ในตอนที่ทั้งคู่ตื่นมานั้น ผู้อาวุโสจวงหยุนบิดาของจวงจั่น ได้เดินมาหาทั้งสองตั้งแต่เช้า ดูเหมือนมีธุระกับพวกเขา “เล้งปวย จวงจั่น พวกเจ้าก็ตื่นแต่เช้านี่…เอ้ะอย่าบอกนะว่าที่พากันฝึกบ่มด้วยเวลาเพียงสั้นๆนี่ จะพากันเลื่อนระดับยุทธได้แล้ว” ดูเหมือนจะงุนงงไม่น้อย ที่เห็นทั้งคู่ ต่างก็พากันเลื่อนระดับพลัง ในช่วงเวลาสั้นๆ ดีใจจนพูดไม่ออก “หากข้ามีวาสนได้เลื่อนระดับอย่างพวกเจ้าข้าคงจะผงาดในแผ่นดินไปแล้วจริง ๆ” ผู้อาวุโสจวงหยุนคิดในใจ “ขอบใจเจ้ามากเล้งปวย! ทำให้จั่นเอ๋อได้มีโอกาสที่ดีได้ เราว่าคนอื่นได้ยินต้องคิดว่าเจ้าต้องเป็นตัวประหลาดไปแล้วแน่ๆเลย”
“ผู้เยาว์เพียงตอบแทนที่ท่านผู้อาวุโสเล็กๆน้อยๆเท่านั้น อย่าได้คิดอันใด” เขาพูดอย่างนอบน้อม “อือ …ถ้าเราเดาไม่ผิด เด็กหนุ่มที่สอบเป็นนักปรุงยาระดับสูงนั่นต้องเป็นเจ้าถึงเจ็ดส่วนแล้ว ถูกต้องหรือไม่
“เออ…ก็ใช่ ขอรับ…แต่ตอนแรกที่ผู้เยาว์ไม่ได้เล่าให้ท่านผู้อาวุโสจวงฟังเพราะไม่อยากวุ่นวายหลายเรื่อง ขอท่านโปรดอภัย”
“อืม…แต่ตอนนี้ปิดไม่ได้แล้วหละ เพราะตอนนี้ท่านผู้นำตระกูลก็ได้ทราบแล้ว เราเคยเล่าเรื่องของเจ้าให้ท่านฟังไม่น้อยเลย ท่าทางท่าสนใจในตัวเจ้าอย่างยิ่ง จึงให้เรามาตามเจ้าไปพบ “ตามข้าไปพบ มิทราบด้วยเรื่องอันใดขอรับท่านผู้อาวุโส”
“อันนี้ ข้าก็มิอาจรู้ได้นะ มิต้องรีบร้อนไป เพียงว่างค่อยหาโอกาสไปพบท่านผู้นำสักครั้งก็แล้วกัน ”
“เล้งปวย ข้าถามจริงๆพลังยุทธของเจ้าอยู่ระดับใดกันแน่ บอกได้หรือไม่” ด้วยระดับพลังที่ตรวจพบได้กับการแสดงออกของมันทำให้อีกฝ่ายงงจนอดถามไม่ได้
“เรียนท่านผู้อาวุโส ก่อนอื่นหากข้าบอกออกไปแล้ว ก็ขอให้ท่านช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับให้ข้าด้วย จากเหตุบางประการในตัวข้าทำให้คนอื่นเห็นได้เพียงครึ่งหนึ่งของระดับพลังจริงๆในตัวข้าเท่านั้น จริงๆแล้วพลังของข้านั้นอยู่ที่ขั้นก่อเกิดระดับ 6 แล้ว”
“อา…เช่นนั้นใยมิใช่ว่ามันเป็นเรื่องราวที่พิศดารเกินไปจริงๆ”
เล้งปวยผงกศีรษะ ก็หันมามองที่จวงจั่นแล้วบอกว่า
“ท่านผู้อาวุโส พี่จั่นเป็นคนที่มีกายาพิศดารไม่น้อย หากได้รับการกระตุ้น จนพลังที่หลับไหลอยู่นั้นตื่นขึ้นมา เขาจะกลายเป็นอัจฉริยะในอนาคตคนหนึ่งเลยที่เดียว” “เล้งปวยเจ้าพูดจริงหรือไร เรื่องนี้กระทั่งผู้อาวุโสในตระกูลยังไม่มีใครกล่าวถึงเลย จ้าไฉนทราบได้หละ” เขายิ่งตื่นเต้นกว่าคราแรกแล้ว
