“ท่านพ่อท่านแม่” ป๋ายฮวาร้องเรียกเสียงสั่นเครือก่อนจะพยายามเหาะกลับเผ่าหงส์เพลิงเพื่อกลับมาหาบิดามารดา เมื่อมองเห็นพวกท่านทั้งสองนั่งอยู่ในศาลาก็วิ่งเข้าไปกอดมารดาไว้แน่นอย่างรวดเร็ว
“ป๋ายฮวาน้อย กลับมาแล้วหรือ” ป๋ายเหมยฮวาเรียกบุตรสาวด้วยความดีใจก่อนจะสวมกอดตอบเพราะใจที่เคยถูกหินกดทับนับแต่บุตรสาวหนีออกจากเผ่าหงส์เพลิงก็ไม่สามารถคลายความกังวลได้เลย หากเด็กน้อยประสบเคราะห์อยู่ด้านนอก นางและสามีคงไม่ได้เห็นหน้าลูกสาวอีกแล้ว โชคดีที่บุตรสาวกลับมาสู่อ้อมกอดของนางอย่างปลอดภัยไร้อาการาเ็
เฟิ่งหลี่เสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อรู้ว่าบุตรสาวกลับมาได้อย่างปลอดภัย “กลับมาได้เสียทีนะ”
“ชุดของเ้า” หลังจากเห็นว่าบุตรสาวกลับมาอย่างปลอดภัย ป๋ายเหมยฮวาก็ทักเื่ชุดและผมของบุตรสาวทันที ดวงตาดอกท้อมองเสื้อผ้าเปื้อนโคลนของบุตรสาวด้วยความเป็ห่วง ทั้งตัวยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายความตายทั้งนั้น
เฟิ่งหลี่เสียงจับเศษโคลนซึ่งติดอยู่บนเสื้อผ้าบุตรสาวขึ้นมาดมก่อนจะขมวดคิ้ว “ดินปรโลก”
“ปรโลก เ้าไปทำอะไรที่ปรโลก” ป๋ายเหมยฮวาร้องด้วยความใเมื่อรู้ว่าบุตรสาวทำเื่เสี่ยงอันตรายมากแค่ไหน สถานที่แห่งนั้นเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ิญญาบางตัวร้ายกาจสามารถดูดกลืนกินพลังชีวิตของเซียนน้อยได้อีกด้วย
ป๋ายฮวาร้องไห้สะอึกสะอื้น คำถามของบิดามารดาไม่เข้าหัวเลยแม้แต่น้อย ดวงหน้าหวานเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาอาบหน้า “เด็กน้อย ใจเย็นๆ มีเื่อะไร ค่อยๆ อธิบาย” เฟิ่งหลี่เสียงตบไหล่บุตรสาวเพื่อเรียกสติ
“ท่านพ่อ ฮือ ฮึก ขะข้า ข้าทำเื่ผิดต่อ์แล้ว ข้าทำผิดต่อมหาเทพ ฮึก” ป๋ายฮวาอธิบายด้วยความกลัวทั้งสะอึกสะอื้นไม่หยุด
“มหาเทพ” ป๋ายเหมยฮวาและเฟิ่งหลี่เสียงร้องใเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินชื่อของท่านเทพคนนั้นออกมาจากปากบุตรสาวของตัวเอง วนรอบแปดดินแดนร้อยรอบ พวกเขาไม่คิดว่าเพียงเดินทางไม่กี่วัน บุตรสาวกลับไปข้องเกี่ยวองค์มหาเทพเสียแล้ว
“ขะข้า หลังจากข้าทิ้งจดหมายและออกไปจากวังหยกหิมะคืนนั้น ก็....” ป๋ายฮวาพยายามกลั้นน้ำตาอธิบายเื่ราวทั้งหมดให้บิดามารดาฟัง เสียงสะอื้นไห้เล่าเื่จนจบด้วยความรู้สึกผิด
“จะเ้า เฮ้อ” เฟิ่งหลี่เสียงถอนหายใจเมื่อรู้ว่าบุตรสาวของตัวเองเป็ต้นเหตุทำร้ายมหาเทพเฮยหลง หากท่านกลับจากโลกมนุษย์คืนสู่วังเมฆานิล แม้ท่านผู้เฒ่าจะไม่เอาผิดหงส์ขาวน้อย แต่บุตรสาวของเขาก็คงแบกรับความรู้สึกผิดนี้ไปตลอดชีวิตอยู่ดี
