“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”
อเนก เคาะประตูห้องนอนของ พ่อเลี้ยงกัณตภณ เป็นเชิงขออนุญาตก่อนเปิดประตูเข้าไป
“พ่อเลี้ยงครับคุณหมอมาแล้วครับ” อเนก กล่าวขึ้นเมื่อเปิดประตูไป เห็นพ่อเลี้ยงกัณตภณ นั่งอยู่บนเตียงข้างๆ คนป่วยที่นอนหลับตาอยู่
ซึ่งตอนนี้ พ่อเลี้ยงกัณตภณ ได้สวมใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ไม่เหมือนตอนที่ได้ออกไปร้องเรียก อเนก ให้ไปตามหมอ และชายหนุ่มยังได้หาเสื้อผ้ามาสวมใส่ให้คนป่วยที่นอนอยู่บนเตียงนั้นด้วยเสร็จสรรพ
“ไงวะพ่อเลี้ยง” กรรชัย ซึ่งเป็นทั้งหมอและเพื่อนของ พ่อเลี้ยงกัณตภณ เอ่ยทักทาย
“เมียฉันไม่สบาย อยู่ดีๆ ก็เป็นลมสลบคาห้องน้ำ ช่วยดูให้หน่อยว่ะ” พ่อเลี้ยงกัณตภณ หันไปมองเพื่อนด้วยสีหน้าท่าทางที่เป็นกังวลและร้อนรนใจเป็นอย่างยิ่ง
“แล้วไปทำอีท่าไหนให้แม่เลี้ยงเป็นลมสลบไปได้อย่างนี้วะ หรือนายหักโหมมากเกินไปวะ คราวหน้าก็เพลาๆ บ้างอย่าหักโหมให้มันมากนัก”
กรรชัย มองหน้าเพื่อน ยิ้มยั่วและกล่าวแซว พร้อมกับเดินเข้าไปข้างๆ เตียงนอน ฝั่งที่คนป่วยนอนอยู่ และพ่อเลี้ยงกัณตภณ ก็ลุกขึ้นและขยับออกห่าง เพื่อให้ทางแก่ กรรชัย เข้าไปตรวจรักษาคนป่วยที่นอนสลบไสลไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่บนเตียงนั้น
“ไอ้เพื่อนบ้า รีบตรวจเมียฉันเลย อย่าพูดมากความ”
พ่อเลี้ยงกัณตภณ กล่าวเสียงเข้มจริงจัง ไม่คิดสนใจในคำหยอกล้อของเพื่อนเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่ชายหนุ่มสนใจ จิตใจจดจ่อ เป็นห่วงพะว้าพะวงอยู่ในตอนนี้ก็คือ คนที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงนอนในขณะนี้เท่านั้น กลัวไปต่างๆ นานา ว่าคนป่วยที่นอนอยู่บนเตียงนอนจะเป็นอะไรไปมาก ข้างในอกของ พ่อเลี้ยงกัณตภณ มันรู้สึกหวิวๆ หวาดกลัวร้อนรน จนแทบจะทำอะไรไม่ถูกเอาเลยทีเดียวในตอนนี้
กรรชัย หยิบอุปกรณ์เครื่องมือตรวจออกมาทำการตรวจเช็คดูอาการของคนป่วยที่นอนอยู่บนเตียงอย่างละเอียด
“เมียนายเป็นไข้แดด นี้ คงพาเมียไปสมบุกสมบันมาละสิท่า ถึงได้จับไข้ขนาดนี้นี่ เดี๋ยวฉันจะฉีดยาแก้ไข้ให้ และจะให้ยาไว้ทานด้วย พรุ่งนี้เช้าอาการน่าจะดีขึ้น แต่หากอาการยังไม่ดีขึ้น ก็รีบพาไปโรงพยาบาลนะ” กรรชัย แจ้งอาการให้แก่ พ่อเลี้ยงกัณตภณ ได้รับทราบ