“มีบางอย่างได้บอกให้ข้ารู้” ความจริงแล้วหลินซีเป็นบอกออกมา แต่เขาย่อมบอกออกมาไม่ได้ จากนั้นทั้งสามคนได้มุ่งตรงไปยังลานคัดเลือกของตระกูลจวง พอมาถึงนั้นรอบๆลานประลอง ก็คึกคัก และคราคร่ำไปด้วยผู้คนมากมายที่มาคอยดูการคัดเลือก อย่างตื่นเต้น พอเห็นว่ามีเวลาเหลืออยู่พอสมควร ผู้อาวุโสจวงหยุนจึงได้พาทั้งสองไปพบท่านผู้นำตระกูลที่จวนของท่านก่อน
ขณะที่ไปถึงเห็นท่านผู้นำ กำลังคุยอยู่กับบุตรีของท่านที่มีนามว่า จวงยี่หลานอย่างอารมณ์ดี ท่านเรียกให้ทั้งเห็นสามเข้านั่งที่ห้องโถงด้วยพลางหันมาถาม
“พ่อหนุ่มน้อยนี่น่าจะเป็นคนที่พ่อบ้านพากลับมาด้วยกระมัง” เห็นท่านจวงหยุนพยักหน้ารับ
“ผู้น้อยเล้งปวย ขอคารวะท่านผู้นำ ขอรับ”
“อืม…ไม่เลวเลยควรจะเป็นลูกหลานตระกูลใหญ่ …ฟังว่า เจ้ามาจากอาณาจักรฟ้าคราม บิดามารดาเจ้าเป็นใครเผื่อเราจะเคยรู้จักอยู่บ้าง”
“ต้องประทานอภัย ที่ผู้น้อยไม่สะดวกที่จะเรียนตอบจริงๆ”
“อ้อ…เช่นนั้นก็มิเป็นไร แต่เอ้ะเล้งปวยไฉนพลังปราณของเจ้าถึงมีระดับ…โอไม่น่าเชื่อ” เขาแปลกใจที่เห็นว่าพลังปราณของเด็กน้อย ไม่ได้สูงอย่างที่คิด
“ท่านผู้นำ…ขอรับ…ความจริงแล้วเขา…” จวงจั่นกำลังจะบอกความจริงแต่ถูกตัดบทขึ้นมา
“อ้าว!!เฮ้ย …ไฉนระดับพลังของจั่นเอ๋อเองจึงได้ขึ้นมาถึงระดับ 6 ทั้งที่ฟังว่ามันอยู่ที่ระดับ 4 เท่านั้น” ยิ่งงงมากเพิ่มขึ้นอีกเมื่อพบว่าจวงจั่นก็ปลกไปอีกคน
“ขอรับ นี่เป็นเขาจัดการทั้งหมด…”มันพยักหน้าไปทางเล้งปวย
“เจ้าบอกว่ามันจัดการ เฮ้ยนี่ออกจะเหลือเชื่อเกินไปแล้ว เจ้าทำได้เช่นไร” ท่านแทบจะปากอ้าตาค้างไปให้ได้
“ดูท่าเจ้าอ้วงปาคงได้เห็นดีแน่คราวนี้” เสียงของ จวงยี่หลานดังขึ้นพร้อมหัวเราะพรางหันมาถามเล้งปวย
“เล้งปวยแล้วไฉนเจ้าไม่จัดการเพิ่มพลังให้ตัวเองบ้างละ” นางมองเขาด้วยนัยตากลมโตน่ารักอย่างเป็นมิตรแล้วถามในสิ่งที่คาใจ
“ข้าก็ทำอยู่แล้ว”เล้งปวยตอบไป ทันใดก็มีเสียงจากในห้วงวิญญาณออกมาว่า
“นางสนใจในตัวเจ้าไม่น้อยเลยนะเจ้าเด็กน้อย” เป็นเสียงของหลินซีพูดขึ้นมาจากห้วงแห่งวิญญาณของเขา
“ท่านพ่อ อย่างเล้งปวยนี้มีสิทธิ์ เข้าร่วมคัดเลือกได้หรือไม่”
“ย่อมมี ถ้าเขาต้องการ” เมื่อเห็นว่าเล้งปวยมีระดับพลังที่ตำ่เกินไป เขาก็ตัดใจในเรื่องการส่งเป็นตัวแทน เพราะอาจจะเกิดบาดเจ็บเป็นอันตรายได้ ซึ่งเขาคาดหวังจะขอให้เล้งปวยช่วยในเรื่องอื่นต่างหากจากนั้นก็ใกล้เวลาเริ่มคัดเลือกแล้ว จวงหยุนจึงพาทั้งสองขอตัวจากมา
ที่ลานคัดเลือกตอนนี้ยิ่งคึกคักกว่าเดิมเมื่อทุกคนต่างมากันพร้อมแล้ว จากนั้นไม่นานผู้นำตระกูลก็ได้ลุกขึ้นกล่าวให้กำลังใจลูกหลานทุกคนพร้อมกับบอกถึงรางวัลที่จะมีให่้แล้วก็ให้เริ่มทำการคัดเลือกได้ ในการคัดเลือก จะคัดเอา10 คนเข้าไปเป็นตัวแทนร่วมประลองยุทธ 5ตระกูลใหญ่ประจำปีทั้งยังเป็นการทดสอบพรสวรรค์ลูกหลานในตระกูลเพื่อหาทางสนับสนุนต่อไปด้วย ดังนั้นให้เด็กที่มีอายุ 10 -17 เข้าร่วมได้ทุกคน ครั้งนี้มีคนเข้าร่วมราวๆ 70 กว่าคน ได้ลงไปยืนเข้าแถวอยู่ในลานทดสอบแล้ว การคัดเลือกมี 2 รอบๆแรกจะเป็นการทดสอบพลังปราณและพรสวรรค์ ส่วนรอบที่สองนั้นทดสอบ การต่อสู้
