเถื่อนเย้ายวนใจ เขายกดึงข้อมือทั้งสองข้างของฉันขึ้นไปตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือหนาเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย ทว่าในจังหวะนั้นเขาจงใจระมัดระวังไม่ให้ออกแรงกดทับข้อมือขวาที่บวมช้ำของฉันมากเกินไป ััเอาใจใส่อย่างขัดแย้งกับคำพูดดิบ ๆ นั้นทำให้หัวใจของฉันสั่นไหวอย่างรุนแรง
"คิริน... อ๊ะ..." ฉันร้องครางเสียงสั่นสะท้านเมื่อริมฝีปากร้อนละเลียดไล่ลงต่ำมาที่ซอกคอขาวระหง ขบเม้มทิ้งรอยช้ำรักสีกุหลาบสดใสจาง ๆ ก่อนจะเลื่อนลงมาปทุมถันอวบหยุ่น ดูดดึงปลายถันสีหวานจนชูชันสู้ลิ้นร้อน ปลายนิ้วหนาลูบไล้ต่ำลงไปยังรอยแยกนุ่มชุ่มชื้น ลากผ่านสะโพกผึ่งผายแล้วบดขยี้จุดอ่อนไหวสะท้านทรวงจนร่องรักของฉันตึงเปรี๊ยะและหลั่งหยาดน้ำหวานชุ่มโชกเปียกเยิ้ม
"แฉะขนาดนี้แล้วยังจะปากแข็งบอกว่ากลัวผมอีกเหรอเกลิตา?" คิรินกระซิบทุ้มต่ำชิดใบหู เสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความพึงพอใจและกระหายอยากขั้นสุด
เขาขยับสะโพกสอบขึ้นทับ แก่นกายร้อนผ่าวใหญ่โตที่ขยายตัวจนตึงแน่นและมีน้ำใสเยิ้มตรงปลายหัวบดเบียดนวดเฟ้นตรงปากทางรักที่ตอดรัดขมิบตุบ ๆ ต้อนรับัั คิรินจ้องมองสบตาคู่กลมของฉันที่ฉายแวววาบหวามและสมยอมเต็มที่ แววตาของเขาร้อนแรงดั่งไฟแผดเผาจิติญญา
"อื้อ... คุณคิริน... เจ็บ..." ฉันหลับตาแน่นและสะดุ้งสุดตัวเมื่อเขาจับสะโพกบางตรึงแน่นแล้วสอดใส่แท่งเอ็นร้อนผ่าวใหญ่โตเข้ามาในความคับแน่นเปียกชื้นทีเดียวรวดเดียวจนสุดทางรัก!
"ซี๊ดดด... เกล... แน่นชะมัด" คิรินครางซีดเสียงต่ำ ขบกรามแน่นจนเส้นเืขมับปูดโปน ความอบอุ่นและบีบรัดอย่างรุนแรงจากภายในหลุมเสียวของฉันทำให้เขาเกือบจะสติแตกซัดสะโพกใส่ทันที ทว่าเขาพยายามระงับอารมณ์ดิบไว้ชั่วครู่ ก้มลงจูบซับน้ำตาที่ซึมตรงหางตาของฉันอย่างอ่อนโยนแกมบังคับ
จังหวะรักดุเดือดเริ่มต้นขึ้นเมื่อคิรินเริ่มขยับสะโพกสอบกระแทกกระทั้นท่อนลำเอ็นหนาใหญ่เข้าสู่ร่องรักอุ่นร้อนอย่างหนักหน่วงและสม่ำเสมอ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังประสานกับเสียงครางกระเส่าพึมพำและลมหายใจหอบกระชั้นของสองเราจนก้องห้องหรู ทุกครั้งที่เขากระทุ้งตัวตนใหญ่ั์เข้าสู่จุดลึกสุด ฉันรู้สึกสะท้านวาบไปทั้งไขสันหลัง ความเสียวซ่านรุนแรงแล่นพล่านจนสมองขาวโพลนลบล้างความหวาดกลัวก่อนหน้านี้จนหมดสิ้น
*บ้าไปแล้ว... นี่ฉันโดนมาเฟียจับกินโต๊ะทำงานไม่พอ ยังโดนกดจมเตียงนุ่มจนตัวแทบแตกสลายอีกรอบเหรอเนี่ย?! แต่ยอมรับเลยค่ะคุณผู้ช๊ม... แรงกระแทกกระทั้นของเขามันแน่นรวดรัดดุดันจนฉันคิดอะไรไม่ออกเลยนอกจากจะเสียวสะท้านจนแทบขาดใจตายอยู่ใต้ร่างหนานี่... เสียงครางของตัวเองก็ช่างน่าอายสิ้นดี!* เสียงในหัวของฉันแตกกระเจิงหายไป แทนที่ด้วยอารมณ์รักเร่าร้อนที่โหมกระหน่ำสาดใส่