“นี่คือด่านเคราะห์ของลูกเราผ่านไปแล้วใช่หรือไม่เ้าคะ” ป๋ายเหมยฮวาแม้จะรู้สึกผิดต่อมหาเทพ แต่พอรู้ว่าบุตรสาวมีพลังเซียนและสร้างเืเนื้อใหม่ก็รีบถามสามีด้วยความตื่นเต้นทันที
เฟิ่งหลี่เสียงส่ายหน้าแทนคำตอบ “ข้าตอบไม่ได้ บางทีเคราะห์ของนางอาจจะอยู่ที่องค์มหาเทพ” เขาอธิบายพร้อมทำหน้าหนักใจ เพราะไม่มีใครสามารถเดาใจท่านเทพผู้เฒ่าท่านนั้นได้
หากท่านผู้เฒ่า้าลงโทษบุตรสาวของตัวเอง แม้แต่เผ่าหงส์เพลิงก็ระงับโทสะของท่านผู้เฒ่าไม่ได้ ในสี่ทะเลแปดดินแดนนี้หากมหาเทพผู้เฒ่า้าเอาผิดใคร นอกจากแก้แค้นคืนไม่ได้ ยังต้องปรบมือด้วยความยินดีด้วยซ้ำ ไหนเลยจะหนีความผิดนี้ได้ หวังว่ามหาเทพจะมีเมตตาปล่อยองค์หญิงน้อยของพวกเขาไป
“เื่นี้....” ป๋ายเหมยฮวาขมวดคิ้วด้วยความกังวล เพราะคิดเช่นเดียวกับสามี หากด่านเคราะห์ของบุตรสาวคือมหาเทพท่านนั้นเล่า ตายเก้ารอดหนึ่ง คงเป็ตายอย่างแน่นอน แม้ให้ท่านพ่อของนาง าาเผ่าจิ้งจอกเก้าหางช่วยพูดให้ เกรงว่ามหาเทพเฮยหลงก็คงยากจะฟังอยู่ดี
หาก้าระบายโทสะ…. บุตรสาวของนางไหนเลยจะสามารถรอดชีวิตได้
“เฮ้อ” ทั้งสองถอนหายใจ หวังว่ามหาเทพผู้เฒ่าซึ่งเร้นกายจากสี่ทะเลแปดดินแดนมานาน จะไม่เอาความเด็กน้อย มีใจเมตตาต่อพวกเขา แต่ครั้นเมื่อคิดถึงตำนานแม่ทัพเหนือปฐี ตำนานการโยนหญิงสาวลงจากหุบเหวัซึ่งตั้งอยู่บนูเาสูงชันเสียดฟ้า เกรงว่าทำได้เพียงภาวนาว่าท่านผู้เฒ่าจะมีเมตตาบ้าง
“เราทำได้เพียงรอรับโทสะจากมหาเทพเท่านั้นหรือเ้าคะ” ป๋ายเหมยฮวาถามด้วยความกังวลและคิดหนทางหนี
เฟิ่งหลี่เสียงส่ายหน้าด้วยความทุกข์ “กระจกสามภพ มหาเทพเป็ผู้ดูแล หนีไปที่ไหนก็ยังตามหาเราได้อยู่ดี ไม่มีทางหนีพ้น” เขาอธิบายเมื่อนึกถึงกระจกสามภพ สามารถมองทะลุทั้งอดีตและปัจจุบัน มีเพียงอนาคตที่มันไม่บังอาจกล้า
ป๋ายเหมยฮวาทำหน้ากลุ้มเพราะไม่มีทางหลบหนีได้เลย
ป๋ายฮวาเม้มปากด้วยความรู้สึกผิดเพราะหากต้องแบกรับความโกรธของมหาเทพโดยต้องทำให้คนที่นางรักต้องลำบากด้วย นางขอน้อมรับความผิดด้วยตนเองเถิด ดรุณีน้อยสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะกัดฟันบอกบิดามารดาว่า “ลูกจะลงไปโลกมนุษย์” ในเมื่อหนีไม่พ้นก็ต้องลองสู้กับความคิดมหาเทพดูสักครั้ง
“จะเ้า เฮ้อ....” ทั้งสองมีคำพูดมากมายคัดค้านคำกล่าวของบุตรสาว แต่ก็ไร้เสียงใดเล็ดลอดออกมาเพราะมีเพียงวิธีนี้เท่านั้น