จากนั้นก็หยิบเข็มฉีดยา และยาแก้ลดไข้ที่เป็นขวด สำหรับฉีดเข้าเส้นเลือดออกมา แล้วฉีดให้คนป่วยที่นอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่นั้น เมื่อเสร็จแล้ว ก็ควานหายาแก้ไข้ที่เป็นยาเม็ดออกมา และยื่นส่งให้พ่อเลี้ยงกัณตภณ รับไป
“ถ้าหากเมียนายมีไข้ขึ้นช่วงกลางดึก ก็ให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้เธอนะ” กรรชัย บอกกล่าวแก่ พ่อเลี้ยงกัณตภณ เพิ่มเติมอีกครั้งให้รับทราบ
“ขอบใจนายมาก ไว้ฉันจะตอบแทนนายทีหลังนะ ฉันคงไม่ได้เดินไปส่งนะ” พ่อเลี้ยงกัณตภณ เอ่ยบอกเพื่อน
“เออ! ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจว่านายห่วงเมียมาก” กรรชัย กล่าวยิ้มๆ พร้อมกับส่ายหัวให้กับคนที่หวงห่วงภรรยาขนาดหนัก แล้วเดินออกไปจากห้องนอนของ พ่อเลี้ยงกัณตภณ โดยมี อเนก เป็นผู้ไปส่ง กรรชัย ที่รถ
พ่อเลี้ยงกัณตภณ เดินเข้ามานั่งลงข้างเตียงพร้อมกับใช้มือใหญ่แตะอังไปที่หน้าผากนูนเนียนใส เพื่อวัดดูความร้อนในร่างกายคนป่วย ซึ่งตอนนี้ความร้อนได้ลดลงไปบ้างแล้ว เพราะฤทธิ์ยาลดไข้ที่ฉีดเข้าไปในร่างกาย
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง คนที่เดินเข้ามาในห้องคือ จำเนียร แม่บ้านของไร่กังวานไกลนั้นเอง
“พ่อเลี้ยงจะให้ป้ามานอนเฝ้าดูอาการของแม่เลี้ยงให้ไหมคะ? เผื่อว่าแม่เลี้ยงไข้ขึ้นมากลางดึก ป้าจะได้ช่วยเช็ดตัวให้น่ะค่ะ” จำเนียร เอ่ยถามขึ้นด้วยความหวังดี เพราะตั้งแต่ทำงานอยู่กับ พ่อเลี้ยงกัณตภณ มา ไม่เคยเห็น พ่อเลี้ยงกัณตภณ ต้องมาคอยดูแลคนป่วยไม่สบายเลยสักคน
“ไม่เป็นไรป้า ขอบคุณมาก ฉันดูแลนุชเอง ป้าไปพักผ่อนเถอะ” พ่อเลี้ยงกัณตภณ หันไปมอง จำเนียร แล้วเอ่ยปฏิเสธโดยพลัน
“แล้วพ่อเลี้ยงจะทานข้าวที่ไหนคะป้าจะได้จัดให้” จำเนียร เอ่ยถามเจ้าของบ้านขึ้นอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง เพราะเจ้าของบ้านยังไม่ได้ทานอะไรเลย
“ฉันจะทานข้างบนนี้แหละ ช่วยจัดขึ้นมาให้ด้วยแล้วกัน และช่วยบอกณีด้วยนะให้เขาทานข้าวไปได้เลย”
พ่อเลี้ยงกัณตภณ สั่งการแม่บ้านเสร็จสรรพ ก็หันกลับมาดูผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาอีกครั้ง พร้อมกับดึงผ้าห่มขึ้นมาปกคลุมให้จนถึงคอ ซึ่งการกระทำที่ชายหนุ่มได้ทำให้ จำเนียร ได้เห็นอย่างนั้น จำเนียร เชื่อได้ในทันทีเลยว่าเจ้านายของตน จะต้องมีใจสมัครรักใคร่ผู้ที่ได้ชื่อว่า เป็นภรรยาเข้าให้แล้วอย่างแน่นอน
๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