กรรมการเริ่มขานชื่อทีละคน“คนแรก จวงจิว อายุ 11 ปี” มีเด็กผู้ชายเดินเข้าไปวางมือทาบลงที่เครื่อง ปรากฏมีแสงสว่างวาบขึ้นมา“ขั้นก่อเกิด ระดับ2 พรสวรรค์ สีเขียว รับยาประกายม่วง เดือนละ 4 เม็ด” พอสิ้นเสียงขาน ก็มีเสียงฮือฮาตามมาที่เห็นเด็กมีพรสวรรค์เกิดขึ้น“ต่อไป จวงหยู ………” เสียงเรียกและขานบอกผลการตรวจวัดดำเนินไปเรื่อยๆ
ส่วนใหญ่แรกๆจะเป็นเด็กอายุน้อยๆก่อน กระทั่งผ่านไปราวๆ 30 กว่าคนจึงเริ่มเป็นเด็กโตขึ้นมาหน่อย
จนกระทั่งมาถึงลำดับของจวงจั่น
“ต่อไป จวงจั่น อายุ15 ขั้นก่อเกิด ระดับ 6 สี คราม รับยา 2 เม็ด” ทันใดนั้นมีเสียงเอ้ะดังมาจากหลายๆมุม ล้วนประหลาดใจที่เห็นพลังของเขาไม่ใช่ระดับ4 บางคนถึงกับชะโงกหน้าเข้าไปมองดูเครื่องตรวจวัดอีกครั้ง กลัวว่าจะมีการขานบอกระดับผิดไป พร้อมกับสอบถามกันไปมาพอสมควร เหลือเชื่อที่เห็นจวงจั่นมีพลังยุทธเพิ่มขึ้นภายในเวลาสั้นๆ
และจากนั้นก็ถึงลำดับของเจ้าจวงอ้วงปา
“จวงอ้วงปา อายุ 16 ขั้นก่อเกิดระดับ 6 สีคราม รับยา 2 เม็ด” มีคนที่สังเกตว่าเขาอยู่ระดับเดียวกับจวงจั่นแล้ว กลุ่มคนที่ถือได้ว่านน่าจับตามองที่สุดนั่นคือกลุ่มต่อไปนี้ จวงเชี่ยวอี้ อายุ 14 ปี พลังปราณขั้นก่อเกิดระดับ 7 สีเขียว รับยา5 เม็ด จวงยี่หลาน อายุ 14 ปี พลังปราณขั้นก่อเกิดระดับ 7 สีเหลือง รับยา 6 เม็ด จวงเตอฟง อายุ 16 ปี พลังปราณขั้นก่อเกิดระดับ 7 สีน้ำเงิน รับยา4 เม็ด จวงยู่หยาน อายุ 15 ปี พลังปราณขั้นก่อเกิดระดับ 6 สีนำ้เงิน รับยา4 เม็ด จวงฉินหลง อายุ 16 ปี พลังปราณขั้นก่อเกิดระดับ 7 สีนำ้เงิน รับยา4 เม็ด
จนกระทั่งมาถึง ลำดับของเล้งปวย“คนสุดท้าย เล้งปวย อายุ 12 ปีครึ่ง พลังปราณขั้นก่อเกิดระดับ 3 สี???????หือ!!!!!!”มีเสียงคนกลุ่มใหญ่อุทานออกมาสามครั้ง ครั้งแรกเมื่อ ขานชื่อว่า เล้งปวย ที่โด่งดังครั้งที่สอง เมื่อบอกถึงพลังปราณที่ตำ่ผิดคาดและครั้งสุดท้าย เมื่อเห็นแสงวาบๆๆขึ้นทุกสีแล้วหายไปเลย คล้ายกับว่าไม่มีสีใดเลย ซึ่งข้อนี้กระทั่งผู้นำตระกูลยังอุทานอย่างตกใจที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนเลย
เช่นนี้เลยทำให้ผู้คนทั้งหลายวิพากษ์วิจารณ์ไปปต่างๆนาๆแล้วการทดสอบรอบแรก ก็ผ่านไปและมีการให้ทุกคนพัก ก่อนเริ่มทดสอบในรอบที่ 2 ต่อไป