ป๋ายฮวากลั้นเสียงสะอื้น “หะหาก..... ข้าช่วยมหาเทพผ่านด่านเคราะห์ ท่านผู้เฒ่าอาจจะเห็นถึงความจริงใจของข้า ไม่ลงโทษข้ามากนัก ใช่หรือไม่เ้าคะ” นางถามบิดามารดาด้วยความกังวล
“เป็เช่นนั้น” เฟิ่งหลี่เสียงตอบอย่างไม่มั่นใจนักเพราะความคิดของมหาเทพหนึ่งเดียวในสี่ทะเลแปดดินแดน ใครเล่าจะสามารถเดาความคิดท่านผู้เฒ่าออก แต่นี่คือหนทางเดียวที่บุตรสาวสามารถทำคุณไถ่โทษได้ หากถึงเวลานั้นท่านเทพ้าลงโทษบุตรสาวของเขา เขาก็จะขอรับโทษแทนนางเอง หากท่านผู้เฒ่าไม่พอใจก็ให้เขาชดใช้ร่วมกับบุตรสาวเถิด
ป๋ายเหมยฮวามองสายตาของเฟิ่งหลี่เหลียงที่กำลังใช้มองบุตรสาว ก่อนจะเดาความคิดของสามีออก “พ่อกับแม่ พร้อมยืนข้างลูกเสมอ” นางกลั้นเสียงสะอื้นในลำคอ
ช่างเถิด ชีวิตนี้มีสามีที่รัก มีบุตรสาวที่น่ารัก ยัง้าสิ่งใดอีก นางคงผิดต่อท่านพ่อและเผ่าจิ้งจอกเก้าหางอีกแล้ว
“ฮึก ฮือ....” ป๋ายฮวาร้องไห้กอดมารดาด้วยความเสียใจ ทั้งหวาดกลัวทั้งรู้สึกผิด แต่รู้ว่ามีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่สามารถลดโทษของตัวเองได้
“ไปอาบน้ำและพักผ่อนเถิด แม่จะเตรียมของให้เ้านำไปโลกมนุษย์ด้วย” ป๋ายเหมยฮวาลูบผมแห้งกรังของบุตรสาวด้วยความเป็ห่วง
ป๋ายฮวาพยักหน้ารับและเดินเข้าวังหิมะหยกเพื่อเตรียมตัวลงไปโลกมนุษย์เช่นกัน
“หวังว่าด่านเคราะห์นี้ จะไม่ใช่มหาเทพองค์นั้น” ป๋ายเหมยฮวาเอ่ยเพราะหากมหาเทพพิโรธ ก็ไร้เส้นทางหลีกหนีชะตากรรรมนี้ได้แล้ว
เฟิ่งหลี่เสียงดึงภรรยาเข้ามากอดปลอบ “มหาเทพผู้เฒ่า เป็คนมีเหตุผล”
หลายวันผ่านไป
“นางตื่นหรือยัง” เฟิ่งหลี่เสียงถามภรรยาทันทีที่เห็นภรรยาเดินออกมาจากห้องบุตรสาว ป๋ายเหมยฮวาส่ายหน้าด้วยความกังวลเพราะบุตรสาวนางนอนหลับมาสิบวันแล้ว ไร้วี่แววจะตื่น หากนางยังนอนต่อไป มหาเทพเฮยหลงคงได้กลับคืนสู่วังเมฆานิลแล้ว
“ข้าจะลงไปโลกมนุษย์เอง” เฟิ่งหลี่เสียงอาสาเพื่อเป็ตัวแทนทำคุณไถ่โทษแทนบุตรสาว
“ท่านรู้หรือว่ามหาเทพลงไปจุติเป็ใคร และโลกมนุษย์มีหลายพันล้านใบ ท่านทราบหรือว่าตอนนี้มหาเทพจุติอยู่ใบใด” ป๋ายเหมยฮวาบอกเพราะนอกจากบุตรสาวของนาง ์ก็คงไม่ทราบเช่นกัน โชคร้ายที่พวกนางลืมถามป๋ายฮวาก่อน
หลังจากที่ป๋ายฮวาสลบและนอนหลับไป นี่ก็วันที่สิบแล้ว บุตรสาวของนางก็ไร้วี่แววว่าจะตื่น พวกนางแอบเชิญท่านปู่เล็กมาตรวจอาการของบุตรสาว เฟิ่งมู่หยางเพียงบอกว่าป๋ายฮวาได้รับของวิเศษจึงต้องใช้เวลาในการดูดซับพลังเ่าั้ให้สมบูรณ์ นอกจากนี้นางยังรู้สึกว่าพลังเซียนในตัวป๋ายฮวาค่อยๆ เพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา
แม้จะไม่มากเท่านางองค์หญิงเผ่าจิ้งจอกหรือมากเท่าเฟิ่งหงเหลียน อาจจะเป็เพราะเดิมทีนางก็ไร้พลังอยู่แล้ว ต่อให้มีของวิเศษก็คงเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยเท่านั้น แต่ที่มีมากจนน่าใกลับเป็พลังชีวิต มากจนรับรู้ได้ถึงพลังของชีวิตที่อบอวลอยู่ในห้อง กลิ่นลูกท้อกำจายออกมาจากร่างคล้ายมีคล้ายไม่มีตลอดเวลา นี่คงเป็ผลจากการแอบกินผลท้อ์ลูกนั้น ป๋ายเหมยฮวาส่ายหน้าด้วยความหนักใจเพราะไม่รู้ว่าเื่นี้สุดท้ายดีหรือไม่ดีต่อป๋ายฮวาน้อยกันแน่
หากกินก็เกิดเื่ราวไม่คาดฝันมากมาย
หากไม่กิน ป่านนี้บุตรสาวนางคงเหลือเพียงเถ้ากระดูกแล้ว
หากบุตรสาวนางไม่รีบลงไปโลกมนุษย์เพื่อช่วยมหาเทพผ่านด่านเคราะห์ ทั้งนางและสามีคงทำได้เพียงเฝ้าภาวนาให้มหาเทพอภัยให้ลูกน้อยของนางด้วยเถิด แม้นางจะไม่เห็นด้วยที่บุตรสาวจะลงไปยังโลกมนุษย์ เพราะเทพเซียนไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับมนุษย์เบื้องล่าง แต่ในเมื่อบุตรสาวนางตัดสินใจแล้ว ซ้ำยังกัดฟันฝังขนหงส์ไว้ในร่างของมหาเทพ จะทำอย่างไรได้เล่า โทษหนึ่งยังไม่ทันหาย โทษฝังขนหงส์ใส่ร่างกายท่านเทพก็เพิ่มอีกข้อแล้ว ป่านนี้ในโลกมนุษย์คงผ่านมาสิบปีแล้ว ไม่รู้ว่ามหาเทพตอนนี้เป็อย่างไรบ้าง
“ท่านแม่ ปัง” หญิงงามผมขาวผลักประตูออกมาด้วยความใเมื่อตื่นจากนิทรา “ป๋ายฮวา” ป๋ายเหมยฮวาดึงบุตรสาวเข้ามากอดด้วยความดีใจเมื่อรู้ว่านางฟื้นเสียที ไปโลกมนุษย์ช้าไหนเลยจะเทียบความกังวลที่บุตรสาวไม่ฟื้นในใจของนางได้
“ท่านแม่ข้าหลับไปนานเท่าไรแล้วเ้าคะ” ป๋ายฮวาถามเพราะรู้สึกว่าตัวเองหลับไปนานมากๆ หลับคล้ายกับลืมวันเวลา ป่านนี้ไม่รู้ว่ามหาเทพเป็อย่างไรบ้างแล้ว
“สิบวัน” เฟิ่งหลี่เสียงตอบแทน
ป๋ายฮวาปากอ้าตาค้างเมื่อรู้ว่าผ่านมานานเพียงใดแล้ว “หา... ข้าต้องไปแล้ว ป่านนี้มหาเทพผู้เฒ่าคงเติบโตอายุสิบขวบพอดี ยังทันๆ โชคดีที่นอนหลับไปไม่นาน” นางรีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วเมื่อรู้ว่าตัวเองหลับไปนานเพียงใด
“เดี๋ยวก่อน” เฟิ่งหลี่เสียงดึงตัวบุตรสาวไว้ก่อนที่จะหนีหายไปอีกรอบ
ป๋ายฮวาเอียงคอมองบิดาด้วยความไม่เข้าใจ
“โลกมนุษย์ห้ามใช้พลังเซียน หากใช้จะถูกพลังสะท้อนกลับจนาเ็ จำไว้ เ้าไม่ใช่เทพเซียน เ้าเป็เพียงมนุษย์เช่นคนอื่น ห้ามเผลอใช้พลังเซียนทำร้ายคนอื่นเด็ดขาด” เฟิ่งหลี่เสียงกำชับบุตรสาวอีกครั้ง
“เ้าค่ะท่านพ่อ” ป๋ายฮวาตอบรับเพราะเื่นี้เป็ความรู้พื้นฐานที่เรียนอยู่ในสำนักศึกษาของเผ่าหงส์เพลิง มีเทพเซียนหลายคนชอบลงไปเที่ยวเล่นบนโลกมนุษย์ แต่เพียงห้ามก้าวก่ายชะตาของมนุษย์ ไม่ใช้พลังเซียน ก็สามารถเที่ยวเล่นในโลกมนุษย์โดยที่์ปิดตาข้างลืมตาข้างหนึ่ง