คิรินซอยสะโพกถี่เร็วขึ้น ลำเอ็นร้อนครูดผ่านจุดกระสันถี่ยิบจนร่องรักของฉันตอดรัดกระตุกรัวบีบเค้นความเป็ชายของเขาแ่าขึ้น คิรินมองดูใบหน้าหวานที่เหยเกด้วยความเสียวซ่านขั้นสุด แววตาของเขาฉายประกายความคลั่งรักและหวงแหนอย่างบ้าคลั่งข้ามภพข้ามชาติที่ประดังเข้ามาในหัวอก
"เกล... บอกฉันสิว่าเธอเป็ของใคร?" คิรินเอ่ยถามพลางกระแทกเน้นย้ำรัวเร็วสะโพกใส่ไม่หยุดหย่อนจนหัวเตียงไม้สั่นะเืดังตึก ๆ
"ของ... ของคุณ... อ๊ะ... อื้อ... คุณคิริน..." ฉันร้องครางลั่นห้อง สองมือบางที่หลุดจากการจับกุมเอื้อมขยับขึ้นกอดรัดแผ่นหลังกว้างที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของเขาแน่น เล็บจิกข่วนลงบนผิวเนื้อแกร่งระบายความเสียวซ่านปั่นป่วนที่เอ่อล้น
ในวินาทีนั้นเอง ความร้อนแรงทางกายภาพและกระแสอารมณ์บีบคั้นได้ละลายกำแพงความกลัวจนหมดสิ้น ฉันมองเห็นเสี้ยวหน้าของเขาที่เต็มไปด้วยความเสน่หาและห่วงใยอันดุเดือด ตระหนักแแ่ในใจแล้วว่ามัจจุราชร้ายคนนี้ยินดีจะแปดเปื้อนเืและทำลายล้างโลกทั้งใบก็เพื่อปกป้องฉัน... และหัวใจของฉันมันทรยศยอมรับความรักของมาเฟียธงแดงคนนี้เข้าไปเต็มเปาแล้วชั่วนิรันดร์
"กรี๊ดดด..." ฉันกรีดร้องเสียงหวานสั่นสะท้านระรัวเมื่อร่องรักตอดรัดบีบแน่นกระตุกถี่ ร่างกายลอยเคว้งคว้างสมเสร็จปลดปล่อยความเสียวซ่านถึงขีดสุดในวินาทีเดียวกันนั้น
"ซี๊ดดด... เกล... พร้อมกันนะ" คิรินคำรามลั่นสะโพกหนากระแทกกระทั้นเน้น ๆ เข้ามาอีกสามสี่ครั้งก่อนจะสอดแทรกตัวตนเข้าไปลึกที่สุดและฉีดพ่นน้ำรักอุ่นร้อนะเิทะลักเข้าสู่ความคับแน่นเปียกชื้นจนเอ่อล้นไหลย้อนออกมาตามง่ามขาบาง
คิรินทิ้งน้ำหนักตัวลงซบหน้านิ่งสนิทอยู่ซอกคอขาวระหงของฉัน ลมหายใจของเขาหอบถี่ราวดนตรีร็อกจังหวะหนัก ค่อย ๆ ถอนแก่นกายร้อนผ่าวที่เริ่มอ่อนตัวลงช้า ๆ ก่อนจะพลิกตัวดึงร่างบางสะบักสะบอมของฉันเข้าไปนอนซุกกอดแผ่นอกกว้างอย่างแสนหวงแหน
ความอบอุ่นและความปลอดภัยแปลกประหลาดปกคลุมทั่วกาย ฉันค่อย ๆ หลับตาลงด้วยความเหนื่อยอ่อนทว่าจิตใจกลับสงบลงอย่างน่าประหลาด หัวใจของคิรินที่เต้นดังตึกตักอยู่แนบหูช่วยกล่อมให้ฉันจมดิ่งสู่ห้วงนิทรา
ทว่า ก่อนที่สติของฉันจะดับวูบลงไป คิรินกลับโน้มใบหน้าลงมาขบเม้มซอกคอของฉันเบา ๆ ทีหนึ่งจนรู้สึกเจ็บจี๊ด ลมหายใจร้อนและน้ำเสียงทุ้มต่ำของเขากระซิบประทับคำเตือนสุดท้ายที่ข้างใบหู
"ต่อจากนี้... ห้ามมองผมด้วยสายตาหวาดกลัวแบบนั้นอีก... ไม่อย่างนั้น บทลงโทษในวันพรุ่งนี้เช้ามันจะไม่จบลงง่าย ๆ แค่นี้แน่ เกลิตา"
คำพูดของเขาลอยฟุ้งอยู่ในสมองพร้อมกับััตึงเปรี๊ยะจากตัวตนของเขาที่เริ่มขยับตื่นตัวเบียดเสียดอยู่ตรงบั้นท้ายบางอีกครั้งในความมืด... เอาแล้วไงเกล... คืนนี้คงไม่ได้นอนง่าย ๆ แน่ ยัยเกลเอ๊ย!