เฟิ่งหลี่เสียงเม้มปากกุมไหล่ของบุตรสาวแน่น “เ้าไม่ต้องไป พ่อจะลงไปช่วยมหาเทพผู้เฒ่าเอง” เขาไม่อาจจะวางใจได้ ป๋ายฮวาน้อยยังเด็ก ยังมีหลายเื่ที่ไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร เขาซึ่งเคยลงไปเล่นในโลกมนุษย์หลายครั้งอย่างน้อยก็สามารถช่วยเหลือมหาเทพผู้เฒ่าได้มากกว่าบุตรสาวแน่นอน
ป๋ายฮวาส่ายหน้าไม่เห็นด้วย “เื่นี้ ลูกทำผิดเอง ไม่กล้ารบกวนให้ท่านพ่อมาลำบากด้วย”
“ไม่ลำบาก” เฟิ่งหลี่เสียงรีบปฏิเสธ จะให้เขายอมปล่อยบุตรสาวไปเสี่ยงอันตรายได้อย่างไร
ป๋ายฮวายิ้มอ่อนพยายามปลอบใจ “ในโลกมนุษย์ ไม่มีใครสามารถทำร้ายลูกได้ ท่านพ่อไม่ต้องเป็ห่วง หากเมื่อมหาเทพผ่านด่านเคราะห์รู้ว่าข้าทำผิดต่อท่านผู้เฒ่า แต่กลับให้ท่านพ่อลงมือช่วยและตัวเองหลบใช้ชีวิตสบายอยู่ในเผ่าหงส์เพลิง เกรงว่าถึงตอนนั้นมหาเทพคงไม่อาจจะให้อภัยข้าได้แล้ว”
เฟิ่งหลี่เสียงเม้มปากไม่อาจจะขัดคำพูดของบุตรสาวได้ จึงทำได้เพียงปล่อยมือออกจากไหล่เล็กอย่างเชื่องช้า ในใจทั้งรู้สึกไม่ยินยอมและเป็ห่วงเหลือเกิน แต่ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรดี ความรู้สึกที่เหมือนเด็กน้อยกำลังเลือนหายจากไปยิ่งทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวว่าการไปครั้งนี้ของบุตรสาวจะทำให้นางได้รับอันตราย
ป๋ายเหมยฮวาดึงมือบุตรสาวมาเบื้องหน้าก่อนจะยัดไข่มุกสีม่วงใส่มือเล็ก “รับไปเสีย”
ป๋ายฮวาเอียงคอถามมารดา “ไข่มุกอะไรหรือเ้าคะ”
“ไข่มุกมายาของท่านยายเล็ก ใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น สามารถสร้างมนต์มายาได้โดยที่์จับไม่ได้ หวังว่ามันพอจะมีประโยชน์สำหรับเ้าบ้าง” ป๋ายเหมยฮวาบอกบุตรสาวเพราะท่านยายเล็กของเผ่าจิ้งจอกเก้าหาง คือจิ้งจอกเก้าหางมายาสีม่วงหนึ่งเดียวนับแต่ฟ้าดินถือกำเนิด
ป๋ายฮวากำไข่มุกด้วยความเศร้า “รอข้ากลับมานะเ้าคะ” นางเดินเข้ามากอดมารดาและหันไปกอดบิดาอีกครั้งก่อนจะตัดใจหันหลังเดินจากมา
เฟิ่งหลี่เสียงเม้มปากในใจรู้สึกเป็ห่วงแต่กลับไม่สามารถตามไปดูแลบุตรสาวได้เพราะในเผ่าหงส์เพลิงยังมีเื่ให้จัดการอีกมากมาย พยายามปลอบใจตัวเองว่าเวลาผ่านไปไม่กี่วัน บุตรสาวของพวกเขาก็จะกลับคืนสู่อ้อมกอดอีกครั้งแล้ว
หนึ่งปีในโลกมนุษย์เท่ากับหนึ่งวันในโลกเทพเซียน
ไม่กี่วันเท่านั้น.... อย่างมากชีวิตของมนุษย์คนหนึ่งก็ไม่เกินห้าสิบปี